เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 39: เบ่งทับด้วยเงินห้าร้อยล้าน และการเปิดโปงอดีต

บทที่ 39: เบ่งทับด้วยเงินห้าร้อยล้าน และการเปิดโปงอดีต

บทที่ 39: เบ่งทับด้วยเงินห้าร้อยล้าน และการเปิดโปงอดีต


บทที่ 39: เบ่งทับด้วยเงินห้าร้อยล้าน และการเปิดโปงอดีต

"ไอ้บ้าที่ไหนวะ มึงเบื่อโลกแล้วรึไง?" หานฮ่าวหรานมองดูหลินเฟยที่แต่งตัวโคตรกระจอกแต่ปากดีเหลือเกิน ก็ด่าออกมาอย่างโมโห พุ่งเข้าไปจะกระชากคอเสื้อหลินเฟย กะจะโยนออกไปข้างนอก

แต่ยังไม่ทันจะได้จับคอเสื้อหลินเฟย หลินเฟยก็ตบสวนกลับไปฉาดใหญ่จนเขากระเด็น "ตัวเหี้ยอะไรวะ? อ้วนเป็นลูกบอลกลิ้งได้แบบมึงเนี่ยนะ กล้ามาลงมือกับปู่มึงเหรอ?"

"บังอาจ!"

"ไอ้เด็กเวร มึงรู้ไหมว่ามึงตบใคร? ขนาดคุณชายหานมึงก็ยังกล้าตบ? มึงรู้ไหมว่าคนที่นั่งอยู่ในนี้แต่ละคนมีฐานะอะไรกันบ้าง?" บอดี้การ์ดร่างกำยำสองคนพุ่งเข้ามา

พลางตวาดเสียงดัง พลางข่มขู่หลินเฟย และเตรียมจะลงมือจับตัว!

"พวกมึงลองแตะกูดูสักทีสิ? ก็แค่ไอ้เฒ่าตระกูลหานกับไอ้เฒ่าตระกูลเซี่ยมานั่งคุยเรื่องขายลูกสาวกันไม่ใช่เหรอวะ? พวกมึงเชื่อไหมว่าแค่คำพูดเดียวของกู ก็ทำให้ตระกูลหานของพวกมึงหายไปจากเมืองหางโจวได้เลย!" หลินเฟยตะโกนอย่างบ้าคลั่ง

ไอ้หมอนี่มันรู้ฐานะของท่านประธานหานกับท่านประธานเซี่ยด้วยเหรอ?

ทุกคนในที่นั้นพอได้ยินคำพูดอวดดีสุดๆ ของหลินเฟย ก็ยิ่งสงสัยมากขึ้นไปอีก รู้ฐานะของทุกคนแล้วยังกล้าทำขนาดนี้ หนุ่มน้อยคนนี้คงจะมีเบื้องหลังไม่ธรรมดาแน่ๆ

แววตาหานเชียนเย่ฉายแววเคร่งขรึม "ไม่ทราบว่าคุณชายท่านนี้เป็นบุตรหลานตระกูลไหน? หานผู้นี้วันหน้าจะไปเยี่ยมคารวะถึงบ้านแน่นอน!"

"ไม่ต้อง! แกยังไม่มีปัญญาขนาดนั้น!" หลินเฟยโบกมือ ราวกับไม่เห็นหัวประธานตระกูลหานอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย

หานเชียนเย่แทบจะปอดระเบิดด้วยความโมโห อย่างไรเสียเขาก็เป็นผู้มีหน้ามีตาในเมืองหางโจว ไม่เคยมีใครมาดูถูกเขาแบบนี้มาก่อน ยิ่งไปกว่านั้นไอ้หมอนี่ยังเป็นแค่เด็กหนุ่มคนหนึ่ง?

มึงเอาความกล้าและความมั่นใจมาจากไหนวะ?

ถึงได้กล้าเมินเฉยต่อบารมีของประธานตระกูลหาน?

"จื่อเมิ่ง เธอวางใจได้ ปัญหาที่บ้านเธอ ฉันจะช่วยแก้ให้เอง!" หลินเฟยหันไปยิ้มให้เซี่ยจื่อเมิ่งเล็กน้อย จากนั้นก็หันหลังกลับ เดินไปตรงหน้าเซี่ยเจี้ยนจวิน คว้าสัญญาในมือเขามาโดยไม่สนใจใครหน้าไหน

เซี่ยเจี้ยนจวินเพิ่งจะคิดจะห้าม แต่ก็ไม่ทันแล้ว ความเร็วของหลินเฟยมันเร็วเกินไปจริงๆ เขายังไม่ทันได้ตอบสนอง สัญญาก็ไปอยู่ในมือหลินเฟยแล้ว

หลินเฟยเปิดดูผ่านๆ สองสามหน้า ก็หัวเราะออกมาทันที

"เหอะๆ! ท่านประธานเซี่ยดูถูกลูกสาวตัวเองเกินไปหน่อยรึเปล่าครับ? แค่ร้อยล้านก็ขายแล้วเหรอ? แถมยังพ่วงหุ้นบริษัทตัวเองอีก 20% ไปด้วย คุณนี่มันสุดยอดจริงๆ! เอางี้แล้วกัน ผมให้ห้าร้อยล้าน ซื้อหุ้น 60% ของหย่วนหางกรุ๊ปของตระกูลเซี่ย ท่านประธานเซี่ยว่ายังไงครับ?"

คำพูดนี้ทำเอาทั้งห้องเงียบกริบ พูดออกมาแต่ละคำสะเทือนฟ้าสะเทือนดิน

รูปร่างหน้าตา การแต่งตัวของหลินเฟย มันไม่เหมือนบอสใหญ่ ที่จะมีปัญญาควักเงินห้าร้อยล้านออกมาได้เลย แต่คำว่าห้าร้อยล้านออกจากปากเขา มันช่างดูเรียบง่ายสบายๆ เหลือเกิน แถมดูท่าทางแล้ว เหมือนเขาจะรู้จักกับลูกสาวเซี่ยจื่อเมิ่งด้วย คงจะรีบมาขัดขวางการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ครั้งนี้โดยเฉพาะ

"เสี่ยวเมิ่ง คนนี้คือ...?" เซี่ยเจี้ยนจวินถามอย่างสงสัย

"เขาคือหลินเฟยค่ะ เป็น... เพื่อนร่วมชั้นเก่าของหนู รวยมากค่ะ!" เซี่ยจื่อเมิ่งไม่รู้จะแนะนำหลินเฟยยังไงดี เพราะหลินเฟยก็ไม่ใช่แฟนเธอ แต่การกระทำของหลินเฟยวันนี้ ความหมายมันก็ชัดเจนมาก สุดท้ายเธอก็เลยเติมไปว่าหลินเฟยรวยมาก ถือเป็นการคลายข้อสงสัยในใจของเซี่ยเจี้ยนจวิน

พอเซี่ยจื่อเมิ่งพูดจบ สีหน้าเธอก็ดูซับซ้อนอย่างยิ่ง ในใจรู้สึกหลากหลายปนเปกันไปหมด ท่าทีที่มีต่อเซี่ยเจี้ยนจวิน ค่อนข้างเย็นชา แต่สำหรับการมาถึงของหลินเฟย เธอรู้สึกขอบคุณอย่างยิ่ง

"อ๋อ คุณชายหลินนี่เอง คุณยินดีจะให้ห้าร้อยล้าน ซื้อหุ้น 60% ของหย่วนหางกรุ๊ปของตระกูลเซี่ยผมจริงๆ เหรอครับ?" เซี่ยเจี้ยนจวินคิดคำนวณในใจ ถ้ามีคนให้ห้าร้อยล้านซื้อหย่วนหางกรุ๊ปจริงๆ ไม่ต้องพูดถึงแค่ 60% หรอก ต่อให้ขายเหมาทั้งบริษัท เขาก็ยินดี ตอนนี้หย่วนหางใกล้จะล้มละลายเต็มทีแล้ว ไม่มีค่าขนาดนั้นแน่นอน พอได้ห้าร้อยล้านมา เขาก็สามารถกลับมาตั้งตัวใหม่ได้อย่างสบายๆ แล้วจะไปยึดติดกับกองซากเน่าๆ นี่ทำไม?

"ใช่แล้ว ห้าร้อยล้านผมเอาออกมาได้ แต่ผมก็มีเงื่อนไขเหมือนกัน" หลินเฟยแค่นเสียงหัวเราะ แล้วเหลือบมองเซี่ยจื่อเมิ่งแวบหนึ่ง

เซี่ยเจี้ยนจวินก็เหลือบมองลูกสาวตัวเองเช่นกัน เข้าใจได้ในทันที ไอ้หลินเฟยคนนี้ยอมทุ่มห้าร้อยล้านซื้อหุ้น 60% ของหย่วนหางกรุ๊ป แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะเห็นคุณค่าของหย่วนหาง แต่มีจุดประสงค์อื่น จุดประสงค์ของเขาก็เหมือนกับหานฮ่าวหราน คือเล็งลูกสาวตัวเองเหมือนกัน แต่หลินเฟย  ให้ราคาสูงกว่า มีความจริงใจมากกว่า แถมยังหล่อกว่าด้วย น่าจะตรงสเปคในใจลูกสาวมากกว่า

สายตาของเซี่ยเจี้ยนจวินกับหลินเฟย ทำให้เซี่ยจื่อเมิ่งรู้สึกหนาวเยือกไปทั้งตัว ไม่คิดว่าการมาถึงของหลินเฟย ก็ยังเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ที่เธอถูกมองเป็นสินค้าไม่ได้อยู่ดี ในสายตาพ่อ เธอเป็นเพียงสินค้าที่สามารถนำมาขายได้ตามใจชอบ ใครให้ราคาสูงสุดก็ได้ไป ในสายตาหลินเฟย เธอก็เป็นสินค้าที่สามารถซื้อได้เหมือนกัน แต่เธอเป็นคนนะ ทำไมถึงต้องโดนซื้อขายต่อหน้าอย่างไร้ศักดิ์ศรีแบบนี้ด้วย?

ถึงแม้เธอจะรู้สึกดีกับหลินเฟยอยู่บ้าง เธอก็ทนไม่ได้ที่จะต้องกลายเป็นผู้หญิงของใครสักคนด้วยวิธีแบบนี้ นี่มันคือการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอ!

คือการดูหมิ่นความเป็นมนุษย์!

"คุณชายหลิน คุณมีเงื่อนไขอะไร ก็เสนอมาได้เลยครับ!"

"เงื่อนไขของผมมีข้อเดียว ผมให้ห้าร้อยล้าน คุณโอนหุ้น 60% ของหย่วนหางกรุ๊ปไปเป็นชื่อของเซี่ยจื่อเมิ่ง พอโอนหุ้นเสร็จเรียบร้อย ห้าร้อยล้านเข้าบัญชีทันที!"

คำพูดนี้ทำเอา เซี่ยจื่อเมิ่งอึ้ง!

เซี่ยเจี้ยนจวินอึ้ง!

หานเชียนเย่อึ้ง!

ทุกคนในที่นั้นอึ้งพร้อมกัน!

หลินเฟยพูดอะไรออกมาวะ?

เขาจะใช้เงินห้าร้อยล้านซื้อหุ้น 60% ของหย่วนหางกรุ๊ป สุดท้ายกลับไม่เรียกร้องอะไรเลย แถมยังจะโอนหุ้นให้เซี่ยจื่อเมิ่งอีก?

เซี่ยจื่อเมิ่งก็เป็นคนตระกูลเซี่ย โอนหุ้นไปให้ ก็ยังเป็นของตระกูลเซี่ยอยู่ดี นี่มันต่างอะไรกับการเอาเงินห้าร้อยล้านมาให้ตระกูลเซี่ยฟรีๆ วะ?

มึงปัญญาอ่อนรึเปล่า?

มึงโง่เง่าเต่าตุ่นรึเปล่า?

หรือว่าเพื่อความรักจริงๆ สามารถทุ่มเทให้ได้ทุกอย่าง โดยไม่หวังผลตอบแทนใดๆ?

ในโลกนี้มีคนแบบนี้อยู่จริงๆ เหรอวะ?

วินาทีนั้น เซี่ยจื่อเมิ่งซาบซึ้งใจอย่างสุดซึ้ง หลินเฟยไม่ได้มองเธอเป็นสิ่งของ เขาแตกต่างจากหานฮ่าวหรานโดยสิ้นเชิง เขาเพียงแค่ต้องการทุ่มเทให้เธอ โดยไม่เคยคิดจะฉวยโอกาสเรียกร้องอะไรเลย ผู้ชายคนนี้ โลกแห่งความรักของเขาช่างบริสุทธิ์เหลือเกิน

"ชื่อ: เซี่ยจื่อเมิ่ง ค่าความประทับใจ +30 ค่ารวม 80 แต้ม" น้ำตาร้อนๆ เอ่อล้นออกมาจากดวงตาของเซี่ยจื่อเมิ่งอีกครั้ง

"คุณชายหลินครับ ข้อเรียกร้องของท่าน มีเพียงแค่นี้จริงๆ เหรอครับ?" เซี่ยเจี้ยนจวินรู้สึกเหมือนโดนพายหล่นใส่หัว มันดูไม่จริงเอาซะเลย

"ก็แค่นี้แหละ คุณยังอยากได้อะไรอีกเหรอ?" หลินเฟยแอบขำในใจ ถ้าไม่ใช่เพราะโอนหุ้นเข้าชื่อตัวเองไม่ได้ ไม่งั้นเงินทุนสำรองจะใช้ไม่ออก เขาคงไม่เสนอเงื่อนไขประหลาดๆ แบบนี้หรอก!

แต่เซี่ยจื่อเมิ่งไม่รู้นี่หว่า เธอคิดว่าหลินเฟยรักเธอเข้ากระดูกดำจริงๆ ยอมทุ่มเททุกอย่างเพื่อเธอ ผู้ชายแบบนี้ หาได้ยากยิ่งในโลก ผู้หญิงบางทีก็มักจะฝันถึงความรักในเทพนิยาย การแสดงออกของหลินเฟยในวันนี้ ไม่ต่างอะไรกับเจ้าชายในเทพนิยายเลย เขาดูสมบูรณ์แบบยิ่งกว่าเจ้าชายเสียอีก

บางทีในสายตาคนอื่น เขาอาจจะเป็นไอ้โง่ แต่ในสายตาเซี่ยจื่อเมิ่ง เขาคือผู้กอบกู้ เขาคือ หงอคง ที่เหยียบเมฆเจ็ดสี ในที่สุดก็มาปรากฏตัวตอนที่ ม่วงเมฆเทียนเซียน กำลังจะแต่งงานกับ พญาวัวกระทิง พอเขาปรากฏตัว ก็สะกดคนทั้งงานได้ บารมีน่าเกรงขาม พลิกชะตากรรม พลังความเป็นชาย Max!

"คุณชายหลินครับ ผมไม่มีปัญหาอะไรทั้งนั้น ตอนนี้ผมจะร่างสัญญาโอนหุ้นฉบับใหม่ ตามที่คุณชายเฉิน ต้องการเดี๋ยวนี้เลยครับ!"

ในห้องประชุมนี้ มีเครื่องพิมพ์อยู่ ข้อเรียกร้องของหลินเฟยมันง่ายเกินไป แค่แก้ไขสัญญาเล็กน้อยเท่านั้นเอง แม้แต่เงื่อนไขแฝงที่ตามมา ก็ฉีกทิ้งไปได้เลย ใช้เวลาไม่ถึงยี่สิบนาที เซี่ยเจี้ยนจวินก็ร่างสัญญาฉบับใหม่เสร็จเรียบร้อย หุ้นบริษัทส่วนใหญ่ โอนให้เซี่ยจื่อเมิ่งก็ไม่มีปัญหาอะไร ยังไงก็เป็นคนตระกูลเซี่ยเหมือนกัน

หลินเฟยให้เงินห้าร้อยล้านฟรีๆ ไอ้เหี้ยนี่ ไม่เอาก็บ้าแล้ว แน่นอนว่า เรื่องการโอนหุ้น หลินเฟยจะมีปัญญาเอาเงินห้าร้อยล้านออกมาได้ในคราวเดียวจริงๆ หรือไม่ เซี่ยเจี้ยนจวินในใจก็ยังคงสงสัยอยู่

"เสี่ยวเมิ่ง ลูกเซ็นชื่อเถอะ" พอเซี่ยจื่อเมิ่งเซ็นสัญญาโอนหุ้นเสร็จ หลินเฟยก็ไม่ผิดคำพูด ควักมือถือออกมาเริ่มโอนเงินทันที

"ติ๊งต่อง บัญชีธนาคารกงซาง หมายเลขลงท้าย 8686 ของท่าน ได้รับเงินโอน: 500,000,000.00 หยวน"

"ห้าร้อยล้าน? ห้าร้อยล้านจริงๆ เหรอ?" อวี๋รั่วอวิ๋นอึ้ง เธอถือมือถือ มองดูเงินก้อนใหญ่มหาศาลห้าร้อยล้านที่เข้ามาในบัญชีจริงๆ แทบจะดีใจจนพูดไม่เป็นภาษา เธอมองสำรวจเด็กหนุ่มที่จู่ๆ ก็โผล่มาคนนี้ใหม่อีกครั้ง นี่มันเทพเซียนองค์ไหนกันวะเนี่ย?

จ่ายเงิน ทีเดียวห้าร้อยล้าน?

ความเร็วในการโอนเงินของหลินเฟย มันเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ เงินก้อนใหญ่มหาศาลขนาดนี้

ต่อให้เป็นการทำธุรกิจกับบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลก 500 อันดับแรก ก็ไม่มีทางที่เงินจะเข้าบัญชีเร็วขนาดนี้ได้ เพราะจำนวนเงินมันมหาศาล ขั้นตอนที่ต้องใช้ในการอนุมัติมันซับซ้อนมาก สามารถอนุมัติเงินให้ได้ภายในหนึ่งสัปดาห์ ก็ถือว่าเร็วแล้ว บางบริษัท อาจจะดึงเรื่องไปเป็นเดือน เป็นครึ่งปี ก็เป็นเรื่องปกติ แต่หลินเฟยใช้เวลาแค่หนึ่งนาที พอเซ็นสัญญาโอนหุ้นเสร็จ หนึ่งนาที ห้าร้อยล้าน เข้าบัญชีทันที!

มันต้องห้าวเบอร์นี้!

มันต้องเทพเบอร์นี้!

เขาไม่จำเป็นต้องยื่นขอเอกสารอะไรซับซ้อน ไม่ต้องโทรศัพท์กลับบ้านไปขอเงิน เงินทุนหมุนเวียนห้าร้อยล้าน เขามีอยู่ในบัญชีตัวเองอยู่แล้ว!

ตกตะลึง!

กลายเป็นหิน!

ทุกคนสูดหายใจเฮือกใหญ่

ไม่ใช่แค่เซี่ยเจี้ยนจวินกับอวี๋รั่วอวิ๋นเท่านั้น แม้แต่หานเชียนเย่ หานฮ่าวหราน อวี๋เสวี่ยเหมย และสมาชิกฝ่ายกฎหมายของหานซื่อกรุ๊ปทุกคน ในใจต่างก็เกิดคลื่นยักษ์ถาโถม!

เงินห้าร้อยล้านที่หลินเฟยควักออกมาเมื่อกี้ มันไม่ได้มีความหมายแค่ห้าร้อยล้านเท่านั้น พูดตามตรง ทรัพย์สินรวมของหานซื่อกรุ๊ปเกินสามพันล้าน แต่ส่วนใหญ่เป็นสินทรัพย์ถาวร หุ้นบริษัท และมูลค่ารวมของโครงการลงทุนต่างๆ เงินสดหมุนเวียนที่ตระกูลหานสามารถเอาออกมาได้จริงๆ ไม่เกินสองร้อยล้านด้วยซ้ำ จริงๆ แล้วบริษัทใหญ่ๆ สมัยนี้ก็เป็นแบบนี้กันเยอะ พวกเขาใช้เงินต่อเงิน ใช้ดอกเบี้ยทบต้น บริษัทใหญ่ๆ ที่มีมูลค่าตลาดหลายหมื่นล้าน หรือแม้กระทั่งแสนล้าน แต่ถ้าคุณให้เขาควักเงินสดออกมาพันล้านในคราวเดียว เขาอาจจะเอาออกมาไม่ได้ ต่อให้เอาออกมาได้ ก็ต้องใช้เวลาเตรียมการนานมาก

แต่หลินเฟยไม่ต้องเตรียมการ เขาโอนเงินห้าร้อยล้านไป โดยไม่กระพริบตาเลยแม้แต่น้อย พลังอำนาจและเบื้องหลังแบบนี้ มันน่าสะพรึงกลัวเกินไปแล้ว!

เด็กหนุ่มอายุยี่สิบต้นๆ พกเงินสดหมุนเวียนในมือสบายๆ ห้าร้อยล้านอัพ พวกเขาลองนึกถึงบริษัทใหญ่ๆ กลุ่มทุนใหญ่ๆ ทั่วทั้งหางโจวแล้ว ไม่มีที่ไหนมีพลังอำนาจขนาดนี้เลย มองไปทั่วประเทศ ก็คงมีแค่ลูกชายประธานกรรมการว่านต๋ากรุ๊ปในตำนาน ที่เคยโด่งดังในวงการบันเทิง ถูกขนานนามว่าเป็นสามีแห่งชาติ หวังซือชง เท่านั้นแหละ ที่อาจจะมีพลังอำนาจขนาดนี้!

โคตรเทพ!

น่าตกตะลึงเกินไปแล้ว!

มิน่าล่ะถึงปากดีได้ขนาดนี้ ที่แท้เขาก็มีปัญญาจริงๆ นี่หว่า

หานเชียนเย่ไม่กล้าวางมาดใหญ่อีกต่อไป "คุณชายหลินจัดการ ได้น่าทึ่งจริงๆ หานผู้นี้ขอคารวะ เมื่อครู่ลูกชายตัวดีของผมกับคุณชายหลินมีเรื่องกระทบกระทั่งเข้าใจผิดกันไปบ้าง หานผู้นี้ในฐานะพ่อ ก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย หวังว่าคุณชายหลินจะไม่ถือสาหาความกับลูกชายผมนะครับ!" หานเชียนเย่ยิ้มหยี ประสานมือกล่าว

"พ่อ ท่านพูดอะไรน่ะ เมื่อกี้มันตบผมนะ ไม่ใช่ผมตบมัน ทำไมต้องไปขอโทษมันด้วย? แถมมันยังแย่งเมียผมไปอีก เรื่องนี้ผมทนไม่ได้จริงๆ ไม่ใช่แค่ห้าร้อยล้าน ตระกูลหานของผมก็เอาออกมาได้..."

"เพี๊ยะ!"

หานฮ่าวหรานยังพูดไม่ทันจบ หานเชียนเย่ก็ตบสวนกลับไปฉาดใหญ่ เข้าที่ใบหน้าอ้วนๆ ของเขาเต็มๆ

"หุบปาก ไอ้ลูกชั่ว! กิจการตระกูลหาน ไม่ช้าก็เร็วต้องพังเพราะแกไอ้โง่!"

หานเชียนเย่ดุด่าชุดใหญ่ หานฮ่าวหรานกุมหน้าตัวเอง โดนตบจนมึนไปเลย เขาก็ไม่ใช่คนโง่จริงๆ หรอก แค่เป็นพวกวัยรุ่นเลือดร้อนเท่านั้น แถมเขาก็ชอบเซี่ยจื่อเมิ่งจริงๆ ด้วย เดิมทีเรื่องมันกำลังไปได้สวย กำลังจะได้เทพธิดากลับบ้านอยู่แล้ว ใครจะไปคิดว่าในช่วงเวลาสำคัญ เป็ดที่ต้มสุกแล้วจะบินหนีไปได้ เรื่องนี้จะทนได้ไงวะ?

เมียโดนแย่งไปแล้ว มึงจะใจเย็นลงได้เหรอ?

นี่มันไม่ใช่แค่การดูถูกแล้ว แต่มันคือความอัปยศอดสูสุดๆ เรื่องนี้ถ้าแพร่ออกไป ในแวดวงเศรษฐีรุ่นสองของเมืองหางโจว เขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?

ดังนั้นเขาถึงได้สติแตกไป แต่การตบฉาดเดียวของหานเชียนเย่ ก็เหมือนไม้หน้าสามฟาดหัว ทำให้เขาสงบลงได้

พลังอำนาจและเบื้องหลังที่หลินเฟยแสดงออกมา มันน่าตกตะลึงจริงๆ ก่อนที่ตระกูลหานจะสืบรู้เบื้องลึกเบื้องหลังของอีกฝ่ายได้ ก็ไม่ควรจะผลีผลามลงมือไปก่อน

หลินเฟยยืนกอดอกข้างหนึ่ง ใช้สายตาดุจราชสีห์มองไปทั่วทั้งห้อง ร่างกายเขาทั้งร่าง แผ่ออร่าเทพแห่งการเบ่งอันน่าทึ่งออกมา ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน รวมถึงหานเชียนเย่ รวมถึงเซี่ยเจี้ยนจวิน

"ท่านประธานเซี่ย ผมหวังว่าคุณจะจำไว้ให้ดี ต่อไปนี้อย่าบังคับให้เซี่ยจื่อเมิ่งทำในสิ่งที่เธอไม่ชอบ ไม่งั้นวันนี้ผมช่วยตระกูลเซี่ยคุณได้ พรุ่งนี้ผมก็ถอนรากถอนโคนตระกูลเซี่ยได้เหมือนกัน หย่วนหางในสายตาผม มันไม่ต่างอะไรกับตดหรอก คุณเข้าใจไหม?"

คำพูดของหลินเฟยนี่มันหยาบคายมาก ไม่เห็นหัวใครเลยจริงๆ แต่เซี่ยเจี้ยนจวินกลับไม่กล้าโต้เถียงเลยแม้แต่น้อย แถมยังแสดงท่าทีนอบน้อมมากขึ้นไปอีก ใบหน้าหยิ่งผยองของหลินเฟย มันช่างเข้ากับภาพลักษณ์คุณชายตระกูลใหญ่ที่ไม่เห็นใครอยู่ในสายตาได้ดีจริงๆ ยิ่งเขาหยิ่ง ยิ่งเขาผยอง ก็ยิ่งทำให้คนไม่สงสัยในฐานะของเขา

"คุณชายหลินวางใจได้ครับ คำพูดของท่านผมเข้าใจแล้วครับ!" เซี่ยเจี้ยนจวินพยักหน้า เขารู้สึกว่า คำพูดของหลินเฟยนี้ น่าจะมีความหมายอื่นแฝงอยู่ ผิวเผินแล้ว คือเพื่อปกป้องเซี่ยจื่อเมิ่ง แต่จริงๆ แล้ว คือการเตือนเขาเป็นนัยๆ ว่า เซี่ยจื่อเมิ่งเป็นคนของเขาแล้ว ต่อไปห้ามให้เธอไปยุ่งกับผู้ชายคนอื่นอีก เขาให้เงินห้าร้อยล้าน จะเป็นของขวัญให้ฟรีๆ ได้ยังไง?

เขาบอกว่าโอนหุ้นให้เซี่ยจื่อเมิ่ง จริงๆ แล้วก็แค่ต้องการสร้างความประทับใจที่ดีขึ้นในใจลูกสาวเท่านั้นเอง ความหมายมันยังไม่ชัดเจนอีกเหรอ?

คุณชายหลินเห็นได้ชัดว่าเป็นคนมีระดับ เขาต้องการจะได้ผู้หญิงคนหนึ่ง ไม่ใช่แค่ต้องการร่างกายเธอเท่านั้น แต่ยังต้องการหัวใจของผู้หญิงคนนั้นด้วย กลยุทธ์ของหนุ่มน้อยคนนี้ มันเหนือกว่าตระกูลหานหลายเท่าตัวนัก ทำให้คนยอมรับนับถือจากใจจริง

เซี่ยเจี้ยนจวินเหลือบมองเซี่ยจื่อเมิ่งอย่างจนคำพูด รู้แบบนี้ว่าลูกสาวรู้จักกับนายน้อยตระกูลใหญ่เทพขนาดนี้ เขายังจะไปหาตระกูลหานทำค้อนอะไรวะ?

ยังจะไปเซ็นสัญญาบ้าๆ นั่นอีกทำไม?

เสียเวลาชิบหาย แค่คำพูดเดียวของหลินเฟย ปัญหาทั้งหมดที่ตระกูลเซี่ยเผชิญอยู่ ก็คลี่คลายไปได้ในพริบตา เงินทุนห้าร้อยล้านเข้ามา ไม่ต้องพูดถึงแค่การกอบกู้สถานการณ์ล้มละลาย ต่อให้จะทำให้ธุรกิจตระกูลเซี่ยก้าวหน้าไปอีกระดับ ก็เป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้ว

หลินเฟยทิ้งท้ายคำขู่นี้ไว้ ก็ไม่สนใจเซี่ยเจี้ยนจวินหรือคนอื่นๆ เขาคว้ามือเซี่ยจื่อเมิ่ง เดินออกจากห้องประชุมไปโดยไม่สนใจใครหน้าไหน

รอจนกระทั่งเดินออกมาจากโรงแรมแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนลแล้ว เขาถึงได้ถอนหายใจยาวออกมา

"แม่มเอ๊ย เมื่อกี้เกร็งฉิบหายเลย ไม่รู้ว่าการเบ่งแบบฝืนๆ เมื่อกี้นี้ จะข่มขวัญไอ้พวกกระจอกนั่นได้รึเปล่าวะ?" หลินเฟยคิดในใจ

ปกติเขาไม่ใช่คนหยิ่งผยองอะไร ครั้งนี้พอเข้ามาเจอคนเยอะแยะ แถมแต่ละคนก็ดูมีออร่าไม่ธรรมดา มีพ่อแม่เซี่ยจื่อเมิ่งอยู่ด้วย หลินเฟยรู้สึกว่าถ้าทำตัวโลว์โปรไฟล์เกินไป อาจจะโดนดูถูกได้ ก็เลยแกล้งทำเป็นคนไม่เห็นหัวใครไปเลย ต้องให้มันเหลิงเข้าไว้!

ต้องให้มันหยิ่งเข้าไว้!

ไม่คิดว่ามันจะข่มขวัญไอ้พวกนั้นได้จริงๆ ด้วย ขนาดเถ้าแก่ใหญ่ทรัพย์สินหลายพันล้าน ยังต้องมายอมศิโรราบให้เขา การแสดงครั้งนี้ถือว่ายอดเยี่ยมมาก ประเด็นหลักคือหลินเฟยก็ไม่ค่อยได้เจอโลกกว้างเท่าไหร่ การแสดงเลยยังขาดๆ เกินๆ ไปบ้าง ดูโอเวอร์แอคติ้งไปหน่อย ไว้รอให้เจอโลกมากขึ้นกว่านี้ ฝีมือการเบ่งก็จะยิ่งเนียนขึ้น เป็นธรรมชาติมากขึ้น

"หลินเฟย ครั้งนี้ขอบคุณมากนะ!" เซี่ยจื่อเมิ่งแสดงความขอบคุณ แต่ก็ไม่รู้จะใช้คำพูดอะไรมาบรรยายได้จริงๆ เพราะบุญคุณห้าร้อยล้านนี้ เธอไม่มีปัญญาใช้คืนได้

"ไม่เป็นไร ดูเหมือนนี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันช่วยเธอไว้แล้วนะ!" หลินเฟยยิ้มพลางลูบท้ายทอยตัวเอง

"ไม่ใช่ครั้งแรก หรือว่าเมื่อก่อนคุณก็เคยช่วยฉันไว้ด้วยเหรอคะ?" เซี่ยจื่อเมิ่งถามอย่างสงสัย

"เธอจำไม่ได้จริงๆ เหรอ? ตอน ม.5 หลังเลิกเรียนคาบดึก เธอโดนอันธพาลสองคนดักอยู่ในซอย ก็เป็นฉันนี่แหละที่พุ่งออกมาช่วยเธอไว้!"

คำพูดของหลินเฟยทำเอาเซี่ยจื่อเมิ่งถึงกับอึ้ง ความทรงจำพลั่งพรูเข้ามาในหัว เธอแสดงสีหน้าเหลือเชื่อออกมา

ห้าปีก่อน เซี่ยจื่อเมิ่ง เลิกเรียนคาบดึก กลับบ้านตามปกติ เพราะวันนั้นทำการบ้านจนดึกไปหน่อย เพื่อนผู้หญิงสองคนที่ปกติจะกลับบ้านพร้อมกัน กลับไปก่อนแล้ว พ่อก็ติดงานที่บริษัท กำลังอยู่ในช่วงสร้างเนื้อสร้างตัว แม่ก็ยุ่งจนหัวหมุน ไม่มีใครมารับเธอกลับบ้าน เธอขี่จักรยาน ผ่านซอยเปลี่ยวซอยหนึ่ง จู่ๆ ก็โดนอันธพาลผมเหลืองสองคนดักไว้ เด็กสาวหน้าตาสวยคนหนึ่ง ในคืนที่เงียบสงัด ในซอยลึก โดนอันธพาลสองคนดักไว้ ลองจินตนาการดูสิว่า ตอนนั้นเธอจะกลัวและประหม่าขนาดไหน

ตอนนั้นเธออายุแค่สิบหก ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้คนเดียว แทบจะทำให้เธอตกใจร้องไห้ ในช่วงเวลาคับขันแห่งความเป็นความตายนั้นเอง เด็กผู้ชายคนหนึ่งก็พุ่งออกมาทันที ไม่พูดพร่ำทำเพลงก็เข้าต่อสู้กับอันธพาลสองคนนั้นทันที พลางสู้พลางบอกให้เซี่ยจื่อเมิ่งรีบหนีไป

แล้ว...

เซี่ยจื่อเมิ่งก็หนีไปจริงๆ เด็กผู้ชายที่ไม่รู้โผล่มาจากไหนคนนั้น ดูเหมือนจะสู้ไอ้อันธพาลผมเหลืองสองคนนั้นไม่ได้เลย โดนกดลงกับพื้นโดนกระทืบซ้ำ

พอเซี่ยจื่อเมิ่งหนีไปได้ เธอก็รีบโทรแจ้งตำรวจ ผ่านไปครึ่งชั่วโมง ตำรวจในที่สุดก็มาถึง แต่อันธพาลผมเหลืองสองคนนั้นกับเด็กผู้ชายพลเมืองดี ก็หายตัวไปแล้ว ดูเหมือนพอตีกันเสร็จ ก็แยกย้ายกันไป เรื่องนี้ก็เลยเงียบหายไป วันนั้นฟ้ามืดมาก แสงก็น้อย แถมเหตุการณ์ก็เกิดขึ้นกะทันหัน เซี่ยจื่อเมิ่งตกใจจนทำอะไรไม่ถูก มองไม่เห็นหน้าตาของเด็กผู้ชายคนนั้นชัดเจนเลย ในใจเธอก็ยังรู้สึกผิดอยู่มาก มีคนช่วยเธอไว้ แต่เธอกลับไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายเป็นใคร อยากจะขอบคุณ แต่ก็หาตัวไม่เจอ หลังจากเหตุการณ์นั้น ผ่านไปห้าปีเต็ม เธอก็ยังไม่กล้าเดินกลับบ้านคนเดียวตอนกลางคืน เพราะมันกลายเป็นปมในใจไปแล้ว นานวันเข้าเรื่องนี้ก็ค่อยๆ กลายเป็นความลับที่เธอฝังไว้ในก้นบึ้งของหัวใจ

แต่ไม่คิดเลย ไม่คิดเลยจริงๆ ว่า ผ่านไปห้าปี ความทรงจำที่ถูกฝังไว้จะถูกขุดขึ้นมา ที่แท้เด็กผู้ชายพลเมืองดีคนนั้น คือหลินเฟยมาโดยตลอด เด็กผู้ชายที่ตอนนั้นดูเงียบๆ ไม่มีตัวตนในห้อง คอยแอบปกป้องเธออยู่เงียบๆ มาตลอด ไม่ว่าจะเป็นห้าปีก่อน หรือห้าปีต่อมา ก็ยังคงเหมือนเดิม ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

เมื่อภาพเด็กผู้ชายร่างผอมบางเมื่อห้าปีก่อน กับหลินเฟยในอีกห้าปีต่อมา ค่อยๆ ซ้อนทับกัน แรงกระแทกจากสองเหตุการณ์ เหมือนกระสุนสไนเปอร์ AWM ที่ทะลุทะลวงเข้ามา ตอกย้ำเข้าไปในหัวใจของเซี่ยจื่อเมิ่งอย่างไม่อาจต้านทาน ทิ้งร่องรอยที่ไม่อาจลบเลือนไว้ในใจเธอ หลังจากผ่านการบ่มเพาะมาห้าปีเต็ม ความรู้สึกผิดและความซาบซึ้งในใจของเซี่ยจื่อเมิ่ง ก็ยิ่งพรั่งพรูออกมาอย่างไม่อาจควบคุมได้

"ที่แท้คนที่ช่วยฉันไว้ตอนนั้น คือคุณนี่เอง! พระเจ้า! ตอนนั้นฉันตามหาคุณตั้งนานนะคะ แต่ก็หาไม่เจอมาตลอด ทำไมคุณไม่บอกฉันตั้งแต่แรกล่ะคะ?"

จบบทที่ บทที่ 39: เบ่งทับด้วยเงินห้าร้อยล้าน และการเปิดโปงอดีต

คัดลอกลิงก์แล้ว