เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

346 - ล้างแค้น

346 - ล้างแค้น

346 - ล้างแค้น


346 - ล้างแค้น

ทางเข้าเมืองหลวงของจักรวรรดิยังคงได้รับการปกป้องอย่างแน่นหนาเมื่อเทียบกับการมาเยือนสองครั้งก่อนหน้าของเอี้ยนลี่เฉียง

ทหารจำนวนมากเรียงรายอยู่ทั้งสองด้านของทางเข้า ทุกคนที่ผ่านประตูเมืองจะถูกตรวจสอบ ผู้ที่สวมหมวกจะต้องถอดหมวก ในขณะที่รถม้าต้องได้รับการตรวจค้น

เมื่อเอี้ยนลี่เฉียงลงจากรถม้า เขาสังเกตเห็นชายชราสวมชุดสีเทายืนอยู่ข้างหน้าเขา เอี้ยนลี่เฉียงจึงถามชายชราอย่างสุภาพว่า

“ท่านผู้เฒ่า เหตุไฉนในเมืองจึงได้ตรวจสอบกันอย่างจริงจังขนาดนี้”

ชายชราหันศีรษะและมองไปที่เอี้ยนลี่เฉียง เมื่อพบว่าเอี้ยนลี่เฉียงค่อนข้างดูดีและสุภาพเขาจึงพูดช้าๆว่า

“เมื่อไม่กี่วันก่อน จั่วเถิง รองเจ้ากรมโยธาธิการถูกลอบสังหารในบ้านของเขา ว่ากันว่าคนลงมือมาจากนิกายบัวขาว

ไม่คิดว่านิกายบัวขาวจะสามารถแทรกซึมเข้ามาในเมืองหลวงและลงมือสังหารขุนนางระดับสูงได้?”

นิกายบัวขาว? เอี้ยนลี่เฉียงตกตะลึง

“ข้าได้ยินมาบ้างแล้วว่ารองเจ้ากรมโยธาธิการถูกสังหาร แต่นี่เกี่ยวข้องอะไรกับนิกายบัวขาว”

“ข้าได้ยินมาว่าจั่วเถิงถูกลอบสังหารเนื่องจากในอดีตเขาเคยนำกองทัพไปกวาดล้างคนจากนิกายบัวขาวเป็นจำนวนมาก

หลังจากที่เขาถูกสังหารคนจากนิกายบัวขาวก็ออกมาอ้างความรับผิดชอบในครั้งนี้…”

“โอ้ พวกเขากล้าถึงขนาดนี้เลยหรือ ขอบคุณสำหรับข้อมูลท่านผู้เฒ่า!” เอี้ยนลี่เฉียงแสร้งทำเป็นตกใจและป้องหมัดให้กับชายชรา

“อืม ที่นี่คงจะไม่มีวันสงบสุขอย่างแน่นอน…” ชายชราส่ายหัวและก้าวไปข้างหน้าสองก้าวเพื่อเข้ารับการตรวจสอบจากทหาร

ในขณะนั้น หัวใจของเอี้ยนลี่เฉียงไม่สงบอย่างที่เขาแสดงออก เป็นไปได้ไหมว่าเทพธิดากระบี่ก็คือคนของนิกายบัวขาว?

เอี้ยนลี่เฉียงนำม้าเมฆพายุหิมะเข้ามาในเมือง หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็เดินต่อไปที่บ้านของซุนปิงเฉิน

ในขณะที่เขากำลังขี่มาอยู่ในเมืองนั้น กลุ่มอันธพาลที่อยู่ใกล้ๆประตูเมืองก็เดินเข้ามาล้อมเขาทันที สายตาของคนพวกนี้จับจ้องไปยังม้าเมฆพายุหิมะด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโลภ

มีตรอกซอกซอยมากมายในเมืองหลวงของจักรวรรดิ เมื่อเอี้ยนลี่เฉียงขี่ม้าไปที่ถนนซึ่งไม่ค่อยมีผู้คนพลุกพล่าน ทันใดนั้นร่างสีเทาก็พุ่งออกมาจากตรอกที่อยู่ใกล้ๆและชนเข้ากับม้าของเขาอย่างรุนแรง

“อา! มีคนขี่ม้าชนข้า กระดูกของข้าหักแล้ว…!”

เสียงตะโกนของเขาดึงดูดความสนใจผู้คนจากท้องถนนเป็นอย่างมาก ทันใดนั้นอีกห้าคนก็รีบวิ่งออกมาจากตรอกด้านข้างและล้อมเอี้ยนลี่เฉียงด้วยความดุร้าย

“เจ้าหนูเจ้าทำร้ายคนแล้วคิดจะหนีอย่างนั้นหรือ?” ชายหัวโล้นยื่นมือไปจับบังเหียนของม้าเมฆพายุหิมะแล้วตะโกนออกมาว่า

“รีบลงจากหลังมาเดี๋ยวนี้!”

“จับไอ้เด็กเหลือขอนี่ไปส่งทางการ…!”

อันธพาลสองคนที่อยู่ด้านข้างก็พยายามจับตัวเอี้ยนลี่เฉียง

เอี้ยนลี่เฉียงมองดูภาพเหตุการณ์นี้ด้วยความตกตะลึงเล็กน้อย เขาไม่คิดว่าวิธีการขู่กรรโชกแบบนี้จะมีในโลกนี้ด้วย ตามธรรมดาและวิธีการนี้ค่อนข้างแพร่หลายในประเทศจีนยุคใหม่

เอี้ยนลี่เฉียงชำเลืองดูอันธพาลพวกนั้นแล้วโบกมือกล่าวว่า

“การแสดงของพวกเจ้าค่อนข้างสนุกสนานทำให้ข้ารู้สึกมีความสุขมาก ดังนั้นวันนี้ข้าจะปล่อยพวกเจ้าไป ไสหัวไปได้แล้วอย่าเอามือสกปรกของเจ้ามาจับม้าข้า ...”

พวกอันธพาลที่รุมล้อมเอี้ยนลี่เฉียงที่ด้านข้างอดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้านด้วยเหตุผลบางอย่างทันทีที่มองเห็นสายตาและได้ยินคำพูดเบื่อหน่ายของเขา

แต่คนพวกนั้นก็ไม่เต็มใจที่จะยอมแพ้พวกเขายังคงจับสายบังเหียนของม้าอยู่

“เฮ้ น้องชาย ดูเหมือนว่าเจ้าต้องการได้รับความเจ็บปวดเสียก่อนถึงจะรู้สำนึก…!”

ขณะที่ผู้นำกำลังพูด เขาพยายามคว้าเสื้อผ้าของเอี้ยนลี่เฉียงเพื่อลากเขาลงจากหลังม้าแรด

สายตาของเอี้ยนลี่เฉียงเปลี่ยนเป็นเย็นชาทันที

“กั่วซี! หยุดอยู่ตรงนั้น…!” จู่ๆก็มีเสียงตะโกนดังขึ้นจากตรอกข้างๆ

ชายหนุ่มเจ็ดหรือแปดคนที่แต่งกายด้วยชุดกรรมกรวิ่งออกมาและจ้องหน้าอันธพาลที่พยายามรุมล้อมเอี้ยนลี่เฉียง

เมื่อกั่วซีหันศีรษะกลับไปและสังเกตเห็นชายหนุ่มที่ออกมาจากตรอก สีหน้าของเขาบิดเบี้ยวเล็กน้อย

“สวีเอิ้นต้าระวังตัวไว้เถอะ…!”

เขาเตือนอย่างเย็นชาจากนั้นก็ถอยกลับเข้าไปในตรอกของตัวเองอย่างช้าๆ

น่าสนใจ…

เอี้ยนลี่เฉียงไม่คิดว่าเหตุการณ์จะจบลงเช่นนี้

“ข้าจะจำเหตุการณ์ครั้งนี้ไว้ เจ้าคอยดูเถอะข้าจะเอาคืนแน่…!”

กั่วซีตะโกนออกมาจากระยะไกล จากนั้นพวกเขาก็หายไปจากสายตาของเอี้ยนลี่เฉียง

เอี้ยนลี่เฉียงกระโดดลงจากหลังม้าแล้วแสดงความเคารพต่อกลุ่มกรรมกรเหล่านั้น

“ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือ พี่ใหญ่!”

“ฮ่าฮ่าฮ่า ไม่ต้องห่วง!”

สวีเอิ้นต้าหัวเราะอย่างเต็มที่ จากนั้นมองไปที่เอี้ยนลี่เฉียงและเมฆพายุหิมะ

“คนพวกนั้นเห็นว่าม้าของเจ้าคงมีราคาแพง พวกเขาจึงคิดจะรีดไถเจ้า…”

“แน่นอน เพียงเห็นสายตาของพวกมันข้าก็ทราบแล้ว!” เอี้ยนลี่เฉียงก็หัวเราะเช่นกัน

"คราวหน้าน้องชายก็ระวังด้วย ยังมีคนในเมืองหลวงอีกมากที่เป็นแบบนี้ แต่พวกเราต้องไปทำงานก่อนไม่งั้นคืนนี้พวกเราจะไม่มีอะไรกิน…!”

หลังจากแลกเปลี่ยนคำพูดกับเอี้ยนลี่เฉียงอีกสองสามคำ สวี่เอิ้นต้าก็พาคนของเขาไปที่ประตูเมืองตะวันตกอย่างรวดเร็ว

เอี้ยนลี่เฉียงมองดูร่างที่หายไปของพวกเขาและพยักหน้ากับตัวเองอย่างลับๆ ไม่คิดว่ากลุ่มคนที่หาเช้ากินค่ำอย่างพวกเขาก็มีคนที่จิตใจดีถึงขนาดนี้

เอี้ยนลี่เฉียงลอบสาบานในใจของตัวเองว่า ในโลกนี้มีคนดีมากมายเขาจะไม่มีทางปล่อยให้คนในเมืองหลวงต้องเผชิญหน้ากับภัยพิบัติอย่างแน่นอน

สิบนาทีต่อมาเอี้ยนลี่เฉียงมาถึงทางเข้าคฤหาสน์ของซุนปิงเฉินและเคาะประตู ไม่กี่วินาทีต่อมาคนรับใช้ชราแซ่หลี่ก็เปิดประตูออกมาต้อนรับเขา

“ผู้เฒ่าหลี่ ข้ามาเยี่ยมท่านซุน” เอี้ยนลี่เฉียงยิ้มให้เขา

“นายท่านออกจากเมืองหลวงเมื่อสองวันก่อนแล้ว!” ชายชรากล่าวเบาๆ

“อา ท่านซุนไปที่ใดหรือ”

“นายท่านถูกแต่งตั้งให้เป็นผู้ว่าการแคว้นเยว่!”

เอี้ยนลี่เฉียคิดไม่ถึงว่าซุนปิงเฉินจะออกจากเมืองหลวงเมื่อสองวันก่อน ไม่คิดว่าเขาจะเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่นๆถึงขนาดนี้

แต่เดี๋ยวก่อน...

เอี้ยนลี่เฉียงหยุดกะทัน แคว้นเยว่… นั่นเป็นสถานที่ที่จะได้รับผลกระทบร้ายแรงที่สุดจากนี้ไกลบัวขาวไม่ใช่หรือ?

เอี้ยนลี่เฉียงนึกถึงเหตุการณ์ที่นิกายบัวขาวทำการกวาดล้างแคว้นเยว่และสังหารผู้คนมากกว่า 50,000 รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ทางการอีกมากมาย…

เนื่องจากซุนปิงเฉินกลายเป็นผู้ว่าการแคว้นเยว่ ถ้าเช่นนั้นเหลียงอี้เจี๋ยก็คงไม่อยู่ที่นี่เช่นกัน การเดินทางของพวกเขาไม่แตกต่างอะไรจากการเข้าถ้ำเสือ เอี้ยนลี่เฉียงอดเป็นห่วงไม่ได้

ในช่วงเวลานี้เองเอี้ยนลี่เฉียงรู้สึกว่าเขาไม่ได้ติดตามสถานการณ์ในอาณาจักรสวรรค์มากเท่าที่ควร เขาตั้งใจไว้แล้วว่าหลังจากกลับเข้าสู่อาณาจักรสวรรค์เขาจะต้องศึกษาข้อมูลให้มากกว่านี้

จบบทที่ 346 - ล้างแค้น

คัดลอกลิงก์แล้ว