เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 34 - รอบชิงชนะเลิศ! ท้าชนเยี่ยนจิง! (4)

บทที่ 34 - รอบชิงชนะเลิศ! ท้าชนเยี่ยนจิง! (4)

บทที่ 34 - รอบชิงชนะเลิศ! ท้าชนเยี่ยนจิง! (4)


บทที่ 34 - รอบชิงชนะเลิศ! ท้าชนเยี่ยนจิง! (4)

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

ผ่านครึ่งทางของครึ่งแรก จังหวะเกมตกเป็นของเกาหรานโดยสิ้นเชิง แต่ถึงจะครองเกมได้มากกว่าก็ยังทำสกอร์ไม่ได้ สถานการณ์ยังคงตึงเครียดไม่เปลี่ยนแปลง

ก่อนการแข่งขันแมตช์นี้ เกาหรานอาจเป็นแค่ม้ามืดที่เพิ่งเข้าตาแมวมองสโมสรอาชีพ แต่หลังจากโชว์ฟอร์มโหดขนาดนี้ จะไม่ให้ดังก็คงยากแล้ว

ลูกยิงเต็มข้อของ ฮาเมส โรดริเกซ พุ่งไปแฉลบกองหลังคู่แข่งออกหลังไป เกาหรานได้ลูกเตะมุม

อาศัยจังหวะช่วงฉายภาพช้าลูกเตะมุม เกาหรานพักหายใจตั้งสติเล็กน้อย

กล้องจับภาพไปที่เกาหราน เขากำลังหมุนข้อมือคลายกล้ามเนื้อ

ดูเหมือนนี่จะกลายเป็นท่าประจำตัวของเขาไปซะแล้ว

ลูกเตะมุมลูกนี้ เจมส์รับหน้าที่เปิด เกาหรานเลือกที่จะเปิดย้อยไปที่เสาสอง

ในเกมฟุตบอล การเปิดลูกนิ่งไปที่เสาสองมักจะมีโอกาสเข้าทำง่ายกว่าเสาแรก ซึ่งเป็นเทคนิคเฉพาะของเกมที่ต่างจากฟุตบอลจริง

ลูกนี้ แรชฟอร์ด ขึ้นโหม่งชนะตัวประกบได้ก็จริง แต่ผู้รักษาประตูก็ยังปัดออกมาได้

"โอกาสทอง!"

เกาหรานเห็นทิศทางที่บอลลอยออกมา แววตาของเขาก็เป็นประกายวาบ

......

เกิทเซ่ ที่ยืนรอจังหวะอยู่ที่หัวกะโหลกหน้าเขตโทษ เห็นบอลลอยสวนออกมา ก็ไม่รอช้า วิ่งเข้าไปกดวอลเลย์เต็มข้อทันที

"เฮ้ย!"

โจวเจิ้นหนิงตั้งตัวไม่ทัน ลูกวอลเลย์ลูกนี้พุ่งแหวกอากาศราวกับแสงเลเซอร์ ตรงดิ่งเข้าหาประตูของเขา

"เช้ดเข้..."

"สุดยอด!"

ผู้ชมในสนามส่งเสียงฮือฮากันยกใหญ่ พวกเขาเป็นนักเรียนเอก FIFA ย่อมรู้ดีว่าลูกยิงแบบนี้กดยากขนาดไหน

แถมลูกนี้ยังพุ่งเรียดกดลงต่ำได้สวยงาม

อาจจะมีดวงเข้ามาผสมนิดหน่อย แต่พอลูกบอลพุ่งเสียบตาข่ายประตูของโจวเจิ้นหนิงเข้าไป ทุกอย่างก็ไม่สำคัญอีกต่อไป

"โกลลลล——"

"เวิลด์คลาส!"

"เกิทเซ่ซัดลูกยิงระดับโลกเข้าไปแล้วครับ!"

เสียงนักพากย์ในเกมตะโกนลั่น ทำเอานักเรียนเจ้าถิ่นสถาบันเยี่ยนจิงในสนามถึงกับนั่งไม่ติด

"บ้าไปแล้ว ยิงเข้าได้ไงวะ โปรแกรมช่วยเล่นป่าวเนี่ย"

"แม่เจ้า..."

"โจวเจิ้นหนิงโดนยิงแล้ว"

"ไอ้หมอนี่มันเก่งเกินคนแล้ว..."

......

ก่อนรอบชิงชนะเลิศ เกาหรานแข่งไปสองนัด ชนะ 4-0 และ 3-0 ยิงได้ 7 ประตู เสีย 0 ประตู

ส่วนโจวเจิ้นหนิงแข่งสองนัด ชนะ 3-0 และ 2-0 ยิงได้ 5 ประตู เสีย 0 ประตู

ทั้งคู่เป็นเพียงสองคนที่ไม่เคยเสียประตูในทัวร์นาเมนต์นี้ แต่ตอนนี้เหลือแค่คนเดียวแล้ว

ลูกยิงลูกนี้ปลุกให้ฝั่งสถาบันฟีนิกซ์ลุกฮือขึ้นมาทั้งสแตนด์

นักแข่งจากสาขาอื่น ๆ ต่างตะโกนเชียร์เกาหรานสุดเสียง

ราชันเยี่ยนจิงเหรอ

เจอกันหน่อยเป็นไง

พอยิงได้หนึ่งลูก เกาหรานไม่ได้แสดงอาการดีใจจนออกนอกหน้า เขาแค่ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

การบุกพับสนามในที่สุดก็สัมฤทธิ์ผล เขายังมีโอกาส

สีหน้าของโจวเจิ้นหนิงเคร่งขรึมขึ้นกว่าเดิม ในฐานะว่าที่นักแข่งอาชีพ สภาพจิตใจของเขาแข็งแกร่งกว่าเฉินเทาหรือหลินเผิงเฟยที่เกาหรานเคยเจอมามาก

เพียงแต่ฝีมือของเกาหรานนั้นเหนือกว่าที่เขาคาดการณ์ไว้จริง ๆ

กล้องจับภาพไปที่โจวเจิ้นหนิง ดูเหมือนเขากำลังขบคิดแก้เกมบางอย่าง

......

เวลาที่เหลือในครึ่งแรก ทั้งสองฝ่ายต่างมีโอกาสแต่ก็ทำอะไรกันไม่ได้ จบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์ 1 ต่อ 0

อาคงเดินมานั่งยอง ๆ ข้างเกาหราน กระซิบแนะนำแทคติกเพิ่มเติม เขาบอกให้เกาหรานดันตำแหน่งเกิทเซ่ขึ้นไปอีกนิด ให้ยืนคู่กับแรชฟอร์ดเป็นหน้าคู่ไปเลย

เพื่อกดดันมัลดินี่ที่มีใบเหลืองติดตัวให้หนักขึ้น

ครึ่งหลังเริ่มขึ้น

เกมเพิ่งเริ่มไปได้ไม่นาน โจวเจิ้นหนิงก็ได้ลูกฟรีคิกในระยะอันตรายหน้ากรอบเขตโทษ

เกาหรานจัดกำแพงอย่างละเอียด พร้อมกับเล็งมุมที่คู่แข่งน่าจะยิง

"ลูกนี้..."

"อันตราย"

อาคงที่นั่งดูอยู่ข้างล่างขมวดคิ้ว ระยะทำการแบบนี้ ฟรีคิกของ เดวิด เบ็คแฮม น่ากลัวสุด ๆ

และก็เป็นไปตามคาด

ลูกปั่นไซด์โค้งระดับตำนานของเบ็คแฮม พุ่งอ้อมกำแพงเสียบมุมประตูผ่านมือ เด เคอา เข้าไปอย่างงดงาม

1 ต่อ 1!

โจวเจิ้นหนิงตีเสมอได้ในนาทีที่ 49

"โอ้วววว!"

"เฮ้!"

กองเชียร์เจ้าถิ่นเยี่ยนจิงกระโดดโลดเต้นส่งเสียงเชียร์กัปตันทีมของพวกเขา

ระดับการแข่งขันของแมตช์นี้ มันทะลุขีดจำกัดของทัวร์นาเมนต์นักเรียนไปไกลโขแล้ว

......

แม้แต่นักแข่งอาชีพที่แฝงตัวอยู่ในกลุ่มผู้ชมยังเริ่มสงสัยตัวเองว่า ถ้าลงไปแข่งเองจะเอาชนะเด็กสองคนนี้ได้หรือเปล่า

การถูกตีเสมอ เท่ากับว่าความหวังแชมป์แทบจะดับวูบ

ต้องยิงคืน 3 ลูกในครึ่งเวลาเดียว แถมต้องยิงใส่โจวเจิ้นหนิง มันยากเกินไป แม้แต่อาคงยังถอดใจ

นี่เป็นประตูแรกที่เกาหรานเสียในทัวร์นาเมนต์นี้ เขาทำอะไรไม่ได้จริง ๆ คู่แข่งยิงเสียบมุมตาย ทั้งน้ำหนักและทิศทางสมบูรณ์แบบ

แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลามายอมแพ้ ครึ่งหลังเพิ่งจะเริ่ม

คำว่าไม่ยอมแพ้ จริง ๆ แล้วคือการบอกกับตัวเอง ตราบใดที่เรายังเชื่อว่ามีความหวัง เกมก็ยังไม่จบ

เกาหรานตั้งลูกเริ่มเล่นใหม่

ต่อให้คนทั้งโลกจะมองว่าเขาหมดหวัง แต่เกาหรานเชื่อว่ายังมีคนที่เชื่อในตัวเขา

ยิ่งสถานการณ์คับขัน เกาหรานกลับยิ่งเยือกเย็น

ในสนามแข่ง ออร่ารอบตัวเกาหรานเปลี่ยนไปฉับพลัน

เกาหรานเปลี่ยนตัวผู้เล่น ถอดกองกลางออกหนึ่งคน แล้วส่งกองหน้าตัวจี๊ดอย่าง วาร์ดี้ ลงมาแทน

"เกาหรานจะแลกหมัดแล้วครับ"

นักพากย์วิเคราะห์เกม

เกาหรานเปลี่ยนเอากองหน้าลงมาแทนกองกลางตั้งแต่ต้นครึ่งหลัง ปรับแผนเป็น 4-2-4 เน้นเกมรุกเต็มสูบ

นี่คือการเดิมพันด้วยชีวิต

ชัยชนะแค่นัดเดียวไม่มีความหมาย

สิ่งที่เกาหรานต้องการคือถ้วยแชมป์ ไม่ว่าจะเป็นถ้วยเล็กหรือถ้วยใหญ่ แต่นั่นคือเป้าหมายสูงสุดของนักแข่ง

......

มีสกอร์ตุนอยู่ 3 ลูก โจวเจิ้นหนิงจึงถอยลงไปตั้งรับตามคาด เขาต้องการรักษาสกอร์เพื่อคว้าแชมป์

หอก ปะทะ โล่

การต่อสู้ในครึ่งหลังเพิ่งจะเริ่มต้น

วาร์ดี้ ที่เพิ่งลงมา ได้ฉายาว่ากองหน้าจอมป่วน มีความเร็วสูงและเลี้ยงบอลดี เป็นตัวสำรองทีเด็ดอันดับหนึ่งของเกาหราน แต่คราวนี้เขาต้องลงมาประสานงานกับกองหน้าอีกสองคน

เกิทเซ่ถอยลงมาเชื่อมเกมในตำแหน่งหน้าต่ำ คอยวิ่งไล่บอลทั้งรุกและรับ เกาหรานเปิดฉากบุกแหลก

นาทีที่ 59 เกาหรานก็ขึ้นนำอีกครั้ง

ในจังหวะชุลมุนหน้าประตู วาร์ดี้ที่เพิ่งลงมา จิ้มบอลเปลี่ยนทางเข้าประตูไป

"สถานการณ์เริ่มเปลี่ยนแล้ว..."

โจวเจิ้นหนิงเริ่มรู้สึกว่าเกมกำลังจะหลุดมือ คู่แข่งเล่นแบบถวายหัวแถมเกมรุกยังดุดันขึ้นเรื่อย ๆ

แนวรับของเขากำลังจะต้านทานไม่ไหว

หลังจากตามหลัง 1-2 ในเกมนี้ (สกอร์รวมนำอยู่ 2 ลูก) โจวเจิ้นหนิงก็รีบแก้เกมทันที

ทำเอานักพากย์ถึงกับร้องเสียงหลง

"โอ้โห"

"โจวเจิ้นหนิงถอดกองหน้าออกครับ จะอุดประตูเต็มตัวแล้ว"

"ใช่ครับ โจวเจิ้นหนิงยอมทิ้งสไตล์การเล่นของตัวเองเพื่อผลการแข่งขัน ไม่รู้ว่าคิดถูกหรือผิดนะครับ"

โจวเจิ้นหนิงรู้ตัวแล้วว่าถ้าเปิดแลกกับเกาหรานต่อไป มีแต่จะเปิดช่องให้อีกฝ่าย ในฐานะว่าที่มืออาชีพ โค้ชพร่ำสอนเขาเสมอว่า

ในสนามแข่ง ชัยชนะคือสิ่งที่สำคัญที่สุด

เหลือเวลาอีกแค่ 30 นาที เวลาของเกาหรานเหลือน้อยลงทุกที

พอคู่แข่งเพิ่มกองหลังลงมา การเจาะกำแพงมนุษย์ของเกาหรานก็ยิ่งยากลำบากขึ้นไปอีก

"ต้องใช้ความสามารถเฉพาะตัวเท่านั้น"

เกาหรานคิดวิเคราะห์อย่างใจเย็น

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 34 - รอบชิงชนะเลิศ! ท้าชนเยี่ยนจิง! (4)

คัดลอกลิงก์แล้ว