เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

355 - เปิดม่าน

355 - เปิดม่าน

355 - เปิดม่าน


355 - เปิดม่าน

แม้จะทราบเนื้อหาของหนังสือพิมพ์แล้วแตกเอี้ยนลี่เฉียงก็ยังอ่านทุกหน้าอย่างระมัดระวัง สิ่งพิมพ์ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจในโลกนี้ แต่การทำหนังสือพิมพ์นั้นถือเป็นครั้งแรกจริงๆ

เอี้ยนลี่เฉียงมอบหนังสือพิมพ์ฉบับแรกให้กับฟางเป่ยโต้วแล้วกล่าวว่า

“ขอบคุณทุกคนที่ทำงานหนักในโรงพิมพ์วันนี้! อาจารย์กั่วจะได้รับรางวัลเป็นเงินสามตำลึงในขณะที่ทุกคนได้รับเงินคนละหนึ่งตำลึง! หวังว่าทุกคนจะติดตามงานของตัวเองและพัฒนาให้ดีที่สุด!”

ทุกคนที่อยู่ในโรงพิมพ์ต่างก็ส่งเสียงโห่ร้องออกมา

ฟางเป่ยโต้วมองดูหนังสือพิมพ์แล้วส่งต่อให้ช่างหนังสือพิมพ์คนอื่นๆ เพราะพวกเขาก็อยากรู้ผลของการทำงานหนักของพวกเขาว่ามันเป็นอย่างไร

แม้ว่าหูไห่เหอและคนอื่นๆจะเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น แต่พวกเขาไม่ได้ตื่นเต้นเท่าช่างพิมพ์เหล่านั้น

พวกเขาเพียงแค่ดูหนังสือพิมพ์ จากนั้นจึงสบตากันอย่างเงียบงัน ค่อนข้างจะสงสัยว่าของสิ่งนี้จะขายเป็นเงินได้จริงๆ

เอี้ยนลี่เฉียงส่งสัญญาณให้ฟางเป่ยโต้วด้วยสายตาจากนั้นพวกเขาก็เดินออกจากห้อง

“จะ… มันจะใช้ได้จริงเหรอ?”

ฟางเป่ยโต้วไม่ได้ถามคำถามต่อหน้าทุกคนเพราะเขาไม่ต้องการส่งผลให้ทุกคนที่ทำงานเกิดความไม่มั่นใจ

ตอนนี้พวกเขาอยู่กันตามลำพังดังนั้นความกังวลของเขาจึงถูกแสดงออกมาอย่างเต็มที่

“มันจะได้ผลแน่นอนตราบใดที่เราจัดการกับมันได้ดี!” เอี้ยนลี่เฉียงพยักหน้าให้เขาในเชิงบวก

“แล้วเล่มแรกจะพิมพ์กี่เล่ม”

“ให้ห้าพันก่อน เราจะเพิ่มปริมาณขึ้นอีกหากว่ามันขายดี!”

“เข้าใจแล้ว! ในการประชุมเชิงปฏิบัติการพรุ่งนี้ข้าจะสั่งให้คนของเราออกไปเร่ขายตามโรงน้ำชาต่างๆ!”

“ใช่ นั่นคือสาระสำคัญของมัน แล้วเราจะหารือกันอีกครั้งในวันต่อไป!”

เอี้ยนลี่เฉียงตบไหล่ฟางเป่ยโต้วและขยิบตาให้เขา

“เก็บสำเนาของหนังสือพิมพ์ทุกฉบับไว้ให้ข้าด้วย บางทีมันอาจจะได้ใช้ประโยชน์ในอนาคต…”

เอี้ยนลี่เฉียงออกโรงพิมพ์แล้วกลับไปที่คฤหาสน์กวาง ตลอดทั้งวันนี้เขาแทบจะไม่ได้กินอะไรเลยเพราะมัวแต่ยุ่งกับงาน ดังนั้นเมื่อกลับถึงห้องเขาจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก

โรงพิมพ์สว่างไสวตลอดทั้งคืน ขวัญกำลังใจของช่างฝีมือที่เพิ่งได้รับรางวัลนั้นสูงขึ้น พวกเขาทำงานหามรุ่งหามค่ำจนกระทั่งหนังสือพิมพ์ฉบับแรกถูกตีพิมพ์ออกมาจนครบ 5000 ฉบับ...

เช้าตรู่ของวันขึ้น 1 ค่ำเดือน 7 ของปีที่ 13 แห่งรัชกาลหยวนผิงในอาณาจักรฮั่น...

ฟ้ามืดเพราะพระอาทิตย์ยังไม่ขึ้น ดวงดาวยังคงสูงอยู่บนท้องฟ้ารถม้าสี่คันออกมาจากประตูคฤหาสน์ที่เชิงเขาหลงฉี

“ทุกคนต้องส่งหนังสือพิมพ์ไปที่จุดที่เรากำหนดให้ทันเวลา” สวีเอิ้นต้าซึ่งขับรถม้านำขบวนได้ตะโกนสั่งลูกน้องของเขา

แม้ว่าอาการบาดเจ็บที่ขาของเขายังไม่หายดี แต่สวีเอิ้นต้าก็มาทำงานตั้งแต่เมื่อวาน พวกเขาตื่นตั้งแต่เช้าตรู่กินอาหารเช้าและเตรียมตัวออกไปปฏิบัติงานทันที

“พี่ใหญ่มั่นใจได้หนังสือพิมพ์ของพวกเราจะต้องถูกส่งไปตามกำหนดอย่างแน่นอน…” อู๋ตัวน้อยตะโกนตอบรับมาจากด้านหลัง

…………..

“ตามคำสั่ง ราคาหนังสือพิมพ์หนึ่งฉบับคือหกเหรียญทองแดง แต่ละคนจะได้รับคนละสี่สิบฉบับก่อนแล้วขายที่ร้านอาหาร โรงน้ำชา และถนนทางตอนใต้ของเมือง

เมื่อพวกเจ้ากลับมาจึงจะได้รับค่าแรงตามที่พวกเจ้าขายได้ อย่าให้ใครอ่านโดยไม่จ่ายแม้แต่เหรียญทองแดง เข้าใจหรือไม่?"

"เข้าใจแล้ว!" บรรดาเด็กน้อยที่พวกเขาจ้างมาทำงานต่างก็ส่งเสียงตอบรับ

“ทบทวนประกาศของเราให้ข้าได้ยินอีกครั้ง…!”

“หนังสือพิมพ์ หนังสือพิมพ์! รับหนังสือพิมพ์ช่วงเวลาอันยิ่งใหญ่ของอาณาจักรฮั่นฉบับพิมพ์ใหม่ หากท่านต้องการติดตามข่าวสารเกี่ยวกับเหตุการณ์บ้านเมืองท่านต้องซื้อหนึ่งฉบับ…!”

“เสียงพวกเจ้าเบาเกินไป ถ้าพวกเจ้าตะโกนแบบนี้มีแต่แมลงวันเท่านั้นแหละที่จะมาซื้อ…!”

เด็กน้อยเหล่านั้นไม่คุ้นเคยกับมันในตอนแรกและรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย อย่างไรก็ตามในที่สุดพวกเขาก็ส่งเสียงดังขึ้นอีกครั้ง

เด็กน้อยพวกนี้ทุกคนล้วนแต่ใส่เสื้อคลุมด้านนอกสีแดงที่ปักคำว่าช่วงเวลาอันยิ่งใหญ่ของอาณาจักรฮั่นไว้ด้านหลัง พวกเขารับหนังสือพิมพ์คนละ 40 ฉบับแล้วออกตระเวนขายตามจุดต่างๆที่มีคนชุกชุม

เด็กๆเหล่านี้ไม่เพียงถูกล่อลวงจากค่าแรงที่ค่อนข้างมาก แต่พวกเขายังมีอาหารกลางวันให้รับประทานอีกด้วย

เมื่อถนน ร้านอาหาร และโรงน้ำชาเต็มไปด้วยผู้คน ผู้คนมากมายตระหนักว่าสถานที่เหล่านี้มีเด็กๆสวมเสื้อแดงเพิ่มขึ้นสองสามคน เด็กพวกนั้นต่างก็ตะโกนว่า

“หนังสือพิมพ์ หนังสือพิมพ์! รับหนังสือพิมพ์ช่วงเวลาอันยิ่งใหญ่ของอาณาจักรฮั่นฉบับใหม่ หากท่านต้องการติดตามข่าวสารเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองหลวงของจักรวรรดิทำต้องซื้อหนึ่งฉบับ…!”

………….

“ผู้บัญชาการเอี้ยนมีจดหมายส่งถึงท่าน!”

เมื่อเอี้ยนลี่เฉียงกำลังจะออกจากคฤหาสน์กวาง เขาก็ได้รับจดหมายจากทหารยามที่อยู่ด้านหน้า

"โอ้! ได้รับเมื่อไหร่”

เอี้ยนลี่เฉียงรับจดหมายและสังเกตเห็นว่าตราประทับขี้ผึ้งที่มีตัวอักษร 'ลู่' บนซองจดหมายยังคงไม่บุบสลาย หมายความว่าจดหมายนั้นยังไม่ได้เปิดออก

ในบรรดาผู้คนทั้งหมดที่เขารู้จักในเมืองหลวง มีเพียงคนเดียวที่แซ่ลู่ นั่นก็คือลู่เปียน!

ในระหว่างการพบกันครั้งล่าสุดเอี้ยนลี่เฉียงบอกลู่เปียนว่าสามารถมาพบเขาได้ตลอดเวลาที่คฤหาสน์กวาง

“ครึ่งชั่วยามที่แล้วมีผู้รับใช้คนหนึ่งมาส่งจดหมายให้ท่านผู้บัญชาการ!”

“ขอบคุณ!”

เอี้ยนลี่เฉียงรู้สึกวิตกกังวลและสงสัยว่าลู่เปียนประสบปัญหาใดๆหรือไม่

“ฮ่าๆๆๆ ยินดีที่ได้รับใช้ผู้บัญชาการเอี้ยนเสมอ…”

หลังจากโบกมือ เอี้ยนลี่เฉียงก็เดินทางออกจากคฤหาสน์กวางด้วยรถม้าเข้าสู่เมืองหลวงของจักรวรรดิ

“ผู้บัญชาการเอี้ยนเข้าเมืองหลวงทุกๆสามวัน หรือว่าท่านนัดพบหญิงงามไว้…”

เจ้าหน้าที่คนหนึ่งที่ประตูทางเข้าอดไม่ได้ที่จะพูดพึมพำด้วยความอิจฉาริษยาในขณะที่มองดูเงาหลังของเอี้ยนลี่เฉียงหายไป

“หลิวเหิง เก็บคำพูดไร้สาระของเจ้าไว้ซะ ระวังผู้บัญชาการเอี้ยนจะทุบตีเจ้าจนร้องหามารดา!”

ทหารชื่อหลิวเหิงหัวเราะออกมาแล้วพูดว่า

"เจ้าพูดเกินจริงไปแล้ว ต่อให้ผู้บัญชาการเอี้ยนเก่งกว่านี้ก็ไม่มีทางทุบตีก็ได้ ข้าเป็นถึงนักรบหรือว่าเจ้ายังไม่รู้เรื่องนี้?”

“เจ้าเห็นว่าผู้บัญชาการเอี้ยนทำตัวเรียบๆอยู่ที่คฤหาสน์กวางเจ้าจึงคิดจะดูถูกเขาหรือ? ในบรรดาพี่น้องของเรามีใครบ้างที่ไม่รู้ว่าชื่อเสียงของผู้บัญชาการเอี้ยนดังทะลุฟ้าแล้วตอนนี้”

"อา. หัวหน้าบอกได้ไหมว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ทหารที่ทำหน้าที่อารักขาอยู่บริเวณรอบๆต่างก็เดินมาฟังคำพูดของหัวหน้าพวกเขาอย่างรวดเร็ว

“ทุกคนในหน่วยทหารม้าต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ผู้บัญชาการเอี้ยนสังหารโจรวายุทมิฬที่โด่งดังในภาคตะวันตกเฉียงเหนือหลายร้อยคนด้วยตัวคนเดียว…”

“มันจะเป็นไปได้ยังไงที่เด็กหนุ่มคนหนึ่งจะสามารถสังหารโจรได้มากถึงขนาดนั้น?” ทหารยามอีกคนก็ตกใจ

“เจ้าคิดว่าเรื่องนี้ข้าจะโกหกเจ้าหรือ? มีผู้คนเกือบร้อยที่กลับมาพร้อมกับท่านซุน พวกเขาล้วนเห็นกับตาตัวเองว่าผู้บัญชาการเอี้ยนใช้ลูกศรของเขายิ่งโจรพวกนั้นร่วงจากหลังม้าราวกับใบไม้

เจ้าคิดว่าผู้บัญชาการเอี้ยนที่อายุเพียง 15 ปี หากไม่มีผลงานยิ่งใหญ่ขนาดนั้นจะได้เป็นถึงผู้บัญชาการหยิงหยางเหรอ?…”

…………..

จบบทที่ 355 - เปิดม่าน

คัดลอกลิงก์แล้ว