เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

144 - ผู้พิทักษ์นิกาย

144 - ผู้พิทักษ์นิกาย

144 - ผู้พิทักษ์นิกาย


144 - ผู้พิทักษ์นิกาย

เมื่อเอี้ยนลี่เฉียงตื่นขึ้นเขาก็พบว่าตัวเองนอนอยู่ในถ้ำบนภูเขา สิ่งแรกที่เข้ามาในมุมมองของเขาเมื่อลืมตาคือหินงอกหินย้อยที่ห้อยลงมาจากเเพดานถ้ำเหมือนหน่อไม้ขนาดยักษ์

ความคิดของเอี้ยนลี่เฉียงหยุดนิ่งไปสองวินาที ก่อนที่ทุกอย่างจะท่วมท้นกลับมาที่จิตใจของเขาอีกครั้ง เขานึกถึงการต่อสู้ที่เชิงเขาหลงหู่คนเก็บสมุนไพรชราและฉากก่อนที่เขาจะหมดสติ...

จากนั้นเขาก็กระโดดขึ้นในทันที

เอี้ยนลี่เฉียงพยายามขยับร่างกายของเขาก่อนและพบว่าเขาไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมากมีเพียงเคล็ดขัดยอกที่หัวไหล่ขวาเล็กน้อย

นั่นอาจเป็นบาดแผลภายนอกที่จูอันทิ้งไว้บนร่างกายของเขาแต่ก็ไม่มีอะไรร้ายแรง

เอี้ยนลี่เฉียงถอนหายใจยาวและเดินออกจากถ้ำบนภูเขา

ถ้ำตั้งอยู่ครึ่งทางบนภูเขาสูง มีป่าอยู่ด้านนอกเมฆใต้ภูเขาทอดยาวออกไปไกลสุดสายตา และเขาถูกปกคลุมไปด้วยเมฆและหมอกมีกลิ่นหอมจางๆของกล้วยไม้ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย

การได้ชมทิวทัศน์เช่นนี้ทำให้รู้สึกราวกับว่าพวกเขาได้ออกจากโลกฆราวาสไปแล้ว

ชายชรานั่งไขว่ห้างใต้ต้นสน เขามองไปที่เอี้ยนลี่เฉียงที่เพิ่งออกจากถ้ำด้วยรอยยิ้ม

เอี้ยนลี่เฉียงเดินเข้าไปหาเขาและโค้งคำนับชายชรา

“อาจารย์ท่านสบายดี!”

“นั่งก่อน ข้าแน่ใจว่าเจ้าต้องมีคำถามมากมาย เราต้องคุยกันยาวและยังมีบางเรื่องที่ข้าต้องแจ้งให้เจ้าทราบ!”

เมื่อเห็นใบหน้าที่มีเมตตาขนาดนี้เอี้ยนลี่เฉียงแทบจะไม่สามารถนำภาพของบุคคลที่สังหารชายชุดดำพวกนั้นกว่าสิบศพโดยไม่ทิ้งร่องรอยใดๆมาซ้อนทับกันได้

“แม้ว่าศิษย์จะกราบท่านเป็นอาจารย์แล้วแต่ก็ยังไม่ทราบชื่อและภูมิลำเนาของอาจารย์เลย!”

“ข้ามาจากตระกูลหลิวและชื่อเต็มของข้าคือหลิวกุ้ยหยวน ข้าเป็นผู้อาวุโสของนิกายกระบี่ศักดิ์สิทธิ์หนึ่งในสี่นิกายหลัก!”

นิกายกระบี่ศักดิ์สิทธิ์? เขามาจากนิกายกระบี่ศักดิ์สิทธิ์จริงๆเหรอ?!

แม้ว่าเอี้ยนลี่เฉียงจะเดาได้ว่าอาจารย์ของเขามีภูมิหลังที่ไม่ธรรมดา แต่เขาก็ไม่เคยคิดว่าอาจารย์ของเขาจะเป็นถึงผู้อาวุโสของนิกายกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ของสี่นิกายหลัก

นิกายหลักที่เรียกว่าสี่นิกายศักดิ์สิทธิ์นั้นประกอบด้วย นิกายกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ นิกายปราชญ์ วังหยกหลัว และนิกายภูเขาวิญญาณ

สี่นิกายหลักต่างมีเอกลักษณ์ในแบบของตัวเอง นิกายภูเขาวิญญาณมีบุคคลที่มีความสามารถพิเศษมากมายนับไม่ถ้วน นอกเหนือจากศิลปะการต่อสู้แล้วกลุ่มแพทย์ภายในนิกายภูเขาวิญญาณก็มีชื่อเสียงระดับโลก

เช่นเดียวกันกับนิกายปราชญ์เป็นที่รู้จักในฐานะผู้ที่ชอบการต่อสู้มากที่สุดและในบรรดานิกายทั้งหมด นิกายปราชญ์มักเข้าร่วมสงครามอาณาจักรอยู่เป็นประจำซึ่งฟังดูแล้วก็ไม่ค่อยเข้ากับชื่อนิกายของพวกเขานัก

ในทางกลับกันวังหยกหลัวนั้นลึกลับที่สุดในบรรดาทั้งหมด จนถึงปัจจุบันยังไม่มีใครทราบตำแหน่งที่แน่นอนของวังหยกหลัว

สมาชิกของพวกเขามักไม่ค่อยปรากฏตัว แต่ทุกๆสิบปีพวกเขาจะทำอะไรบางอย่างจนเกิดความสั่นสะเทือนไปทั่วอาณาจักรฮั่นอันยิ่งใหญ่

นิกายกระบี่ศักดิ์สิทธิ์เป็นที่รู้จักในฐานะผู้นำของสี่นิกายหลัก ทุกวิชาดาบและกระบี่ในโลกมีต้นกำเนิดมาจากนิกายนี้

ภายในนิกายมีนักดาบและกระบี่จำนวนหนึ่งหมื่นคนทำให้สามารถบดขยี้ทุกกองกำลังที่มีในอาณาจักรฮั่นอันยิ่งใหญ่ได้อย่างง่ายดาย

ผู้ว่าการแคว้นผิงซีก็มีลูกชายที่เรียนอยู่ในนิกายนี้เช่นเดียวกัน เขาได้ก้าวขึ้นเป็นนักรบผู้พิทักษ์แล้ว และด้วยเหตุนี้เขาจึงได้รับสิทธิ์ในการฝึกฝนภายในนิกายกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ชั้นใน

ไม่คิดว่าท้ายที่สุดแล้วศัตรูจะพบกันในทางคับแคบ ในขณะนี้เอี้ยนลี่เฉียงทำได้เพียงถอนหายใจด้วยความมหัศจรรย์แห่งโชคชะตา

เขาไม่คิดว่าหลังจากเร่ร่อนเป็นระยะเวลานาน ในที่สุดก็ได้กราบผู้อาวุโสคนหนึ่งของนิกายกระบี่ศักดิ์สิทธิ์เป็นอาจารย์รวมทั้งยังศึกษาอยู่ในสำนักเดียวกันกับลูกชายของศัตรูด้วย

หลิวกุ้ยหยวนคิดว่าตัวตนของเขาทำให้เอี้ยนลี่เฉียงตกตะลึง หลังจากให้เวลาเอี้ยนลี่เฉียงประมวลผลข้อมูลเงียบๆ เขาก็พูดต่อ

“ในนิกายกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ตัวตนของข้าคือผู้อาวุโสหุบเขายาประจำนิกาย อย่างไรก็ตามยังมีอีกตัวตนหนึ่งของข้าซึ่งก็คือผู้พิทักษ์ของนิกายกระบี่ศักดิ์สิทธิ์.”

“ผู้พิทักษ์นิกาย?” เอี้ยนลี่เฉียงมองหลิวกุ้ยหยวนอย่างสับสนเมื่อได้ยินสองคำนี้เป็นครั้งแรก เขาไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน

“หน้าที่ของผู้พิทักษ์นิกายคืออะไร?”

“นิกายใหญ่ทุกนิกายล้วนมีผู้พิทักษ์มีใครอยู่ ผู้พิทักษ์นิกายเป็นผู้พิทักษ์ที่ซ่อนเร้นที่สุดในนิกาย ในเวลาสงบสุขพวกเขาจะปกปิดตัวเองอย่างดีและกลมกลืนกับส่วนที่เหลือ

อย่างไรก็ตามเมื่อภัยพิบัติใหญ่เกิดขึ้นกับนิกายหน้าที่ของผู้พิทักษ์นิกายคือปกป้องวิชาลับของนิกายเพื่อไม่ให้มันรั่วไหลออกสู่ภายนอก

ในขณะเดียวกันเขาจะต้องพยายามรักษาศิษย์ที่โดดเด่นที่สุดของนิกายให้รอดชีวิตไปได้เพื่อที่จะก่อตั้งนิกายขึ้นใหม่อีกครั้ง"

"ข้าเข้าใจแล้ว หน้าที่สำคัญของอาจารย์คือปกป้องเมล็ดพันธุ์ของนิกาย. ในช่วงเวลาที่นิกายได้รับอันตรายอาจารย์จะคุ้มครองเมล็ดพันธุ์ที่ดีที่สุดรวมถึงคัมภีร์ทุกสิ่งทุกอย่างของนิกายและทำการบ่มเพาะเขาในสถานที่เหมาะสมเพื่อให้สามารถก่อตั้งนิกายขึ้นได้อีกครั้ง”

"เจ้าเข้าใจถูกต้อง!" หลิวกุ้ยหยวนพยักหน้าด้วยท่าทางเคร่งขรึม

“ตัวตนของข้าในฐานะผู้พิทักษ์นิกายนั้นเป็นความลับสุดยอดแม้แต่ภายในนิกายดาบศักดิ์สิทธิ์นอกจากตัวข้าและประมุขนิกายแล้วก็ไม่มีใครทราบเรื่องนี้อีก

นั่นรวมไปถึงผู้อาวุโสของนิกายและครอบครัวของข้าด้วย เจ้าห้ามมิให้เปิดเผยตัวตนของข้าให้ใครรู้ ไม่เช่นนั้นเจ้าจะต้องเผชิญกับความพิโรธแห่งกฎของนิกาย เมื่อถึงตอนนั้นแม้แต่เทพก็ช่วยไม่ได้ เข้าใจหรือไม่!"

“ถ้าตัวตนของอาจารย์ในฐานะผู้พิทักษ์นิกายเป็นข้อมูลลับแล้วท่านบอกข้าทำไม?”

หลิวกุ้ยหยวนมองไปที่เอี้ยนลี่เฉียงอย่างสงบ

“เจ้าก็เป็นคนฉลาดคนหนึ่งทำไมไม่ลองคิดดู '

เอี้ยนลี่เฉียงกลืนน้ำลายอย่างแรงและเคาะศรีษะตัวเองพร้อมกับกล่าวอย่างไม่แน่ใจว่า

“ท่านอาจารย์… ท่านคงไม่คิดจะปลูกฝังข้าให้เป็นผู้พิทักษ์นิกายคนต่อไปของนิกายกระบี่ศักดิ์สิทธิ์หรอกนะ?”

"ฮ่าฮ่าฮ่า นั่นคือแผนของข้า!" หลิวกุ้ยหยวนหัวเราะอย่างเต็มที่

“ทำไมต้องเป็นข้าด้วย? ท่านเป็นถึงผู้อาวุโสก็น่าจะมีลูกศิษย์มากมายอยู่ในนิกายไม่ใช่หรือ?”

“ข้าใช้เวลาถึงสามทศวรรษในการตามหาคนแบบเจ้า!”

“เจ้าคิดว่าพวกเราเพียงพบกันครั้งเดียวบนภูเขาหลงหู่อย่างนั้นหรือ”

หลิวกุ้ยหยวนมองไปที่เอี้ยนลี่เฉียงด้วยรอยยิ้ม

“ตอนที่เจ้ากินแล้วชักดาบในร้านอาหารก็เป็นข้าที่จ่ายเงิน จังหวัดคิดว่าพวกเราเจอกันเพียงครั้งเดียวแต่ในความเป็นจริงข้าได้ติดตามเจ้ามานานแล้ว

คืนนั้นเมื่อเจ้าฆ่าคนทั้งสามในป่าและทำลายศพของพวกเขาเพื่อกำจัดหลักฐาน ข้าก็ยืนอยู่ข้างๆเจ้านั่นเองเพียงแต่ว่าเจ้าไม่ได้สังเกตเห็นเท่านั้น ในช่วงสองสามวันที่ผ่านมาเฝ้าติดตามพฤติกรรมของเจ้าอยู่ตลอด

การพบกันของเราที่ภูเขาหลงหู่นั้นเป็นเพียงการทดสอบครั้งสุดท้ายเท่านั้น เมื่อเจ้ายอมทำทุกสิ่งทุกอย่างตามที่ข้าขอร้องเจ้าก็ถูกกำหนดให้เป็นลูกศิษย์คนของข้าแล้ว

หากในตอนนั้นเจ้าทิ้งข้าไปโดยไม่แยแสข้าก็จะไม่ช่วยเหลือเจ้าในตอนสู้กับคนจากหอคอยพระจันทร์”

เมื่อได้ยินการเปิดเผยดังกล่าวเอี้ยนลี่เฉียงก็รู้สึกเปรมปรีดิ์ แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็อดไม่ได้ที่จะหลั่งเหงื่อเย็นเยียบไปด้วย

“แล้วอาจารย์จะพาข้ากลับไปที่นิกายกระบี่ศักดิ์สิทธิ์เลยหรือเปล่า?”

“ฮ่าฮ่าฮ่า ถ้าข้าพาเจ้ากลับไปในตอนนี้ตัวตนของเราก็จะถูกเปิดเผยในทันที!” หลิวกุ้ยหยวนส่ายหัว

"เราอยู่ในแคว้นล่ายแล้วตอนนี้ สาขาหลักของนิกายกระบี่ศักดิ์สิทธิ์อยู่ห่างจากที่นี่เพียงสองร้อยลี้บนภูเขากระบี่ หน้าที่เดียวของเจ้าคือต้องไปที่นั่นและขอสมัครเป็นศิษย์ของพวกเขา”

(ขอโทษที่ลงช้าครับไปนอนโรงพญาบาลมา)

จบบทที่ 144 - ผู้พิทักษ์นิกาย

คัดลอกลิงก์แล้ว