เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

192 - หลีกหนีปัญหา

192 - หลีกหนีปัญหา

192 - หลีกหนีปัญหา


192 - หลีกหนีปัญหา

เมื่อถึงเวลาที่เอี้ยนลี่เฉียงและอีกสองคนออกมาจากสำนักงานบังคับใช้กฎหมายก็เป็นเวลาเที่ยงคืนกว่าแล้ว

“ในช่วงนี้พวกเจ้าเก็บเนื้อเก็บตัวก่อน อย่าได้ปรากฏตัวในเมืองสุ่มสี่สุ่มห้า พวกเจ้าควรรู้ว่าการกระทำของพระเจ้าครั้งนี้สร้างความโกรธแค้นให้กับผู้ว่าการแคว้นมากแค่ไหน…”

สือฉางเฟิงเตือนทั้งสามคนเมื่อเขาออกจากสำนักงานบังคับใช้กฎหมายพร้อมกับพวกเขาด้วยกัน

เมื่อสือฉางเฟิงปรากฏตัวและด้วยสถานะอาจารย์พิเศษของสถาบันศิลปะการต่อสู้ เจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้จงใจหาความยุ่งยากกับเอี้ยนลี่เฉียงและคนอื่นๆ

พวกเขาถามคำถามมาตรฐานบางอย่างกับพวกเขาและนำคำให้การของพวกเขาภายใต้การดูแลของสือฉางเฟิงให้ทุกคนตรวจดูอีกครั้งพร้อมกับประทับลายนิ้วมือ

“ขอบคุณครับอาจารย์สือ…”

“ไม่ต้องขอบคุณข้าหรอก สิ่งที่พวกเจ้าทำในวันนี้ถูกต้องแล้ว พวกเจ้าทุกคนกล้าหาญและเฉลียวฉลาด ข้าภาคภูมิใจในตัวพวกเจ้าอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเจ้าเอี้ยนลี่เฉียง!” สือฉางเฟิงจ้องมองไปที่เอี้ยนลี่เฉียงมัด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชม

“ไม่คิดว่าเจ้าจะเป็นคนที่ช่างสังเกตถึงขนาดนี้ แม้แต่ตัวข้าที่มีประสบการณ์มามากก็ยังอดรู้สึกชื่นชมเจ้าไม่ได้…”

เอี้ยนลี่เฉียงยิ้มอย่างเขินอายและเกาหัว

“อาจารย์ท่านยกย่องข้าเกินไปแล้ว ข้าก็แค่รู้สึกเกลียดชังพวกชาวชาตูที่ทำตัวหยิ่งผยองในดินแดนของเราเท่านั้น บางครั้งจึงสังเกตพวกเขามากกว่าคนปกติ

เมืองนี้เป็นของเรา มันเป็นของอาณาจักรฮั่นแม้แต่เราก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายและลงจากม้าเมื่อเราเข้าไปในเมือง แต่ทำไมชาวชาตูเหล่านี้จึงมีสิทธิ์ในการขี่ม้าเข้าเมือง”

“ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมานี้ข้าเห็นพวกชาวชาตูรังแกชาวฮั่นเราเมื่อไปที่สำนักงานบังคับใช้กฎหมายเจ้าหน้าที่กลับไม่สามารถเอาผิดพวกเขาได้…” สือต้าเฟิงพูดแทรกจากด้านข้าง แสดงความขุ่นเคืองของเขา

"นี่มันเป็นคำสั่งที่มาจากราชสำนักพวกเราเปลี่ยนแปลงไม่ได้.. " เสิ่นเติ้งก็ถอนหายใจ

“ความอ่อนแอนั้นไร้ความหมาย เมื่อพวกเจ้ากลายเป็นนักรบที่แท้จริงแล้วเท่านั้นพวกเจ้าถึงจะมีคุณสมบัติกล่าววาจา…” สือฉางเฟิงกล่าวกับทั้งสามอย่างลึกซึ้ง

เอี้ยนลี่เฉียงและอีกสองคนพยักหน้า

เนื่องจากตอนนี้ฟ้าก็มืดแล้ว สือฉางเฟิงจึงคิดว่าอาจไม่สะดวกสำหรับพวกเขาสามคนที่จะกลับบ้านในเวลานี้ ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจว่าจะเช่าห้องสี่ห้องในโรงเตี๊ยมเล็กๆแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสำนักงานบังคับใช้กฎหมาย

ชีวิตของหวังฮ่าวเฟย โม่เหล็งและเย่เซียวสิ้นสุดลงอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่สัญญาณอันตรายแรกเริ่มปรากฏขึ้น มันก็ดับไปหมดแล้ว

หินหนักที่กดทับหัวใจของเอี้ยนลี่เฉียงอยู่ได้หายไปในทันทีอย่างไร้ร่องรอย

หลังจากนอนหลับฝันดีในโรงเตี๊ยมแล้ว เอี้ยนลี่เฉียงก็รู้สึกราวกับว่าเขาเป็นคนใหม่หลังจากที่นาฬิกาชีวภาพของเขาปลุกเขาในเช้าวันรุ่งขึ้น

เขารู้สึกผ่อนคลายและสดชื่นเต็มไปด้วยความสุขและความมั่นใจที่สามารถกลับมาควบคุมชะตากรรมของตัวเองได้อีกครั้ง

หลังจากเมื่อวาน พ่อของเขา เพื่อนของเขา ครอบครัวของเขา และโชคชะตาของเขาได้เปลี่ยนไปแล้ว เอี้ยนลี่เฉียงมีเหตุผลนับล้านที่จะเฉลิมฉลองและชื่นชมยินดี

ที่สำคัญกว่านั้น เขาสามารถทำทุกอย่างให้สำเร็จได้ด้วยความพยายาม การดิ้นรน และการวางแผนของเขาเอง

เอี้ยนลี่เฉียงรู้สึกว่าเขาเติบโตขึ้นอย่างมากหลังจากผ่านด่านนี้ไปได้ หลังจากที่เขาตื่นนอนและทำกิจวัตรยามเช้าท้องฟ้าก็สว่างสดใสพอดี

เมื่อทำกิจวัตรตอนเช้าเสร็จ เอี้ยนลี่เฉียงก็สัมผัสได้ว่าเขาใกล้จะผ่านขั้นตอนยืดเส้นเอ็นและขยายกระดูกแล้ว ในระหว่างขั้นตอนนี้เขาอาจจะสามารถสร้างตันเถียนและกลายเป็นนักรบที่แท้จริงในครั้งเดียวก็ได้

...

เมื่อเอี้ยนลี่เฉียงแขวนผ้าเช็ดตัวไว้ในห้อง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น เขาเดินไปเปิดประตูห้องนอนและพบว่าสือต้าเฟิงและเสิ่นเติ้งยืนอยู่ข้างนอก

“ลี่เฉียง เป็นยังไงบ้าง เสร็จแล้ว?” สือต้าเฟิงหัวเราะและตบไหล่เขา

“ข้าเสร็จแล้วจะออกไปเดี๋ยวนี้!” เอี้ยนลี่เฉียงกล่าว เขาก้าวออกไปและปิดประตูตามหลังเขา "

“ไม่เลว เจ้านี่ดูดีจริงๆ!”

เอี้ยนลี่เฉียงหัวเราะ "เมื่อคืนข้านอนหลับสบายเกินไปหน่อย!"

“แต่เมื่อคืนข้านอนไม่หลับ ข้าเอาแต่ครุ่นคิดเกี่ยวกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น แม้กระทั่งตอนนี้ข้าก็ยังคิดว่ามันน่าเหลือเชื่อเกินไป เราค้นพบเพียงชายชาตูแต่ไม่คิดว่าเหตุการณ์จะดำเนินไปถึงขนาดนั้น

มันเกี่ยวข้องไปถึงนายน้อยของผู้ว่าการแคว้น ข้าได้ยินมาว่าในสถาบันศิลปะการต่อสู้ของเรานั้นยังมีสหายของเขาอยู่เป็นจำนวนมาก คิดว่าคนพวกนั้นจะมาสร้างปัญหาให้เราหรือไม่…” เสิ่นเติ้งกล่าวด้วยความกังวล

“เย่เซียวนั้นเป็นขยะที่ต่ำช้ายิ่งกว่าเดรัจฉาน แม้ว่าเขาจะตายไปแล้วแต่ก็ไม่อาจลบล้างความชั่วของเขาได้ เจ้าคิดว่ายังจะมีคนอ้างตัวว่าเป็นสหายของเขาอยู่หรือ” เอี้ยนลี่เฉียงกล่าวดูถูกเหยียดหยาม

“พี่เสิ่น เจ้าไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ การที่เราสามารถเปิดโปงความชั่วร้ายของเขาเมื่อคืนบางทีอาจเป็นประสงค์ของสวรรค์ เขาทำชั่วมามากเกินไปดังนั้นเขาจึงได้รับสิ่งที่เขาสมควรได้รับแล้ว...”

"พูดได้ดี!" เสียงหนึ่งดังขึ้นสือฉางเฟิงปรากฏตัวจากทางเดินในบริเวณใกล้เคียง

“อาจารย์สือ!”

เอี้ยนลี่เฉียงและคนอื่นๆโค้งคำนับสือฉางเฟิงอย่างรวดเร็ว ในอดีตพวกเขาไม่ค่อยได้ติดต่อกับสือฉางเฟิงจริงๆจึงยังไม่รู้ว่าเขาเป็นคนอย่างไร

อย่างไรก็ตามหลังจากเมื่อคืนนี้ พวกเขาตระหนักว่าสือฉางเฟิงเป็นคนที่อบอุ่นและพยายามปกป้องพวกเขาตลอดเวลา ดังนั้นความเคารพที่พวกเขามีต่อสือฉางเฟิงจึงล้วนแล้วแต่เป็นความจริงใจทั้งสิ้น

“ทุกคนกินข้าวเช้าหรือยัง” สือฉางเฟิงถาม

"ยังครับ!"

“ไปกันเถอะ ข้าจะเลี้ยงฉลองให้กับความสำเร็จของพวกเจ้า!”

“ฮิฮิฮิ ไม่มีทางที่เราจะปฏิเสธอยู่แล้ว!” เอี้ยนลี่เฉียงตอบด้วยรอยยิ้ม

ทั้งสี่คนเลือกมุมที่เงียบสงบเล็กน้อยหลังจากนั้นก็สั่งซาลาเปาและบะหมี่คนละถ้วย

“เมื่อเช้าข้าไปที่สำนักงานบังคับกฎหมายและได้ข้อมูลบางอย่างจากผู้พเนจรทั้งสองที่พวกเจ้าเห็นเมื่อคืนนี้ พวกเขาบอกว่าพวกเขารู้ด้วยตัวเองว่าชายชาตูกำลังปลอมตัวและส่งสินค้าที่มีปัญหาบางอย่างซึ่งค่อนข้างน่าสงสัย

ดังนั้น พวกเขาจึงตามรถมาคันนั้นไปจนถึงร้านขายเสื้อผ้าภายในร้าน พวกเขาค้นพบอุโมงค์ใต้ดินแต่ไม่กล้าเข้าไปโดยประมาท ดังนั้นพวกเขาจึงส่งสัญญาณไปยังผู้พเนจรคนอื่นๆ…” สือฉางเฟิงพูดอย่างใจเย็น.

“โอ้ ข้าเข้าใจแล้ว…” สือต้าเฟิงและเสิ่นเติ้งพยักหน้า

เอี้ยนลี่เฉียงเขียวซาลาเปาในมือด้วยท่าทางเฉยเมยเมื่อได้ยินข่าวและไม่ได้แสดงความคิดเห็นใดๆเพิ่มเติม

คนพเนจรสองคนนั้นหยิ่งผยอง พวกเขาไม่ยอมรับว่าแอบตามพวกเขาไปเมื่อคืนนี้ แต่นั่นก็ดีเหมือนกันด้วยวิธีนี้มันจะง่ายกว่าสำหรับพวกเขาสามคนที่จะออกห่างจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน

“อาจารย์เหตุการณ์เมื่อคืนค่อนข้างรุนแรงเหตุไฉนผู้ว่าการแค้วนจึงไม่อยู่” เอี้ยนลี่เฉียงถาม

ดวงตาของสือฉางเฟิงจ้องไปที่เอี้ยนลี่เฉียงแล้วตอบว่า

“เมื่อวานนี้ผู้ว่าการออกไปที่เทศมณฑลพานซานเพื่อตรวจสอบงานชลประทานในฤดูหนาว หลังจากได้รับข่าวเขาก็รีบเดินทางกลับมา ในเวลานี้เขาเพิ่งมาถึงเมืองไม่ถึงครึ่งชั่วยามด้วยซ้ำ…”

"เป็นอย่างนี้นี่เอง." เอี้ยนลี่เฉียงแอบคิดกับตัวเองว่าทุกอย่างเป็นไปตามที่เขาคาดไว้ เขาเพิ่งกลับมาเมื่อเช้านี้ ดังนั้นเรื่องของเหตุการณ์เมื่อคืนเขาจึงไม่สามารถแก้ไขอะไรได้

สิ่งเดียวที่เย่เทียนเฉิงทำได้ในตอนนี้คือเช็ดตูดของเขาเอง ถึงกระนั้นเขาอาจจะไม่สามารถเช็ดทำความสะอาดได้อย่างสมบูรณ์แบบ

“หลังอาหารเช้า หลังจากนี้พวกเจ้าต้องฝึกฝนอยู่ในสถาบันศิลปะการต่อสู้ ไม่ว่าข้างนอกจะมีความวุ่นวายแค่ไหนพวกเจ้าก็อย่าได้ออกมา!”

“เข้าใจแล้ว!” สือต้าเฟิงและเสิ่นเติ้งพยักหน้า ทั้งสองคนเข้าใจอย่างเป็นธรรมชาติว่าสือฉางเฟิงหมายถึงอะไรในเวลานี้คดีของงูจงอางยังไม่คลี่คลายและตอนนี้นายน้อยผู้ว่ายังลงมือสังหารหญิงสาวมากกว่า 10 คน

ไม่เพียงแค่นั้นเขายังสมรู้ร่วมคิดกับคนชาตู ในช่วงเวลาเพียงหนึ่งคืน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน่าจะลุกลามไปทั่วทั้งเมืองราวกับไฟป่า ผู้ว่าราชการแคว้นจะต้องหัวหมุนและไม่มีเวลามาจัดการพวกเขาอย่างแน่นอน

“อาจารย์ข้าต้องการกลับไปเยี่ยมบ้านสัก 2-3 วัน!” จู่ๆเอี้ยนลี่เฉียงก็เปลี่ยนเรื่อง

"ทำไม?"

“ก่อนหน้าที่จะมาที่นี่พ่อของข้าถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บสาหัส แม้ว่าเขาจะค่อยๆฟื้นตัวแล้วแต่สองสามวันมานี้อากาศค่อนข้างหนาวเย็นข้าจึงต้องการกลับบ้านไปดูเขาสักหน่อย!” เอี้ยนลี่เฉียงกล่าวด้วยเหตุผลที่ไม่สามารถปฏิเสธได้

“เอาล่ะ ในเมื่อเจ้ามีความกตัญญูอีกทั้งช่วงนี้เหตุการณ์ในเมืองก็ดูจะเลวร้ายอยู่บ้างเจ้าก็กลับไปพักผ่อนสักระยะหนึ่ง!” สือฉางเฟิงพึมพำแล้วพยักหน้า “อย่างไรก็ตาม แม้จะอยู่ที่บ้านเจ้าก็ต้องฝึกฝนอย่างหนัก!”

“ขอบคุณอาจารย์สือ!”

จบบทที่ 192 - หลีกหนีปัญหา

คัดลอกลิงก์แล้ว