เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 24: สายลมในฤดูใบไม้ผลิ

บทที่ 24: สายลมในฤดูใบไม้ผลิ

บทที่ 24: สายลมในฤดูใบไม้ผลิ


ติดตามการแจ้งเตือนตอนใหม่ก่อนใครได้ที่แฟนเพจ

Facebook Fanpage กดเลย

บทที่ 24: สายลมในฤดูใบไม้ผลิ

อุปกรณ์ที่เจ้าอ้วนถือครองมีความหรูหราเป็นยิ่ง สิ่งแรกคือเสื่อที่เขาใช้นั่ง มันคืออุปกรณ์วิญญาณที่สร้างมาจากหญ้าจิตวิญญาณ ความสามารถของมันคือการเพิ่มความเร็วในการฝึกตนได้ถึงสามในสิบ

แน่นอนว่าความสามารถเหล่านี้ใช้ได้เฉพาะผู้ฝึกฝนระดับเซียนเทียน หลังจากที่เข้าสู่ระดับปฐมภูมิแล้ว ผลของมันจะเหลือเพียงหนึ่งในสิบเท่านั้น หากว่าขึ้นไปเหนือระดับจินตันแล้วจะมองไม่เห็นผลประโยชน์ใด

แม้ว่ามันจะมีประโยชน์กับผู้ฝึกตนระดับต่ำ แต่การที่จะกลั่นหญ้าจิตวิญญาณนั้นยากเย็นจึงทำให้ราคาของมันสูงมากเกินไป นอกจากนี้ผู้คนยังไม่เต็มใจที่จะขายอุปกรณ์วิเศษที่ซึ่งเปรียบเสมือนกับอาหารเสริม นอกเสียจากว่ามันจะหมดประโยชน์สำหรับพวกเขาแล้ว เจ้าอ้วนถือว่าโชคดียิ่งนักที่ได้พบกับบุคคลที่เข้าสู่ระดับจินตันแล้วขายมันให้กับเขาเหตุเพราะมันหมดประโยชน์เสียแล้ว อีกฝ่ายขายมันเพียงเพื่อแลกกับทองดำเย็น

นอกจากนี้เจ้าอ้วนยังมีสิ่งของอื่นอีกสองสามรายการ คือสร้อยคอที่สร้างจากไข่มุกจิตวิญญาณห้าเม็ดและเสื้อที่ทอมาจากไหมวิญญาณ ไข่มุกวิญญาณทั้งห้าธาตุมันจะเพิ่มประสิทธิภาพขณะที่ฝึกฝน นอกจากนั้นยังเพิ่มพลังเวททั้งห้าธาตุอีกด้วย สมบัติเหล่านี้มูลค่านับหมื่น เจ้าอ้วนไม่อาจนำมันออกมาแสดงให้ผู้ใดเห็นได้ เขาจะหยิบออกมาก็ต่อเมื่อกำลังฝึกฝนเท่านั้น เสื้อที่เขาใส่จะดูดซับพลังวิญญาณโดยรอบด้วยตัวของมันเอง ซึ่งหมายความว่าความเร็วในการฝึกฝนของเขาจะเพิ่มขึ้น

มีตะเกียงทั้งห้าทำหน้าที่เผาไหม้ธูปธาตุทั้งห้า กลิ่นหอมของมันช่วยเรื่องความเร็ว มันเป็นเพียงสิ่งของที่ไว้ใช้เผาธาตุทั้งห้าที่ราคาแพงเกินไป เพียงแค่เผาไหม้ธูปขนาดเท่าหัวแม่มือต้องใช้หินจิตวิญญาณถึงหนึ่งร้อยก้อน วิธีการเช่นนี้อาจเป็นเพียงแค่การเผาไหม้เพียงธูปแต่จริง ๆ แล้วมันเผาผลาญเงินต่างหาก!

การเผาผลาญเช่นนี้ไม่เพียงแต่ช่วยในเรื่องของความเร็ว แต่ยังทำให้ปราณนั้นบริสุทธิ์ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เจ้าอ้วนจะหน่ายกับราคาของมันแต่ก็ยังคงต้องเผาต่อไป

หากนับรวมมูลค่าสิ่งของเหล่านี้ มันมีค่ารวมไม่น้อยไปกว่าหินจิตวิญญาณสองร้อยล้านก้อน ถ้าหากไม่ได้เจ้ามิติลึกลับที่สามารถผลิตหินจิตวิญญาณเหล่านี้ได้ ชั่วชีวิตเขาก็คงไม่สามารถจ่ายได้ แต่ตอนนี้เจ้าอ้วนกำลังเผาผลาญเงินของตนอย่างสนุกสนานเพื่อที่จะก้าวสู่ระดับเซียนเทียนขั้นห้าโดยใช้เวลาที่สั้นที่สุด เพียงห้าระดับในเวลาสามปี ถ้าหากเป็นผู้อื่นคงไม่กล้าคิดฝันถึงเรื่องเหล่านี้

แม้ว่าจะมีระดับดังกล่าวแล้วก็ตาม แต่ด้วยวิธีการฝึกฝนของเขา มันทำให้เขาดูเหมือนว่ายังอยู่เพียงขั้นหนึ่งหรือสองเท่านั้น ทุกคนจึงไม่ได้แปลกใจในตัวเจ้าอ้วน นอกจากเจ้าลิงและหานหลิงเฟิงก็ไม่มีใครรู้ว่าความจริงแล้วเขาแข็งแกร่งเพียงใด ความมั่งคั่งของเจ้าอ้วนนั้นถูกปกปิดไว้อย่างเงียบเชียบเพราะเขานั้นต้องไปยังนครเวหาทุกเดือนเพื่อใช้จ่ายสำหรับอุปกรณ์ต่าง ๆ

แม้ว่าเจ้าอ้วนนั้นจะเก็บสิ่งของที่ซื้อมาเป็นความลับ แต่ในทุกการเดินทางของเขามีค่าใช้จ่ายคือหินจิตวิญญาณสี่สิบก้อน สำหรับศิษย์นอกแล้วนี่เป็นเงินจำนวนไม่น้อยเลย ถ้าหากว่าเขาเดินทางเพียงครั้งหรือสองครั้งคงไม่แปลกเท่าไหร่นัก แต่เจ้าอ้วนเดินทางไปยังนครเวหาทุกเดือนจนกลายเป็นเรื่องที่ชวนสงสัย โดยเฉพาะผู้ดูแลที่อยู่ในหอคอยลอยฟ้าที่จับตาดูเจ้าอ้วนมาตั้งแต่เริ่ม

อย่างน้อยที่สุดผู้ดูแลหอคอยลอยฟ้าก็อยู่ในระดับปฐมภูมิซึ่งมีเงินเก็บออมส่วนตัวอยู่แล้ว แม้ว่าพวกเขาจะพบว่าเจ้าอ้วนนั้นร่ำรวยผิดปกติ แต่ก็ไม่มีใครคิดถึงเรื่องที่จะปล้นเขาเลย แต่ความจริงที่ว่าเขานั้นเคยอยู่ที่นครเวหาจะโดนพบเห็นโดยเหล่าศิษย์นอกบ้างเป็นบางครั้ง พวกเขาที่เห็นเจ้าอ้วนปรากฏตัวที่นั่นทุกครั้ง และมันไม่ใช่เพียงครั้งหรือสองครั้งเท่านั้น ขณะนั้นเองความร่ำรวยของเจ้าอ้วนจึงถูกแพร่กระจายออกไปอย่างไม่อาจปกปิด

วันนี้เจ้าลิงมองเห็นเจ้าอ้วนกำลังปรับแต่งลูกบอลสายฟ้าภายในถ้ำจึงถามออกไปอย่างกังวล “พี่น้องอ้วน ไม่นานมานี้มีบางคนพยายามจะมองหาที่อยู่ของท่านเสมอ ลักษณะของพวกมันเหมือนว่ากำลังสงสัยว่าท่านครอบครองอุปกรณ์วิญญาณ อุปกรณ์วิเศษ หรือหินจิตวิญญาณจำนวนมาก ข้าคิดว่าพวกมันมีเจตนาร้ายอย่างแน่นอน!”

“มันเป็นใคร?” เจ้าอ้วนเก็บตำราของตน จากนั้นจึงขมวดคิ้วแน่นในขณะที่กล่าวออกไป

“มากมายยิ่งนัก เวลาที่ข้าอยู่ในหอบันทึกความสำเร็จมักจะมีผู้คนมากมายเข้ามาถามเรื่องราวของท่าน ข้าทำได้เพียงตอบเลี่ยงไป แต่พวกมันเหล่านั้นไม่ได้มีท่าทีว่าจะเชื่อแต่อย่างใด และเมื่อข้ากลับมาที่นี่ ข้าต้องพยายามหลบเลี่ยงอย่างหนักมาก เพื่อไม่ให้พวกมันตามติดมาตอแยพวกเรา!” เจ้าลิงตอบกลับอย่างรวดเร็ว

หอบันทึกความสำเร็จเป็นสถานที่ค้นหาความรู้สำหรับเหล่าศิษย์นอก มันเป็นสถานที่ ๆ มีไว้สำหรับแก้ไขข้อข้องใจต่าง ๆ ให้กับศิษย์นอก ในส่วนของศิษย์ใน หากพวกเขาไม่อาจหาคำตอบได้ย่อมสามารถไปสอบถามจากผู้ฝึกตนที่ระดับสูงขึ้นไปได้

วิธีการฝึกฝนของเจ้าลิงยังคงเป็นวิธีพื้นฐานสำหรับศิษย์นอกที่ใช้ฝึกกันภายในนิกาย เจ้าอ้วนนั้นรู้เพียงปฐมกาลแห่งความโกลาหล นอกจากนั้นเขาไม่ทราบใด ๆ เกี่ยวกับมัน ดังนั้นจึงไม่สามารถตอบคำถามเจ้าลิงได้ แต่เจ้าลิงสามารถไปขอคำแนะนำกับเหล่าศิษย์ที่อยู่ในหอบันทึกความสำเร็จได้

เจ้าอ้วนได้ยินทั้งหมดที่เจ้าลิงพูดแล้ว มันเริ่มขมวดคิ้วแน่นพร้อมกล่าวออกมาด้วยความขุ่นเคือง “ข้าไปที่นั่นเพียงไม่กี่ครั้งหลังกลับจากนครเวหา คล้ายว่าพวกเขากำลังร้อนใจ! ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ข้านึกว่าสำนักเสวียนเทียนเป็นสถานที่อันชอบธรรม ข้าไม่ได้บอกว่าความสัมพันธ์ในสำนักแห่งนี้จะเป็นมิตร แต่ผู้คนมักแก่งแย่งชิงดีคุกคามผู้อื่นด้วยการปล้น นี่มันหมายความว่าอะไร!”

“อา พวกเขายังไม่มีทางเลือกมากนักเพราะเหตุที่ว่านิกายนั้นแจกจ่ายหินจิตวิญญาณให้เพียงน้อยนิด มันไม่เพียงพอสำหรับการกระทำสิ่งใดเลย นอกจากนั้นการฝึกฝนยังต้องใช้หินจิตวิญญาณมากมาย พวกเขาจะใช้ทุกทางเพื่อให้ได้รับมัน ถ้าหากว่าพวกเขาไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้ก่อนหมดเวลา พวกเขาคงจะไม่มีชื่อปรากฏอยู่ในโลกใบนี้แล้ว แต่หากเทียบกับความสัมพันธ์ของเรานั้น สิ่งนี้มิได้เกินไปแต่อย่างใด!” เจ้าลิงกล่าวอย่างไร้เยื่อใย

“เฮ้อ!” เจ้าอ้วนถอนหายใจพร้อมกล่าวต่อ “ลืมมันไปเถิด อย่าไปใส่ใจ! ในอนาคตเจ้าจงระมัดระวังตัวเมื่อต้องออกไปข้างนอก ข้าคิดว่าพวกมันคงยังสงสัยเจ้าอยู่ เพราะว่าเจ้าเป็นผู้ที่มีความสัมพันธ์กับข้าอย่างใกล้ชิดที่สุด!”

“อา ไม่ต้องห่วงพี่น้องอ้วน อันดับแรก! ข้าจะฝึกฝนให้มากกว่านี้!” เจ้าลิงพยักหน้าพร้อมตอบรับทันที จากนั้นมันจึงก้าวออกไปข้างนอกเพื่อเข้าสู่สมาธิ

หลังจากเจ้าลิงได้ออกไปแล้ว เจ้าอ้วนหยุดคิดไตร่ตรองเพียงครู่ แต่ก็ยังไม่สามารถหาทางแก้ไขได้ เขาจึงล้มเลิกความคิดและกลับไปฝึกฝนเคล็ดวิชาอสนีวารีขั้วลบต่อ ช่วงเวลาในตอนนี้สำคัญมาก เขาต้องพัฒนาความสามารถของตนเอง ในสายตาของผู้ฝึกตน ความเก่งกาจนั้นคืออุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ที่สุด!

สองชั่วโมงถัดมา ในมือของเจ้าอ้วนมีไข่มุกขนาดเท่ากับเม็ดลำไย มันคือลูกบอลอสนีสายฟ้าขั้วลบที่มีอนุภาพรุนแรงมาก หลังจากที่เจ้าอ้วนพัฒนาฝีมือของตน ลูกบอลน้ำที่ได้กลั่นไว้มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางขนาดสามร้อยฟุต ซึ่งมันใหญ่กว่าเมื่อก่อนถึงสิบเท่าแล้ว เวลาที่นำมาปรับแต่งนั้นใช้เวลาเพียงสองชั่วโมงเท่านั้น ความสามารถนี้สำหรับผู้ที่อยู่ในระดับเซียนเทียนขั้นห้าถือว่าหาได้ยากยิ่งนัก

หลังจากจัดเก็บลูกบอลสายฟ้าแล้ว เจ้าอ้วนคิดเรื่องเวลา จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นพร้อมเดินออกไปข้างนอก เขาไม่ได้ปลุกเจ้าลิงผู้ที่กำลังนั่งสมาธิอยู่ภายในถ้ำ เขาเรียกดาบบินออกมาพร้อมกับบินออกไปจากหุบเหวนภา จุดหมายคือกระท่อมน้อยของเขา

ณ ตอนนี้พระอาทิตย์ได้เลือนลับเหลือไว้เพียงความมืดมิด เจ้าอ้วนบินไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับความสบายใจเกิดเป็นลำแสงขนาดเล็กกำลังพุ่งเข้ามา นางฟ้าที่อยู่ในชุดสีขาวกำลังนั่งมองแสงที่กำลังใกล้เข้าขณะอยู่ที่ริมหน้าต่าง

หลังจากที่เจ้าอ้วนเดินเข้ามาพร้อมกับปิดประตูลง เขายกยิ้มขึ้น มือทั้งสองข้างโอบกอดจากด้านหลัง เขาเริ่มลูบคลำหน้าอกของนางฟ้าผู้นั้นอย่างโหยหาพร้อมกับเริ่มกอดรัด ในเวลาเดียวกันเขาเผยยิ้มเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า “แม่นกน้อย เจ้าคิดถึงข้าหรือไม่?”

นางฟ้าในอ้อมกอดของเขาพยายามขัดขืนเล็กน้อย แต่นางทราบดีว่ามันไร้ประโยชน์จึงปล่อยให้เขาจัดการจนกว่าเขาจะพอใจ

“เจ้านั้นช่างเร่งร้อนยิ่งนัก” หานหลิงเฟิงกล่าวออกมาอย่างผิดหวัง

“ช่วยไม่ได้ อาจจะเป็นเพราะเจ้าน่าสนใจ? ความงามของเจ้านั้นทำให้ข้าติดกับ” เจ้าอ้วนหัวเราะออกมาอย่างชั่วร้ายพร้อมกล่าวต่อ “มานี่เถิด แม่นกน้อยของข้า เวลาที่แสนจะสุขสรรค์นั้นช่างน้อยนิด เลิกเสียเวลา ณ ที่นี้กันได้แล้ว!” หลังจากกล่าวจบเจ้าอ้วนก็อุ้มหานหลิงเฟิงไว้ในอ้อมแขนของตนพร้อมกับเดินไปที่เตียง

 

จบบทที่ บทที่ 24: สายลมในฤดูใบไม้ผลิ

คัดลอกลิงก์แล้ว