เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

146 - ทายาทหมอพเนจร

146 - ทายาทหมอพเนจร

146 - ทายาทหมอพเนจร


146 - ทายาทหมอพเนจร

“หยุด! ที่นี่คือประตูสำคัญของนิกายกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ไม่อนุญาตให้คนนอกเข้า!”

เมื่อเอี้ยนลี่เฉียงใกล้ทางเข้าประตูของนิกายกระบี่ศักดิ์สิทธิ์มือกระบี่ในวัยสามสิบก็ยกกระบี่ขึ้นขวางเอี้ยนลี่เฉียง หน้าตาของเขาดุดันรัศมีที่แผ่ออกมาเข้มข้นสวมใส่ชุดสีม่วงดูขึงขัง

เอี้ยนลี่เฉียงเล่าถึงจุดประสงค์ในการมาที่นี่ให้กับมือกระบี่คนนั้นฟัง

“ข้ามาเพื่อส่งมอบกุญแจคืนให้นิกายกระบี่ศักดิ์สิทธิ์!” เอี้ยนลี่เฉียงประกาศเสียงดังและยกกุญแจขึ้นเหนือศีรษะเพื่อให้ทุกคนในบริเวณโดยรอบมองเห็น

เมื่อได้ยินประกาศของเอี้ยนลี่เฉียงสาวกจำนวนไม่น้อยที่เดินผ่านประตูก็หยุดและมองมาทางพวกเขา

มือกระบี่ชุดม่วงรีบเดินมาหาเอี้ยนลี่เฉียงอย่างรวดเร็ว เขาไม่ได้หยิบกุญแจไปแต่ตรวจสอบด้วยสายตาชั่วครู่ก่อนจะบอกว่า

“โปรดมาทางนี้…”

เมื่อเห็นปฏิกิริยาของมือกระบี่ชุดม่วงเอี้ยนลี่เฉียงก็สามารถเดาได้ว่าแม้กรณีเช่นนี้จะหายากแต่ก็เคยเกิดขึ้นมาก่อน ดังนั้นแม้ว่ามือกระบี่ชุดม่วงที่เฝ้าประตูจะรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยแต่เขาก็มีขั้นตอนการปฏิบัติที่เหมาะสม

ภายใต้การจ้องมองด้วยความประหลาดใจของทุกคนที่อยู่รอบข้าง มือกระบี่ชุดม่วงได้พาเอี้ยนลี่เฉียงผ่านประตูภูเขาของนิกายกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ทันที

หลังจากเดินผ่านประตูภูเขาไปไม่กี่ร้อยวา พวกเขาก็มาถึงอาคารที่ล้อมรอบด้วยต้นไผ่ สาวใช้ยกชามาให้พวกเขาอย่างช่ำชอง มือกระบี่บอกเอี้ยนลี่เฉียงให้รออยู่ชั่วครู่ก่อนที่เขาจะเดินออกไป

เอี้ยนลี่เฉียงถูกทิ้งให้รอนานกว่าครึ่งชั่วยามก่อนที่มือกระบี่คนเดิมจะเดินนำชาย 2 คนเข้ามาที่นี่

หนึ่งในนั้นคือชายชราที่มีใบหน้ายาว ดวงตาของเขาแหลมคมท่าทางสง่างาม อีกคนเป็นชายหนุ่มที่เดินตามชายชราคนนั้นมาพร้อมกับถือกล่องไม้สองกล่อง

“ผู้อาวุโสเจียง นี่คือเด็กที่นำกุญแจมา!” มือกระบี่ชุดม่วงโค้งคำนับชายชราพร้อมกับแนะนำ

“หมดหน้าที่ของเจ้าแล้วอู๋ซิน เจ้าไปทำเรื่องอื่นเถอะ!” ชายชราโบกมือเบาๆไปที่มือกระบี่ชุดม่วง

“ขอตัว!” มือกระบี่ประสานมือพร้อมกับเดินออกจากห้องไป

ผู้อาวุโสเจียงเข้ามาและนั่งข้างเอี้ยนลี่เฉียง ดวงตาของเขาจ้องไปที่ใบหน้าของเอี้ยนลี่เฉียงก่อนที่เขาจะมองดูเขาอย่างระมัดระวังตั้งแต่หัวจรดเท้า

เอี้ยนลี่เฉียงยืนขึ้นด้วยความเคารพพร้อมกับกล่าวว่า

“เอี้ยนลี่เฉียงคำนับผู้อาวุโส!

“ขอข้าดูกุญแจหน่อย…”

เอี้ยนลี่เฉียงยื่นกุญแจให้ ผู้อาวุโสเจียงหยิบกุญแจขึ้นมาและศึกษามันอย่างระมัดระวัง หลังจากสัมผัสไม่กี่ครั้ง ในที่สุดเขาก็พยักหน้า

“ไม่ผิด… ลวดลายบนกุญแจนี้มีตราประทับลับของนิกายกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ของเรา บอกข้าที ว่าเจ้าได้รับกุญแจนี้มาจากไหน แล้วคำขอของเจ้าต้องการอะไร?”

เอี้ยนลี่เฉียงท่องบทที่หลิวกุ้ยหยวนเตรียมไว้ให้เขาอย่างลื่นไหล

เอี้ยนลี่เฉียงเป็นหลานชายของหมอพเนจรและท่านปู่ของเขาได้มอบกุญแจนี้ให้ก่อนจะสั่งให้เขาเดินทางมาภูเขานิกายกระบี่ศักดิ์สิทธิ์เพื่อตามหาผู้อาวุโสสือ

หลังจากฟังเอี้ยนลี่เฉียงพูดจบ อาวุโสเจียงก็ทำท่าทางให้ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างเขาเปิดกล่องไม้กล่องหนึ่งที่เขาถือขึ้น

มีแม่กุญแจทองแดงอยู่ในกล่องไม้ และแต่ละอันมีจารึกที่แตกต่างกันซึ่งเป็นชื่อของคน ผู้อาวุโสเจียงหยิบแม่กุญแจทองแดงที่มีคำว่า 'สือหยุนเฟย' สลักอยู่บนนั้นและใส่กุญแจที่เขาถืออยู่ ด้วยก่อนจะบิดเล็กน้อยและแม่กุญแจก็ถูกไขออกอย่างง่ายดาย

ผู้อาวุโสเจียงพยักหน้า ชายหนุ่มเก็บกุญแจและปิดกล่องไม้เดินออกไปทันที ผู้อาวุโสเจียงหันมาทางออกศีรษะให้กับเอี้ยนลี่เฉียงพร้อมกับกล่าวว่า

“กุญแจนี้เป็นของพี่สือจริงๆ เราผู้เฒ่าได้อ่านเรื่องราวของเขาที่ได้รับการช่วยเหลือโดยแพทย์พเนจรในแคว้นหูมาแล้ว น่าเสียดายที่ผู้อาวุโสสือได้เสียชีวิตไปไม่กี่ปีก่อน เจ้าไม่อาจพบเขาอีกแต่หากมีอะไรให้เราช่วยก็จงบอกมา!”

เอี้ยนลี่เฉียงสูดหายใจเข้าลึกๆและบอกว่า

"ข้าต้องการเข้าร่วมกับนิกายกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ขอเพียงได้เป็นศิษย์ธรรมดาเท่านั้น!"

ผู้อาวุโสเจียงเหลือบมองเอี้ยนลี่เฉียงโดยไม่คิดว่าคำขอของเขาจะง่ายดายถึงขนาดนี้

“ข้าขอดูมือของเจ้าหน่อย”

เอี้ยนลี่เฉียงยื่นมือออกไปเมื่อผู้อาวุโสเจียงคว้ามือที่เหยียดออก คลื่นของพลังงานเย็นเยือกก็พุ่งออกมาปกคลุมร่างกายของเอี้ยนลี่เฉียงทันที

เอี้ยนลี่เฉียงรู้ว่าผู้อาวุโสเจียงกำลังตรวจสอบว่าเขาได้เรียนรู้การฝึกฝนภายของนิกายอื่นหรือไม่ หรือมีแมลง *กู่ ซุกซ่อนอยู่ในร่างกายของเขาหรือเปล่า

“รอที่นี่สักครู่…” ผู้อาวุโสเจียงเดินออกไปในทันที

เอี้ยนลี่เฉียงถอนหายใจด้วยความโล่งอก เพราะเขารู้ว่าเขาได้เข้าร่วมนิกายกระบี่ศักดิ์สิทธิ์สำเร็จแล้ว อย่างไรก็ตามยังมีงานบางอย่างที่ต้องทำก่อนที่เขาจะเข้าสู่นิกายชั้นใน

ผู้อาวุโสเจียงต้องเตรียมการบางอย่าง ดังนั้นสิ่งที่เขาต้องทำคือรอที่นี่ ในตอนนี้ด้วยอายุและความสามารถของเขาเขาจะเป็นได้เพียงศิษย์ชั้นนอกเท่านั้น

สำหรับนิกายกระบี่ศักดิ์สิทธิ์การรับสมัครศิษย์ภายนอกคนหนึ่งนั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่นัก เนื่องจากพวกเขามีจำนวนศิษย์ชั้นนอกอยู่หลายหมื่นคนอยู่แล้ว

เอี้ยนลี่เฉียงนั่งรออยู่ในห้องกว่าหนึ่งชั่วยามก่อนที่ชายวัย 40 ต้นๆจะเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับมองคนที่เขา

“เจ้าคือเอี้ยนลี่เฉียง?”

เอี้ยนลี่เฉียงยืนขึ้น “ใช่ ข้าเอง!”

“ตามข้ามา!”

"ขอบคุณผู้อาวุโส!" เอี้ยนลี่เฉียงแสดงความขอบคุณและเดินตามบุคคลนั้นออกจากห้อง

"มีกฎที่ข้าต้องอธิบายให้เจ้าฟังก่อนที่เจ้าจะเข้าร่วมนิกายของเรา!" คนๆนั้นพูดกับเอี้ยนลี่เฉียงด้วยใบหน้าเคร่งขรึมอย่างไรก็ตามทัศนคติของเขาค่อนข้างหยิ่งผยอง

“ศิษย์ทุกคนของนิกายกระบี่ศักดิ์สิทธิ์หากรวมนิกายสาขาไปด้วยก็จะมีนับล้านคน และทุกคนล้วนแต่เป็นผู้ที่โดดเด่นเหนือคนอื่น สำหรับคนธรรมดาที่คิดจะเข้าร่วมกับเรานั้นยากเย็นยิ่งกว่าปีนป่ายขึ้นสู่สรวงสวรรค์

สำหรับเจ้าที่ได้เข้าร่วมกับนิกายกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ของเราถือว่าเป็นบุญวาสนาที่สะสมมาสองสามชาติที่แล้ว เจ้าไม่ได้อาศัยความสามารถของตัวเองเข้ามาที่นี่แต่อาศัยกุญแจดอกนั้น

ตอนนี้นิกายได้ตอบแทนบุญคุณของปู่เจ้าไปหมดแล้ว ตอนนี้เจ้าเป็นเพียงศิษย์ธรรมดาของที่นี่ คนอื่นทำอะไรเจ้าก็ต้องทำแบบนั้น พวกเขากินอะไรเจ้าก็ต้องกินแบบเดียวกัน ใช้สิ่งเดียวกัน และแต่งตัวแบบเดียวกับพวกเขา

เจ้าจะสามารถประสบผลสำเร็จหรือไม่ขึ้นอยู่กับตัวเจ้าเองนิกายจะไม่ได้ให้ความช่วยเหลืออะไรเป็นพิเศษ และกฎของนิกายที่นี่เข้มงวดเจ้าไม่อาจละเมิดได้"

“เข้าใจแล้ว หลังจากเข้าร่วมนิกายกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ ข้าเป็นเพียงศิษย์ธรรมดา ดังนั้นข้าจะต้องประพฤติตนตามกฎของนิกาย” เอี้ยนลี่เฉียงพยักหน้าและพูดอย่างใจเย็น

“เข้าใจก็ดีแล้ว ยังมีคนมากมายที่ใช้วิธีการแบบเดียวกันกับเจ้าเข้ามาที่นี่ แต่ความสามารถของพวกเขาไม่มีอะไรเลยท้ายที่สุดแล้วพวกเขาจึงทำได้เพียงเดินเตร็ดเตร่อยู่รอบๆสถานที่ที่ศิษย์ภายนอกอยู่เท่านั้น เส้นทางที่เจ้าเลือกเจ้าต้องรับผิดชอบด้วยตัวเองเข้าใจหรือไม่!”

"เข้าใจแล้ว!"

ชายในชุดสีฟ้าอ่อนสูดลมหายใจ

“หากเข้าใจก็ดีแล้ว…”

หลังจากที่สั่งสอนเอี้ยนลี่เฉียงไปหลายประโยคชายคนนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรอีก

เขาก้มศีรษะลงและนำเอี้ยนลี่เฉียงไปตามเส้นทางบนภูเขา หลังจากเดินไปได้ประมาณหนึ่งเค่อพวกเขาก็มาถึงลานกว้างแห่งหนึ่ง มีอาคารสูงเจ็ดชั้นอยู่ภายใน

ชายในชุดสีฟ้าอ่อนพาเอี้ยนลี่เฉียงเข้าไปในอาคารนั้น ชายสูงอายุในชุดสีเทาเดินเข้ามาอย่างรวดเร็วและกวาดสายตาไปทั่วเอี้ยนลี่เฉียงก่อนที่เขาจะยิ้มอย่างสุภาพ

“พ่อบ้านซิ่ววันนี้เรารับสมัครศิษย์ใหม่อีกแล้วเหรอ?”

“ใช่ ช่วยเขาเรื่องขั้นตอนการรับเข้าเรียน…”

“เข้าใจแล้ว…”

ขั้นตอนการรับเข้าเรียนไม่ซับซ้อนขนาดนั้น ทั้งหมดที่พวกเขาต้องการคือการลงทะเบียนชื่อเต็ม อายุ ตระกูล บ้านเกิดของเอี้ยนลี่เฉียงและประทับลายมือของเขาไว้

ชายชราสำรวจขนาดร่างกายของเอี้ยนลี่เฉียงก่อนจะแจกจ่ายเสื้อผ้าสีเทา ถุงเท้า รองเท้า และหนังสือที่มีชื่อว่า "กฎของนิกายกระบี่ศักดิ์สิทธิ์"

หลังจากนั้นไม่นานพ่อบ้านซิ่วก็พาเอี้ยนลี่เฉียงเดินออกจากอาคาร หลังจากเดินมานานกว่าหนึ่งเค่อ พวกเขาก็มาถึงลานขนาดใหญ่อีกแห่งหนึ่งพร้อมป้ายที่เขียนว่า 'ลานบัญชา' จากนั้นจึงนำเอี้ยนลี่เฉียงไปที่ห้องแถวด้านหลังลาน

ท่ามกลางแถวของห้องต่างๆ ในลานกว้าง ได้ยินเสียงสวดแผ่วเบาของเด็กหนุ่มสองสามคน

พ่อบ้านซิ่วผลักเปิดประตูห้องก่อนจะเดินนำเอี้ยนลี่เฉียงเข้าไป

ห้องนี้เป็นห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ซึ่งสามารถวางเตียงได้แปดเตียงเคียงข้างกัน หน้าเตียงทุกเตียงมีโต๊ะและเก้าอี้

เมื่อเอี้ยนลี่เฉียงเข้ามาในห้อง มีเด็กหนุ่มสี่คนอายุระหว่างสิบห้าถึงยี่สิบปี แต่งกายด้วยชุดสีเทาและนั่งบนเก้าอี้หน้าเตียง แต่ละคนกำลังท่อง "กฎของนิกายกระบี่ศักดิ์สิทธิ์" ในมือของพวกเขาดังๆในขณะที่พยักหน้า

ทั้งสี่คนหยุดพร้อมกันเมื่อเห็นพ่อบ้านซิ่วเข้ามาในห้อง พวกเขารีบลุกขึ้นยืนและแสดงความเคารพออกมาทันที

พ่อบ้านซิ่วชี้ไปที่เตียงหนึ่งในห้อง

“เจ้าจะนอนอยู่ที่นั่นและพยายามเรียนรู้กฎของนิกายให้ขึ้นใจภายในครึ่งเดือน เมื่อเจ้าจำขึ้นใจแล้วเดี๋ยวข้าจะมอบหมายหน้าที่ใหม่ให้เจ้าเอง!”

หลังจากที่เขาอธิบายให้เอี้ยนลี่เฉียงฟังเสร็จแล้วพ่อบ้านซิ่วก็เหลือบมองชายหนุ่มคนหนึ่งที่ยืนอยู่ด้านข้าง

"หม่าเหลียง..."

"ครับ!" คนโตที่สุดในบรรดาสี่คนรีบก้าวไปข้างหน้า

“เขาเป็นคนใหม่ สอนกฎให้เขา!”

“เข้าใจแล้ว! ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้า พ่อบ้านซิ่ว…”

หลังจากนั้นพ่อบ้านซิ่วก็เดินออกไปโดยไม่พูดอะไรอีก

จบบทที่ 146 - ทายาทหมอพเนจร

คัดลอกลิงก์แล้ว