- หน้าแรก
- ผมมี 9หมื่นล้านล้าน ไว้เปย์หญิง (NC20++)
- บทที่ 33: พลิกเกม! เศรษฐีเทพตัวจริงเผยโฉม
บทที่ 33: พลิกเกม! เศรษฐีเทพตัวจริงเผยโฉม
บทที่ 33: พลิกเกม! เศรษฐีเทพตัวจริงเผยโฉม
บทที่ 33: พลิกเกม! เศรษฐีเทพตัวจริงเผยโฉม
แต่ของปลอมก็คือของปลอม มันทนต่อการพิสูจน์ไม่ได้หรอก พอโดนจับได้ มันจะต่างอะไรกับพวกนักต้มตุ๋นศีลธรรมเสื่อม? น่ารังเกียจสิ้นดี!
"ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง เกือบโดนไอ้หมอนี่หลอกแล้วจริงๆ!"
"เอารถหรูราคากว่ายี่สิบล้านมาเบ่ง สงสัยค่าเช่าวันนึงก็คงแพงน่าดู ขนาดตัวเองยังไม่มีเงินกินข้าวเลย ไอ้หลินเฟยนี่มันไปกู้เงินนอกระบบมารึเปล่าวะ?"
"ไอ้ปัญญาอ่อนนี่ สงสัยสมองโดนประตูหนีบ!"
ชั่วพริบตา ความรู้สึกของผู้คนก็เปลี่ยนจากตกตะลึง กลายเป็นดูถูกเหยียดหยามอีกครั้ง!
คำพูดของอวี๋เถียน ทำให้เพื่อนร่วมชั้นส่วนใหญ่เชื่อสนิทใจ เพราะในความทรงจำของพวกเขา หลินเฟยก็เป็นแค่ไอ้กระจอกมาตลอด รู้จักกันมาหลายปี ก็ไม่เคยเปลี่ยนเลย คุณบอกว่าคนๆ หนึ่งเสแสร้งสักเดือนสองเดือน ยังพอเข้าใจได้ แต่ถ้าเสแสร้งมาห้าหกปี นี่มันก็เกินไปหน่อยแล้ว เทียบกับฐานะอันน่าตกตะลึงที่หลินเฟยสามารถซื้อรถหรูราคากว่ายี่สิบล้านได้ พวกเขายอมเชื่อคำพูดของอวี๋เถียนมากกว่า
(ผู้คนไม่ยอมเชื่อว่าโจรคนหนึ่งชื่อ จางมู่จือ พวกเขายอมเชื่อว่าโจรคนนี้ชื่อ จางหมาจื่อ มากกว่า!) (อ้างอิงจากหนังจีนเรื่อง Let the Bullets Fly)
(ผู้แปลอธิบาย คนไม่ยอมเชื่อว่าโจรจะชื่อ จางมู่จือ (ที่ฟังดูดี) เพราะมันไม่ตรงกับภาพลักษณ์โจรในความคิด เลยเลือกที่จะเชื่อชื่อ จางหมาจื่อ (จางหน้าปรุ) ที่ฟังดูหยาบๆ เหมาะกับโจรมากกว่า)
"หลิวซูเหม่า เมื่อไม่กี่วันก่อนนายยืมรถหรูมาเบ่งจริงๆ เหรอ?" กู้ซือซือ เพื่อนซี้ของอวี๋เถียน ถามขึ้นมาทันที
"ใช่ ฉันยอมรับ วันนั้นเป็นไอ้หลินจริงๆ ที่ช่วยยืมรถหรูมาให้ แต่ว่า..."
"โอเค ฉันเข้าใจแล้ว ไม่ต้องอธิบายแล้ว ที่แท้หลินเฟยก็เล่นมุกแบบนี้ ไม่ใช่แค่ครั้งสองครั้งจริงๆ ด้วย โชคดีที่เถียนเถียนจับได้!"
"ในเมื่อโดนจับได้แล้ว ก็เลิกเล่นละครเถอะน่า ซูเปอร์คาร์ราคากว่ายี่สิบล้าน ถ้ายกลงมาแล้ว เกิดไปชนไปครูดเข้า นายก็ไม่มีปัญญาชดใช้หรอก!"
"ไอ้ปัญญาอ่อน จะเบ่งทั้งทีก็ไม่หามุกใหม่ๆ หน่อย ยืมรถหรูมาเบ่งอยู่ได้ มุกนี้มันเก่าจนเหม็นบูดแล้ว!"
สถานการณ์ดำเนินมาถึงจุดนี้ หลินเฟยแทบจะกลายเป็นเป้าโจมตีของทุกคน ฟ่านหมิงรุ่ยแทบจะหัวเราะบ้าตาย เขาไม่คิดเลยจริงๆ ว่าหลินเฟยจะเล่นมุก low ขนาดนี้ เบ่งไม่สำเร็จกลับโดนเยาะเย้ย แถมยังโดนจับได้คาหนังคาเขา ตบหน้าตัวเองชัดๆ!
ขนาดหลิวซูเหม่ายังยอมรับเองเลยว่าหลินเฟยยืมรถมาจริง ไม่ต้องหาข้อแก้ตัวอะไรแล้ว การเบ่งมันก็ต้องดูคนด้วย คนที่มีปัญญาเบ่ง ถึงจะเรียกว่าเทพ คนไม่มีปัญญาแล้วยังฝืนเบ่ง ก็มีแต่จะทำให้ตัวเองกลายเป็นไอ้โง่
"ทุกคนเงียบๆ หน่อยเถอะน่า ยังไงก็เป็นเพื่อนร่วมชั้นเก่ากัน ให้เกียรติกันบ้าง ตบคนอย่าตบหน้า หลินเฟยอุตส่าห์จัดฉากมาขนาดนี้ ก็ลำบากแย่แล้ว ฮ่าๆ!" ฟ่านหมิงรุ่ยกลับมาพูดจาดีๆ กับหลินเฟย
แต่คำพูดนี้มันเป็นคำพูดดีๆ หรือคำเยาะเย้ยกันแน่ คนมีตาดูก็รู้
"ชื่อ: เซี่ยจื่อเมิ่ง ค่าความประทับใจ -10 ค่ารวม -20"
หลินเฟยได้ยินเสียงแจ้งเตือนในหัว ก็ส่ายหัวอย่างจนใจ เทพธิดาเหรอ? เหอะ ก็แค่ผู้หญิงธรรมดาๆ ที่หน้าตาสวยหน่อย แต่หูเบาเชื่อคนง่ายเท่านั้นเอง
ทันใดนั้น เสียงท่อไอเสียดังกระหึ่มก็ดังขึ้นบนถนน ปรากฏรถคันแรก เป็น แลมโบกินี อเวนทาดอร์ (กระทิงใหญ่) ตามมาติดๆ ด้วย แลมโบกินี ฮูราแคน/กัลลาร์โด (กระทิงเล็ก) จากนั้นก็มี ปอร์เช่ 911, เฟอร์รารี่ 488, แอสตัน มาร์ติน, มายบัค, แม็คลาเรน, เบนท์ลีย์, โรลส์-รอยซ์ แฟนธอม และอื่นๆ ตามมาเป็นพรวน แม้กระทั่ง โคนิกเซกก์ ก็ยังมา
รถหรูเหล่านี้ล้วนมุ่งหน้ามายังโรงแรมซื่อไห่ในทิศทางเดียวกัน มากันอย่างเกรียงไกร ออร่ามาเฟียสุดๆ!
คนเดินถนนต่างพากันตกตะลึง มองไปแวบเดียว มีรถหรูจอดเรียงรายอยู่สามสิบกว่าคัน แต่ละคันก็ไม่ด้อยไปกว่ามาเซราติ ควอตโตรปอร์เต้ ของฟ่านหมิงรุ่ยเลย ภาพที่เห็นมันช่างอลังการงานสร้างจริงๆ
บรรยากาศกดดันจนแทบหายใจไม่ออก ทั่วทั้งบริเวณเงียบกริบ พนักงานโรงแรมซื่อไห่ทุกคนต่างใจสั่นระรัว ขบวนรถแบบนี้ มันน่ากลัวเกินไปแล้ว ไม่นานนัก รถหรูสามสิบกว่าคันก็จอดเทียบหน้าโรงแรมซื่อไห่ ล้อมรอบลานจอดรถของโรงแรมไว้ทั้งหมด
ชายหนุ่มใส่แว่นดำคนหนึ่ง ก้าวลงมาจากรถโคนิกเซกก์เป็นคนแรก ตามมาด้วยชายผมขาวที่ลงมาจากแลมโบกินี อเวนทาดอร์ จากนั้นเหล่าเศรษฐีรุ่นสองก็ทยอยลงจากรถ พวกเขาเดินเรียงแถว ตรงมายังหลินเฟย
"เหอะ! ก็คนกลุ่มเดิมนี่หว่า เปลี่ยนน้ำซุปแต่ไม่เปลี่ยนยา (สำนวน: ทำเหมือนเดิม แค่เปลี่ยนชื่อ) แม้แต่คนก็ยังไม่เปลี่ยนสักคน โคตรไม่ลงทุนเลย ไอ้หนุ่มใส่แว่นดำคาบไม้จิ้มฟันนั่น ฉันก็เคยเห็นแล้วครั้งก่อน รถโคนิกเซกก์คันนั้น ก็คือคันที่ยืมให้หลิวซูเหม่าคราวก่อนไม่ใช่เหรอ?" อวี๋เถียนยังคงเยาะเย้ยต่อ ใบหน้าเต็มไปด้วยความดูถูก เธอเองก็ไม่เคยเห็นโลกกว้างเท่าไหร่ ถึงแม้จะตกตะลึงกับขบวนรถตรงหน้า แต่ในใจเธอก็ปักใจเชื่อไปแล้วว่านี่คือกลุ่มนักแสดง ไม่ว่าจะจัดฉากใหญ่โตแค่ไหน มันก็คือของปลอม!
"หุบปาก อีปัญญาอ่อน มึงรู้ตัวไหมว่าพูดเหี้ยอะไรออกมา? นั่นมัน จางอวิ๋นเฟย นายน้อยตระกูลจาง หลงเจียงอสังหาริมทรัพย์ น่ะของบ้านเขาโว้ย!" ฟ่านหมิงรุ่ยพลิกหน้าทันที ตวาดใส่อวี๋เถียน กลัวว่าคนพวกนั้นจะได้ยินเข้า นี่มันนายน้อยตระกูลจางเชียวนะเว้ย คนที่เขาใฝ่ฝันอยากจะเกาะเกี่ยวเข้าสู่วงการเศรษฐีรุ่นสองระดับท็อป!
แต่น่าเสียดายที่คนพวกนั้นไม่เคยชวนเขาเล่นด้วยเลย!
ยังมี ไป๋เทียนเฮ่า นายน้อยตระกูลไป๋ อีกคน ก็เป็นคนที่ไม่ธรรมดา พ่อเขาเป็นถึงผู้ถือหุ้น เสี่ยวมี่ เลยนะเว้ย! โคตรเทพ!
จางอวิ๋นเฟยนี่มันระดับไหนกัน? บารมีออร่าขนาดนี้ จะเป็นนักแสดงปลอมตัวมาได้ยังไง? สมองมึงมีแต่ขี้รึไงวะ?
"หลง... หลงเจียงอสังหาริมทรัพย์?" อวี๋เถียนถึงกับตาค้าง!
ชื่อเสียงของหลงเจียงอสังหาริมทรัพย์ ใครในหางโจวจะไม่รู้จัก? ไม่ต้องพูดถึงแค่หางโจวหรอก ต่อให้ทั้งมณฑล ก็เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีชื่อเสียง
อวี๋เถียนย่อมเคยได้ยินชื่อหลงเจียงอสังหาริมทรัพย์อยู่แล้ว เธอยังเคยคิดด้วยซ้ำว่า รอให้หาเงินได้เมื่อไหร่ จะไปซื้อบ้านในโครงการของหลงเจียงอสังหาริมทรัพย์สักหลัง แต่ตอนนี้ ฟ่านหมิงรุ่ยกลับบอกเธอว่า ไอ้หนุ่มแว่นดำนั่นคือนายน้อยของหลงเจียงอสังหาริมทรัพย์?
อะไรวะเนี่ย??
อวี๋เถียนยืนงงเป็นไก่ตาแตก!
ฟ่านหมิงรุ่ยไม่จำเป็นต้องโกหกเธออยู่แล้ว นั่นก็แสดงว่า คนกลุ่มนี้ไม่ใช่นักแสดง แต่ทำไมนายน้อยระดับท็อปแบบนี้ ถึงได้ให้หลิวซูเหม่ายืมรถ? หลิวซูเหม่ามีสิทธิ์อะไรจะเข้าวงสังคมแบบนี้ได้?
ขณะที่อวี๋เถียนกำลังยืนอึ้ง สมองสับสนวุ่นวายอยู่นั้น นายน้อยตระกูลจางในตำนานคนนั้น ก็เดินตัวลีบเหมือนลูกน้อง เข้ามาหาหลินเฟย กล่าวทักทายด้วยท่าทีนอบน้อม: "สวัสดีครับ หลินเส่า (นายน้อยหลิน)!"
เศรษฐีรุ่นสองสามสิบกว่าคน ต่างกล่าวทักทายตามๆ กัน วินาทีนั้น ทั้งบางกลายเป็นหิน! ทุกคนแทบลืมหายใจ แทบจะสูดหายใจเฮือกใหญ่ อากาศราวกับถูกแช่แข็ง
ฟ่านหมิงรุ่ยตกตะลึง!
กู้ซือซือตกตะลึง!
หลี่เจี๋ยตกตะลึง!
เพื่อนร่วมชั้นเก่าทุกคนตกตะลึงพร้อมกัน! แม้แต่พนักงานและคนที่มุงดูอยู่ในโรงแรมซื่อไห่ ก็ต่างพากันตัวสั่น! อลังการ! น่ากลัว!
เศรษฐีรุ่นสองสามสิบกว่าคน ในจำนวนนี้มีทั้งนายน้อยหลงเจียงอสังหาริมทรัพย์ ลูกชายผู้ถือหุ้นเสี่ยวมี่ และเหล่าทายาทบ้าพลังที่มีพื้นฐานครอบครัวน่าทึ่งอีกมากมาย มากล่าวสวัสดีหลินเฟยพร้อมกัน?
ไอ้เหี้ย...
ขนหัวลุก!
ณ บัดนี้ แม้แต่เซี่ยจื่อเมิ่งที่ปกติจะนิ่งเฉยราวสายน้ำ ใบหน้าเย็นชาก็ยังเผยแววตกตะลึงออกมา
นายน้อยหลงเจียงอสังหาริมทรัพย์ เธอเคยเจอครั้งหนึ่งในงานเลี้ยงหรู อีกฝ่ายมีนิสัยหยิ่งผยองไม่เกรงใจใคร เป็นที่รู้กันดี นายน้อยระดับท็อปแบบนี้ แม้แต่เธอก็ยังไม่มั่นใจว่าจะปีนป่ายขึ้นไปถึงได้ แถมจางอวิ๋นเฟยก็มีแฟนแล้วด้วย แฟนเขาเป็นถึงคุณหนูตระกูลเซียงหลี กรุ๊ป เซียงหลีเน็ต มีมูลค่าตลาดเกือบหมื่นล้าน ถือว่าสมฐานะกับตระกูลจาง!
นายน้อยระดับท็อปแบบนี้ แถมยังขึ้นชื่อเรื่องนิสัยเสียอีกต่างหาก จะมากล่าวสวัสดีหลินเฟย? ถ้าอย่างนั้น ตัวตนที่แท้จริงของหลินเฟยคงจะเป็น...?
ไม่อยากจะจินตนาการ! จินตนาการไม่ออก!
"หลินเส่า?"
"หลินเฟยเทพขนาดนี้เลยเหรอ?" หัวหน้าห้องหลี่เจี๋ย พูดเสียงสั่น เพื่อนร่วมชั้นที่เคยเยาะเย้ยหลินเฟยก่อนหน้านี้ อย่างเช่นหวังเหว่ย ตอนนี้อยากจะแทรกแผ่นดินหนีจริงๆ อับอาย!
เมื่อกี้พวกเขายังเยาะเย้ยหลินเฟยว่าเป็นไอ้กาก หมาทาสรัก ไอ้กระจอก!
ถ้าแบบนี้ยังเรียกว่าหมาทาสรักกระจอก แล้วพวกเขาจะเรียกว่าอะไร?
ขอถามหน่อยเถอะว่าพวกมึงเป็นตัวอะไรกันวะ?
ฟ่านหมิงรุ่ยหน้าเขียวปั๊ด เขาไม่คิดเลยจริงๆ ว่าหลินเฟยจะมีพลังอำนาจขนาดนี้ สามารถทำให้นายน้อยตระกูลจางยังต้องมาเรียก 'หลินเส่า' อย่างนอบน้อม!
พอนึกถึงตอนที่ตัวเองโม้อยู่ในห้องจัดเลี้ยง แถมยังอวดต่อหน้าหลินเฟยว่าตัวเองหาเงินได้เดือนละสิบกว่าหมื่น ก็รู้สึกอับอายขายขี้หน้า ก่อนหน้านี้เบ่งซะเต็มที่ ตอนนี้มาคิดดูอีกที ตัวเองในสายตาคนอื่น ก็คือไอ้โง่ดีๆ นี่เอง!
"อวี๋เถียน นี่เธอเป็นคนยังไงกันแน่? ทำไมต้องคอยใส่ร้ายหลินเฟยอยู่เรื่อย ทำให้พวกเราเข้าใจเขาผิดหมด!" กู้ซือซือ เพื่อนซี้ของเธอพูดอย่างเดือดดาล ตาเธอเบิกกว้าง ตอนนี้กู้ซือซือเพิ่งจะรู้ว่า คนที่เทพที่สุดในบรรดาเพื่อนร่วมชั้น ม.ปลาย กลับกลายเป็นหลินเฟย พลังอำนาจที่หลินเฟยแสดงออกมา มันเหนือกว่าฟ่านหมิงรุ่ยเป็นร้อยเท่า ถ้าไม่ใช่อวี๋เถียนคอยเสี้ยม อาศัยความเป็นเพื่อนร่วมชั้นเก่าและความผูกพัน ถึงแม้จะไม่ได้พัฒนาความสัมพันธ์กับหลินเฟยไปไกลกว่าเพื่อนแต่ไม่ใช่แฟน อย่างน้อยก็ยังพอจะอาศัยเส้นสายหางานดีๆ หรือทำความรู้จักกับเศรษฐีรุ่นสองคนอื่นๆ ได้ แต่ตอนนี้ ความสัมพันธ์นี้คงต้องขาดสะบั้นลงแล้ว สูญเสียโอกาสประเมินค่าไม่ได้ อีอวี๋เถียนเพื่อนทรยศ กู้ซือซือด่าในใจ
"นี่จะมาโทษฉันได้ยังไง ฉันก็ไม่รู้นี่นา ซือซือเธอจะมาพูดกับฉันแบบนี้ได้ยังไง?" อวี๋เถียนพูดอย่างน้อยใจ
หลินเฟยเผชิญหน้ากับการทักทายของเหล่าเศรษฐีรุ่นสอง เขาก็แค่โบกมือยิ้มๆ
"ทุกท่าน วันนี้ให้เกียรติผมมากจริงๆ บุญคุณครั้งนี้ผมขอจำไว้ก่อน!"
"ฮ่าๆ เจ้าของกลุ่มเรียกแล้ว พวกเราจะไม่มาได้ยังไงครับ?"
"พี่ใหญ่เกรงใจไปแล้วครับ!"
"พี่เทพจุติ ผมเป็นแฟนคลับพี่นะครับ!" เหล่าเศรษฐีรุ่นสองเหล่านี้ วางท่าทีต่ำต้อยต่อหน้าหลินเฟย!
แต่ทันใดนั้น ฟ่านหมิงรุ่ยก็เหลือบไปเห็นคนรู้จักคนหนึ่ง ในกลุ่มเศรษฐีรุ่นสองนี้ มีชายหนุ่มคนหนึ่งชื่อ หวังฝานอวี่ ซึ่งมีความสัมพันธ์ที่ดีกับฟ่านหมิงรุ่ยอยู่บ้าง ก่อนหน้านี้ตอนที่ฟ่านหมิงรุ่ยโม้อยู่ที่โต๊ะอาหาร บอกว่าเขารู้จักคนเทพคนหนึ่ง ที่สามารถดึงเขาเข้ากลุ่มนายน้อยระดับท็อปของหางโจวได้ แถมเจ้าของกลุ่มก็คือเศรษฐีเทพอันดับหนึ่งของเน็ต พี่เทพจุติตัวจริงเสียงจริง!
ตอนนี้ คนเทพคนนั้น หวังฝานอวี่ ก็มาถึงแล้ว แถมยังมีเศรษฐีรุ่นสองเทพๆ อีกมากมายมาถึงแล้วด้วย มองดูหลินเฟยที่ถูกห้อมล้อมราวกับดวงดาว ในใจเขาก็พลันเกิดลางสังหรณ์ที่ไม่ดีขึ้นมา
"คงไม่บังเอิญขนาดนั้นจริงๆ ใช่ไหมวะ กูเพิ่งจะเบ่งต่อหน้าพี่เทพจุติตัวจริงไปเหรอเนี่ย? ชิบหายแล้ว!!"
"ฟ่านหมิงรุ่ย ทำไมนายเป็นคนแบบนี้วะ?" ขณะที่ฟ่านหมิงรุ่ยเจอหวังฝานอวี่ หวังฝานอวี่ก็เจอเขาเช่นกัน ไอ้หมอนี่เป็นเศรษฐีรุ่นสองที่ขับปอร์เช่ 911 ทรัพย์สินที่บ้านเพิ่งจะเกินร้อยล้านไปหมาดๆ ฐานะดีกว่าบ้านฟ่านหมิงรุ่ยเล็กน้อย พอจะเข้าวงสังคมเศรษฐีรุ่นสองระดับบนได้
ในบรรดาเศรษฐีรุ่นสองสามสิบกว่าคน คนที่เทพจริงๆ ก็มีแค่สามสี่ห้าคน จางอวิ๋นเฟย ไป๋เทียนเฮ่า พวกนี้คือตัวท็อปของวงการ
หวังฝานอวี่อาจจะดูเทพในสายตาฟ่านหมิงรุ่ย แต่พออยู่ต่อหน้านายน้อยตระกูลจางและตระกูลไป๋ เขาก็เป็นได้แค่ลูกน้องตามต้อยๆ
พอเขาเห็นฟ่านหมิงรุ่ยแวบแรก ก็รู้สึกว่าเรื่องมันไม่ค่อยดีแล้ว
"พี่ยู่ ตัวตนที่แท้จริงของหลินเฟย หรือว่าจะเป็นท่านผู้ลึกลับคนนั้น...?" หน้าผากฟ่านหมิงรุ่ยเริ่มมีเหงื่อซึม ถามเสียงอ่อยๆ อ้ำๆ อึ้งๆ
"หรือว่า? คนที่เพิ่งจะเบ่งทับต่อหน้าพี่เทพจุติเมื่อกี้ คือนายเองเหรอ?" หวังฝานอวี่ถึงกับอึ้ง เขานึกว่าเป็นใครที่ไหนที่เทพ กล้ามาเบ่งต่อหน้าพี่เทพจุติ นี่คือคนที่แม้แต่นายน้อยตระกูลจางกับนายน้อยตระกูลไป๋ยังต้องเคารพนะเว้ย ใครจะไปคิดว่าเป็นฟ่านหมิงรุ่ย!
มึงไม่อยากอยู่ในวงการนี้แล้วรึไงวะ?
มึงมีขนอยู่กี่เส้นกันเชียว?
เอาทรัพย์สินทั้งบ้านมึงมารวมกัน ยังไม่พอค่าเปย์ของขวัญวันเดียวของพี่เทพจุติเลย สมองมึงโดนลาเตะมารึไง?
"เป็นพี่เทพจุติจริงๆ เหรอ?" ฟ่านหมิงรุ่ยได้ยินดังนั้น ขาถึงกับอ่อนยวบ แทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น!
จริงๆ เสียหน้า มันก็ช่างมันเถอะ อย่างมากก็แค่เลิกคบกับเพื่อนร่วมชั้นพวกนี้ไป แต่การไปล่วงเกินพี่เทพจุติเข้า เรื่องนี้มันร้ายแรงมาก
ใครแม่งจะไปคิดวะว่าเพื่อนร่วมชั้นไอ้กระจอกของตัวเอง จะกลายเป็นเศรษฐีเทพพี่เทพจุติได้?
ซวยบรรลัย!
"มึงจบแล้ว มึงจบแล้วจริงๆ อย่าหาว่าเพื่อนไม่เตือนนะ ต่อไปนี้อย่าบอกว่ารู้จักกู!" หวังฝานอวี่รีบตีตัวออกห่างทันที
"อย่าสิครับพี่ยู่ ตอนนี้ผมรู้ตัวแล้วว่าผิดไปแล้ว ผมจะไปรู้ได้ยังไงล่ะครับว่าเขาคือพี่เทพจุติ!" ฟ่านหมิงรุ่ยพูดอย่างร้อนรน
หวังฝานอวี่จะตีตัวออกห่าง ถ้าคนอื่นๆ ในวงการรู้เรื่องนี้เข้า พวกเขาก็ต้องตีตัวออกห่างเหมือนกันแน่ๆ แล้วแบบนี้จะอยู่ในวงสังคมต่อไปได้ยังไงวะ?
"อย่ามาบอกว่าผิดกับกู ไปบอกกับพี่เทพจุติสิ ไปขอโทษพี่เทพจุติต่อหน้า ยอมอ่อนข้อ พูดจาดีๆ สักสองสามคำ!" หวังฝานอวี่แนะนำ
"ต้องขอโทษจริงๆ เหรอครับ? แต่ผมก็เหมือนจะไม่ได้ทำอะไรผิดนี่นา?" ฟ่านหมิงรุ่ยรู้สึกอ้ำอึ้ง เขาละอายใจเกินกว่าจะทำได้จริงๆ ถ้าพี่เทพจุติตัวจริงเป็นคนอื่น เป็น (ต้าเหลา) ที่เขาไม่รู้จัก เขาคงรีบวิ่งไปขอโทษขอโพยแล้ว แต่นี่ดันเป็นหลินเฟย มันเลยทำให้เขามีปมในใจ ภาพลักษณ์ของหลินเฟยในใจเขา เป็นแค่หมาทาสรักกระจอก เป็นไอ้ขยะกากเดนมาตลอด ให้ไปขอโทษไอ้ขยะกากเดนเนี่ยนะ?
มันไม่ยิ่งกว่ากินขี้อีกเหรอวะ?
"ทำไมเรื่องมันกลายเป็นแบบนี้ไปได้วะ เซี่ยจื่อเมิ่งก็ยังยืนดูอยู่ข้างๆ ถ้าตอนนี้กูวิ่งไปเลียแข้งเลียขาหลินเฟย มันก็เสียทั้งหน้าเสียทั้งศักดิ์ศรีหมดเลยไม่ใช่เหรอวะ?"
"ยากเกินไปแล้ว! ยากเกินไปจริงๆ! กูสาบานเลย ต่อไปนี้กูจะไม่เบ่งอีกแล้ว!" ฟ่านหมิงรุ่ยในใจต่อสู้กันอย่างหนัก ด้วยฐานะและตำแหน่งของพี่เทพจุติแล้ว สามารถทำให้เขาไม่มีที่ยืนในเมืองหางโจวได้จริงๆ แต่ถ้าต้องไปคุกเข่าต่อหน้าเซี่ยจื่อเมิ่ง ยอมศิโรราบให้หลินเฟย เขาก็ยอมรับไม่ได้เช่นกัน!
ชั่วขณะหนึ่ง ตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก!
เซี่ยจื่อเมิ่งยืนอยู่ห่างจากฟ่านหมิงรุ่ยไม่ถึงห้าก้าว ดังนั้น บทสนทนาระหว่างหวังฝานอวี่กับฟ่านหมิงรุ่ย เธอจึงได้ยิน
"พี่เทพจุติ!?"
"หลินเฟยคือเศรษฐีเทพ เทพจุติ ที่เปย์เงินกว่าสองร้อยล้านตามแพลตฟอร์มไลฟ์สดต่างๆ งั้นเหรอ?"
"มิน่าล่ะ ถึงมีเศรษฐีรุ่นสองมากมายมาให้เกียรติเขา มิน่าล่ะสตรีมเมอร์เสี่ยวเหมียวโต้วถึงมองหลินเฟยเหมือนมองเทพบุตร! ที่แท้ไอ้หมอนี่ก็ซ่อนตัวลึกขนาดนี้!"
"ถ้าเป็นแบบนั้น คำพูดใส่ร้ายหลินเฟยของอวี๋เถียนก่อนหน้านี้ ก็เป็นเรื่องไร้สาระสินะ อีผู้หญิงโง่คนนี้"
พอคิดทะลุปรุโปร่งแล้ว ความประทับใจที่เซี่ยจื่อเมิ่งมีต่อหลินเฟย ก็เปลี่ยนไปอย่างมาก ตอนนี้หลินเฟยที่ถูกห้อมล้อมราวกับดวงดาว เปล่งประกายเจิดจ้า ดูเหมือนจะหล่อขึ้นมาจริงๆ ด้วย แถมหลินเฟยยังต่างจากฟ่านหมิงรุ่ย
เขาดูสุขุม สุภาพ มั่นคง ถึงแม้จะเทพมาก แต่ก็ไม่เคยโอ้อวดตัวเอง ใช้แต่การกระทำพิสูจน์ นี่แหละคือมาดของคนตระกูลใหญ่ที่แท้จริง ในบรรดาเพื่อนร่วมชั้นเก่าของฉัน จะมีคนยอดเยี่ยมขนาดนี้อยู่ด้วยเหรอเนี่ย ทำไมฉันถึงจำเขาไม่ค่อยได้เลยนะ?
เซี่ยจื่อเมิ่งพยายามนึกย้อนความทรงจำสมัย ม.ปลาย ดูเหมือนจะนึกไม่ออกจริงๆ!
หลินเฟยไม่รู้ว่าในใจเซี่ยจื่อเมิ่งคิดอะไรอยู่ เขารู้แค่ว่าค่าความประทับใจที่เซี่ยจื่อเมิ่งมีต่อเขา เริ่มพุ่งสูงขึ้นพรวดพราดแล้ว!
"ชื่อ: เซี่ยจื่อเมิ่ง ค่าความประทับใจ +20 ค่ารวม 0"
"ชื่อ: เซี่ยจื่อเมิ่ง ค่าความประทับใจ +20 ค่ารวม 20"
"ชื่อ: เซี่ยจื่อเมิ่ง ค่าความประทับใจ +20 ค่ารวม 40"
การพลิกเกม (ฝ่านซา) ครั้งนี้ ทำให้ค่าความประทับใจของเซี่ยจื่อเมิ่ง จาก -20 แต้ม พุ่งพรวดไปถึง 40 แต้ม หลินเฟยรู้สึกว่าแผนการวันนี้ มันคุ้มค่าแล้ว!
เขาส่งสายตาเหลือบมองไปยังทิศทางที่เซี่ยจื่อเมิ่งยืนอยู่ บังเอิญสายตาของเซี่ยจื่อเมิ่งก็มองมาทางเขาพอดี สองสายตาประสานกัน จ้องมองกันนานถึงสามวินาทีเต็ม เซี่ยจื่อเมิ่งกระพริบตาโต ไม่แสดงอาการหลบสายตาเลยแม้แต่น้อย
"สายตาแบบนี้? มีลุ้น?" ครั้งแรก ที่เทพธิดาในดวงใจสมัย ม.ปลาย มองสำรวจเขาอย่างให้ความสำคัญขนาดนี้ ในใจหลินเฟยแอบตื่นเต้นเล็กน้อย แต่ก็รีบสงบสติอารมณ์ลงอย่างรวดเร็ว เขาไม่ใช่ไอ้หนุ่มอ่อนประสบการณ์คนเดิมแล้ว สามารถมองปัญหาต่างๆ ได้อย่างมีเหตุผล ไม่เผลอใจเต้นแรงไปง่ายๆ ถึงแม้เซี่ยจื่อเมิ่งจะเป็นเทพธิดารักแรกของเขา แต่การกระทำของเธอในวันนี้ ก็ยังทำให้หลินเฟยรู้สึกผิดหวังและไม่พอใจอยู่บ้าง ที่แท้เซี่ยจื่อเมิ่งก็ไม่ได้ต่างอะไรจากคนอื่น แค่ก่อนหน้านี้เขาเทิดทูนเธอไว้ในใจสูงเกินไปเท่านั้นเอง
ขณะที่หลินเฟยกำลังทอดถอนใจอยู่ในใจ พนักงานส่งรถสองคน ก็ยกรถเฟอร์รารี่ ลาเฟอร์รารี่ ลงมาจากรถยกเรียบร้อยแล้ว เพียงแต่ก่อนหน้านี้ขบวนรถมันอลังการเกินไป ชั่วขณะหนึ่งทำเอาพวกเขามึนงงไปเท่านั้น ตอนนี้ผ่านไปสิบนาทีถึงได้สติกลับมา
"เจ้านายครับ รถยกลงมาให้ท่านเรียบร้อยแล้วครับ เรื่องการชำระเงิน ติดต่อกับทางเบื้องบนของเราได้โดยตรงเลยครับ นี่กุญแจรถของท่านครับ!"
พนักงานกล่าวอย่างนอบน้อมพลางส่งกุญแจรถให้หลินเฟย ครั้งนี้ได้เห็นกับตาแล้วจริงๆ ว่าอะไรคือขบวนรถที่แท้จริง! สมกับเป็น (ต้าเหลา) ที่มีปัญญาซื้อซูเปอร์คาร์ราคากว่ายี่สิบล้าน บารมีน่าทึ่งจริงๆ
หลินเฟยรับกุญแจรถมา ตอนนั้นเอง ฟ่านหมิงรุ่ยที่ลังเลอยู่นาน ในที่สุดก็ตัดสินใจลดทิฐิลง เขาก้าวเดินอย่างยากลำบาก ในที่สุดก็มาถึงตรงหน้าหลินเฟย ฟ่านหมิงรุ่ยสูดหายใจลึก แล้วโค้งคำนับ 90 องศา
"หลินเฟย ฉัน..." ฟ่านหมิงรุ่ยอยากจะพูดจาประจบประแจง แต่คำพูดมันติดอยู่ที่คอ พูดไม่ออกจริงๆ
"ฟ่านหมิงรุ่ย นายทำอะไรน่ะ? เป็นเพื่อนร่วมชั้นเก่ากันทั้งนั้น อย่าทำแบบนี้เลย!" หลินเฟยตบบ่าเขา เห็นได้ชัดว่าไม่ได้ใส่ใจกับท่าทีเบ่งสุดขีดของไอ้ขี้เบ่งคนนี้ก่อนหน้านี้แล้ว!
วินาทีนี้ หลินเฟยมองฟ่านหมิงรุ่ยที่กำลังก้มหัวให้เขาอยู่ตรงหน้า นึกถึงคำเยาะเย้ยถากถางก่อนหน้านี้ เขาก็พลันรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องเก็บมาใส่ใจเลย ตอนนี้เขารู้สึกว่าฟ่านหมิงรุ่ยเป็นแค่สิ่งมีชีวิตเล็กๆ ราวมดปลวก ช้างจะไปโกรธที่โดนมดเหยียบเท้ารึไง?
"เชี่ย! ฟ่านหมิงรุ่ยผู้หยิ่งผยอง โค้งคำนับให้หลินเฟยทำไมวะ? ฐานะของหลินเฟย เทพขนาดนั้นเลยเหรอวะ?" หวังเหว่ยตกใจ
"เทพไม่เทพ มึงมองไม่เห็นเองรึไงวะ? ขบวนรถขนาดนี้ คำว่าเทพสองคำจะไปพออธิบายได้ยังไง?"
"เพื่อนร่วมชั้นเก่าคนนี้ของเรา โลว์โปรไฟล์เกินไปแล้วจริงๆ ห้าหกปีมานี้ ไม่มีใครมองออกเลยว่าตัวตนที่แท้จริงของเขาคืออะไร!" กลุ่มเพื่อนร่วมชั้นต่างตกตะลึงพรึงเพริด ขณะเดียวกันก็รู้สึกว่าฟ่านหมิงรุ่ยมันตลกสิ้นดี ตอนแรกนึกว่าเป็นเทพแห่งการเบ่ง ที่ไหนได้เป็นแค่น้องชาย
เมื่อกี้เบ่งซะเต็มที่ สั่งหลินเฟยเหมือนสั่งลูกน้อง ให้ทำนั่นทำนี่ ตอนนี้ ยังไงก็ต้องมาโค้งหัวเลียแข้งเลียขาอยู่ดีไม่ใช่เหรอวะ? แต่ไอ้หมอนี่ก็รู้จักสถานการณ์ดีจริงๆ กล้าทำกล้ารับ กล้าได้กล้าเสีย
"ไอ้หลิว ขึ้นรถเว้ย พวกมึงทุกคน งานเลี้ยงวันนี้คงต้องพอแค่นี้ก่อน กูมีธุระต้องไปแล้ว พวกมึงเที่ยวกันต่อให้สนุกนะ!"
หลินเฟยโบกมือเรียกหลิวซูเหม่า ให้เขาขึ้นไปนั่งบนเบาะข้างคนขับของเฟอร์รารี่ ลาเฟอร์รารี่ จากนั้นตัวเองก็ขึ้นไปนั่งฝั่งคนขับ โชคดีที่เคยขับโคนิกเซกก์มาก่อน ไม่งั้นคงประหม่าเหมือนกัน แถมพลังจิตของหลินเฟยก็ได้รับการเสริมแกร่ง ทำให้ความสามารถในการเรียนรู้แข็งแกร่งขึ้นมาก ลองจับๆ คลำๆ ดูแค่สองรอบก็ขับเป็นแล้ว ทั้งหมดใช้เวลาไม่ถึงห้านาที
"หัวหน้าห้อง คืนนี้ร้องเกะ เรายังไปกันอยู่ไหม?" กู้ซือซือถามหลี่เจี๋ยอย่างหมดอารมณ์ ตอนนี้เธออยากจะรีบไปขอวีแชทหลินเฟยให้ได้ ส่วนเรื่องอื่นหมดความสนใจไปแล้ว
"พวกเธอถามความเห็นคนอื่นๆ ดูสิ จริงๆ ฉันก็รู้สึกว่ามันน่าเบื่อแล้วเหมือนกัน!" หลี่เจี๋ยส่ายหัว วันนี้ได้เห็นขบวนรถสุดอลังการขนาดนี้ ใครจะมีอารมณ์ไปร้องเกะกันวะ
แถมหลินเฟยก็ไม่ไปแล้ว พวกเธอก็ยิ่งไม่อยากไปกันใหญ่