- หน้าแรก
- ผมมี 9หมื่นล้านล้าน ไว้เปย์หญิง (NC20++)
- บทที่ 31: เทพธิดาจุติ และดราม่าสาดโคลนกลางวง
บทที่ 31: เทพธิดาจุติ และดราม่าสาดโคลนกลางวง
บทที่ 31: เทพธิดาจุติ และดราม่าสาดโคลนกลางวง
บทที่ 31: เทพธิดาจุติ และดราม่าสาดโคลนกลางวง
"หัวหน้าห้องครับ สาวสวยคนนี้ใครเหรอ? ดูเหมือนไม่ใช่คนห้องเรานะ?" ไอ้หน้าลิงหวังเหว่ย ถามขึ้นเป็นคนแรก
"ใครบอกไม่ใช่คนห้องเรา หวังเหมิงเหมิง ไง พวกเธอจำไม่ได้แล้วเหรอ?"
"พรวด!"
"หวังเหมิงเหมิง?"
"นี่เธอคือหวังเหมิงเหมิง? หวังเหมิงเหมิงไม่ใช่ยัยอ้วนสองร้อยกิโลกรัมเหรอ? เชี่ยเอ๊ย!"
"นี่เธอคือหวังเหมิงเหมิงจริงๆ เหรอ ยัยรถถังหวังเหมิงเหมิงกลายร่างเป็นสาวสวยไปแล้ว? ตาไทเทเนียมอัลลอยด์(สำนวน ตาถั่ว)ของกูบอดแล้ว!"
"หวังเหมิงเหมิงเคยตามจีบกูด้วยนะ รู้สึกเหมือนขาดทุนย่อยยับเลยว่ะ!" พวกผู้ชายในห้อง ตาแทบถลนออกมาจากเบ้าทีละคน แม้แต่พวกผู้หญิงคนอื่นๆ ก็ยังอ้าปากค้าง ดูเหมือนไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่า ยัยอ้วนหวังเหมิงเหมิงที่เคยเป็นตัวตลกน่ารังเกียจที่สุดในห้อง พอผอมลงแล้ว จะกลายเป็นสาวสวยไปได้?
ความสวยนี่ระดับ 8 คะแนนอัพเลยนะเว้ย การพลิกโฉมครั้งนี้มันน่าตกตะลึงเกินไปจริงๆ ขนาดหลินเฟยยังเกือบช็อก
ทันใดนั้น ผู้หญิงคนสุดท้าย ก็ผลักประตูห้อง 520 เข้ามา
วินาทีที่เธอปรากฏตัว ผู้ชายทั้งห้องก็แทบลืมหายใจ บรรยากาศตึงเครียดขึ้นมาอย่างประหลาด เดิมทีอวี๋เถียนกับหวังเหมิงเหมิงก็นับว่าสวยแล้ว แต่พออยู่ต่อหน้าผู้หญิงคนนี้ ดูเหมือนสาวงามสามพันนางก็ไร้สีสันไปทันที
เธอคิ้วโค้งดั่งขุนเขาไกล สวยใสบริสุทธิ์ ราวกับนางฟ้าที่หลุดออกมาจากตำนานโบราณ ดวงตาดุจน้ำในฤดูใบไม้ร่วง งามสง่าราวหยกเลอค่า รวบรวมไอทิพย์แห่งความงามและความสามารถไว้ในตัว ทั้งสวยทั้งฉลาด เธอแตกต่างจากพวกหน้าเน็ตไอดอลทั่วไป คุณเห็นเธอแวบแรกก็เพียงพอที่จะประทับใจได้อย่างลึกซึ้ง ก่อนที่จะเคยเจอเซี่ยจื่อเมิ่ง คุณอาจจะไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่า ในชีวิตจริงจะมีผู้หญิงที่สวยขนาดนี้อยู่ด้วย ตอนสงบนิ่งก็งดงามดั่งดอกไม้สะท้อนเงาในน้ำ ยามเคลื่อนไหวก็อ่อนช้อยดั่งกิ่งหลิวลู่ลม ราวกับเมฆบางเบาบดบังดวงจันทร์ ระเรื่อราวหิมะโปรยปรายตามสายลม คงมีแต่ประโยคเหล่านี้เท่านั้น ถึงจะพออธิบายออร่าของ เซี่ยจื่อเมิ่ง ได้
หลินเฟยไม่เคยให้คะแนนความสวยผู้หญิงคนไหนเกิน 9 คะแนนเลย
ขนาดดาวมหา'ลัยอย่างจางอวี่หนิง ก็เพิ่งจะแตะ 9 คะแนน ขนาดสตรีมเมอร์ยอดนิยมหลักล้านอย่างสวี่ซินอวี่ ก็ได้แค่แปดกว่าๆ เท่านั้น แต่เซี่ยจื่อเมิ่งนี่ ให้เกิน 9 คะแนนได้จริงๆ ไม่ได้พูดเกินจริงเลยแม้แต่น้อย สมัย ม.ปลาย ห้องพวกเขามีผู้ชายสามสิบคน ดูเหมือนจะมีถึงยี่สิบเก้าคนที่แอบชอบเซี่ยจื่อเมิ่ง อีกคนหนึ่งอาจจะมีรสนิยมทางเพศที่แตกต่างออกไป!
ตอนนั้นเซี่ยจื่อเมิ่งก็สวยมากแล้ว ไม่แต่งหน้า ไม่แต่งตัว หน้าสดก็ดังไปทั่วโรงเรียนได้ แต่ตอนนี้กลับยิ่งสวยขึ้นไปอีก!
ปรากฏตัวปุ๊บ ฆ่าเรียบทั้งงาน ผู้หญิงทุกคนในที่นั้น รู้สึกว่าภายใต้ออร่าอันเจิดจ้าของเซี่ยจื่อเมิ่ง พวกเธอกลายเป็นคนธรรมดาไปเลย ราวกับฝูงลูกเป็ดขี้เหร่ที่มีหงส์ขาวหลงเข้ามา ไม่มีการเปรียบเทียบ ก็ไม่มีการทำร้ายจิตใจ
โคตรเซ็ง!
"จื่อ... จื่อเมิ่ง ในที่สุดเธอก็มา ไม่เจอกันหลายปี สวยขึ้นเยอะเลยนะ!"
คุณชายฟ่านหมิงรุ่ยผู้สง่างามและมั่นใจในตัวเองมาตลอด พอเซี่ยจื่อเมิ่งปรากฏตัวขึ้น วินาทีนั้นก็เผลอแสดงอาการประหม่าออกมาเล็กน้อยอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็น!
"ใช่ค่ะ พอดีวีแชทฉันโดนแฮ็กไปก่อนหน้านี้ เลยไม่มีคอนแทคใครเลย ขอโทษด้วยนะคะ!" เซี่ยจื่อเมิ่งตอบอย่างสุภาพ
ทันใดนั้น หลินเฟยที่ยืนเงียบๆ ไม่มีใครสนใจอยู่ในฝูงชน กลับลุกขึ้นยืน เขาก้าวเดินอย่างมั่นคง ตรงไปยังเซี่ยจื่อเมิ่ง
"คุณเซี่ยจื่อเมิ่ง ไม่เจอกันสามปี เกือบจะขาดการติดต่อกันไปเลย แอดวีแชทกันหน่อยไหม เผื่อคราวหน้าจะหาตัวไม่เจออีก!" หลินเฟยเอ่ยปากขอช่องทางติดต่ออย่างเปิดเผย ราวกับไม่เห็นฟ่านหมิงรุ่ยอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย!
"เริ่มปฏิบัติการหมาทาสรัก ชื่อ: เซี่ยจื่อเมิ่ง อายุ: 21 ปี ส่วนสูง: 166 ซม. น้ำหนัก: 46 กก. คะแนนความสวย: 9.2 คะแนน ค่าความประทับใจที่หญิงสาวมีต่อโฮสต์: 0 แต้ม เมื่อค่าความประทับใจของหญิงสาวคนนี้ที่มีต่อโฮสต์เกิน 95 แต้ม ถือว่าตีท้ายครัวสำเร็จ รางวัล: 10% ของเงินทุนสำรองที่ใช้ในปฏิบัติการครั้งนี้ รางวัลแต้มเสริมแกร่ง: 35 แต้ม (แต้มเสริมแกร่งสามารถใช้เพิ่มค่าสถานะร่างกายของโฮสต์ได้ ได้แก่: ร่างกาย, พลัง, ความว่องไว, จิตวิญญาณ) รางวัลทักษะ: ภาษาอังกฤษ, ฝรั่งเศส, รัสเซีย, เกาหลี รวม 4 ภาษา"
ก่อนที่ปฏิบัติการหมาทาสรักจะเริ่มขึ้น ในใจหลินเฟยแอบมีความหวังเล็กๆ เขาหวังว่าเซี่ยจื่อเมิ่งจะมีความรู้สึกดีๆ ให้เขาอยู่บ้าง ถึงแม้ตอนนั้นเขาจะไม่ได้สารภาพรัก แต่อย่างน้อยก็เคยทุ่มเทให้ เขาเคยต่อยตีเพื่อเซี่ยจื่อเมิ่ง เคยแอบเดินตามกลับบ้าน คอยปกป้องเธออยู่ห่างๆ พูดจากใจจริง สิ่งที่เขาทำไปทั้งหมดนั้น เขาหวังลึกๆ ว่าเซี่ยจื่อเมิ่งจะเห็น แต่เห็นได้ชัดว่า ความจริงมันโหดร้าย
สายตาที่เซี่ยจื่อเมิ่งมองเขา ราวกับจำเขาไม่ได้เลย ในสายตาของเทพธิดา ตั้งแต่ต้นจนจบ เขาเป็นเพียงแค่ตัวประกอบฉาก ก. เท่านั้น โคตรจริงเลยว่ะ!
"คุณคือ...?"
"หลินเฟย จำไม่ได้เหรอ? ผมเคยนั่งอยู่ข้างหลังคุณไง!"
"อ๊ะ! หลินเฟย คุณนี่เอง ฉันนึกออกแล้ว!"
เซี่ยจื่อเมิ่งทำท่าเหมือนเพิ่งนึกออก ดูเหมือนเธอจะจำหลินเฟยได้จริงๆ แล้ว แน่นอนว่า จำได้จริงๆ หรือแกล้งทำ ก็สุดจะรู้ได้
ในใจหลินเฟยรู้สึกเจ็บปวดเล็กน้อย รู้สึกขมขื่น ตอนนี้เองที่เขาเพิ่งค้นพบว่า ที่แท้ในใจของเซี่ยจื่อเมิ่ง เขาไม่เคยมีตัวตนอยู่เลย ถึงแม้เขาจะเคยทุ่มเทให้มากมายอย่างเงียบๆ... แต่มันเกี่ยวอะไรกับเซี่ยจื่อเมิ่งด้วยล่ะ?
ผู้หญิงที่เพียบพร้อมทุกด้าน จะมาสนใจผู้ชายธรรมดาๆ ทำไม?
ผู้ชายที่ตามจีบเธอ แอบชอบเธอ เคยเขียนจดหมายรักให้เธอ มีไม่รู้เท่าไหร่ แล้วนายหลินเฟยเป็นใครมาจากไหน?
ในเมื่อนายมันธรรมดาซะขนาดนี้ แล้วจะมีสิทธิ์อะไรให้คนอื่นมามองเป็นพิเศษ?
พอคิดทะลุปรุโปร่งแล้ว หลินเฟยก็ปรับทัศนคติได้อย่างรวดเร็ว เมื่อก่อนเขาเป็นตัวประกอบ แต่ตอนนี้ เขาจะเป็นคนที่เจิดจ้าที่สุดในฝูงชน!
"คุณสแกนผมเลย!" หลินเฟยไม่พูดพร่ำทำเพลง ควักมือถือออกมา เปิด QR Code วีแชททันที!
"ได้ค่ะ!" เซี่ยจื่อเมิ่งพยักหน้า หยิบมือถือออกมาสแกน เธอก็ไม่ได้ปฏิเสธ เพราะการปฏิเสธเพื่อนร่วมชั้น ม.ปลาย ที่มาขอแอดวีแชท มันก็ดูจะเกินไปหน่อย
ฟ่านหมิงรุ่ยเห็นเซี่ยจื่อเมิ่ง แอดวีแชทหลินเฟยจริงๆ ก็รู้สึกหงุดหงิด!
ไอ้ตัวประกอบฉาก ก.!
ไอ้กระจอก!
ไม่ไปยืนหลบมุมอยู่เฉยๆ วะ จะมาเสนอหน้าหาแสงอะไรต่อหน้าเทพธิดา?
ไอ้เหี้ยเอ๊ย ยังไม่เจียมกะลาหัวอีกนะมึง?
คางคกอย่างมึงเนี่ยนะอยากจะกินเนื้อหงส์?
ฟ่านหมิงรุ่ยด่ากราดในใจ แต่ภายนอกยังคงรักษามาดสุภาพอ่อนโยน สง่างาม
"หลินเฟย นายไปเรียกพนักงานมาเสิร์ฟอาหารหน่อยสิ แล้วก็ไปซื้อไพ่มาสักสองสามสำรับด้วย พวกพี่ๆ เบื่อๆ จะได้เล่นไพ่กัน!"
ฟ่านหมิงรุ่ยโบกมือ สั่งการด้วยท่าทางวางอำนาจ เขาออกคำสั่งกับหลินเฟย เหมือนกำลังสั่งลูกน้อง
"บนโต๊ะก็มีไพ่อยู่นี่?" หลินเฟยชี้ไปที่สำรับไพ่ใหม่เอี่ยมบนโต๊ะ
"บอกให้ไปซื้อก็ไปซื้อสิ พูดมากทำไมวะ ไพ่สำรับเดียว คนเยอะขนาดนี้จะเล่นยังไง?"
"เราไม่ได้มาที่นี่เพื่อเล่นไผ่นะเว้ย!" หลินเฟยไม่สะทกสะท้าน ไอ้หมอนี่คิดว่าตัวเองเป็นใครวะ? กล้ามาสั่งปู่มึงทำงานเหรอ? กูให้หน้ามึงไปรึไง?
"หลินเฟย กุว่ามึงนี่ชักจะยังไงวะ ยิ่งโตยิ่งชอบเถียงเหรอ? ท่านประธานฟ่านเขาให้ไปซื้อไพ่สองสำรับ มึงก็ไปซื้อก็จบแล้วนี่หว่า หรือว่าไม่มีตังค์วะ เอางี้ไหม กุให้ยี่สิบบาท? จะโวยวายทำเหี้ยอะไรนักหนา!" หวังเหว่ยพูดแทรกขึ้นมาทันที
"เอ๊ะ! ที่แท้ก็หลินเฟยนี่เอง เมื่อกี้จำไม่ได้เลย ได้ยินเพื่อนที่ม.หางโจวบอกว่า ไอ้หลินเฟยนี่ ดังพอตัวในมหา'ลัยเลยนะ!"
"หลินเฟยเก่งขนาดนั้นเลยเหรอ?"
"เหอะ แต่ดังเพราะเป็น 'หมาทาสรัก' น่ะสิ พวกเธอไม่รู้เหรอ ไอ้หมอนี่เริ่มตามจีบผู้หญิงคนนึงตั้งแต่ปี 1 ตามอยู่สามปีก็ยังจีบไม่ติด เพื่อจะซื้อไอโฟน ซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมให้ผู้หญิง เงินค่าขนมตัวเองไม่พอใช้ ก็เลยต้องมาขอยืมเงินหลิวซูเหม่าบ่อยๆ เพราะเรื่องนี้แหละ ฉันกับหลิวซูเหม่าทะเลาะกันไม่รู้กี่ครั้ง ถ้าไม่ใช่เพราะหลินเฟย ฉันกับหลิวซูเหม่าอาจจะไม่เลิกกันก็ได้!" อวี๋เถียนพูดขึ้นมาทันที ขอบตาแดงก่ำ
เธอโทษคนอื่นเพราะความโลภอยากได้ใคร่ดีของตัวเอง โดนหลอกฟันแล้วทิ้ง เลิกกับแฟนเอง ตอนนี้ไม่กล้าโทษหลิวซูเหม่า กลับหันมาโทษหลินเฟยซะงั้น
"เชี่ยเอ๊ย!"
"เจ๊ พูดจามีเหตุผลหน่อยได้ไหมวะ?"
"มึงเลิกกับหลิวซูเหม่า มันเกี่ยวเหี้ยอะไรกับกูยืมเงินเขาวะ?"
"แล้วกูไปยืมบ่อยๆ ตอนไหนวะ? ยืมไปทั้งหมดแค่สามครั้งเอง!"
"หลิวซูเหม่ามีค่าขนมเดือนละสองพัน ให้มึงพันสอง มีแค่สามเดือนที่ไม่ได้ให้ มึงก็เก็บมาจำฝังใจเลยเหรอ?"
หลินเฟยถึงกับมึนตึ้บ
คำพูดของอวี๋เถียน สร้างแรงกระเพื่อมอย่างรุนแรงทันที เพื่อนร่วมชั้นเก่าทุกคนในที่นั้น ต่างมองหน้ากันไปมา ไม่ว่าชายหรือหญิง สายตาที่มองหลินเฟย ล้วนแฝงไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม
"ชื่อ: เซี่ยจื่อเมิ่ง ค่าความประทับใจ -10 ค่ารวม -10 แต้ม"
"อวี๋เถียน เธอทำอะไรน่ะ? ทำไมพูดถึงหลินเฟยแบบนั้น เขายังไม่ได้ทำอะไรให้เธอเลยนะ เราเลิกกันมันเป็นปัญหาของเราสองคน เธออย่าเอาแต่โทษคนอื่นจะได้ไหม ตัวเองทำอะไรลงไป ในใจไม่รู้ตัวเองเหรอ?" หลิวซูเหม่ารีบออกมาชี้แจงทันที
แต่ดูเหมือนคนอื่นๆ จะไม่ฟังแล้ว โดยเฉพาะพวกผู้หญิง
"หลิวซูเหม่า ทำไมนายเปลี่ยนไปแบบนี้ล่ะ ฉันจำได้ว่าตอนนายจีบเถียนเถียนใหม่ๆ เอาอกเอาใจ ดูแลดีขนาดไหน? ทำไมพอเลิกกันแล้ว ถึงทำท่าทีแบบนี้ หรือว่าผู้ชายทุกคนเป็นแบบนี้หมด พอได้แล้วก็ไม่รู้จักรักษา? ดูท่างนายก็เป็นไอ้สารเลวเหมือนกัน!" ผู้หญิงคนหนึ่งที่ใส่กระโปรงลายดอกไม้ด่าขึ้นมาทันที
"พรวด!" หลิวซูเหม่าได้ยินแบบนั้น แทบจะพ่นเลือดเก่าออกมา! กูโดนสวมเขา อวี๋เถียนเป็นคนบอกเลิกเอง นี่ก็ความผิดกูเหรอวะ?
"ซือซือ อย่าพูดถึงซูเหม่าแบบนั้นเลย จริงๆ ซูเหม่าก็ดีกับฉันมากนะ เป็นฉันเองที่ไม่ดีพอ เลยทำให้ เหวินเจ๋อ (น่าจะหมายถึง หลิวซูเหม่า แต่ต้นฉบับพิมพ์ผิด) ต้องเสียใจ เดือนที่แล้วหลินเฟยมายืมเงินเหวินเจ๋อ ฉันไม่เห็นด้วย ก็เลยทะเลาะกับเขา..." อวี๋เถียนพูดครึ่งๆ กลางๆ
เธอยังคิดจริงๆ ด้วยซ้ำว่า เรื่องนี้ทั้งหมดเป็นความผิดของหลินเฟย ถ้าหลินเฟยไม่มายืมเงินหลิวซูเหม่า พวกเธอก็จะไม่ทะเลาะกัน ถ้าไม่ทะเลาะกัน เธอก็จะไม่คิดจะทิ้งหลิวซูเหม่าชั่ววูบ ถ้าไม่คิดแบบนั้น ก็จะไม่ไปรู้จักกับไอ้สารเลว เลี่ยวหย่งฮุย ที่หลอกฟันเธอ!
ถ้าเป็นแบบนั้น หลิวซูเหม่าก็จะยังคงเชื่อฟังเธอทุกอย่าง ดังนั้น สรุปแล้ว ก็คือความผิดของหลินเฟย!
หลิวซูเหม่าแค่คบเพื่อนผิดเท่านั้นเอง!
คำพูดของอวี๋เถียน ยิ่งทำให้คนอื่นเข้าใจผิดมากขึ้นไปอีก
"หลินเฟย ฉันรู้ว่านายกับหลิวซูเหม่าสนิทกัน แต่นายก็ไม่ควรจะไปกระทบความสัมพันธ์ของแฟนเขาสิ?" หวังเหว่ยพูด
"แม่มเอ๊ย คนแบบนี้กูเกลียดที่สุดในชีวิตเลย ยืมเงินเพื่อนไปจีบสาว แถมยังจีบไม่ติดอีก? ไม่มีเงินแล้วจะดิ้นรนหาเหวอะไรวะ? ซื้อของขวัญแพงๆ ให้ไม่ได้ ก็อย่าไปเบ่งไอ้เรื่องแบบนั้นสิ?"
"เป็นหมาทาสรักก็ช่างแม่งเถอะ ยังจะมาทำให้เพื่อนเดือดร้อนอีก ช่างแม่งเหอะ ไม่พูดละ คนแบบนี้มันหน้าด้านไร้ยางอายแล้ว!"
เสียงเยาะเย้ยระลอกแล้วระลอกเล่า
เสียงซุบซิบนินทาระลอกแล้วระลอกเล่า
ทำให้บรรยากาศในงานอึดอัดอย่างยิ่ง!
คนที่เยาะเย้ยหนักที่สุด ก็คือพวกที่ประจบสอพลอฟ่านหมิงรุ่ยเมื่อกี้นี้ พวกเขาแทบจะหัวเราะเยาะใส่หน้าหลินเฟย ไม่เหลือเยื่อใยความเป็นเพื่อนร่วมชั้นเลยแม้แต่น้อย
"หลินเฟย ฉันว่านายก็เหมือนกันนะ ถ้านายขาดเงินจริงๆ ก็มาบอกฉันสิ จะไปทำให้หลิวซูเหม่าลำบากใจทำไม? แถมยังทำให้คู่รักเขาต้องมาทะเลาะกันอีก" ฟ่านหมิงรุ่ยทำท่าเหมือนเป็นคนมีน้ำใจ ราวกับว่าถ้าเพื่อนร่วมชั้นคนไหนมีปัญหา เขาก็พร้อมจะช่วยเหลืออย่างเต็มที่
พอเห็นหลินเฟยโดนอวี๋เถียนกล่าวหา โดนเพื่อนร่วมชั้นเยาะเย้ย โดนผู้หญิงดูถูกเหยียดหยาม ฟ่านหมิงรุ่ยก็รู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก การเบ่งทับตอกหน้าครั้งนี้ มันช่างสมบูรณ์แบบจริงๆ
ใช้ความต่ำต้อยของหลินเฟย มาขับเน้นความสูงส่งของคุณชายฟ่าน แถมยังทำต่อหน้าเซี่ยจื่อเมิ่งอีก มันจะฟินไปกว่านี้ได้ยังไง! ให้มึงไม่เจียมตัว มึงคงไม่รู้สินะว่าคำว่า 'ตาย' เขียนยังไง!
หลิวซูเหม่าที่อดทนอยู่ข้างๆ มานาน ทนดูต่อไปไม่ไหวแล้วจริงๆ
"อวี๋เถียน พอได้แล้ว เธอพอได้แล้วจริงๆ! ทำไมเวลาทำผิด เธอไม่เคยโทษตัวเอง แต่เอาแต่ปัดความรับผิดชอบ? เมื่อก่อนฉันตามใจเธอ รักเธอ ถึงแม้เธอจะเป็นฝ่ายผิด ฉันก็ไม่เคยมานั่งจับผิดหาเหตุผล เธอบอกว่าไม่ชอบฟังเหตุผล ใช่! ฉันไม่พูดเหตุผล! ฉันขอโทษเธอก่อน ฉันง้อเธอก่อน ไม่ว่าใครจะผิด ฉันเป็นฝ่ายยอมก่อนเสมอ เพราะฉันเป็นผู้ชาย ฉันคิดว่าเธอจะเข้าใจความใจกว้างของฉัน ฉันคิดว่าเธอจะรู้ว่าฉันยอมเธอมาตลอด แต่สุดท้าย เธอกลับคิดจริงๆ ว่าเป็นความผิดของฉัน?? เป็นเพราะเธอคอยกดดันฉัน จนฉันไม่มีหลักการและความเป็นลูกผู้ชายเหลืออยู่เลย ฉันยอมรับ ฉันมันโง่เอง! แต่ว่า ก่อนหน้านี้เธอเป็นคนบอกเลิกเอง แล้วเธอก็เป็นคนทรยศฉันก่อน! ไอ้หลินมายืมเงินฉัน มันไม่ใช่เหตุผลที่เราจะทะเลาะกัน แล้วเขาก็ไม่ใช่ว่าจะไม่คืน! เป็นเพราะเธอโลภมากไม่รู้จักพอ เป็นเพราะเธอหน้ามืดตามัว เธอมิสิทธิ์อะไรมาพูดจาไม่ดีถึงเพื่อนฉัน? เธอมันเป็นใครกันแน่วะ?" ประโยคสุดท้าย หลิวซูเหม่าแทบจะตะโกนออกมา
ช่วงเวลานี้ เขารู้สึกกดดันอย่างมาก
ตอนเลิกกันครั้งนั้น เขาไม่ได้พูดอะไรเลย แค่ขับรถโคนิกเซกก์จากไปเงียบๆ แต่ในใจก็ยังคงมีความอัดอั้นตันใจอยู่ ระบายออกมาไม่ได้ ครั้งนี้ หลิวซูเหม่าได้ตะโกนสิ่งที่อยู่ในใจออกมาจนหมดเปลือกแล้ว
ความอดทนของคนเรามันมีขีดจำกัด! คนซื่อๆ ต้องยอมโดนรังแกตลอดไปเหรอวะ? มึงนี่แม่งสำคัญตัวเองผิดไปแล้ว!
"หลิวซูเหม่า นาย..." อวี๋เถียนถึงกับอึ้ง!
หลิวซูเหม่าไม่เคยตะคอกใส่เธอเลย
ไม่เคยเลยสักครั้ง!
แต่ตอนนี้กลับด่าเธอว่า "เป็นใครกันแน่" เพื่อหลินเฟย?
เธอรู้สึกว่า หลิวซูเหม่าคนที่เคยเชื่อฟังเธอทุกอย่าง ได้หายไปแล้วจริงๆ ดูเหมือนจะไม่มีวันกลับมาได้อีก!
"เมื่อก่อนไอ้หลิวไม่ใช่คนอารมณ์แบบนี้นี่หว่า มันเป็นคนนิสัยอ่อนโยนนะ หรือว่าอวี๋เถียนทำอะไรผิดต่อไอ้หลิวจริงๆ วะ?"
"หลิวซูเหม่าแม่งลูกผู้ชายว่ะ เพื่อเพื่อน แม้แต่ผู้หญิงก็ไม่เอา!"
"แต่ไอ้หลินเฟยนี่ มันควรค่าแก่การที่คนอื่นจะเห็นเป็นเพื่อนจริงๆ เหรอวะ?"
หลินเฟยเองก็มองหลิวซูเหม่าอย่างประหลาดใจเช่นกัน ไม่คิดว่าวันนี้ไอ้หมอนี่จะเดือดขนาดนี้ กล้าหักหน้าอวี๋เถียนต่อหน้าทุกคน สมกับเป็นเพื่อนแท้สิบกว่าปี อยู่แนวรบเดียวกัน ไม่มีปัญหา บุญคุณครั้งนี้จำไว้แล้ว!
"พอแล้ว! พอแล้ว! ต่างคนต่างเงียบหน่อย วันนี้เราไม่คุยเรื่องอื่น ไม่คุยเรื่องส่วนตัวนะทุกคน นานๆ ทีเราจะได้รวมตัวกัน อย่าทำให้บรรยากาศมันตึงเครียดแบบนี้เลย!" หัวหน้าห้องหลี่เจี๋ยลุกขึ้นพูด เธอเป็นคนที่มี EQ สูง เข้ากับเพื่อนร่วมชั้นทุกคนได้ดี พอเธอออกหน้า บรรยากาศในห้องก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย
"หมิงรุ่ย ได้ยินว่าช่วงนี้นายไปได้สวยเลยเหรอ? เห็นว่าถ่ายคลิปสั้นลงโต่วอินด้วย?" หลี่เจี๋ยถามขึ้นมาทันที
"ก็งั้นๆ แหละครับ ปกติผมก็นอกจากเรียนหนังสือแล้ว เวลาว่างก็จะรับงานถ่ายคลิปเป็นงานเสริมบ้าง ทำมาประมาณครึ่งปีแล้วครับ มีผู้ติดตามอยู่สองล้านกว่าคน!" ฟ่านหมิงรุ่ยยิ้มพลางเหลือบมองเซี่ยจื่อเมิ่งแวบหนึ่ง เปิดโหมดเบ่งอัตโนมัติ จริงๆ เรื่องแบบนี้เขาก็ไม่กล้าโอ้อวดเองหรอก ไม่งั้นจะดูเหมือนจงใจเบ่งเกินไป แต่ในเมื่อหลี่เจี๋ยถามเขา การเบ่งครั้งนี้ มันก็เลยดูเป็นธรรมชาติไป
"มีผู้ติดตามเยอะขนาดนี้แล้วเหรอ? ฉันนึกว่านายเพิ่งเริ่มเล่นซะอีก ผู้ติดตามเยอะขนาดนี้ น่าจะทำเงินได้เยอะเลยสิ?" หลี่เจี๋ยถามต่อ
"ก็ไม่เยอะหรอกครับ เดือนนึงก็แค่สิบกว่าหมื่น ถือว่าเป็นค่าขนมไป ถึงแม้ที่บ้านจะซัพพอร์ตได้ แต่ในฐานะลูกผู้ชาย จะแบมือขอเงินพ่อแม่อย่างเดียวก็ไม่ได้ใช่ไหมครับ? แล้วผมก็ไม่ได้สนใจธุรกิจด้านการศึกษาเลยจริงๆ กะว่าต่อไปจะเปิดสตูดิโอสื่อของตัวเอง แล้วค่อยๆ พัฒนาให้เป็นบริษัทมีเดีย ถ่ายหนังถ่ายละครอะไรพวกนั้น!" ฟ่านหมิงรุ่ยเริ่มคุยโวโอ้อวด เบ่งแหลก
เขาเปิดเผยรายได้ตัวเอง ทำเอาเพื่อนร่วมชั้นส่วนใหญ่ในที่นั้นตาโตเป็นไข่ห่าน โดยเฉพาะเพื่อนผู้หญิง หลายคนมองฟ่านหมิงรุ่ยด้วยแววตาหวั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งรวมถึงอวี๋เถียนด้วย ในบรรดาเพื่อนร่วมชั้นเก่า มีหลายคนที่ยังมองไม่เห็นอนาคตของตัวเอง พวกเขาเรียนจบไป อาจจะหางานเงินเดือนห้าพันบาทไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่ดูฟ่านหมิงรุ่ยสิ นอกจากจะเป็นเศรษฐีรุ่นสองแล้ว ยังถ่ายคลิปสั้น ทำไลฟ์สด หาเงินได้เดือนละเป็นแสนอีก
เขายังอยู่แค่ปี 3 เองนะเว้ย คนเทียบคน แม่งอยากตาย!
"ท่านประธานฟ่าน ไม่ต้องพูดอะไรแล้วครับ ต่อไปผมขอตามพี่เลยนะครับ พี่เปิดบริษัทเมื่อไหร่ อย่าลืมน้องคนนี้นะครับ!" หวังเหว่ยพูดอย่างประจบประแจง
"ได้ๆ สบายมาก เป็นเพื่อนกันทั้งนั้น ช่วยได้ก็จะช่วยแน่นอน" ฟ่านหมิงรุ่ยปล่อยออร่าการเบ่งออกมาเต็มที่ กำลังเข้าที่เลยทีเดียว
เขารู้สึกว่าสายตาที่เซี่ยจื่อเมิ่งมองเขา มีแววชื่นชมอยู่หลายส่วน มีแต่ผู้ชายที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานเท่านั้น ถึงจะดึงดูดความสนใจของเทพธิดาได้ง่ายที่สุด แค่มีตำแหน่งเศรษฐีรุ่นสองยังไม่พอ ต้องมีธุรกิจเป็นของตัวเองด้วย เศรษฐีรุ่นสองที่เอาแต่ผลาญเงินพ่อแม่ ก็เป็นแค่ไอ้ลูกคุณหนู แต่เศรษฐีรุ่นสองที่มีธุรกิจของตัวเอง คือหนุ่มหล่อมากความสามารถที่มีระดับอย่างแท้จริง ความรู้สึกที่คนมีต่อคนสองประเภทนี้ มันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ไม่นานนัก พนักงานก็เริ่มเสิร์ฟอาหาร เพื่อนร่วมชั้นยี่สิบกว่าคน นั่งล้อมโต๊ะสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาว 10 เมตร กว้าง 1.6 เมตร ทุกคนนั่งกินข้าวด้วยกัน ก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัดอะไร
หลินเฟยสภาพจิตใจดีมาก แถมยังเจริญอาหารสุดๆ ดูเหมือนเขาจะไม่รู้สึกกระอักกระอ่วนเลยแม้แต่น้อย เพิ่งโดนเยาะเย้ยถากถางไปหยกๆ ตอนนี้กลับทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นั่งกินดื่มอย่างสบายใจ
ไอ้เหี้ยนี่ ถ้ามึงมียางอายสักนิด คงกินไม่ลงแล้วล่ะ
แต่หลินเฟยเหรอ เขาเมินเฉยต่อสายตาดูถูกและคำเยาะเย้ยถากถางของทุกคนโดยสิ้นเชิง หน้าด้านหน้าทนจนน่าเหลือเชื่อ
"ไอ้หลิน มึงโอเคป่ะเนี่ย ถ้ารู้สึกไม่ดี เรากลับกันเลยก็ได้นะ" หลิวซูเหม่าขยับเข้ามาถามเสียงเบา
"ไม่เป็นไร! กูขอส่งข้อความแป๊บ!" หลินเฟยโบกมือ
เขาเปิดวีแชท กลุ่มลูกคนรวยหางโจวรุ่นสอง ช่วงสองสามวันนี้ ดูเหมือนจะมีคนเข้ากลุ่มเพิ่มมาอีกหลายคน ล้วนเป็นเพื่อนที่ถูกดึงเข้ามา ขนาดของกลุ่มขยายไปถึงสามสิบสี่คนแล้ว เพราะเศรษฐีรุ่นสองแต่ละคน ก็มีแวดวงสังคมที่ต่างกันไป เวลาพวกเขาเบ่ง ก็จะบอกว่าตัวเองอยู่กลุ่มเดียวกับพี่เทพจุติ แถมเจ้าของกลุ่มก็คือพี่เทพจุติตัวจริงเสียงจริง แล้วก็จะมีคนอยากเข้ากลุ่ม...
ชื่อเสียงและบารมีของพี่เทพจุติในตอนนี้ เป็นสิ่งที่ไม่มีใครสงสัย
หลินเฟยในฐานะเจ้าของกลุ่ม แท็ก @ทุกคน แล้วส่งข้อความออกไป
"กูจะเบ่งโว้ย รวมพลที่โรงแรมซื่อไห่ด่วน!"
ข้อความนี้เพิ่งส่งออกไป ทันใดนั้น ทั้งกลุ่ม ก็ระเบิด!
"เชี่ย พี่เทพจุติเรียกแล้ว!"
"แม่มเอ๊ย ไอ้หมาตัวไหนมันตาไม่ถึง กล้ามาหาเรื่องพี่เทพวะ?"
"โรงแรมซื่อไห่เหรอ? รอแป๊บ กูอยู่แถวนี้พอดี ยี่สิบนาทีถึง!"
"โฮ่ๆๆๆ! พี่น้องทั้งหลาย เตรียมอาวุธให้พร้อม พี่เทพจุติออกคำสั่งแล้ว บารมีต้องจัดเต็ม!"