เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

183 - ผู้พเนจร

183 - ผู้พเนจร

183 - ผู้พเนจร


183 - ผู้พเนจร

นับตั้งแต่วันแรกของเพ็ญเดือนสิบเอ็ด ภายในเมืองผิงซีก็มีนักล่าค่าหัวพเนจรและบุคคลเดินทางเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาทำให้เมืองมีชีวิตชีวาเป็นอย่างมาก

คนพวกนี้มาที่นี่ก็เนื่องจากค่าหัวอันมหาศาลของงูจงอาง

หลังจากการมาถึงของผู้พเนจรมาอย่างไม่หยุดยั้ง บรรยากาศในเมืองผิงซีก็เต็มไปด้วยความคึกคัก

งูจงอางยังไม่ถูกจับได้ แต่ด้วยการมาถึงของผู้พเนจร มันกลายเป็นบททดสอบครั้งใหญ่ของการรักษาสันติภาพภายในเมืองผิงซี

ลำพังแค่งูจงอางตัวนั้นพวกเขาก็มีปัญหามากพอแล้ว สำหรับผู้พเนจรแต่ละคนไม่เพียงแต่เป็นนักรบที่มีทักษะ พวกเขายังไม่สามารถระบุชื่อได้ การคาดหวังว่าผู้พเนจรเหล่านี้จะปฏิบัติตามกฎนั้นเป็นไปไม่ได้เลย

อีกทั้งคนพเนจรเหล่านี้ยังเคยชินต้องขึ้นโรงขึ้นศาลพวกเขาจะมีวิธีการหลบเลี่ยงกฎหมายได้เป็นอย่างดี

ในระหว่างวันก็ไม่เป็นไร คนพเนจรเหล่านั้นเดินไปมาข้างนอกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่เมื่อตกกลางคืนและท้องฟ้าก็มืดลง คนพเนจรเหล่านั้นจะเคลื่อนไหว

แต่ละคนสวมผ้าพันคอสีดำเพื่อซ่อนใบหน้าขณะที่พวกเขาเริ่มไต่จากผนังหนึ่งไปอีกผนังหนึ่งภายในเมืองผิงซี พวกเขามองหาเบาะแสโดยไม่สนใจกฎหมาย แม้แต่ห้องเล็กๆที่เอี้ยนลี่เฉียงเช่าใกล้สะพานเก้ามังกรก็ยังถูกค้นตลอดสองคืน

เพียงแต่เอี้ยนลี่เฉียงแสร้งทำเป็นไม่สนใจและหลับใหลไป คนเหล่านั้นก็เพียงเปิดกระเบื้องมุงหลังคาและส่องหน้าเข้ามาดูเท่านั้น หลังจากไม่พบอะไรพวกเขาก็จากไป

เนื่องจากงูจงอาง ‘ประกอบการค้า’ ของเขาในที่พักของชาวชาตู เมื่อผู้พเนจรมาถึงเมืองผิงซี หลายคนจึงไปสำรวจพื้นที่นั้นทันที

อย่างไรก็ตาม ชาวชาตูในเมืองผิงซีนั้นนิสัยเสียและหยิ่งยโสมานานแล้ว แม้ว่าพื้นที่ของพวกเขาจะอยู่ภายในเมืองผิงซีพวกเขาถือว่าฝั่งตะวันตกของเมืองเป็นอาณาเขตปกครองตนเอง ต่อให้เป็นเจ้าหน้าที่ทางการพวกเขาก็ไม่อนุญาตให้เข้าไป

ข้าราชการและคนทั่วไปในเมืองผิงซีล้วนไม่เต็มใจที่จะทำให้ชาวชาตูไม่พอใจ แต่ผู้พเนจรไม่สนใจเลย ตั้งแต่วันที่ 2 ค่ำเดือน 11 เป็นต้นไป เกิดเหตุการณ์หลายคืนติดต่อกันในพื้นที่ที่ชาวชาตูอาศัยอยู่

อย่างแรกคือกลุ่มลาดตระเวนของชาวชาตูที่มีปัญหากับผู้พเนจรในพื้นที่ของพวกเขา หน่วยลาดตระเวนสองสามคนเสียชีวิตจากเหตุการณ์นั้น หลังจากนั้นก็เกิดเพลิงไหม้ขึ้นติดต่อกันสองคืนในที่พักของชาวชาตู

เมื่อวันขึ้น 5 ค่ำเดือน 11 มาถึงเอี้ยนลี่เฉียงได้ยินว่าคนชาตูไปที่สำนักงานบังคับใช้กฎหมายเพื่อรายงานการกระทำความผิด โดยบอกว่าหลายคนหลายคนหายตัวไปอย่างลึกลับจากที่พักของพวกเขาในชั่วข้ามคืน

ชะตากรรมของคนชาตูที่หายไปเหล่านั้นไม่ได้ทำให้เอี้ยนลี่เฉียงสนใจมากนัก

แต่ในขณะเดียวกันมันแสดงให้เห็นว่าพวกผู้พเนจรรู้อะไรบางอย่างและการที่จะจับตัวงูจงอางได้มันอาจจะมีประโยชน์มากกว่าเงินค่าหัว 1000 ตำลึงทองเลยทีเดียว

เนื่องจากในคืนที่เกิดเหตุการณ์ ไม่ได้มีเพียงโกดังเดียวที่เกิดการสูญเสีย แต่แม้กระทั่งที่พักของผู้นำของชาวชาตูก็ยังถูกปล้นด้วย

ผู้คนในเมืองผิงซีไม่ค่อยรู้เรื่องนี้มากนัก อย่างไรก็ตามในความเป็นจริง เมื่อเอี้ยนลี่เฉียงออกจากที่พักของอาลีกูจิน เขายังทิ้งเบาะแสไว้มากมาย

เขาฆ่าชาวชาตูหลายคนในขณะที่เขาจากไป เขาฆ่าคนไปไม่น้อย หากมีใครเป็นคนช่างสังเกตก็ย่อมเข้าใจความหมายของเรื่องนี้อย่างแน่นอน

ทุกคนต่างเข้าใจว่าในการที่เขาเผาโกดังของชาวชาตูก็เพราะต้องการบุกเข้าไปปล้นบ้านของผู้นำชาวชาตูนั้นเอง

ดังนั้นเมื่อมีชาวชาตูถูกลักพาตัวไปเหตุผลก็น่าจะมาจากผู้พเนจรนพวกนั้นต้องการรีดเอาความลับที่ซุกซ่อนอยู่ใต้โกดังและสิ่งอื่นๆ

ต้องเข้าใจว่าผู้พเนจรเหล่านี้บางคนก็เดินทางมาจากที่ไกลแสนไกล

หากพวกเขาไม่สามารถจับงูจงอางได้หรือถูกคนอื่นตัดหน้าไปก่อน ค่าใช้จ่ายที่พวกเขาเดินทางมาในครั้งนี้จะสูญเปล่าดังนั้นพวกเขาจึงต้องหาประโยชน์ในระหว่างการเค้นหาไปด้วย

เอี้ยนลี่เฉียงไม่รู้ว่าผู้พเนจรสื่อสารกันหรือไม่ แต่ภายในเวลาไม่กี่วัน เขาก็รู้สึกได้ชัดเจนว่าผู้พเนจรภายในเมืองผิงซีมีจำนวนเพิ่มขึ้น และคนพวกนั้นก็เริ่มจะมีคนที่เป็นถึงระดับปรมาจารย์นักรบมากขึ้นเรื่อยๆ

นอกเหนือจากการปรากฏตัวในอาณาเขตของชาวชาตูแล้ว ในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา เมื่อตกกลางคืนครอบครัวที่ร่ำรวยบางครอบครัวก็ถูกผู้พเนจรเหล่านั้นปล้นชิงอีกด้วย

แม้ว่าในหมู่ผู้พเนจรจะมีคนที่มีเกียรติไม่ทำเรื่องพวกนี้ แต่ก็มีคนไม่น้อยในหมู่พวกเขาที่ชื่นชอบการกระทำแบบนี้เป็นพิเศษ อีกทั้งยังไม่ได้มีเพียงแค่คนสองคนด้วย

ในตอนกลางคืน เมื่อผู้พเนจรเดินทาง พวกเขามักจะสวมผ้าคลุมศีรษะหรือบางสิ่งบางอย่างเพื่อปกปิดลักษณะของพวกเขา ตราบใดที่ไม่สามารถจับได้คาหนังคาเขาก็ยากที่จะจับมือใครดมได้

นอกจากการพังทลายของระบบความปลอดภัยภายในเมืองแล้ว การตรวจสอบที่ประตูเมืองก็ละเอียดมากและเสียเวลามากขึ้นกว่าเดิมมาก

ในเวลาอันสั้น ทั่วทั้งเมืองผิงซีก็กลายเป็นสวนสัตว์ มันแทบจะกลายเป็นดินแดนนรกไปแล้ว แม้ว่าจะเดินไปตามตรอกซอกซอยไหนทุกคนก็แทบจะมองเห็นกองทหารติดอาวุธเดินอยู่ทั่วเมือง

เนื่องจากระบบรักษาความปลอดภัยของเมืองแทบจะกลายเป็นหายนะ และมีผู้แข็งแกร่งมากมายออกมาเที่ยวปล้นฆ่าในเมืองอย่างต่อเนื่อง สถาบันศิลปะการต่อสู้ของแคว้นผิงซีจึงยกเลิกไม่ให้นักเรียนออกลาดตระเวนอีก

ในเช้าของวันหนึ่งหลังจากที่เรียนวิชาดาบเสร็จสิ้นแล้ว เอี้ยนลี่เฉียงก็เดินเข้าไปในห้องสมุดของสถาบันศิลปะการต่อสู้เพื่อค้นหาสิ่งที่เขาต้องการ

หลังจากยืมตำราประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเป็นจำนวนมาก เขายังยืมหนังสือประเภทอื่นอีกกองหนึ่งและเริ่มพลิกดูอย่างรวดเร็วในห้องสมุด

ในที่สุดสิ่งที่เอี้ยนลี่เฉียงต้องการก็ถูกพบภายใน 'คู่มือทหารที่มีพรสวรรค์'

ชื่อจริงของกระบอกโลหะสีดำนั้นเรียกว่าปืนใหญ่มังกรอัคคี มันเป็นสิ่งที่นิกายลึกลับที่เรียกว่านิกายเกาะมังกรปีศาจ ซึ่งอยู่นอกขอบเขตของอาณาจักรฮั่นได้สร้างขึ้น

และแต่ละอันสามารถใช้ได้เพียงครั้งเดียว เมื่อใช้แล้วปืนใหญ่จะคายเปลวไฟอุณหภูมิสูงที่น่าสะพรึงกลัวออกมาซึ่งสามารถครอบคลุมระยะทางไกลได้

มันสามารถหลอมโลหะภายในสิบจ้างและไม่สามารถป้องกันได้ ปืนใหญ่มังกรสายฟ้านี้ถือเป็นอาวุธสังหารในระยะประชิดและระยะไกล

ผู้ที่มีระดับการฝึกฝนน้อยกว่าปรมาจารย์นักรบอาจพบว่าเป็นการยากที่จะเอาตัวรอดจากปืนใหญ่มังกรอัคคีได้

และจากหนังสือเล่มอื่นเอี้ยนลี่เฉียงก็พบคำตอบอย่างอื่นอีกด้วย

เขาได้รับสิ่งที่อยู่ภายในขวดสีดำที่ปิดผนึกไว้ด้วยขี้ผึ้ง นั่นคือพิษขโมยวิญญาณ พิษที่น่ากลัวชนิดหนึ่งที่มีต้นกำเนิดมาจากหุบเขามรณะของจักรวรรดิฮั่น

พิษชนิดนี้ไม่มีสีหรือสารและผสมกับน้ำได้ง่าย การใช้เพียงหยดเดียวผสมกับอาหารสามารถฆ่าคนหลายร้อยคน ถ้าใส่มันลงบนอาวุธและมุ่งหน้าเข้าสู่สงครามตลอดวันพิษก็ยังไม่ถูกชะล้างออกไป

เมื่อรู้ว่าสองสิ่งที่เขามีอยู่นั้นมีประโยชน์อย่างไร เอี้ยนลี่เฉียงก็รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก นี่จะทำให้แผนการต่อไปของเขาสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

จบบทที่ 183 - ผู้พเนจร

คัดลอกลิงก์แล้ว