เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 แพ้ท้อง? ตั้งครรภ์? พระเอกสติแตกโดยสมบูรณ์

บทที่ 7 แพ้ท้อง? ตั้งครรภ์? พระเอกสติแตกโดยสมบูรณ์

บทที่ 7 แพ้ท้อง? ตั้งครรภ์? พระเอกสติแตกโดยสมบูรณ์


บทที่ 7 แพ้ท้อง? ตั้งครรภ์? พระเอกสติแตกโดยสมบูรณ์

"ลู่เฉิงมันเป็นพวกเศษสวะชัดๆ!"

"ชิงเฉิง! คุณดูให้ดีๆ สิ! เขาเลี้ยงนักศึกษาสาวไว้ข้างนอก! ใช้เงินบีบบังคับ! ล้อเล่นกับความรู้สึกผู้หญิง!"

หลินฟ่านชี้นิ้วไปที่รูปภาพมัวๆ บนหน้าจอมือถือ แววตาเปี่ยมไปด้วยความชอบธรรมอันแรงกล้า

"ตาสว่างสักทีเถอะ! อย่าให้เขาหลอกอีกต่อไปเลย"

"ไปกับผม! ผมจะพาคุณหนีไปจากขุมนรกแห่งนี้เอง!"

ยิ่งพูดยิ่งใส่อารมณ์ ราวกับตัวเองเป็นอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยเจ้าหญิงที่กำลังตกระกำลำบาก น้ำเสียงสั่นเครือด้วยความเวทนาตัวเองแทบจะร้องไห้ออกมา

แล้วกู้ชิงเฉิงที่นั่งอยู่หัวโต๊ะประชุมล่ะ?

เธอเพียงแค่ปรายตามองโทรศัพท์มือถือสภาพยับเยินบนโต๊ะและรูปถ่ายไม่กี่ใบที่ปรากฏอยู่บนหน้าจออย่างเฉยเมย ซึ่งในรูปนั้นเห็นโครงหน้าด้านข้างของลู่เฉิงกับร่างเล็กๆ ที่ซุกอยู่ในอ้อมกอดของเขาได้อย่างเลือนราง...

คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันเล็กน้อยแทบมองไม่เห็น

ไอ้ตัวแสบ... ไปหว่านเสน่ห์ใส่ผู้หญิงหน้าโง่ที่ไหนอีกแล้วล่ะ?

จริงๆ เลยนะ... แม้แต่นักศึกษาก็ไม่เว้น

เมื่อนึกถึงลู่เฉิง อารมณ์ซับซ้อนก็ก่อตัวขึ้นในใจ

ผิดหวังเหรอ? ก็ไม่เชิง

เธอรู้อยู่เต็มอกมาตั้งนานแล้วว่าลู่เฉิงไม่ได้มีแค่เธอคนเดียว

ด้วยฐานะระดับเขา เสน่ห์ระดับนั้น

และ... ร่างกายแบบนั้น จะให้มีแค่เธอคนเดียวได้ยังไง?

กลับกลายเป็นว่า เธอรู้สึกนิ่งสงบกับเรื่องนี้อย่างน่าประหลาด

ความรู้สึกตึงเครียดบางอย่าง ราวกับกำลังเผชิญหน้ากับคู่แข่ง แฝงตัวขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ

ต่อหน้าลู่เฉิง ความหยิ่งยโสและการถือตัวของเธอถูกบดขยี้และหลอมละลายไปนานแล้วด้วยวิธีการอันเผด็จการและไม่อาจต้านทานของเขา

เธอรู้ดีว่าตอนนี้เธอขาดเขาไม่ได้

มีเพียงการอยู่ข้างกายเขาเท่านั้นที่ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัย รู้สึกว่ามีที่พึ่งพิงและได้รับการปกป้อง ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอโหยหามาตลอด

ความอบอุ่นแบบนั้น เป็นสิ่งที่เธอไม่เคยได้รับจากการเติบโตในตระกูลกู้อันเย็นชาและเคร่งครัด ที่มองเธอเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งเพื่อการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์

สามปีก่อน ปู่กู้ไม่เคยสนใจความรู้สึกของเธอเลย เพียงเพราะหลินฟ่านเอาสัญญาหมั้นเก่าเก็บมาอ้าง ปู่ก็พร้อมจะผูกมัดชีวิตเธอไว้กับผู้ชายไม่เอาถ่านคนนี้

เป็นลู่เฉิงต่างหาก!

ลู่เฉิงที่มอบอำนาจการตัดสินใจในตระกูลกู้ให้เธอ ลู่เฉิงที่ปลดปล่อยเธอจากชีวิตอันหนาวเหน็บที่เต็มไปด้วยการแก่งแย่งชิงดี

เมื่อเห็นรูปพวกนี้ สมองเธอกลับกำลังคำนวณอย่างเงียบๆ ว่าจะทำยังไงถึงจะได้รับความโปรดปรานจากลู่เฉิงมากขึ้นไปอีก

หลินฟ่านจ้องมองสีหน้าเรียบเฉยของกู้ชิงเฉิงที่ไร้ซึ่งความตกใจ ความโกรธเกรี้ยว หรือน้ำตาฟูมฟายอย่างที่เขาคาดหวัง

อันที่จริง

บนใบหน้าของเธอไม่มีแม้แต่ความแปลกใจสักนิด

ราวกับเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องปกติธรรมดาที่ไม่สลักสำคัญอะไร

ความสงบนิ่งนี้ทำให้หลินฟ่านรู้สึกหนาวสะท้านยิ่งกว่าปฏิกิริยารุนแรงใดๆ เสียอีก

นี่คือไพ่ตายใบสุดท้ายของเขา เขาจะยอมแพ้แค่นี้ไม่ได้!

"มันก็แค่คนโกหกปลิ้นปล้อนที่เห็นความรู้สึกคนเป็นของเล่น! คุณจะให้มันหลอกอีกไม่ได้นะ!"

"ข้างนอกนั่นมันมีผู้หญิงอีกกี่คนก็ไม่รู้!"

ในที่สุด กู้ชิงเฉิงก็เงยหน้าขึ้นสบตากับหลินฟ่าน

สายตาของเธอเย็นชาและห่างเหิน แฝงแววเย้ยหยันและสมเพช ราวกับกำลังดูการแสดงตลกของตัวตลก

"ฉันรู้"

น้ำเสียงของเธอราบเรียบราวกับผิวน้ำนิ่ง

"แล้วยังไง?"

แค่สองคำสั้นๆ

แต่มันฟาดแสกหน้าหลินฟ่านราวกับสายฟ้าฟาดเปรี้ยง

หมายความว่ายังไง?

เธอรู้ว่าลู่เฉิงมีผู้หญิงอื่น?

เธอ... ทำไมเธอถึงมีท่าทีแบบนี้?!

หลินฟ่านยืนตัวแข็งทื่อ สมองว่างเปล่าไปหมด

เขาจ้องมองกู้ชิงเฉิงอย่างไม่อยากเชื่อสายตา อ้าปากค้างแต่ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา

ทำไม?

กู้ชิงเฉิงมองใบหน้าที่บิดเบี้ยว ตื่นตระหนก และกำลังแตกสลายของเขา แววรำคาญใจฉายวาบในดวงตา

ไม่อยากเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียวกับคนคนนี้ เธอจึงซัดหมัดฮุกสุดท้ายใส่อย่างเลือดเย็น:

"หลินฟ่าน"

"เลิกเพ้อฝันกลางวันแสกๆ ได้แล้วจะได้ไหม?"

"อะไรคือ 'แพทย์เซียน'? ทำไมไม่บอกไปเลยล่ะว่าเจอกรุคัมภีร์ฝ่ามือยูไล? นายคิดว่านี่มันนิยายแฟนตาซีหรือไง?"

"คิดว่าตัวเองเป็นใคร? ไม่มีใครต้องการให้นายมาช่วยหรอกนะ"

"เซ็นซะ"

เธอชี้ไปที่เอกสารบนโต๊ะ

"สามล้านหยวน นี่ฉันใจป้ำสุดๆ แล้วนะ"

หลินฟ่านรู้สึกเหมือนถูกสาดด้วยน้ำเย็นจัดตั้งแต่หัวจรดเท้า

ไม่! ไม่ใช่น้ำเย็น!

มันคือน้ำกรด!

กัดกร่อนหัวใจ กัดกินอากาศรอบตัว ทิ้งไว้เพียงความสิ้นหวังและความอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก

ความจริงทั้งหมดที่เขายึดมั่นถูกปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง

เขาไม่คิดเลยว่ากู้ชิงเฉิงจะถลำลึกไปขนาดนี้ ไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลยกับหลักฐานที่เขาอุตส่าห์หามา...

ในขณะเดียวกัน

ณ สวนสนุกแห่งหนึ่งในเมืองหมัวตู

ลู่เฉิงในชุดลำลอง สวมหมวกนิค ไวลด์ ท่าทางยียวนและแว่นกันแดดกรอบเล็ก กำลังนั่งดูโชว์หุ่นกระบอกอยู่กับเซี่ยชิงเหอ

เซี่ยชิงเหอที่สวมหมวกจูดี้ ฮอปส์ แสนน่ารัก ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มสดใสไร้เดียงสา กำลังตื่นเต้นกับการเซลฟี่คู่กับลู่เฉิง

"พี่ลู่เฉิง ทางนี้ๆ! มองกล้องหน่อยค่า! ยิ้มมม!"

"ได้ครับ"

ลู่เฉิงโอบเอวเซี่ยชิงเหออย่างเป็นธรรมชาติ หันหน้าเข้าหากล้องโทรศัพท์ เผยรอยยิ้มอบอุ่นแฝงความรักใคร่เอ็นดูที่ทำเอาสาวน้อยสาวใหญ่กรี๊ดสลบ

เรียกสายตาจากสาวๆ ที่เดินผ่านไปมาให้หันมามองไม่ขาดสาย พลางซุบซิบด้วยความอิจฉา:

"ว้าย! ดูผู้ชายใส่หมวกจิ้งจอกคนนั้นสิ! หล่อวัวตายควายล้มเลยแก!"

"แฟนเขาก็น่ารักจัง!"

"งือออ อิจฉาอะ! ไปหาแฟนหล่อละมุนแบบนี้มาจากไหนกัน? รัฐบาลแจกเหรอ? ทำไมฉันไม่เห็นได้บ้าง?"

จังหวะที่เซี่ยชิงเหอกดชัตเตอร์

【ติ๊ง! แจ้งเตือนระบบ: บุตรแห่งโชคชะตา 'หลินฟ่าน' เผชิญกับการยอมรับความจริงทางวาจา + การตั้งคำถามแทงใจดำจากนางเอก ความเชื่อมั่นได้รับความเสียหายระดับวิกฤต! แต้มตัวร้าย +5000!】

รอยยิ้มบนใบหน้าของลู่เฉิงยังคงไม่เปลี่ยนแปลง แต่ในใจกลับหัวเราะชอบใจ

ห้าพันแต้ม? ไม่เลวเลย

นี่แสดงว่านางเอกที่เขาพิชิตมาได้นั้น ภักดีต่อเขาอย่างหมดหัวใจจริงๆ

เขาหันไปมองเซี่ยชิงเหอที่อยู่ข้างกาย ตั้งรูปคู่เมื่อครู่เป็นภาพพักหน้าจอ แล้วอดไม่ได้ที่จะลูบหัวเธอเบาๆ

ความรู้สึกที่ควบคุมทุกอย่างได้แบบนี้

จุ๊ๆ

มันช่างเพลิดเพลินเสียจริง...

ณ ห้องประชุมกู้คอร์ปอเรชั่น

หลินฟ่านยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวอย่างที่สุด

เขายังคงไม่ยอมจำนนง่ายๆ

ทันใดนั้นเอง

กู้ชิงเฉิงรู้สึกปั่นป่วนในท้องขึ้นมาอย่างกะทันหัน

ใบหน้าของเธอซีดเผือดลงทันตา มือเรียวยกขึ้นปิดปากโดยสัญชาตญาณและโก่งคออาเจียนแห้งๆ ออกมาสองสามครั้ง

อาการแบบนี้... เป็นมาหลายวันแล้ว โดยเฉพาะเวลาได้กลิ่นของมันเลี่ยนๆ หรือกลิ่นฉุน

เธอพยายามข่มความไม่สบายตัวไว้ สายตาที่มองไปทางหลินฟ่านยิ่งฉายแววรำคาญหนักข้อขึ้น

ไม่อยากจะอยู่ร่วมห้องกับผู้ชายที่ทำให้เธอรู้สึกคลื่นไส้คนนี้แม้แต่วินาทีเดียว

"เซ็นซะ!"

น้ำเสียงของเธอแหลมสูงขึ้นบ่งบอกถึงความเร่งรีบและความรังเกียจที่ปิดไม่มิด

หลินฟ่านมองใบหน้าซีดเซียวและอาการอาเจียนของกู้ชิงเฉิง

ด้วยสัญชาตญาณของหมอ เขาสังเกตเห็นความผิดปกติเล็กน้อยบนใบหน้าของเธอ

สายตาของเขาจดจ้องไปที่หน้าท้องของกู้ชิงเฉิงเขม็ง

เป็นไปไม่ได้... เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด... เรื่องแบบนี้มัน...

ใบหน้าของเขาซีดเผือดลงในพริบตา ซีดยิ่งกว่ากู้ชิงเฉิงเสียอีก

เขาอ้าปากขยับ เสียงที่เปล่งออกมาแห้งผากราวกับถูกกระดาษทรายขัด

"ข...ขอผมจับชีพจรคุณหน่อย"

"แล้วผม... ผมจะเซ็นสัญญาปกปิดความลับฉบับนี้ให้"

เขาจ้องมองกู้ชิงเฉิง แววตาแฝงความดื้อรั้นจนแทบจะกลายเป็นบ้าคลั่ง

กู้ชิงเฉิงมองเขาด้วยความรังเกียจ เขาจะมาไม้ไหนอีกถึงได้ขออะไรแบบนี้?

แต่ช่วงนี้เธอรู้สึกไม่สบายจริงๆ และอยากจะรีบๆ ไล่ตัวเสนียดจัญไรนี่ไปให้พ้นๆ

"แมะด้วยเส้นไหม"

เธอเอ่ยเสียงเย็น เธอไม่ต้องการให้หลินฟ่านแตะต้องตัวเธอแม้แต่ปลายก้อย

ไม่ถึงหนึ่งนาที เลขาก็เดินเข้ามาพร้อมม้วนด้ายไหม ยื่นให้กู้ชิงเฉิง

เธอพาดปลายด้ายข้างหนึ่งไว้ที่ข้อมือ ปล่อยให้อีกด้านห้อยลงมา

หลินฟ่านใช้นิ้วมือที่สั่นเทาหยิบเส้นด้ายบางๆ ขึ้นมา

เขาเริ่มจับชีพจร... เขาไม่คิดเลยว่าการใช้วิชาแพทย์ครั้งแรกหลังจากออกจากคุก จะเป็นการใช้กับกู้ชิงเฉิง... และเพื่อ... ยืนยันข้อสันนิษฐานที่ทำให้หัวใจเขาสั่นสะท้านด้วยความกลัว...

แม้จิตใจจะไม่อยู่กับเนื้อกับตัวและฝีมือตกไปมาก แต่สัญชาตญาณการจับชีพจรยังคงอยู่

ผ่านเส้นด้ายบางๆ เขาสัมผัสได้ถึงชีพจรของกู้ชิงเฉิง

เพียงแค่ชั่วพริบตาเดียว

เลือดในกายหลินฟ่านเหมือนจะถูกสูบออกไปจนหมดหน้า ร่างกายโอนเอนราวกับจะล้มพับลงไปได้ทุกเมื่อ

ไม่ผิดแน่

ชีพจรตั้งครรภ์

เขาหัวเราะขมขื่นและโยนเส้นด้ายทิ้งไป

คู่หมั้นที่เขาเชื่อมาตลอดว่าถูกบังคับและถูกหลอกลวง ตอนนี้กำลังอุ้มท้องลูกของผู้ชายคนอื่น

แสงสว่างแห่งความหวังริบหรี่สุดท้ายดับวูบลงอย่างสมบูรณ์ในวินาทีนี้

ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนตัวตลกที่ถูกจับแก้ผ้าล่อนจ้อนและถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีจนป่นปี้

ความสิ้นหวังและความอัปยศที่รุนแรงกว่าการโจมตีครั้งไหนๆ ถาโถมเข้าใส่เขาจนมิดหัว

"ยินดีด้วยครับ..."

"คุณกู้"

"ชีพจรมงคล"

"คุณ... กำลังจะเป็นแม่คนแล้ว"

ใบหน้าซีดเผือด เขาฝืนยิ้มที่ดูน่าเกลียดยิ่งกว่าร้องไห้ ดวงตาไร้ซึ่งประกายแห่งชีวิต

เขาหยิบปากกาบนโต๊ะขึ้นมาจรดปลายปากกาเซ็นชื่อลงในสัญญาปกปิดความลับ

จากนั้น เขาก็ลุกขึ้น โดยไม่หันไปมองกู้ชิงเฉิงและไม่แตะต้องเช็คเงินสดสามล้านหยวน

เขาเพียงแค่เดินโซซัดโซเซออกจากห้องประชุมไปราวกับซากศพเดินได้

ฝีเท้าของเขาหนักอึ้ง แผ่นหลังนั้นดูราวกับคนแก่ชราที่แก่ลงไปหลายสิบปีในชั่วพริบตา

จบบทที่ บทที่ 7 แพ้ท้อง? ตั้งครรภ์? พระเอกสติแตกโดยสมบูรณ์

คัดลอกลิงก์แล้ว