เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

349 - พยัคฆ์บ้าในฝูงแกะ

349 - พยัคฆ์บ้าในฝูงแกะ

349 - พยัคฆ์บ้าในฝูงแกะ


349 - พยัคฆ์บ้าในฝูงแกะ

“หัวหน้าของเราช่างโหดเหี้ยมจริงๆ…”

หน่วยองครักษ์ซีไห่ที่มองเห็นเหตุการณ์อยู่ไกลๆต่างก็ส่งเสียงโห่ร้องออกมา

นี่เป็นเพราะว่าตลอดการเดินทางเอี้ยนลี่เฉียงไม่เคยต่อสู้ระยะประชิดกับใคร ไม่ว่าจะเจอศัตรูมากแค่ไหนเขาก็จะใช้เพียงลูกศรของเขาปลิดชีพมันทันที

ในขณะนี้เอี้ยนลี่เฉียงเพียงคนเดียวกลับทำการไล่ล่ากลุ่มโจรนิกายบัวขาวนับร้อยอย่างบ้าคลั่ง

“ฮุ่ยเผิง เจ้าจะไปไหน…?”

ในขณะที่ทุกคนกำลังโห่ร้องด้วยความยินดี กู่เจ๋อซวนก็ส่งเสียงร้องพร้อมกับกระชากบังเหียนม้าของจ้าวฮุ่ยเผิง

“ข้าจะกลับไปช่วยหัวหน้า…!”

“เจ้ากลับไปไม่ได้ แทนที่เจ้าจะช่วยเหลือหัวหน้าเจ้าจะไปเป็นภาระของเขาเปล่าๆ…!”

“เจ๋อซวนพูดถูก ข้าแน่ใจว่าลี่เฉียงต้องไม่ทำการโดยประมาท เขารู้อยู่แล้วว่าเขาสามารถจัดการโจรพวกนี้ดังนั้นเขาจึงออกไปเพียงคนเดียว…” หวังฮุ่ยอธิบาย

“ข้ากลัวว่าหัวหน้าจะได้รับอันตราย อย่างน้อยๆข้าก็ต้องอยู่ร่วมเป็นร่วมตายกับเขา!” จ้าวฮุ่ยเผิงซึ่งปกติไม่ค่อยชอบพูดจากับมีความดื้อรั้นไม่ฟังคำเตือนของทุกคน

“พวกเจ้าอยู่ที่นี่เดี๋ยวข้าจะไปเอง ไม่ว่าจะอย่างไรข้าก็เป็นนักสู้ขั้นสูงสุด ข้าจะอยู่ระวังหลังกับลี่เฉียง!” หวังฮุ่ยกล่าวจบก็ขับมาออกไปโดยไม่รอฟังคำตอบจากทุกคน

……

ระหว่างทางที่อยู่ในอาณาจักรสวรรค์ เอี้ยนลี่เฉียงดึงประสบการณ์ของเขาในการพาซุนปิงเฉินกลับสู่เมืองหลวง ลูกธนูที่เขาพกพามาด้วยมีจำนวนมากมายมหาศาล

ดังนั้นเอี้ยนลี่เฉียงจึงยังคงสามารถไล่ยิงโจรนิกายบัวขาวได้อย่างเมามันโดยไม่ต้องกังวลว่าลูกธนูของเขาจะหมด

คันธนูสามต้านแม้ว่าจะอ่อนด้อยอยู่บ้างแต่ก็สามารถจัดการกับโจรพวกนี้ได้เหลือเฟือ ด้วยคันธนูที่เบาขนาดนี้เอี้ยนลี่เฉียงจึงสามารถยิงออกได้ด้วยความเร็วสูง

เมื่อเขาควบม้าผ่านศพที่อยู่บนพื้นเขาก็หยุดแล้วหยิบเอาทวนเหล็กกองทหารม้าขึ้นมาถือไว้ในขณะที่คันธนูของเขาถูกเก็บไว้ข้างอานม้าจากเขาก็นั้นก็กระโดดขึ้นหลังม้าแล้วไล่ตามโจรต่อไป

ทวนที่เขาหยิบขึ้นมานี้เห็นได้ชัดว่าเป็นทวนที่สร้างขึ้นเพื่อทหารม้าจักรวรรดิไม่ใช่ของกระจอกงอกง่อยอย่างที่พวกโจรปกติใช้

ทวนเล่มนี้มีขนาดยาวถึงเกือบสองวา และมีใบมีดอยู่ที่ด้านปลายยาวกว่าหนึ่งจ้าง ทวนยาวเล่มนี้แม้จะไม่สามารถเทียบได้กับทวนกระดูกสันหลังมังกรของเขาแต่ก็นับเป็นของดีอย่างยิ่ง

เมื่อทหารม้าของนิกายบัวขาวเห็นว่าเอี้ยนลี่เฉียงเลิกยิงธนูแล้วพวกเขาก็ชักดาบและหยิบทวนของตัวเองออกมาก่อนจะหันม้ากลับเข้าหาเอี้ยนลี่เฉียง

“ลูกศรของมันหมดแล้ว กลับไปฆ่ามัน…!”

คนที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าของคนที่เหลือตะโกนออกมาเพื่อรวบรวมความกล้าแล้วไสม้าเข้าหาเอี้ยนลี่เฉียงด้วยความโกรธแค้น

เอี้ยนลี่เฉียงยังคงมีลูกธนูเหลือเฟือ เพียงแต่ว่าเขาเบื่อที่จะยิงลูกธนูจากคันศรเบาๆแบบนี้แล้ว

อีกอย่างหนึ่งเขาตั้งใจว่าจะใช้วิชาทวนที่ได้ร่ำเรียนมาสังหารโจรที่เหลืออีกประมาณ 20 30 คนในครั้งเดียว

เมื่อได้ยินว่าเอี้ยนลี่เฉียงหมดลูกธนูแล้ว ทหารที่หลบหนีอยู่ประมาณสิบคนก็หยุดม้าทันที พวกเขาหันม้ากลับ กวัดแกว่งอาวุธ และพุ่งเข้าใส่เอี้ยนลี่เฉียงพร้อมเสียงคำรามอย่างบ้าคลั่ง

เมื่อเห็นผู้คนหันหลังกลับ ทหารม้าจำนวนมากที่ถูกไล่ตามราวกับกระต่ายก็มีปฏิกิริยาที่สอดคล้องกัน พวกเขาชักดาบชักทวนหันกลับมาเช่นกัน

ทหารม้าของนิกายบัวขาวที่เต็มไปด้วยความกลัวต่อลูกศรของเอี้ยนลี่เฉียก็รวบรวมความกล้าของตัวเองขึ้นใหม่พร้อมที่จะล้างความอัปยศอดสูจากการถูกไล่ล่าเมื่อสักครู่…

ทั้งสองฝ่ายต่างพุ่งเข้าหากันอย่างบ้าคลั่ง ในเวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจเอี้ยนลี่เฉียงก็ปะทะกับทหารม้าเจ็ดหรือแปดคน

เอี้ยนลี่เฉียงส่งเสียงคำรามราวกับสัตว์ร้าย ทวนในมือของเขากลายเป็นภาพธรรมของดอกไม้ขนาดใหญ่ซึ่งบานสะพรั่งบนทางหลวงที่กว้างหลายวา

ภายในเวลาไม่ถึง 2 ลมหายใจเอี้ยนลี่เฉียงก็ทิ่มแทงทวนของเขาออกไป 7-8 ครั้ง…

เมื่อเอี้ยนลี่เฉียงควบม้าผ่านคนเหล่านั้น ร่างของทหารม้านิกายบัวขาวก็แกว่งไปแกว่งมาจากหลังม้าและตกกระแทกพื้นเสียชีวิตโดยที่ไม่มีโอกาสแม้แต่จะส่งเสียงร้อง

ฉากนี้ทำให้คนที่เหลือซึ่งกำลังควบม้ามาในทิศทางนี้ส่งเสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว

ใครจะคาดคิดว่าเอี้ยนลี่เฉียงที่เก็บธนูไปแล้วจะมีความน่ากลัวมากกว่าตอนที่เขายิงธนูเสียอีก คนที่บุกเข้าไปจู่โจมเอี้ยนลี่เฉียงเมื่อสักครู่ไม่มีคนรอดชีวิตแม้แต่คนเดียว

ด้วยเหตุนี้ความกล้าหาญที่พวกเขาเพิ่งรวบรวมกลับมาได้ใหม่ก็ถูกทำลายอยากดู พวกเขาหันหลังกลับและหนีไปอย่างรวดเร็ว

ในขณะที่บางคนตกจากหลังม้าก็ไม่ได้มีความพยายามที่จะกระโดดกลับขึ้นม้าด้วยซ้ำ พวกเขาส่งเสียงกรีดร้องออกมาแล้ววิ่งไปข้างหน้าราวกับเสียสติ

เอี้ยนลี่เฉียงรู้สึกตกตะลึงกับการโจมตีของตัวเองอยู่เล็กน้อย เขาไม่คิดว่าการเคลื่อนไหวทวนของเขาจะส่งพลังถึงขนาดนี้ สิ่งนี้เกินขอบเขตจากตอนที่เขาฝึกฝนครั้งล่าสุดอยู่มาก

เอี้ยนลี่เฉียงจำความรู้สึกที่เขาลงมือสักครู่ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นการตระหนักรู้ก็เกิดขึ้นกับเขา เมื่อเขาเหวี่ยงทวนออกไปด้านหน้ามันก็มีเสียงฝ่าอากาศราวกับมังกรส่งเสียงคำราม

เรื่องนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับระดับบ่มเพาะของทั้งสองร่างกายของเขาที่อยู่สองโลก

แม้ว่าตอนนี้เขาจะอยู่ในอาณาจักรสวรรค์แต่สิ่งที่เขารู้แจ้งได้เขาก็สามารถนำมันไปใช้ได้ทั้งสองอาณาจักรโดยไม่ต้องฝึกฝนใหม่

สิ่งที่ร่างกายของทั้งสองอาณาจักรของเขาแตกต่างกันมีเพียงพลังปราณฟ้าดินที่เขาสะสมไว้ในร่างกายเท่านั้น แต่ประสบการณ์และความเข้าใจสามารถนำมาใช้ร่วมกันได้ทันที

การฝึกฝนเช่นนี้จะทำให้เขาสามารถพัฒนาตัวเองไปอย่างรวดเร็วมากกว่าที่เขาเคยทำถึงสองเท่า

……

เอี้ยนลี่เฉียงฟาดฟันศัตรูที่อยู่ด้านหน้าเหมือนมีดร้อนผ่าเนย ไม่มีใครสามารถต่อต้านเขาได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว

หลังจากไล่ตามเข้ากลางฝูงของโจรนิกายบัวขาวเขาก็เป็นเหมือนพยัคฆ์คุ้มคลั่งที่อยู่ท่ามกลางฝูงแกะ เงาทวนของเขาโบกสะบัดไปทุกทิศทางสังหารผู้คนนับสิบอย่างต่อเนื่อง

เอี้ยนลี่เฉียงหักม้าเลี้ยวออกจากทางหลวงและไล่ตามกลุ่มชนที่กำลังหลบหนีโดยไม่คิดชีวิต

เนื่องจากพวกเขาขี่ม้าธรรมดามันทำให้ความเร็วการเคลื่อนที่ของเขาช้ากว่าตอนที่เขาขี่เมฆพายุหิมะเป็นอย่างมากมันจึงทำให้การไล่ล่าของเขาไม่ได้ดั่งใจเท่าที่ควร

นอกจากนี้ ความเร็วและความอดทนของม้าธรรมดานั้นด้อยกว่าม้าพันธุ์แรดอย่างเห็นได้ชัด แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นเอี้ยนลี่เฉียงก็แทบจะสังหารกลุ่มโจรนิกายบัวขาวที่ไล่ตามเขาในตอนแรกจนหมดสิ้น

ผู้คนที่ถูกกวาดต้อนมาและยังคงนั่งคุกเข่าอยู่กับพื้นต่างก็เห็นเหตุการณ์ครั้งนี้ เมื่อพวกเขาเห็นกลุ่มโจรนิกายบัวขาวถูกสังหารอย่างต่อเนื่องพวกเขาก็ฉวยโอกาสวิ่งหนีไปคนละทิศคนละทาง

กองทหารม้าจากนิกายบัวขาวที่กำลังควบคุมผู้คนเหล่านั้นพวกเขาก็เห็นการกระทำของเอี้ยนลี่เฉียงเช่นกัน ฝ่ายตรงข้ามมีความดุร้ายเป็นอย่างมากพวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นได้แต่ปลีกตัวออกมาต่อสู้กับเอี้ยนลี่เฉียง

ทหารม้าจากนิกายบัวขาวไม่สามารถควบคุมฝูงชนนับพันที่คุกเข่าอยู่บนพื้นได้ พวกเขารวมตัวกันเพื่อจะทำการสังหารเอี้ยนลี่เฉียงเป็นการตัดปัญหาที่ร้ายแรงก่อน

น่าเสียดายทหารม้าธรรมดาจะต้านทานกำลังของเอี้ยนลี่เฉียงผู้เป็นยอดนักรบได้อย่างไร แม้ว่าพวกเขาจะมีคนนับร้อยแต่ขอเพียงทวนของเอี้ยนลี่เฉียงยื่นออกมาก็จะปิดชีวิตพวกเขาทันที

กลุ่มทหารมาจากนิกายบัวขาวเต็มไปด้วยความหวาดกลัวหลังจากที่พวกเขาสูญเสียกำลังไปร้อยกว่าคนแล้ว

ในขณะเดียวกันกลุ่มชนที่ถูกควบคุมไว้ก็กำลังก่อจลาจลขึ้นพวกเขาได้แต่ส่ายศีรษะและถอนกำลังออกจากที่นี่อย่างรวดเร็ว ก่อนที่มัจจุราชจะยื่นมือเข้าหาพวกเขา

……

จบบทที่ 349 - พยัคฆ์บ้าในฝูงแกะ

คัดลอกลิงก์แล้ว