เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

264 - ศัตรูที่คาดไม่ถึง

264 - ศัตรูที่คาดไม่ถึง

264 - ศัตรูที่คาดไม่ถึง


264 - ศัตรูที่คาดไม่ถึง

เอี้ยนลี่เฉียงซึ่งเปลือยกายอยู่โดยสมบูรณ์ กำลังคลำหาเสื้อผ้าชุดใหม่จากกระเป๋าของเขาด้วยความเร็วที่เร็วที่สุด

เขาแต่งตัว หยิบคันศรถือลูกธนูขึ้นมาสะพายบนหลังก่อนจะหยิบดาบเดินออกจากห้อง

ทะเลแห่งคบเพลิงถูกจุดขึ้นนอกโรงเตี๊ยม ยามทั้งหมดตื่นตกใจแล้ว

เมื่อไม่นานนี้เองพวกเขาได้ประสบกับการต่อสู้ครั้งใหญ่ ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่พวกเขาจะต้องรู้สึกกังวลเล็กน้อยในเวลาเช่นนี้ โรงเตี๊ยมเต็มไปด้วยเสียงโห่ร้อง

“ลี่เฉียง เจ้าเฝ้าเย่เทียนเฉิงอยู่ที่นี่ ข้างนอกมันอันตราย…!” เหลียงอี้เจี๋ยรีบวิ่งไปคว้าไหล่เอี้ยนลี่เฉียงและพูดกับเขาอย่างจริงจัง

“พี่เหลียง ความแข็งแกร่งของข้าไม่ได้อยู่ที่การต่อสู้ระยะประชิด หากข้าอยู่ที่นี่ ข้าจะเป็นเพียงเป็ดนอนจริงๆ

เมื่อเหล่าโจรวายุทมิฬมาถึง ให้ข้าอยู่ในแนวหน้า อย่างน้อยข้าก็ยังกำจัดพวกมันได้อีกสองสามตัว …” เอี้ยนลี่เฉียงพูดขณะที่เขาตบคันศรที่เขาถืออยู่

ทันใดนั้น ประตูห้องใกล้เคียงก็เปิดออก ซุนปิงเฉินออกมาพร้อมกับเสื้อคลุมของเขา เขาขมวดคิ้วและมองไปในทิศทางของลูกศรนกหวีด จากนั้นหันศีรษะไปรอบๆเพื่อดูเอี้ยนลี่เฉียงและเหลียงอี้เจี๋ย

“ลี่เฉียงในเวลานี้เจ้าจะทำอะไรก็ได้ตามเห็นสมควร อี๋เจี๋ยพาคนไปกับเจ้าทั้งหมดเหลือไว้เพียงห้าคนก็พอ ข้าจะอยู่กับเย่เทียนเฉิงเอง”

“แต่นายท่านคนเพียงห้าคนอยู่ที่นี่มันไม่น้อยเกินไปหรือ…!”

“พอแล้ว นี่คือตลาดตระกูลฮุ่ยไม่ใช่ถิ่นทุรกันดาร หากสถานที่แห่งนี้สามารถถูกทำลายได้อย่างง่ายดายโดยกลุ่มโจรวายุทมิฬคงทำลายมันไปนานแล้ว เหลือเพียงไม่กี่คนก็เพียงพอกับข้าที่นี่…”

ตั้งแต่ซุนปิงเฉินพูด เหลียงอี้เจี๋ยก็หยุดคิดเรื่องนี้ เขาหันกลับมาทันทีและตะโกนว่า

“จ้าวเต๋อซิน เจ้ากับพี่น้องของเจ้าอยู่ป้องนายท่าน พี่น้องที่ได้รับบาดเจ็บจะอยู่ที่นี่ ส่วนที่เหลือจะตามข้ามา…!”

จ้าวเต๋าซิ่นเป็นทหารรักษาพระองค์ที่ติดตามซุนปิงเฉินและเขามีผู้ใต้บังคับบัญชาห้าคน เมื่อรวมกับผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาและซุนปิงเฉิน ก็น่าจะเพียงพอแล้ว

......

เอี้ยนลี่เฉียงไม่คิดว่าซุนปิงเฉินจะปล่อยให้เขามีอิสระในการกระทำ มันค่อนข้างน่าแปลกใจสำหรับเขา อย่างไรก็ตาม นั่นยอดเยี่ยมมากเพราะจะช่วยลดอาการปวดหัวของเอี้ยนลี่เฉียงได้มากมาย

เมื่อเอี้ยนลี่เฉียงและเหลียงอี้เจี๋ยนำทหารยามคนอื่นๆไปที่แนวกำแพง ครึ่งหนึ่งของผู้คนที่นั่นตื่นตัวแล้ว พวกเขาแตกต่างจากคนที่ขี้ขลาดจากที่อื่น

ทันทีที่ทุกคนได้ยินลูกศรนกหวีดในกลางดึก พวกเขาก็แสดงสีหน้าเคร่งขรึม ไฟในบ้านทุกหลังสว่างขึ้น พวกผู้ชายแต่งตัวเร็วและผลักเปิดประตู

ทุกคนต่างนำอาวุธอย่างดาบ กระบี่ และธนู พุ่งเข้าหากำแพงโคลนพร้อมทั้งสาปแช่งเหมือนกะลาสีเรือ

“ให้ตายเถอะ โจรพวกนี้ไม่ยอมให้คนหลับอย่างสงบหรอก…!”

“พวกมันกล้าดียังไงมาโจมตีกลุ่มตลาดตระกูลฮุ่ย! ไปจัดการพวกมันซะ…!”

...

เมื่อเอี้ยนลี่เฉียงและเหลียงอี้เจี๋ยมาถึงใต้กำแพงโคลนพร้อมกับทหารองครักษ์ ทหารองครักษ์คนหนึ่งกลืนน้ำลายและบอกพวกเขาด้วยเสียงที่ค่อนข้างประหม่า

“โจรวายุทมิฬมาแล้ว…!”

เหลียงอี้เจี๋ยและเอี้ยนลี่เฉียงได้แลกเปลี่ยนสายตากัน จากนั้นทั้งสองคนก็รีบนำทหารคนอื่นๆไปที่ด้านบนสุดของกำแพงโคลนของตลาดตระกูลฮุ่ย

อย่างที่คาดไว้ โจรวายุทมิฬมาแล้ว...

ข้ามกำแพงโคลนไปไม่ถึงพันวา ตามถนนที่เอี้ยนลี่เฉียงใช้เข้าสู่ป้อมปราการแห่งนี้ สามารถมองเห็นทะเลแห่งคบเพลิงที่กำลังลุกไหม้อยู่ในความมืดราวกับมังกรยาวในถิ่นทุรกันดาร

ผู้คนที่ถือคบเพลิงต่างก็ขี่ม้าแรด สวมชุดสีดำสนิท แม้แต่ใบหน้าของพวกเขาก็ถูกปกคลุมไปด้วยผ้าคลุมสีดำ พวกเขาจะเป็นใครได้หากพวกเขาไม่ใช่กลุ่มโจรวายุทมิฬ?

จากระยะไกลขนาดของฝูงชนคาดว่าจะไม่น้อยกว่าห้าหรือหกร้อยคน

ขนาดของฝ่ายตรงข้ามอย่างน้อยสองเท่าของจำนวนที่พวกเขาพบก่อนหน้านี้ มันยิ่งเครียดทางจิตใจมากขึ้นในความมืด เพราะมันดูเหมือนว่ายังมีเงาจำนวนนับไม่ถ้วนที่ซุ่มซ่อนอยู่เบื้องหลังพวกโจรวายุทมิฬ

......

“กลุ่มโจรวายุทมิฬ…!”

“กลุ่มโจรวายุทมิฬ…!”

“สวรรค์ มีพวกมันมากมาย! มีใครมาทำลายศาลบรรพบุรุษของพวกมันหากไม่เช่นนั้นก็แย่งชิงภรรยาของพวกมันมาอย่างแน่นอน!”

นอกจากเอี้ยนลี่เฉียงและคนอื่นๆ สีหน้าของพลเมืองตลาดตระกูลฮุ่ยที่ปีนขึ้นไปบนกำแพงโคลนก็บิดเบี้ยวเล็กน้อยเมื่อเห็นกลุ่มโจรวายุทมิฬที่เดินทัพมายังตำแหน่งของพวกเขาอย่างทรหด

แน่นอน พวกเขาเคยได้ยินเรื่องโจรวายุทมิฬที่น่ารังเกียจ ป้อมปราการแห่งนี้แม้จะยากจน แต่แข็งแกร่ง และกลุ่มโจรวายุทมิฬไม่เคยโจมตีพวกเขา แล้วเหตุไฉนวันนี้พวกมันถึงมากันมากมายขนาดนี้

เกือบทุกคนนึกถึงเอี้ยนลี่เฉียงและคนอื่นๆพร้อมกันในทันที ทุกคนจากกลุ่มตลาดตระกูลฮุ่ยที่ยืนอยู่บนกำแพงโคลนจ้องมองเอี้ยนลี่เฉียงและคนอื่นๆอย่างเงียบๆ

……

ขณะที่กลุ่มโจรวายุทมิฬเข้ามาใกล้พวกเขามากขึ้น เสียงกีบเท้าเหล็กก็ค่อยๆคืบคลานขึ้นไปบนกำแพงโคลนของตลาดตะกูลฮุ่ย

เอี้ยนลี่เฉียงมองดูฝูงชนกลุ่มใหญ่ของโจรวายุทมิฬโดยปราศจากความกลัวแม้แต่น้อยในหัวใจของเขา

เลือดที่เดือดพล่านซึ่งเพิ่งจะเย็นก็เริ่มเดือดอีกครั้ง หลังจากการสู้รบครั้งก่อน เอี้ยนลี่เฉียงได้รับความมั่นใจอย่างเต็มที่ในทักษะการยิงธนูของเขา

เขาไม่มีความกลัวแม้แต่นิดเดียว ทั้งๆที่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะมีจำนวนมากกว่ากลุ่มโจรวายุทมิฬเมื่อสักครู่

เอี้ยนลี่เฉียงเพียงจับคันธนูของตัวเองอย่างนุ่มนวล ขณะรอยยิ้มเยือกเย็นผุดขึ้นบนใบหน้าของเขา ในเวลานี้เขาแค่ชื่นชมยินดีกับความจริงที่ว่าเขาได้ฟื้นพลังของเขาแล้ว มิฉะนั้น เขาคงไม่รู้ว่าจะจัดการกับสถานการณ์เช่นนี้ในสภาพก่อนหน้านี้อย่างไร

เอี้ยนลี่เฉียงเริ่มคิดว่าเขาสามารถสังหารด้วยธนูงูเหลือมเขาอยู่ในมือได้อีกครั้งท่ามกลางเสียงกีบเท้าเหล็กดังก้อง

อย่างไรก็ตาม กลุ่มโจรวายุทมิฬหยุดกะทันหันเมื่อพวกเขาอยู่ห่างจากตลาดตระกูลฮุ่ยประมาณ 800 วา

“ไปเอาลูกธนูมาให้ข้าอีก!” เอี้ยนลี่เฉียงเตือนทหารองครักษ์ที่อยู่ด้านหลัง

ทหารคนนั้นพยักหน้าอย่างจริงจังแล้วจากไป

ทันทีที่เอี้ยนลี่เฉียงจบประโยค เขาก็ดึงลูกธนูออกมาแล้วเคาะเบาๆบนคันธนูของเขา เขาหรี่ตาและมองไปที่กลุ่มโจรวายุทมิฬที่อยู่ห่างไกล

สำหรับคนส่วนใหญ่ การได้มองเห็นเครื่องแต่งกายของโจรวายุทมิฬอย่างชัดเจนได้จากระยะไกลกว่าพันวาก็ถือว่าสายตาของพวกเขาดีแล้ว

อย่างไรก็ตาม ทัศนวิสัยที่เพิ่มขึ้นของเอี้ยนลี่เฉียงเปรียบเสมือนกล้องส่องทางไกลในตอนกลางคืน

ในเวลานี้เมื่อมองดูกลุ่มโจรวายุทมิฬที่ยืนอยู่ห่างออกไปมากกว่าเจ็ดแปดร้อยวาซึ่งถูกปกคลุมอยู่ท่ามกลางแสงสีแดง มันก็ไม่มีความแตกต่างอะไรจากการยืนห่างออกไปประมาณยี่สิบสามสิบวาเท่านั้น

เขาสามารถมองเห็นทุกอย่างชัดเจนมาก แม้แต่การออกแบบบนอานม้าของโจรเขาก็ยังสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน

เอี้ยนลี่เฉียงเบิกตากว้างในทันใดเมื่อเขาเห็นร่างหนึ่งในหมู่โจรวายุทมิฬ

คนๆนั้นกำลังขี่ม้าแรดที่สง่างามท่ามกลางกลุ่มโจรวายุทมิฬ จากเครื่องแต่งกายของเขาเขาก็ดูไม่ต่างไปจากคนอื่นๆรอบตัว

อย่างไรก็ตามลักษณะท่วงท่าของเขาทำให้เอี้ยนลี่เฉียงนึกถึงคนผู้หนึ่ง อาลีกูจินจากเมืองผิงซี

หลังจากทับซ้อนร่างของโจรวายุทมิฬและร่างของอาลีกูจินอยู่ในใจ เอี้ยนลี่เฉียงก็มั่นใจว่าคนๆนั้นคืออาลิกูจินจริงๆ...

ให้ตายเถอะ ในที่สุดเอี้ยนลี่เฉียงก็เข้าใจวิธีที่อลิกุจินได้รับสิ่งของเหล่านั้นในกล่องที่เขาซ่อนไว้ในห้องลับและคู่มือ 'ทักษะศักดิ์สิทธิ์ของราชาพิษห้าธาตุ'

ไม่น่าแปลกใจที่คู่มือลับนั้นเปื้อนเลือด มันอาจจะถูกปล้นมาโดยกลุ่มโจรวายุทมิฬนั่นเอง

จบบทที่ 264 - ศัตรูที่คาดไม่ถึง

คัดลอกลิงก์แล้ว