เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 49

บทที่ 49

บทที่ 49 


(2-3 ตอนมานี้พยายาม จัดรูปแบบประโยคให้มันอ่านง่ายๆ น่ะ)

เสียงกรีดร้องดังระงม!

เดิมทีสาวๆ ในสนามส่วนใหญ่กรี๊ดให้ ลู่จื่ออิ๋น แต่ตอนนี้ ภายใต้การตบหน้าด้วยฝีมืออันเหนือชั้น พวกหล่อนก็พร้อมใจเทเสียงเชียร์และเสียงปรบมือให้หลินเฟยอย่างไม่ลังเล

"เพิ่งสังเกตนะเนี่ย หลินเฟยแม่งก็หล่อเหมือนกันนี่หว่า ไม่แพ้ลู่จื่ออิ๋นเลยนะเว้ย"

"กูว่าแล้วทำไมจางอวี่หนิงถึงชอบหมอนี่ ที่แท้ก็พลัง K..." (คำว่า K ในภาษาจีนพ้องเสียงกับ ควาย ซึ่งหมายถึง เก่ง/เทพ - ผู้แปล)

"รักเลยๆ ต่อไปนี้หลินเฟยก็คือเทพบุตรของกู!"

ขณะที่คนดูกำลังฮือฮา เหออิ๋งลั่วก็กระโดดตัวลอยด้วยความตื่นเต้น "หลินเฟย ฉันรักคุณ!"

ระบบแจ้งเตือน:

ชื่อ: เหออิ๋งลั่ว

ค่าความประทับใจ: +5 (ยอดรวม 95)

ยินดีด้วยโฮสต์ พลิกสถานการณ์สำเร็จ! ปฏิบัติการหมาทาสรักครั้งนี้ใช้เงินทุนสำรองไป 0 หยวน คืนเงิน 0 หยวน มอบรางวัลแต้มเสริมแกร่ง 20 แต้ม

แต้มรวมปัจจุบัน: 80 แต้ม

ขอแสดงความยินดี โฮสต์ได้รับทักษะ: เชี่ยวชาญการเต้น (เนื่องจากโฮสต์มีทักษะนี้อยู่แล้ว ระบบจะทำการรวมทักษะที่ได้รับเป็นรางวัลโดยอัตโนมัติ ทักษะการเต้นของท่านจะอัปเกรดเป็น LV10!)

หลินเฟยไม่ได้เสียเงินให้เหออิ๋งลั่วสักแดงเดียว ไม่คิดว่าแค่โชว์ดังค์หมุนตัว 360 องศาไปทีเดียว จะตีท้ายครัวสำเร็จเฉยเลย สงสัยเมื่อกี้จะหล่อ เท่ ระเบิด เกินไปหน่อยว่ะ!

เงาร่างสูงสง่าที่พุ่งทะยานกลางอากาศนั้น มันฝังลึกอยู่ในใจสาวๆ หลายคน สร้างแรงกระแทกทางความรู้สึกอย่างรุนแรง

พวกหล่อนเพิ่งจะค้นพบตอนนี้เอง... ที่แท้หลินเฟยไม่ใช่แค่มีความสามารถด้านอื่น แต่บาสเกตบอลก็ยังเทพขนาดนี้?

ดังนั้น ปฏิกิริยาลูกโซ่จึงเริ่มขึ้น!

ระบบแจ้งเตือน:

ชื่อ: จางอวี่หนิง

ค่าความประทับใจ: +1 (ยอดรวมความประทับใจต่อโฮสต์ทะลุ 96 แต้ม)

มอบรางวัลแต้มเสริมแกร่ง 20 แต้ม!

ชื่อ: โจวซินอี๋

ค่าความประทับใจ: +1 (ยอดรวมความประทับใจต่อโฮสต์ทะลุ 96 แต้ม)

มอบรางวัลแต้มเสริมแกร่ง 20 แต้ม!

ชื่อ: จ้าวเสี่ยวเซวียน

ค่าความประทับใจ: +1 (ยอดรวมความประทับใจต่อโฮสต์ทะลุ 97 แต้ม)

มอบรางวัลแต้มเสริมแกร่ง 20 แต้ม!

แต้มเสริมแกร่งคงเหลือปัจจุบันของโฮสต์: 140 แต้ม

ชื่อ: หลิวอินอิน

ค่าความประทับใจ: +20 (ยอดรวม 90)

หลินเฟยถึงกับมึน ไม่คิดว่าแค่เล่นบาสนิดหน่อย จะทำให้เป้าหมายหมาทาสรักทุกคนค่าความประทับใจพุ่งพรวดพร้อมกันได้ ผู้หญิงแม่งก็ชอบผู้ชายที่เจิดจรัสเปล่งประกายจริงๆ นั่นแหละ แต่ทำไมค่าความประทับใจของทุกคนเพิ่มขึ้นหมด ยกเว้นอีเจ๊น้ำแข็งหลิ่วซู่เสวี่ยที่ไม่ขยับเลยสักแต้มวะ?

นี่มันประหลาดเกินไปแล้วนะ?

ขณะนั้น ลู่จื่ออิ๋นหน้าเขียวปั๊ดจนแทบจะม่วงแล้ว แต่เขาก็ยังไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ ดังค์ได้แล้วไงวะ? ทำแต้มได้แล้วไงวะ? กูก็ทำได้เหมือนกันไม่ใช่เหรอ? กูแค่ยังไม่ได้โชว์เท่านั้นเอง!

อีพวกชะนีหน้าโง่ พวกมึงมันโคตรตาถั่ว! เมื่อก่อนพวกมึงเอาแต่กรี๊ดให้กู ตอนนี้ไอ้หมอนี่ทำแต้มได้ลูกเดียว พวกมึงก็เปลี่ยนใจกันหมดแล้วเหรอ? รุ่นนี้แม่งคุณภาพต่ำที่สุดแล้ว!

แน่นอนว่าลู่จื่ออิ๋นไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ เขายังไม่ได้แสดงฝีมือที่แท้จริงออกมา จะยอมแพ้ได้ยังไงกัน

"ยอมรับนะว่าประเมินแกต่ำไปหน่อย แต่การดวล 1 ต่อ 1 ยังไงก็ไม่ใช่การแข่งจริงอยู่ดี กล้าแข่ง 5 ต่อ 5 ไหมล่ะ?" ลู่จื่ออิ๋นท้าทายอีกครั้ง

เขามองออกแล้วว่าปฏิกิริยาร่างกายของหลินเฟยมันว่องไวมาก แถมพลังกระโดดก็น่าทึ่ง ดวล 1 ต่อ 1 เขาไม่มั่นใจว่าจะตบหลินเฟยอยู่หมัดจริงๆ ถ้าดวลกันต่อไปเรื่อยๆ เผลอๆ อาจจะกลายเป็นเวทีให้ไอ้หลินเฟยคนนี้ได้โชว์เหนือมากขึ้นไปอีก การที่หลินเฟยได้โชว์เทพครั้งเดียวก็มากพอแล้ว เขายอมไม่ได้เด็ดขาดที่จะมีใครมาเหยียบหัวเขาเพื่อสร้างชื่อเสียงตัวเอง ดังนั้น ต้องสกัดดาวรุ่ง!

"1 ต่อ 1 สู้ไม่ได้ ก็เลยอยากจะรุม 5 ต่อ 5 งั้นเหรอ? เออ ได้ กูไม่เกี่ยง!" หลินเฟยยักไหล่ ตอนนี้เขามีแต้มเสริมแกร่งตั้ง 140 แต้มอยู่ในมือ ไม่ต้องพูดถึง 5 ต่อ 5 หรอก ต่อให้ 1 ต่อ 5 เขาก็ไม่กลัวโว้ย

"เว่ยฉี แกไปอยู่ทีมหลินเฟยแล้วกัน อย่าให้คนอื่นหาว่าฉันรังแกไอ้หมอนี่!" ลู่จื่ออิ๋นชี้ไปที่ชายร่างสูงหนึ่งเมตรเก้าสิบในทีมโรงเรียน พูดอย่างมีมาดผู้นำ

ในเมื่อเป็นการแข่ง 5 ต่อ 5 ระดับฝีมือของทั้งสองทีมก็ต้องสมดุลหน่อย จะเลือกเอาแต่ตัวเก่งๆ ไปหมด แล้วเหลือแต่ไอ้ไก่อ่อนให้กูได้ยังไง? แบบนั้นมันไม่ยุติธรรม ลู่จื่ออิ๋นทำแบบนี้ กลับทำให้คนดูในสนามรู้สึกว่าเขามีน้ำใจนักกีฬา

ก็แหม เว่ยฉีคนนี้ถือเป็นผู้เล่นฝีมือระดับท็อปของทีมโรงเรียนเลยนะ

"ลู่จื่ออิ๋นก็มีน้ำใจนักกีฬานะ เขายอมยกเว่ยฉีให้หลินเฟย การแข่ง 5 ต่อ 5 ครั้งนี้ ถือว่าสูสีกันแล้ว!"

"ตอนแรกถ้าไม่ใช่เพราะเว่ยฉีถอนตัว กัปตันทีมโรงเรียนก็ไม่แน่ว่าจะเป็นลู่จื่ออิ๋นหรอก"

"การทำแบบนี้ของลู่จื่ออิ๋นฉลาดมากเลยนะ ถ้าเขาให้แต่ตัวกากๆ กับหลินเฟย ต่อให้ชนะก็ดูไม่แฟร์ โดนคนอื่นครหาได้ง่ายๆ แต่พอยกเว่ยฉีให้ ถึงแพ้ก็ไม่เสียหน้า แถมประเด็นสำคัญคือ เว่ยฉีจะยอมร่วมมือกับหลินเฟยจริงๆ น่ะเหรอ?" หนุ่มแว่นร่างผอมพูดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล

การแข่งขันเริ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เว่ยฉีกับเพื่อนร่วมทีมอีกสามคน ดูเหมือนจะไม่ได้จงใจอู้ การแข่งขันกลับดุเดือดมาก แต่หลินเฟยก็พบอย่างรวดเร็วว่า เพื่อนร่วมทีมทั้งสี่คนของเขา ไม่มีใครส่งบอลให้เขาเลยสักคน! บางครั้งยังจงใจมาขวางทาง ไม่ให้เขาแย่งบอลอีกต่างหาก นี่มันไม่ใช่ 5 ต่อ 5 ไม่ใช่ 1 ต่อ 5 แต่มันคือ 1 ต่อ 9 ชัดๆ เลยโว้ย!

บาสเกตบอลเป็นกีฬาที่ต้องเล่นเป็นทีม ถึงแม้สมรรถภาพร่างกายของหลินเฟยจะแข็งแกร่ง ปฏิกิริยาตอบสนองจะไวขนาดไหน แต่พอโดนคนเก้าคนรุมสกัด เขาก็หาโอกาสโชว์ฝีมือได้ยาก ประเด็นสำคัญคือหลินเฟยเล่นบาสไม่ค่อยเป็นจริงๆ การเลี้ยงบอลก็ไม่คล่อง การยิงก็ไม่แม่น ไม่รู้จักการร่วมมือกับเพื่อนร่วมทีม แถมยังชอบทำฟาวล์ตอนแย่งบอลอีก มันเลยทำให้รู้สึกติดๆ ขัดๆ ไปหมด ไม่ถึงสิบนาที ทีมหลินเฟยก็ตามหลังอยู่ 12 คะแนน

ในช่วงสิบนาทีนี้ หลินเฟยเหมือนคนละเมอ ไม่ได้โชว์ฟอร์มเทพเหมือนตอนดวล 1 ต่อ 1 เลยแม้แต่น้อย

"หลินเฟยก็แค่พลังกระโดดดีเท่านั้นแหละ พอลงแข่งจริง ทำไมรู้สึกเหมือนเป็นตัวถ่วงเลยวะ?"

"ก็ยังเป็นพี่ลู่จื่ออิ๋นที่หล่อกว่าอยู่ดี สามแต้มของเขาก็แม่นมาก เขาก็ดังค์เป็นเหมือนกันนะ ประเด็นคือเขาร่วมมือกับเพื่อนร่วมทีมได้ดีมาก พื้นฐานแน่นปึ้ก ถึงตอนแรกหลินเฟยจะดูเทพ แต่สุดท้ายก็แรงหมด มีดีแค่สามกระบวนท่า!"

"บาสเกตบอลมันไม่ใช่กีฬาเล่นคนเดียวจริงๆ นั่นแหละ หลินเฟยเมื่อกี้อวดดีเกินไปแล้ว!"

พูดตามตรง หลินเฟยไม่ได้แคร์เรื่องผลแพ้ชนะในวันนี้หรอก เพราะเพื่อนร่วมทีมทั้งสี่คนของเขา ไม่ได้อยู่ฝั่งเดียวกับเขาเลยสักนิด คนพวกนี้ก็แค่เล่นละครให้ลู่จื่ออิ๋นได้หน้าเท่านั้น แต่ทำท่าเหมือนตั้งใจเล่นมาก หลินเฟยโดยพื้นฐานแล้วคือ 1 ต่อ 9 ในเมื่อพวกมึงหน้าด้านขนาดนี้ งั้นกูก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจพวกมึงแล้ว!

"ระบบ กูต้องการเสริมแกร่งทักษะบาสเกตบอล!"

ระบบแจ้งเตือน:

เนื่องจากโฮสต์ยังไม่มีทักษะนี้ การเสริมแกร่งทักษะบาสเกตบอล จำเป็นต้องจ่ายแต้มเสริมแกร่งเพิ่มอีก 10 แต้ม! ต้องการเสริมแกร่งต่อหรือไม่!

"เสริมแกร่ง! เสริมแกร่งต่ออีกร้อยปีทักษะบาสเกตบอล!"

ระบบแจ้งเตือน:

เสริมแกร่งสำเร็จ! หนึ่งแต้มเสริมแกร่งสามารถเสริมแกร่งทักษะได้ห้าปี ครั้งนี้ใช้แต้มเสริมแกร่งไปทั้งหมด 30 แต้ม (10 แต้มแรก + 20 แต้มสำหรับ 100 ปี)

แต้มเสริมแกร่งคงเหลือ: 110 แต้ม

ขอแสดงความยินดี โฮสต์ได้รับทักษะบาสเกตบอลระดับตำนาน!

ขอแสดงความยินดี โฮสต์ได้รับทักษะระดับตำนาน ได้รับรางวัล: พลัง +5, ร่างกาย +5, ความว่องไว +5

ค่าสถานะปัจจุบัน: ชื่อ: หลินเฟย, พลัง: 45, ร่างกาย: 35, จิตใจ: 20, ความว่องไว: 32

หลินเฟยอึ้งไปเล็กน้อย การได้ทักษะระดับตำนานยังได้เพิ่มค่าสถานะพื้นฐานอีกเหรอ? รอบนี้แม่งโคตรคุ้มเลยว่ะ!

วินาทีต่อมา กระแสความอบอุ่นที่คุ้นเคยก็ไหลเวียนไปทั่วร่างหลินเฟย ในสมองเขาก็พลันมีความรู้สึกแปลกๆ ลึกซึ้งผุดขึ้นมา ร่างกายที่เคยติดๆ ขัดๆในสนามบาส ก็เหมือนจะปลดปล่อยออกมาได้หมดจดในทันที

ตอนนั้นเองหลินเฟยถึงเพิ่งจะตระหนักว่า สุดยอดฝีมือบาสเกตบอลที่แท้จริง ที่ต้องเชี่ยวชาญ ไม่ใช่แค่ความชำนาญในการเล่นบาสเท่านั้น แต่ยังต้องมีการคาดการณ์ที่แม่นยำ การควบคุมจังหวะ ต้องรู้จักใช้สมองเล่น ใครบอกว่าบาสเกตบอลต้องเล่นเป็นทีมวะ? นั่นมันเป็นเพราะมึงยังไม่เทพพอต่างหาก ตราบใดที่มึงแข็งแกร่งพอ เล่นคนเดียวก็ตบคนอื่นร่วงหมดสนามได้เหมือนกันโว้ย!

"พี่ลู่ รับบอล!" หม่าเทาเหลือบมองหลินเฟยอย่างดูถูก เขาประสานงานเหมือนเดิม เตรียมจะส่งบอลให้ลู่จื่ออิ๋น แต่ในเสี้ยววินาทีที่ลูกบอลลอยออกจากมือ ไม่รู้ว่าหลินเฟยโผล่มาจากไหน เขาใช้ความเร็วปานสายฟ้าฟาด แย่งบอลไปได้กลางอากาศ! ดูเหมือนเขาจะคาดการณ์การเคลื่อนไหวของหม่าเทาได้ล่วงหน้าแล้ว พอได้บอลปุ๊บ หลินเฟยเลี้ยงลูกเดียว ทะลวงฝ่าวงล้อมห้าหกคนไปได้อย่างง่ายดาย แล้วก็กระโดดดังค์ด้วยท่าขวานผ่าปฐพี ยัดลูกบาสลงห่วงไปอีกครั้ง!

"หม่าเทา เดี๋ยวแกประกบหลินเฟยไว้ มันทำเป็นแค่ดังค์เท่านั้นแหละ ไม่ให้มันมีโอกาสดังค์ มันก็แค่ไอ้ไก่อ่อน!"

"ได้เลยพี่ลู่!" หม่าเทาพยักหน้า

แต่หลินเฟยทำเป็นแค่ดังค์จริงๆ น่ะเหรอ?

จากนั้น หลินเฟยก็เหมือนเทพจุติ เขามักจะแย่งบอลได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นบอลของเพื่อนร่วมทีม หรือบอลของฝ่ายตรงข้าม ตราบใดที่มีคนเลี้ยงบอลอยู่ข้างๆ เขา มึงก็จะยังไม่ทันรู้ตัว บอลก็ไปอยู่ในมือหลินเฟยแล้ว นี่มันมือไวระดับโสดมาห้าสิบปีชัดๆ!

"เชี่ยเอ๊ย! ทำไมบอลโดนมันแย่งไปอีกแล้ววะ! ป้องกัน! รีบป้องกันเร็ว! ห้ามให้มันดังค์เด็ดขาด!" ลู่จื่ออิ๋นคำรามลั่น

"โครม!" ครั้งนี้หลินเฟยไม่ได้ดังค์จริงๆ แต่กลับยิงสามแต้มสุดแม่น ลูกพุ่งแหวกอากาศลงห่วงไปอย่างสวยงาม!

"แม่มเอ๊ย! ไม่ใช่ว่ามันทำเป็นแค่ดังค์เหรอวะ? ทำไมสามแต้มมันก็แม่นขนาดนี้?"

"ต้องเป็นโชค มันต้องเป็นโชคแน่ๆ! เอาใหม่!"

"โครม!" บอลเข้าอีกแล้ว สามแต้มของหลินเฟย แทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ แม่นจนมึงเริ่มสงสัยในชีวิตตัวเองเลยทีเดียว!

ไม่ใช่แค่นั้น ความเร็วในการเลี้ยงบอลของเขาก็เร็วขึ้นเรื่อยๆ ทั้งรีบาวด์ บล็อก หลอกล่อ จู่โจม ยิงไกล ดังค์กลางอากาศ สารพัดลีลาโชว์ จนคนดูหนังหัวชา ตราบใดที่เงาของหลินเฟยพริ้วผ่านข้างๆ มึง บอลในมือมึงก็จะอันตรธานหายไปทันที มันก็เกินไปแบบนี้แหละ มึงแทบจะมองไม่เห็นเลยว่าเขาแย่งบอลไปได้ยังไง ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมทีมหรือคู่ต่อสู้ กูก็คือ 1 ต่อ 9!

ครึ่งชั่วโมงต่อมา เหล่าคนดูขาเผือกทั้งสนาม ต่างก็ตกตะลึงจนกลายเป็นหินไปแล้ว!

"โคตรเทพ กูแม่งไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาชมเชยแล้วว่ะ!"

"กูคำนวณดูแล้ว แค่ครึ่งชั่วโมง หลินเฟยทำไปห้าดังค์ หกรีบาวด์ เจ็ดบล็อก สิบห้าสตีล 113 แต้มไม่พลาดเลยสักลูก เชี่ยเอ๊ย! ขนาดซุป'ตาร์ NBA ยังไม่เทพขนาดนี้เลยมั้ง?"

"กูว่ามันกำลังรังแกคนอ่อนกว่า (ตบเด็ก) ชัดๆ 1 ต่อ 9?"

"บาสเกตบอลแม่งเล่นแบบนี้ได้ด้วยเหรอวะ? ที่แท้สุดยอดฝีมือตัวจริง ไม่ต้องการเพื่อนร่วมทีมจริงๆ นี่หว่า? กูยอมรับ!"

ณ ตอนนั้น สมาชิกทีมโรงเรียนเก้าคน ต่างรู้สึกเจ็บปวดหัวใจอย่างสุดซึ้ง เริ่มสงสัยในชีวิตตัวเองแล้ว ไอ้หลินเฟยนี่มันไม่ใช่คน เขาคือไอ้โรคจิตชัดๆ เล่นบาสคนเดียวได้เก่งกาจถึงขั้นนี้? นี่มันเหนือจินตนาการของพวกเขาไปแล้ว ทั้งดังค์ บล็อก สตีล สามแต้มร้อยเปอร์เซ็นต์ ที่เกินกว่านั้นคือ ทุกครั้งที่ลู่จื่ออิ๋นยิง หลินเฟยสามารถตบบอลที่กำลังจะลงห่วงออกมาได้??

นี่แม่งโคตรเลวเลย!

"ไม่เล่นแล้ว ไม่เล่นแล้วจริงๆ เล่นบาสกับไอ้โรคจิตนี่ กุเสียความมั่นใจไปหมดแล้ว!" เว่ยฉีเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก พูดด้วยสีหน้าเจ็บปวดรวดร้าว เขาสูงเมตรเก้ากว่า แต่ต่อหน้าหลินเฟย กลับแย่งรีบาวด์ไม่ได้เลยสักลูก โคตรท้อแท้

"กูก็ไม่เล่นแล้ว เหมือนโดนเด็กประถมตบหน้าเลยว่ะ!"

"พี่ลู่ ไม่ใช่พวกผมไม่ช่วยพี่นะ หลักๆ คือ สู้ไม่ไหวจริงๆ ว่ะ!"

สีหน้าของลู่จื่ออิ๋นตอนนี้ เหมือนเพิ่งจะกินขี้มาหมาดๆ เขาพบว่าไอ้หมาหลินเฟยนี่ แม่งโคตรจะเจ้าเล่ห์เลย! ตอนดวล 1 ต่อ 1 ครั้งแรก มันทำเป็นแค่พลังกระโดดดี แต่การเลี้ยงบอลห่วยแตก ไม่ค่อยรู้วิธีป้องกัน ดูเหมือนไอ้ไก่อ่อน ด้วยเหตุนี้ ลู่จื่ออิ๋นจึงตัดสินว่า แค่แข่ง 5 ต่อ 5 ไอ้ไก่อ่อนอย่างหลินเฟยต้องเผยธาตุแท้แน่นอน ถึงตอนนั้นตัวเองก็จะสามารถกู้หน้าคืนมาได้ แต่ใครจะไปคิดว่า เขาโดนหลอกแล้ว!

คนที่ดังค์หมุนตัว 360 องศาได้ จะเล่นบาสไม่เป็นได้ยังไงวะ?

ทั้งหมดนี่คือการแกล้งทำ แกล้งทำเป็นอ่อนแอเพื่อล่อให้เขาตายใจ รอจนเริ่มแข่งจริง หลินเฟยถึงได้โชว์ฝีมือเต็มที่ จากนั้น... เขาก็เริ่มเบ่งแหลก ตบหน้าแหลก ตบหน้าเดือนมหาลัยอันดับหนึ่งอย่างเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า!

"เหอะ! เดือนมหาลัยอันดับหนึ่ง ก็แค่นี้เอง บอกแล้วไงว่ามึงเป็นไก่อ่อนยังไม่เชื่ออีก ฝีมือระดับมึง ยังกล้าออกมาโชว์อีกเหรอ? แค่มือใหม่อย่างกูที่เพิ่งเล่นบาสได้ไม่ถึงสองวันยังสู้ไม่ได้เลย ต่อไปก็อย่ามาขายหน้าตัวเองอีกเลย!" หลินเฟยเยาะเย้ยอย่างไม่เกรงใจ

ถ้าเป็นคนอื่น หลินเฟยคงไม่ไปเยาะเย้ยเขาหรอก ประเด็นคือไอ้หมอนี่มันขับรถเกือบชนคนแล้วไม่ขอโทษ แถมยังชูนิ้วกลางให้อีก? ขับปากานี ฮูไอร่า แล้วคิดว่าตัวเองจะเทพมากรึไงวะ? หลินเฟยไม่สนหรอก

"มึง..." ลู่จื่ออิ๋นโกรธจนแทบกระอักเลือด ไอ้หมานี่พอได้เปรียบแล้วก็ไม่ยอมปล่อยจริงๆ มันน่าโมโหสุดๆ

"นายน้อยลู่ อย่าหุนหันพลันแล่น อย่าตีกัน พวกเราสู้เขาไม่ได้!" หม่าเทารีบดึงแขนลู่จื่ออิ๋น เช็ดเหงื่อเย็นๆ บนหน้าผากเตือน

"หม่าเทา ไอ้ขี้ขลาดนี่ แกมันป๊อดเกินไปแล้วนะ? เขาแย่งแฟนแกไป แกยังไม่คิดจะแก้แค้นอีกเหรอ?"

"ไม่ใช่ครับ นายน้อยลู่ ผมเคยเรียกคนไปแก้แค้นเขาแล้ว วันนั้นผมเรียกคนไปยี่สิบกว่าคน โดนเขาคนเดียวอัดร่วงหมดเลย ตอนนี้ยังมีพี่น้องหลายคนนอนหยอดน้ำข้าวต้มอยู่ที่โรงพยาบาลอยู่เลย!"

พอพูดประโยคนี้ออกมา ลู่จื่ออิ๋นก็อึ้งไปเลย ถึงแม้เมื่อสองวันก่อน เขาจะได้ยินข่าวลือคล้ายๆ กันในโรงเรียนอยู่บ้าง แต่เขาก็คิดว่ามันเป็นแค่ข่าวลือ ใครจะไปคิดว่าจะมีคน 1 ต่อ 20 ได้วะ? พลทหารหน่วยรบพิเศษก็ไม่น่าจะเทพขนาดนี้เลยมั้ง? แต่พอหม่าเทาพูดยืนยันเอง มันก็ไม่เหมือนกันแล้ว เมื่อกี้หลินเฟยแสดงพลังร่างกายออกมา ก็ไม่ธรรมดาจริงๆ ถ้าเกิดลงไม้ลงมือกันขึ้นมา เกรงว่าตัวเองต้องเป็นฝ่ายเสียเปรียบ

"ไม่ต้องห่วง พวกเราเป็นคนมีอารยธรรม จะไม่หยาบคายไปตีกันหรอก หลินเฟย ฉันยอมรับว่านายเล่นบาสเก่งจริง แต่มันก็แค่นั้นแหละ ในสายตาฉัน นายยังคงเป็นตัวอะไรก็ไม่รู้เหมือนเดิม แกคงจะไม่รู้สินะว่าฉันเป็นใคร!"

"ฉันก็อยากจะบอกเหมือนกันว่า ฉันก็ไม่รู้ว่าแกเป็นใคร!" ลู่จื่ออิ๋นคิดจะใช้เบื้องหลังมาข่มขู่ หลินเฟยก็สวนกลับไปอย่างไม่เกรงใจเหมือนกัน มึงก็แค่ไอ้ลูกคนรองตระกูลลู่ ทรัพย์สินที่บ้านแค่ไม่กี่พันล้าน ไอ้ลูกคนที่สองอย่างมึง สุดท้ายจะได้มรดกสักเท่าไหร่ก็ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำ? กูใช้เงินไปเกือบพันล้านในครึ่งเดือนกว่าๆ มึงตระกูลลู่เทียบอะไรได้วะ!

"ดีมาก! ไม่เคยมีใครกล้ามาทำกร่างต่อหน้าฉัน แกเป็นคนแรก ฉันเชื่อว่าแกจะเป็นคนสุดท้ายด้วย รอดูกันต่อไป!" ลู่จื่ออิ๋นทิ้งท้ายคำขู่ไว้ มองรอบๆ อย่างเย็นชา แล้วก็เดินออกจากโรงยิมไป เกรงว่าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ตำแหน่งเดือนมหาลัยอันดับหนึ่งของเขา คงจะไม่มั่นคงแล้ว!

"คลิปที่หลินเฟยดังค์เมื่อกี้ มีใครถ่ายไว้ไหม?" มีนักศึกษาสาวคนหนึ่งถาม

"ไม่มีอ่ะ เมื่อกี้มัวแต่ดูจนตะลึง ลืมถ่ายไปเลย!"

"ฮ่าๆ ฉันถ่ายไว้แล้ว เดี๋ยวจะเอาไปโพสต์ลงโต่วอิน!"

ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของสาวๆ ที่ตื่นเต้น หลินเฟยพลันหายตัวไปแล้ว ไม่รู้ว่าเขาแอบหนีตามฝูงชนออกไปจากโรงยิมตั้งแต่เมื่อไหร่ การเบ่งแบบนี้ ไม่ต้องพูดอะไรมาก เผ่นก่อนคือสุดยอด!

"ไอ้หลินเฟยนี่ หายตัวไปไหนแล้วก็ไม่รู้ ฉันยังว่าจะเอาน้ำไปให้เขาอยู่เลย!" เหออิ๋งลั่วกระทืบเท้า แล้วเธอก็พบว่า จางอวี่หนิงก็มีน้ำขวดหนึ่งอยู่ในมือเหมือนกัน จ้าวเสี่ยวเซวียนก็มีน้ำขวดหนึ่งอยู่ในมือ โจวซินอี๋ก็มีน้ำขวดหนึ่งอยู่ในมือ แถมยังมีสาวๆ ที่ไม่รู้จักอีกหลายคน ดูเหมือนก็เตรียมจะเอาน้ำไปให้หลินเฟยเหมือนกัน แต่หลินเฟยหายตัวไปแล้ว

"โชคดีที่กูเผ่นเร็ว ไม่งั้นไม่รู้จะรับน้ำใครดี!" หลินเฟยตบหน้าอกตัวเองอย่างโล่งใจ "สงสัยคนหล่อเกินไปก็ไม่ดีเหมือนกันนะ สาวๆ ชอบแอบมาวุ่นวาย ทำให้เสียเวลาไปตั้งเยอะ!" หลินเฟยถอนหายใจพลางส่ายหน้า

กินข้าวเที่ยงเสร็จ หลินเฟยอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า เพราะเมื่อกี้เล่นบาส เหงื่อออกท่วมตัว อาบน้ำเย็นๆ แล้วสบายตัวสุดๆ หลินเฟยใส่กางเกงขาสั้น เดินโทงๆ อยู่ในหอพัก

เขาเปิดหน้าต่างระบบในหัว ดูค่าสถานะตัวเอง:

ชื่อ: หลินเฟย

พลัง: 45

ร่างกาย: 35

จิตใจ: 20

ความว่องไว: 32

"ระบบ เสริมแกร่งพลัง 5 แต้ม ร่างกาย 15 แต้ม จิตใจ 30 แต้ม ความว่องไว 18 แต้ม"

ระบบแจ้งเตือน:

เสริมแกร่งสำเร็จ!

ชื่อ: หลินเฟย

พลัง: 50

ร่างกาย: 50

จิตใจ: 50

ความว่องไว: 50

แต้มเสริมแกร่งคงเหลือ: 42 แต้ม

จากนั้นกระแสความอบอุ่นที่คุ้นเคยก็ไหลเวียนไปทั่วร่างหลินเฟย หลินเฟยรู้สึกว่าความเหนื่อยล้าในร่างกายหายไปหมดจด ความสามารถในการมองเห็น การได้ยิน และปฏิกิริยาตอบสนอง เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ตอนนี้เขามั่นใจว่าถ้าศัตรูไม่มีปืน คนธรรมดาสี่ห้าสิบคน ก็ไม่มีทางสู้เขาได้แน่นอน

เขามองดูกล้ามเนื้อที่นูนขึ้นบนร่างกายอย่างพึงพอใจ แล้วหยิบมือถือขึ้นมา เปิดกลุ่มวีแชทเศรษฐีรุ่นสองเมืองหางโจว

สองวันนี้ หลินเฟยมัวแต่ติดต่อนายหน้าหาบ้าน แต่นายหน้าพวกนี้แม่งโคตรจะต้มตุ๋น  ไม่ก็บ้านห่วยเกินไป ไม่ก็ราคาสูงกว่าตลาดอย่างเห็นได้ชัด แถมยังไม่ยอมให้คุยกับเจ้าของบ้านโดยตรง เรียกเก็บค่าธรรมเนียมนายหน้าสูงลิ่วไม่พอ ซื้อมาแล้วอาจจะมีปัญหาตามมาเพียบอีกต่างหาก โคตรเยอะจริงๆ หลินเฟยไม่พอใจ เลยอยากจะถามในกลุ่มเศรษฐีรุ่นสองดู

ดูว่ามีใครมีช่องทางอะไรบ้าง อย่างน้อยพวกเศรษฐีรุ่นสอง ก็คงน่าเชื่อถือกว่านายหน้าพวกนั้นแหละวะ!

หลินเฟยเพิ่งจะเปิดกลุ่มเศรษฐีรุ่นสอง ก็พบว่าคนในกลุ่มเหมือนจะกำลังคุยเรื่องเขาอยู่

"พวกมึงรู้ป่าว? ได้ยินว่าหย่วนหางเทรดดิ้งกรุ๊ปที่ใกล้จะล้มละลาย ตอนนี้มีเรื่องใหม่เกิดขึ้นแล้ว บริษัทนี้ไม่เพียงแต่ใช้หนี้ธนาคารแล้ว แต่ได้ยินว่าช่วงนี้ยังเริ่มขยายกิจการอีกต่างหาก พวกเขาถึงกับริเริ่ม  ไปเทคโอเวอร์บริษัทเทรดดิ้งที่ใกล้จะล้มละลายแห่งอื่น กูงงไปหมดแล้ว ตระกูลเซี่ยไปเอาเงินก้อนใหญ่มหาศาลขนาดนี้มาจากไหนกันวะ?"

(จบตอนที่ 49)

จบบทที่ บทที่ 49

คัดลอกลิงก์แล้ว