เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 33: สำรวจถ้ำ

บทที่ 33: สำรวจถ้ำ

บทที่ 33: สำรวจถ้ำ


ติดตามการแจ้งเตือนตอนใหม่ก่อนใครได้ที่แฟนเพจ

Facebook Fanpage กดเลย

====================

บทที่ 33: สำรวจถ้ำ

“ไม่มีอะไรมาก ข้าเพียงฝึกฝนมันเพียงเล็กน้อย หลังจากที่ร่างกายข้าแข็งแกร่งขึ้น ข้าก็ปรับมาเป็นฝึกฝนเวทมนตร์สายฟ้าแทน อีกอย่างข้าคิดว่าทั้งหมดนี้ก็ไม่ได้เลวร้ายมากนัก!” เจ้าอ้วนตอบลวก ๆ

“โอ้ สวรรค์ สิ่งนี้มิได้เรียกว่าเลวร้ายงั้นหรือ? สิ่งนี้คือการฝึกตนชั้นยอด!” หานหลิงเฟิงและเจ้าลิงอุทานออกมาพร้อมกัน

“เจ้าอ้วนสิ่งที่เจ้ากำลังฝึกฝนมันทำได้อย่างง่ายดายงั้นหรือ? ข้าอยากฝึกเช่นกัน!” หานหลิงเฟิงถามอย่างอดกลั้น

“อย่าได้คิดฝัน!” เจ้าอ้วนยักไหล่พร้อมกล่าวออกมาอย่างสุขุม “สิ่งนี้ใช้ได้กับเหล่าผู้ฝึกตนที่มีองค์ประกอบของธาตุทั้งห้าเท่านั้น นอกเหนือจากอัจฉริยะผู้นี้แล้วไม่มีผู้ใดฝึกฝนได้!”

“หืม? พรสวรรค์ทั้งห้าองค์ประกอบ? อัจฉริยะ? ในความทรงจำของข้าจำได้เพียงว่ามันคือขยะ!” หานหลิงเฟิงกล่าวด้วยความตกตะลึง

“เจ้าหมายความว่าข้าเป็นขยะงั้นหรือ?” เจ้าอ้วนเริ่มมีอารมณ์เกรี้ยวกราด

“อา สามีข้า แน่นอนว่าเจ้าไม่ใช่ แต่สำหรับผู้อื่นเขากล่าวกันเช่นนี้ อา อย่าบอกข้านะว่าวิธีการฝึกตนของเจ้านั้นเป็นวิธีการพิเศษ?” หานหลิงเฟิงกล่าวอย่างรวดเร็ว

“มันควรจะเป็นเช่นนั้น!” เจ้าอ้วนพยักหน้าพร้อมกล่าวต่อ “เอาล่ะ เราจะไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก ขณะนี้เราควรพูดถึงสถานการณ์ในตอนนี้เสียก่อน! แม้ว่าอีกาโลหิตจะไม่สามารถข้ามผ่านน้ำตกมาได้ในตอนนี้ แต่เราก็ไม่สามารถออกไปได้เช่นกัน ดูคล้ายว่าพวกมันกำลังรอเราอยู่ เราควรจะทำเช่นไรดี?”

“เหตุใดจึงไม่รอสักวันสองวัน? บางทีไข่ของมันที่ติดอยู่ตามเนื้อตัวของข้าจะถูกล้างไปด้วยน้ำจนหมดสิ้น มันอาจจะล้มเลิกและรามือไปก็ได้!” เจ้าลิงกล่าว

“ข้าเคยได้ยินว่าอีกาโลหิตนั้นมีความรู้สึกนึกคิด ใครก็ตามที่ไปทำร้ายพวกมันก่อน พวกมันจะไม่มีวันลืมและรอคอยการแก้แค้นหากพบเจอกันอีกครั้ง ในตอนนี้พวกมันรู้จักเราแล้วแม้ว่าเราจะไม่เกี่ยวกับไข่ก็ตาม มันจะโจมตีทันทีที่เราออกไปด้านนอกนั้น” หานหลิงเฟิงกล่าวอย่างหมดหนทาง

“แล้วเราควรทำเช่นใด? อย่าบอกนะว่ามีเพียงความตายเท่านั้นที่รออยู่เบื้องหน้า?” เจ้าลิงพูดอย่างหมดหวัง

“ตอนนี้เราไม่สามารถออกไปด้านนอกได้ ดังนั้นเราต้องเดินเข้าไปเท่านั้น!” เจ้าอ้วนชี้เข้าไปภายในถ้ำพร้อมกล่าวต่อ “หากว่าเราโชคดีอาจจะพบเจอทางออกอื่น หากว่าไม่ก็คงทำได้เพียงรอคอยความตายเท่านั้น!”

“อา นับตั้งแต่ที่ข้าได้พบเจ้า โชคของข้านับว่าดีมาก!” หานหลิงเฟิงยิ้มพร้อมกล่าวต่อ “ข้ามั่นใจในตัวเจ้า!”

เจ้าอ้วนและหานหลิงเฟิงยิ้มให้แก่กัน เขากล่าวต่อ “หากเข้าใจในสถานการณ์แล้ว มุ่งหน้าเข้าไปกัน!” หลังจากพูดจบ เจ้าอ้วนจึงเดินนำหน้าเข้าไปภายใน ในบรรดาคนทั้งสามเขาเป็นบุคคลที่ทนต่อการโจมตีได้มากที่สุด จึงทำให้เขากลายเป็นผู้นำของกลุ่มไปโดยปริยาย เจ้าลิงเดินตามหลังเขาพร้อมกับหานหลิงเฟิงเดินอยู่ด้านหลัง

ทั้งสามเดินเข้าไปภายในถ้ำเพื่อตรวจสอบ พวกเขาถือดาบไว้ในมือพร้อมระมัดระวังตนเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้ตลอดเวลา เทือกเขาแห่งนี้มีสัตว์ร้ายอยู่มากมายพร้อมจะปรากฏตัวทุกเมื่อ ทั้งหมดจึงระวังอย่างยิ่งในการสำรวจครั้งนี้ ที่ลานกว้างของสำนักเสวียนเทียนได้มีบันทึกมากมายเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้ไว้ มีบันทึกหลายฉบับจากอาวุโสต่าง ๆ เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับอันตรายที่อยู่ในถ้ำ มีส่วนใหญ่ที่เสียชีวิตและส่วนน้อยเท่านั้นออกมาเล่าให้ผู้อื่นฟังว่าเกิดสิ่งใดขึ้น มีเหตุการณ์มากมายเกิดขึ้นในที่แห่งนี้ทำให้ทั้งสามคนไม่สามารถประมาทได้

จากที่บันทึกไว้ในสำนักเสวียนเทียน เหล่าผู้เชี่ยวชาญไม่แนะนำให้ศิษย์ที่มีระดับต่ำสำรวจถ้ำ หากมิใช่ว่าพวกเขาถูกบังคับให้เข้ามา เช่นนั้นแล้วการสำรวจครั้งนี้คงไม่เกิดขึ้นแน่นอน

เมื่อกล่าวถึงเรื่องนี้ ถ้ำที่เจ้าอ้วนกำลังยืนอยู่ก็ไม่ได้มีขนาดเล็ก มันสูงร้อยเมตรและลึกมาก กำแพงหินเรียบสนิทมีสีเขียวจาง ๆ เต็มไปด้วยหินย้อยและพื้นดินก็เต็มไปด้วยหลุมมากมาย ในเวลาเดียวกันทั้งสามคนรู้สึกถึงปราณจิตวิญญาณที่หนาแน่น ยิ่งเดินลึกเข้าไปเท่าไหร่ยิ่งพบว่าหนาแน่นมากขึ้นเท่านั้น

แต่ในขณะที่พวกเขาทั้งหมดกำลังเผชิญกับปราณจิตวิญญาณอันหนาแน่น พวกเขาทั้งหมดเต็มไปด้วยความกระวนกระวายใจอยู่ภายใน

หลังจากก้าวต่อไปได้เพียงไม่กี่ลี้ พวกเขาไม่ได้ตระหนักถึงอันตรายใด ๆ บางครั้งมีเพียงซากมนุษย์เหลือไว้เพียงโครงกระดูกและซากของเหล่าสัตว์ร้ายเท่านั้น เจ้าอ้วนหยิบซากเหล่านั้นขึ้นมาชิ้นหนึ่งพร้อมกล่าวว่า “ปราณจิตวิญญาณของสัตว์ร้ายตนนี้ช่างหนาแน่น ข้าเคยได้อ่านมาบ้างในบันทึกของนิกาย มันเป็นสัตว์ร้ายที่อยู่ในระดับสูง”

“ข้าเคยเห็นวัสดุบางอย่างที่คล้ายคลึงกัน รู้หรือไม่ว่ากระดูกนี้อยู่ที่นี่มานานเพียงใด?” หานหลิงเฟิงกล่าวต่อ “คล้ายกับว่ามันมีอายุนับสิบปี ไม่มีกลิ่นเหม็นเน่า ในบันทึกสถานที่แห่งนี้มีสัตว์ร้ายระดับสูงมากมาย แต่ทว่าอากาศกลับสดชื่นมากและไม่มีพิษเลย”

“หืม?” เจ้าอ้วนได้ยินเสียงดังนั้นเขาจึงหายใจเข้าลึก ๆ ถึงสองครั้งพร้อมกล่าวว่า “ไม่มีกลิ่นแปลกปลอมจริงด้วย หรือข้าคิดมากไป?”

“อย่างไรก็ตาม เราก็ไม่เหลือหนทางที่จะหนี มุ่งหน้าไปต่อ!” หานหลิงเฟิงแนะนำ

“พูดได้ดี!” เจ้าอ้วนพยักหน้าพร้อมกับเดินต่อไป

หลังจากผ่านมาระยะหนึ่งพวกเขาทั้งหมดพบเจอกับทางแยก ทางหนึ่งกว้าง ทางหนึ่งแคบ ทางหนึ่งมีปราณจิตวิญญาณหนาแน่น อีกทางหนึ่งรับรู้ได้เพียงเบาบางเท่านั้น

เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ เจ้าอ้วนรู้สึกสมองทึบได้แต่หันกลับไปถามพวกพ้อง “เราจะไปทางใด? ทางที่กว้างหรือแคบ?”

“ไปเส้นทางที่กว้างมีโอกาสที่จะพบทางออกสูงกว่า!” เจ้าลิงตอบ

“ข้าไม่เห็นด้วย ข้ารู้สึกว่าการเดินในทางแคบ ๆ ที่เต็มไปด้วยปราณจิตวิญญาณหนาแน่นดีกว่า!” หานหลิงเฟิงกล่าวอย่างรวดเร็ว “สถานที่ที่มีปราณจิตวิญญาณหนาแน่นเช่นนี้ ใครก็รู้กันดีว่ามันมักจะมีสมบัติซ่อนอยู่!”

“สมบัติ?” เมื่อได้ยินดังนั้น ดวงตาของเจ้าอ้วนและเจ้าลิงส่องประกายสว่างสดใสขึ้นทันที หลังจากที่หานหลิงเฟิงกล่าวจบ พวกเขาก็คิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา เจ้าอ้วนกลับสู่อาการปกติอย่างรวดเร็วพร้อมกล่าวออกมาด้วยความกังวล “มีโอกาสสูงมากที่เราจะพบเจอสมบัติ ปัญหาก็คือมักจะมีเหล่าอสูรกายที่แข็งแกร่งเฝ้าสมบัติเหล่านั้นอยู่ พวกเราทั้งสามเป็นเพียงผู้ฝึกตนหน้าใหม่ระดับเซียนเทียน พวกเราทั้งหมดคงถูกไล่ล่าจนกลายเป็นเพียงสุนัขที่วิ่งหนีเอาชีวิตรอดมากกว่าจะชนะจนเอาสมบัติมาได้กระมัง?”

“ข้าก็กังวลเรื่องนี้อยู่พอสมควร!” เจ้าลิงกล่าวออกมาตรง ๆ

“ข้าคิดว่านี่ไม่ใช่ปัญหามากนัก เทือกเขาโลหิตแห่งนี้ไม่ได้น่ากลัวเช่นนั้น เหล่าปีศาจที่แข็งแกร่งอยู่ในระดับสี่และห้าน่าจะเกี่ยวข้องกับผู้ฝึกตนสายเพาะเลี้ยงระดับปฐมภูมิ” หานหลิงเฟิงกล่าวออกมาอย่างขื่นขม “ทั้งเจ้าลิงและข้านั้นเป็นมือใหม่ในระดับเซียนเทียนแต่เจ้าแตกต่างออกไป อย่าลืมว่าเจ้าเกี่ยวข้องกับสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ เจ้าคือผู้ฝึกตนที่รู้เวทมนตร์สายฟ้า ไม่สามารถเทียบกับเหล่าผู้คนปกติได้!”

“โอ้” เมื่อเจ้าอ้วนได้ยินดังนั้น เขาตะลึงไปชั่วขณะ เขาใช้เวลามาเนิ่นนานในการกระทำสิ่งต่าง ๆ ที่เหล่าคนอ่อนแอทำกัน เขาลืมตัวตนไปอย่างสิ้นเชิงว่าในตอนนี้เขาคือผู้ฝึกตนเวทมนตร์สายฟ้า ผู้ฝึกตนเวทมนตร์สายฟ้านั้นถือได้ว่าเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในเหล่าผู้ฝึกตนทั้งหมด โดยปกติแล้วการฝึกฝนเวทมนตร์สายฟ้าจะกระทำได้ก็ต่อเมื่ออยู่ในระดับปฐมภูมิเป็นอย่างต่ำ เมื่อประสบความสำเร็จสักอย่าง เพียงแค่ความสามารถทางการโจมตี มันก็สามารถเทียบได้กับผู้ฝึกตนระดับจินตันแล้ว

แม้ว่าเจ้าอ้วนจะเป็นผู้ฝึกตนเวทมนตร์สายฟ้าที่แตกต่างออกไป แต่เขาก็มิได้มีเวทมนตร์ที่อ่อนแอ หลังจากที่เขาแสดงอสนีวารีขั้วลบให้ทุกคนดูก่อนหน้านี้ เขาใช้ไปเพียงไม่กี่ร้อยอันเพียงแค่เทคนิคการฆ่าทำให้เขาสามารถท้าทายผู้ฝึกตนระดับปฐมภูมิได้ นอกจากนี้เขายังมีระฆังใบใหญ่ แม้ว่ามันจะไม่มีความสามารถอื่น แต่ในการป้องกันถือว่าเลิศล้ำ มันเพียงพอแล้วที่เจ้าอ้วนจะไม่สนใจฝีมือของผู้ฝึกตนระดับปฐมภูมิ

เวทมนตร์สายฟ้าที่มีพลังทำลายแข็งแกร่งบวกกับระฆังใบยักษ์ที่ป้องกันทุกสิ่งอย่างได้ จึงไม่สามารถมองว่าเจ้าอ้วนคือมือใหม่ได้อีกต่อไป

หลังจากเข้าใจทุกสิ่งแล้ว เจ้าอ้วนรู้สึกอดไม่ได้ที่จะหัวเราะกับตนเองพร้อมยักไหล่และพูดว่า “ก็ได้ ข้ายอมรับว่าข้าประมาณตนเองต่ำไป หากเป็นเช่นนั้นพวกเราเข้าไปดูข้างในกันเถิดว่ามันมีอะไรซ่อนอยู่!”

หลังจากพูดจบ เจ้าอ้วนดึงทุกคนเข้ามาอยู่ใกล้กันพร้อมกับเดินนำเข้าไปในทางที่เต็มไปด้วยปราณจิตวิญญาณหนาแน่น แม้ว่าหนทางจะเล็กลงแต่ก็ยังสูงกว่ายี่สิบฟุต และมีเสียงหยดน้ำดังออกมาจากด้านใน

หลังจากเดินกันอยู่ภายในมาเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง พวกเขายังไม่พบทางตันของถ้ำนี้ แต่ในเวลานั้นเจ้าลิงที่อยู่ตรงกลางได้ร้องออกมาอย่างกระทันหัน “พี่น้องอ้วน ดูนั่น”

เมื่อพูดจบเจ้าลิงก็คว้าชายเสื้อของเจ้าอ้วนพร้อมชี้ไปที่กำแพงถ้ำสีเขียวที่ดูคล้ายกับว่ามีสิ่งใดยื่นออกมา

 

จบบทที่ บทที่ 33: สำรวจถ้ำ

คัดลอกลิงก์แล้ว