- หน้าแรก
- แต่งนิยายอยู่ดีๆ ไหงจอมยุทธ์ทั่วหล้าถึงคลั่งกันขนาดนี้
- บทที่ 14 - อ่อนแอ น่าสงสาร และไร้ทางสู้
บทที่ 14 - อ่อนแอ น่าสงสาร และไร้ทางสู้
บทที่ 14 - อ่อนแอ น่าสงสาร และไร้ทางสู้
บทที่ 14 - อ่อนแอ น่าสงสาร และไร้ทางสู้
"เจ้าคนชั่ว! เมื่อครู่เจ้าเคลื่อนไหวเร็วมาก นี่แสดงว่าบาดแผลหายดีแล้วงั้นหรือ?"
เจ้าสิเร็ว! บ้านเจ้าเร็วกันทั้งบ้านนั่นแหละ!
"ยังอีกนาน ตอนนี้ข้าเพียงแค่ใช้ 'เก้าเข็มคืนตะวัน' กระตุ้นจุดชีพจรเพื่อปรับสมดุลหยินหยางเท่านั้น จากนั้นจึงต้องใช้ 'สิบสามเข็มหมอผี' เพื่อปลุกให้นางตื่น"
สิบสามเข็มหมอผีเป็นเทคนิคที่ใช้รักษาอาการทางจิตและประสาทหลอนโดยเฉพาะ
โดยพื้นฐานแล้ว ไม่ว่าจะเป็นพิษหรือวิชาการต่อสู้ที่ก่อให้เกิดภาพลวงตา สิบสามเข็มหมอผีก็สามารถสลายพวกมันได้จนสิ้น
หลังจากปรับสภาพร่างกายของนางจนเข้าที่ เฉินผิงอันก็เริ่มลงมือฝังเข็ม
เมื่อเข็มทองแต่ละเล่มถูกปักลงไป คิ้วของเยี่ยนหลิงจีก็ขมวดมุ่น เหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ก็ผุดพรายเต็มหน้าผากของนาง
เมื่อถึงเข็มที่เจ็ด
"อืมม์... ที่นี่คือที่ใด?"
เยี่ยนหลิงจีค่อย ๆ ลืมตาขึ้น แววตาเต็มไปด้วยความอ่อนล้า เห็นได้ชัดว่าในภาพลวงตานั้น นางต้องเผชิญกับเรื่องราวเลวร้ายมากมายที่ไม่อาจจดจำ
"ตื่นแล้ว อย่าเพิ่งขยับตัว เจ้าบาดเจ็บสาหัส รอให้ข้ารักษาเจ้าให้เสร็จก่อน"
เมื่อได้ยินเสียงทุ้มที่เปี่ยมเสน่ห์ เยี่ยนหลิงจีมองตามเสียงไป และได้พบกับทิวทัศน์ที่งดงามที่สุดในชีวิต
ชายหนุ่มตรงหน้ามีใบหน้าอ่อนโยน แววตาฉายชัดถึงความห่วงใย เมื่อเห็นนางตื่นขึ้นก็เผยรอยยินดีออกมาเล็กน้อย
ที่สำคัญที่สุดคือ ชายผู้นี้หล่อเหลาอย่างยิ่ง นางไม่เคยพบผู้ชายที่หล่อขนาดนี้มาก่อนเลย
เยี่ยนหลิงจีถามเสียงแผ่วเบา "ท่านเป็นผู้ช่วยข้าไว้หรือ?"
เฉินผิงอันยังคงฝังเข็มด้วยท่าทีสงบนิ่ง พลางตอบคำถามนางว่า "พูดให้ถูกคือข้าเพียงแค่รักษาบาดแผลให้เจ้าเท่านั้น ส่วนคนที่ช่วยเจ้าให้รอดพ้นจากคนชั่วเหล่านั้นคือสหายของเจ้าต่างหาก"
"สหายหรือ?"
"ผู้นั้นไง"
มองตามนิ้วที่เขาชี้ไป เยี่ยนหลิงจีก็เห็นเงาร่างที่นางเห็นก่อนที่สติจะดับวูบลง
"ข... ขอบคุณท่านผู้อาวุโสที่ช่วยชีวิต"
เซียนกระบี่หิมะเดือนเพ็ญสีหน้าไม่เปลี่ยน น้ำเสียงเย็นชา "เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย"
เฉินผิงอันเบ้ปาก สตรีผู้นี้ดีพร้อมทุกอย่าง ยกเว้นเพียงความเย็นชาไปสักหน่อยเท่านั้น
ในเวลานี้เอง เยี่ยนหลิงจีจึงตระหนักได้ว่าร่างกายของตนเองแทบจะเปลือยเปล่า ไม่สิ มีเพียงอาภรณ์ผืนน้อยที่ปกปิดส่วนสำคัญสุดท้ายเอาไว้เท่านั้น
"เป็นสถานการณ์ฉุกเฉิน อย่าได้ถือโทษโกรธเคืองเลย"
เยี่ยนหลิงจีเม้มปาก กล่าวด้วยเสียงแผ่วเบาว่า "ไม่เป็นไร ท่านทำไปก็เพื่อช่วยเหลือข้า"
แม้ปากจะเอ่ยว่าไม่เป็นไร แต่ผิวขาวผ่องของเยี่ยนหลิงจีกลับค่อย ๆ ขึ้นสีชมพูระเรื่อ
หวงหรงกลืนน้ำลายลงคอ อย่าว่าแต่บุรุษเลย แม้แต่นางเองก็ยังอยากเข้าไปกอดแม่นางผู้อ่อนหวานน่าทะนุถนอมผู้นี้
นางเงยหน้ามองบุรุษผู้ที่ถูกเรียกว่าคนเลวคนนั้น ทว่ากลับพบว่าแววตาของเขาใสกระจ่าง บนใบหน้ามีแต่ความจริงจัง ไร้อารมณ์อื่นเจือปนอยู่เลย
เจ้าคนนี้ช่างแตกต่างจากผู้อื่นอย่างแท้จริง...
ครึ่งชั่วยามผ่านไป ในที่สุดเฉินผิงอันก็ถอนหายใจยาวออกมา
"เอาล่ะ อาการบาดเจ็บภายในได้ถูกยับยั้งไว้เรียบร้อยแล้ว ต่อไปเพียงแค่กินยาตามใบสั่งของข้า อีกเจ็ดวันก็จะหายเป็นปกติ"
เยี่ยนหลิงจีหน้าแดง มองเขาแล้วกล่าวเสียงแผ่วเบาว่า "ขอบคุณคุณชายที่ช่วยชีวิตข้าไว้"
"เรื่องเล็กน้..."
เขายังกล่าวไม่ทันจบ เฉินผิงอันก็ชะงักไปทันที ประโยคนี้ช่างคุ้นเคยเสียจริง ราวกับเมื่อครู่เพิ่งมีใครกล่าวถึง
หวงหรงหันซ้ายมองเฉินผิงอัน หันขวามองเซียนกระบี่หิมะเดือนเพ็ญผู้มีใบหน้าเรียบเฉย
คงคิดไปเองกระมัง ไฉนเลยจึงรู้สึกว่าบรรยากาศมันแปลกประหลาดเช่นนี้
เฉินผิงอันเก็บกล่องยา แล้วเงยหน้าขึ้นกล่าวว่า "ยัยหนู ไปกันเถอะ"
"อ้อ" หวงหรงเดินไปถึงประตูก็หันกลับมา "พี่สาว ไว้พบกันใหม่นะเจ้าคะ"
เซียนกระบี่หิมะเดือนเพ็ญพยักหน้าเบา ๆ เพื่อเป็นการตอบรับ
เมื่อทุกคนออกไปหมดแล้ว เยี่ยนหลิงจีก็หันไปมองเซียนกระบี่หิมะเดือนเพ็ญ "ผู้อาวุโส ขอบคุณมากจริง ๆ ที่ช่วยเหลือข้า"
เซียนกระบี่หิมะเดือนเพ็ญเดินเข้ามา ช่วยห่มผ้าคลุมร่างให้นาง
"ไม่เป็นไร แต่เหตุใดคนผู้นั้นจึงต้องตามฆ่าเจ้าด้วย?"
เยี่ยนหลิงจีมองนาง กัดริมฝีปากลงเล็กน้อย แล้วตัดสินใจเล่าความจริงทั้งหมด
รวมถึงเรื่องราวสมบัติของชนเผ่าร้อยเวียดด้วย"
เซียนกระบี่หิมะเดือนเพ็ญส่ายหน้าหลังจากรับฟังจนจบ "เพียงเพื่อสมบัติที่มิอาจรู้ได้ว่ามีอยู่จริงหรือไม่ คนพวกนี้กลับกระทำการโหดเหี้ยมเช่นนี้ ช่างน่ารังเกียจจริงๆ"
อาจเป็นเพราะมีชะตากรรมที่คล้ายคลึงกัน เซียนกระบี่หิมะเดือนเพ็ญจึงบังเกิดความรู้สึกสงสารเด็กสาวคนนี้ขึ้นมาบ้าง
ในขณะเดียวกัน
เฉินผิงอันและหวงหรงก็เดินทางกลับมาถึงลานบ้านแล้ว
"เจ้าคนชั่ว เจ้ารู้สถานะของคนทั้งสองเมื่อครู่หรือไม่?"
"ไม่รู้"
"เชอะ! ไม่รู้แล้วเจ้ายังกล้าเข้าไปช่วยเหลืออย่างสุ่มสี่สุ่มห้า ไม่กลัวบ้างหรือว่าอีกฝ่ายจะเป็นนางมารร้าย?"
เฉินผิงอันมองนางพลางตอบ "ไม่ว่าจะร้ายกาจเพียงใด ก็คงไม่ร้ายเท่าเจ้าในสายตาของข้าหรอกกระมัง?"
หวงหรงยิ้มกว้างอย่างพึงพอใจ "นั่นก็เป็นความจริงอย่างที่เจ้าว่า"
เฉินผิงอันกลอกตาขึ้นมองฟ้า ก่อนจะลูบศีรษะนางเบาๆ แล้วกำชับว่า "ดึกมากแล้ว รีบไปนอนได้แล้ว"
"เรื่องของข้าเถอะน่า"
แม้ปากจะว่าเช่นนั้น แต่นางก็เดินไปล้างหน้าแปรงฟัน เตรียมเข้านอนอย่างว่าง่าย
เฉินผิงอันมองตำราวิชาดัชนีสกัดจุดทานตะวันในมือ การเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวันในวันนี้ย่อมไม่ถือว่าสูญเปล่า
เมื่อเทียบกับความซับซ้อนของวิชาอื่น วิชาสกัดจุดถือว่าเรียนรู้ง่ายกว่ามาก ขอเพียงแค่รู้วิธีเดินลมปราณและเทคนิคที่ถูกต้องก็เพียงพอแล้ว
ฮ้าว~
เขาอดหาวไม่ได้จริงๆ ไม่ไหวแล้ว ง่วงสุดๆ ไปนอนดีกว่า ชีวิตย่อมสำคัญกว่าสิ่งใด
หลังจากล้างหน้าล้างตาเสร็จสิ้น เขาก็ล้มตัวลงนอนในผ้าห่มนุ่มนิ่ม เฉินผิงอันเผยสีหน้าเปี่ยมสุข ก่อนจะค่อยๆ เข้าสู่ห้วงนิทรา
พรุ่งนี้ต้องเป็นวันที่ดีอย่างแน่นอน เขารู้สึกตั้งตารอคอยมันจริงๆ
วันรุ่งขึ้น
"หือ? เจ้าต้องการเช่าบ้านหรือ?"
เฉินผิงอันเบิกตากว้างมองคนที่อยู่ตรงหน้า สีหน้าของเขาแสดงความประหลาดใจอย่างที่สุด
เซียนกระบี่หิมะเดือนเพ็ญเงยหน้ามองเขา "ไม่ได้หรืออย่างไร?"
เฉินผิงอันทำท่าทางลำบากใจ "แม่นาง ตำบลชีเสียของเรามีบ้านให้เช่ามากมาย เหตุใดจึงต้องเจาะจงที่นี่ด้วยเล่า?"
"เมื่อเทียบกับที่อื่นแล้ว ที่นี่ถือว่าแพงมาก ไม่คุ้มค่าเช่าเลยแม้แต่น้อย"
เขาไม่ต้องการให้สตรีผู้นี้มาเช่าที่นี่จริงๆ นางดูเป็นประเภทที่สามารถจับเขากับหวงหรงมัดรวมกันแล้วโบยตีได้อย่างสบาย หากปล่อยให้นางมาพักอยู่ด้วย วันหน้าเกิดมีเรื่องยุ่งยากตามมา...
แม้เขาจะไม่กลัวปัญหา แต่เขาก็ไม่อยากให้เกิดปัญหาขึ้น
หวงหรงพยักหน้าเห็นด้วยอย่างหนักแน่น นางเองก็รู้สึกหวาดกลัวไม่แพ้กัน
เซียนกระบี่หิมะเดือนเพ็ญทราบดีว่าอีกฝ่ายต้องเอ่ยเช่นนี้ จึงกล่าวว่า "เรื่องนี้วางใจได้ ตราบใดที่ข้ายังพักอยู่ที่นี่ ข้าจะไม่นำพาปัญหาใด ๆ เข้ามาในบ้านนี้โดยเด็ดขาด หากข้าผิดคำสัญญา ข้ายินดีจะย้ายออกไปทันที"
"จริงหรือขอรับ?"
"วาจาของผู้กล้า ต่อให้รถม้าสี่ตัวก็ไล่ตามไม่ทัน ข้า... เถาฮวา ไม่เคยผิดคำพูด"
ยังจะวาจาของผู้กล้าอีก เห็นชัด ๆ ว่าเป็นสตรี
แต่เมื่อพูดมาถึงขั้นนี้แล้ว หากไม่ตอบตกลง ดีไม่ดีอาจถูกใช้กำลังบังคับ ถึงตอนนั้นอย่าว่าแต่ค่าเช่าเลย แม้แต่เงินอีแปงเดียวก็อาจจะไม่ได้
"ในเมื่อแม่นางพูดถึงขนาดนี้ ข้าจะกล้าปฏิเสธได้อย่างไรขอรับ ส่วนเรื่องค่าเช่า..."
เฉินผิงอันยังไม่ทันกล่าวจบดี ทองคำก้อนหนึ่งก็ถูกวางลงบนโต๊ะ เสียงดังกังวาน 'แปะ'
"นี่คือค่าเช่าของข้ากับนาง"
กล่าวจบ นางก็หันหลังเดินออกจากเรือนชิงเฟิงไป
เฉินผิงอันรีบเก็บทองคำใส่กระเป๋าอย่างรวดเร็วและแนบเนียน
"ไอ้คนเลว ทำไมถึงยอมให้นางมาอยู่ด้วยง่าย ๆ แบบนี้ล่ะ?"
เฉินผิงอันแบมือขึ้นอย่างจนใจ "เจ้าคิดว่าข้ามีทางเลือกอื่นหรือ?"
"นางใช้มือเดียวก็โค่นเราสองคนลงได้แล้ว ถ้าข้าปฏิเสธ นางคงจะเอาแส้มาไล่ฟาดเรา แล้วบังคับให้เรายอมอยู่ดี"
เมื่อได้ยินดังนั้น หวงหรงก็ทำอะไรไม่ถูก
ดูเหมือนจะไม่มีทางเลือกจริง ๆ พวกเขาอ่อนแอ น่าสงสาร และไร้ซึ่งหนทางสู้
(จบแล้ว)