- หน้าแรก
- ผมมี 9หมื่นล้านล้าน ไว้เปย์หญิง (NC20++)
- บทที่ 15: เอาคืนแบบหมาๆ และเทพธิดาที่เริ่มติดกับ!
บทที่ 15: เอาคืนแบบหมาๆ และเทพธิดาที่เริ่มติดกับ!
บทที่ 15: เอาคืนแบบหมาๆ และเทพธิดาที่เริ่มติดกับ!
ผมลืมอธิบายน่ะ ไอ้สี่ ในที่นี้ คือในห้องมันมีกันสี่คน แล้ว ตัวเอก เรามันน่าจะเป็นน้องเล็กสุดของห้องเลยเรียกไอสี่ หรือไม่ก็ย้ายเข้ามาในหอคนหลังสุด ครับ
บทที่ 15: เอาคืนแบบหมาๆ และเทพธิดาที่เริ่มติดกับ!
หลินเฟยพักผ่อนอยู่ครู่หนึ่ง หลิวอินอินที่นอนอยู่ข้างๆ ก็เริ่มได้สติ นางซบหน้าลงบนอกหลินเฟยอย่างอ่อนหวานเย้ายวน ถามเสียงแผ่วเบา "พี่หลินเฟย ตอนนี้ฉันเป็นแฟนนายแล้วใช่ไหมคะ?"
หลินเฟยหัวเราะหึในใจ 'ถ้ากูไม่รู้ว่าค่าความประทับใจของมึงที่มีต่อกูแค่ 70 นะ กูคงนึกว่ามึงหลงกูหัวปักหัวปำไปแล้วจริงๆ ว่ะ'
"ขอโทษนะ ฉันไม่เคยบอกว่าชอบเธอ" พูดจบหลินเฟยก็หยิบมือถือ โอนเงินให้หลิวอินอินไปห้าหมื่นหยวน
"นาย... นายหมายความว่าไง?" หลิวอินอินอ้าปากค้าง จ้องหลินเฟยตาโต
"ฉันไม่คิดว่าตอนนี้เธอมีคุณสมบัติพอจะเป็นแฟนฉันได้ ทั้งเธอ, โจวซินอี๋, จ้าวเสี่ยวเซวียน หรือแม้แต่จางอวี่หนิง พวกเธอไม่มีใครมีคุณสมบัติพอทั้งนั้น แต่พวกเธอเป็นผู้หญิงของฉันได้ ฉันไม่เคยเอาเปรียบผู้หญิงของฉันอยู่แล้ว เธอจะเลือกรับเงินห้าหมื่นนี่แล้วมาเป็นผู้หญิงของฉัน หรือจะปฏิเสธก็ได้ เงินก็ยังเป็นของเธออยู่ดี ลองคิดดู คิดได้แล้วค่อยบอกฉัน"
พูดจบหลินเฟยก็แต่งตัวแล้วเดินออกจากห้องไป สำหรับพวกผู้หญิงบ้าวัตถุที่ทำได้ทุกอย่างเพื่อเงินเพื่อตำแหน่งแบบนี้ ถ้าไปจริงจังด้วย มึงก็แพ้แล้ว หลินเฟยโบกรถแท็กซี่จากไปอย่างไม่ใยดีแม้แต่น้อย
หลิวอินอินที่นั่งเหม่ออยู่บนเตียง มองยอดเงินโอนห้าหมื่น ลังเลอยู่ครู่ใหญ่ สุดท้ายก็กดรับเงิน นางไม่ได้รู้สึกเสียใจ หรือเจ็บปวดอะไรมากมาย ก็แค่ได้อย่างที่หวังเท่านั้นเอง นางกลับแอบดีใจเสียด้วยซ้ำ หลินเฟยตามจีบโจวซินอี๋ตั้งนาน ถึงได้โอนให้ทีละห้าหมื่น แต่นี่เขาโอนให้นางทันทีเลยห้าหมื่น แสดงว่าในใจหลินเฟย นางก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าโจวซินอี๋เลย งั้นก็เป็นผู้หญิงของเขาไปเลยสิ คนอย่างหลินเฟย การได้เป็นผู้หญิงของเขาก็เป็นสิ่งที่คนมากมายใฝ่ฝันอยู่แล้ว
"พี่หลินเฟย ฉันยอมเป็นผู้หญิงของพี่ค่ะ" หลังจากรับเงิน หลิวอินอินก็ส่งข้อความวีแชทไปหาหลินเฟย
หลินเฟยไม่ได้ตอบกลับ เขารู้ว่าตัวเองได้ผู้หญิงที่พร้อมจะให้เขาเสียบได้ทุกเมื่อมาเพิ่มอีกคนแล้ว พลางนึกถึงตัวเองที่ยังเป็นไอ้หนุ่มซิงเมื่อไม่นานมานี้ ก็อดทอดถอนใจไม่ได้ว่าอำนาจเงินนี่มันสร้างปาฏิหาริย์ได้จริงๆ ว่ะ
พอกลับมาถึงหอพัก หลินเฟยเห็นว่ามี missed call จากหูต้าไห่ เลยโทรกลับไป
"เห้ย ไอ้สี่ มึงอยู่ไหนวะ? แอบหนีไปคนเดียวทำไม?" พอรับสาย เสียงหูต้าไห่ก็ดังเข้ามาทันที
"กูออกมาเดินเล่นรับลมหน่อยว่ะ เรื่องเมื่อกี้พี่ก็เห็นแล้วนี่ ไอ้สอง (จางชิ่งซาน) เหมือนจะไม่พอใจกูหน่อยๆ พี่ช่วยอธิบายให้มันฟังแทนกูทีนะ ว่ากูไม่ได้มีใจให้อีหลิวอินอินนั่นเลย!" หลินเฟยพูดหน้าไม่อาย
"จริงๆ คนปกติเขาก็ดูออกแหละว่ามึงไม่ได้มีใจให้หลิวอินอิน แต่นางดันมีใจให้มึงนี่สิ กูแม่งโคตรงงเลยว่ะ เมื่อก่อนนางดูถูกมึงจะตายไม่ใช่เหรอ? ทำไมจู่ๆ ท่าทีเปลี่ยนไปขนาดนี้วะ? อย่างกับหมาตัวเมียมาตามเลียมึงเลย!" หูต้าไห่ก็งงเป็นไก่ตาแตกเหมือนกัน
"เฮ้อ สงสัยจะเป็นเพราะเสน่ห์ที่ห้ามใจไม่อยู่ของกูเองแหละ!" หลินเฟยชมตัวเองอย่างหน้าด้านๆ
"มึงก็หน้าด้านต่อไปเรื่อยๆ บนเส้นทางนี้แหละ! เออๆ พวกกูยังอยู่ร้านเน็ต ไม่คุยละ เปิดตี้!"
หลินเฟยวางสาย ปรับมือถือเป็นโหมดเงียบ แล้วล้มตัวลงนอนบนเตียง ไม่นานก็หลับไป วันนี้ทั้งต่อยตีทั้งเสียบสาว มันเหนื่อยเกินไปจริงๆ
แต่ดูเหมือนเขาจะลืมไปสองเรื่อง... มื้อค่ำของจ้าวเสี่ยวเซวียน และไลฟ์สดของจางอวี่หนิง
สองทุ่ม จางอวี่หนิงเปิดไลฟ์สด จนกระทั่งสี่ทุ่ม ยอดคนดูในห้องไลฟ์เธอก็ยังคงโหรงเหรงเหมือนเดิม
"หนิงหนิง แกติดต่อหลินเฟยได้ยัง? นี่มันสองชั่วโมงแล้วนะ ไอ้หมอนั่นทำไมยังไม่มาอีก?" เจิ้งมู่จื่อถามอย่างร้อนใจ
เพราะหลินเฟยไม่มา ไม่มีของขวัญก้อนโตเปย์ให้ ก็เลยติดอันดับชั่วโมงไม่ได้
จางอวี่หนิงเปิดไลฟ์มาสองชั่วโมงแล้ว ยอดคนดูในห้องไลฟ์มีแค่สองพันกว่าคน เทียบกับยอดคนดูสามแสนคนเมื่อไม่กี่วันก่อนแล้ว ช่างต่างกันราวฟ้ากับเหว
โลกออนไลน์ก็เป็นแบบนี้แหละ พอความนิยมตก ไลฟ์ก็ไม่มีอะไรน่าสนใจ ก็ไม่มีคนดูเยอะขนาดนั้นหรอก
ยอดขายของในไลฟ์สดครั้งนี้ ต่ำกว่าที่จางอวี่หนิงคาดไว้มาก
"ฉันบอกเขาไปแล้วตอนเช้า เขาก็ตอบตกลงดิบดี ใครจะไปรู้ว่าเขาถึงกับ กล้าเบี้ยวฉัน!"
จางอวี่หนิงแทบจะปอดระเบิด นางคือดาวมหา'ลัย เทพธิดาผู้สูงส่งนะเว้ย! แต่ก่อนเวลาสั่งให้ไอ้พวกผู้ชายหน้าโง่พวกนั้นไปทำอะไร แค่ทำท่าทีดีๆ หน่อย พวกมันก็รีบวิ่งตูดบิดไปทำให้แล้วไม่ใช่เหรอ?
ไลฟ์สดวันนี้ เป็นลูกค้าโฆษณารายสำคัญรายแรกของนางเลยนะ อีกฝ่ายต้องการจะดูผลลัพธ์การไลฟ์สดกับยอดขายของนาง
นี่มันเกี่ยวกับการประเมินมูลค่าตัวนาง และศักยภาพในอนาคตเลยนะเว้ย! เพื่อให้แน่ใจ นางถึงกับลงทุนไปส่งอาหารเช้าให้หลินเฟยถึงที่ แถมยังซื้อมือถือไอโฟนให้เขาอีกเครื่อง เพื่อแสดงความจริงใจ!
แต่! หลินเฟยกลับเบี้ยวนาง! เกินไปแล้ว!
"บางที หลินเฟยอาจจะมีธุระด่วนจริงๆ ก็ได้ เลยไม่ได้สนใจฉัน มือถือเขาก็โทรไม่ติด ส่งวีแชทไปก็ไม่ตอบ น่าจะมีเรื่องสำคัญจริงๆ แหละ!" จางอวี่หนิงหาข้ออ้างให้หลินเฟยแก้ตัว แต่จริงๆ ก็เพื่อรักษาหน้าตัวเองมากกว่า
"เรื่องอะไรจะสำคัญขนาดนั้นวะ เรื่องที่รับปากไว้แล้วยังกลับคำได้? แล้วหนิงหนิงแกรู้รึเปล่าว่า เทพจุติ น่ะติดเทรนด์ร้อนแรงอีกแล้วนะเว้ย! ไอ้หมอนั่นเมื่อเช้าเพิ่งเปย์ซุปเปอร์ร็อคเก็ตให้สตรีมเมอร์โต้วอวี๋ เสี่ยวเถียนเถียน ไปหมื่นสองพันกว่าลูก! นี่มันหมื่นสองพันกว่าลูกนะโว้ย! สองพันห้าร้อยกว่าล้านหยวน! (ประมาณ 12-13 ล้านบาท!) เมื่อเช้าเขามีเวลาเปย์ให้สตรีมเมอร์สาวโต้วอวี๋เป็นสิบๆ ล้าน แต่ตอนเย็นกลับไม่มาดูแก นี่มันเห็นๆ อยู่ว่าเขาไม่ได้เห็นแกอยู่ในสายตาเลย!"
เจิ้งมู่จื่อพูดอย่างฉุนเฉียว เหมือนคนที่โดนหลินเฟยเบี้ยวคือตัวเอง
จางอวี่หนิงได้ยินดังนั้น ก็รีบหยิบมือถืออีกเครื่องมาเปิดเว่ยป๋อเช็คเทรนด์ร้อนแรงทันที
จริงดังคาด! ตัวอักษรตัวใหญ่สิบตัว «เทพจุติ อันดับหนึ่งโต้วอวี๋» ติดอันดับห้าของเทรนด์ร้อนแรงบนเว่ยป๋อ
พอกดเข้าไปดู ในนั้นมีแต่รูปแคปหน้าจอจรวดเต็มไปหมด แถมยังมีรูปแคปหน้าจอห้องไลฟ์สตรีมเมอร์เสี่ยวเถียนเถียนที่ยอดคนดูทะลุสี่ร้อยล้านอีกด้วย
"น่าโมโห! เกินไปแล้ว!"
จางอวี่หนิงไม่สามารถแสร้งทำเป็นใจเย็นได้อีกต่อไป พูดออกมาอย่างหัวเสีย
ในฐานะดาวมหา'ลัย เทพธิดาผู้สูงส่ง นางไม่เคยโดนผู้ชายเมินเฉยแบบนี้มาก่อน นางนึกว่าหลินเฟยใกล้จะโดนนางจับไว้ในกำมือแล้ว ไม่มีทางหนีพ้นเงื้อมมือนางไปได้ แต่ใครจะไปรู้ว่า หลินเฟยแม่งไม่ได้เห็นนางอยู่ในสายตาเลยสักนิด!
ความรู้สึกที่ไม่ได้รับความสำคัญแบบนี้ต่างหาก ที่ทำให้จางอวี่หนิงคลั่งที่สุด มันทำให้นางรู้สึกพ่ายแพ้ นางจะเริ่มสงสัยว่าเสน่ห์ตัวเองลดลงรึเปล่า?
หลินเฟยตอนนั้นเพื่อโจวซินอี๋คนเดียว ยังทุ่มเทได้ขนาดนั้น ทำไมพอมาถึงตานาง เขาถึงไม่เห็นนางอยู่ในสายตาเลยล่ะ? หรือว่านางยังสู้โจวซินอี๋ไม่ได้อีก?
ผู้หญิงมักจะชอบเปรียบเทียบกัน ยิ่งสวยยิ่งชอบเปรียบเทียบ ถ้าวันนี้หลินเฟยทำตามที่จางอวี่หนิงต้องการ เปย์ของขวัญให้นางต่อไป ช่วยเพิ่มความนิยมให้นาง จางอวี่หนิงก็จะคิดไปเองเสมอว่า หลินเฟยอยู่ภายใต้การควบคุมของนาง ไม่ว่าผู้ชายคนนี้จะรวยแค่ไหน สุดท้ายก็ยังต้องมาสยบแทบเท้ากระโปรงนางอยู่ดีไม่ใช่เหรอ?
ตามหลักจิตวิทยาแล้ว คนเราทุกคนมีสัญชาตญาณ "ชอบความเจ็บปวด" อยู่ในตัว นางจะคิดไปเองในจิตใต้สำนึก ปากผู้หญิงทุกคนก็จะบอกว่าชอบผู้ชายที่ดูแลตัวเองดี ชอบผู้ชายที่เอาใจใส่ รักใคร่ ตามใจทุกอย่าง ไม่เคยทำให้ตัวเองโกรธเลย แต่จริงๆ แล้ว ผู้ชายแบบนั้น ส่วนใหญ่โสด
เพราะตั้งแต่แรก สถานะของคุณกับผู้หญิงก็ไม่เท่าเทียมกันแล้ว คุณเป็นแค่หมาทาสรักตัวหนึ่ง คุณอยากจะจีบเธอ คุณก็เลยต้องทำตัวต่ำต้อย
นี่มันไม่เกี่ยวว่าคุณจะรวยหรือไม่รวย ต่อให้เป็นคนรวย พอเจอผู้หญิงที่ตัวเองชอบ ก็อาจจะกลายเป็นหมาทาสรักได้เหมือนกัน
วันนี้หลินเฟยเผลอเบี้ยวจางอวี่หนิง ทำให้นางไม่พอใจมาก แต่นางยิ่งไม่พอใจ ก็ยิ่งแคร์ ยิ่งแคร์ น้ำหนักของหลินเฟยในใจนางก็ยิ่งไม่เหมือนเดิม
เพราะยังมีลูกค้าโฆษณาอยู่ จางอวี่หนิงจึงทำได้แค่ฝืนใจไลฟ์สดต่อไปจนจบ จากนั้นก็รีบปิดไลฟ์ทันทีโดยไม่พูดอะไรยืดยาว เพราะนางไม่มีอารมณ์จะไลฟ์ต่อแล้ว
เช้าวันรุ่งขึ้น หลินเฟยบิดขี้เกียจอย่างสบายอารมณ์
เขาหยิบมือถือขึ้นมา กะจะดูเวลา ก็เห็น missed call จากจางอวี่หนิงกับจ้าวเสี่ยวเซวียน เขาถึงนึกขึ้นมาได้ "เชี่ย! กูลืมเรื่องดาวมหา'ลัยจางอวี่หนิงไปซะสนิทเลย! แถมยังนัดจ้าวเสี่ยวเซวียนไว้ตอนเย็นว่าจะไปกินข้าวบ้านนาง นี่แม่งเช้าวันใหม่แล้วเหรอวะ? กูดันเบี้ยวสาวสวยสองคนรวดเลยเหรอเนี่ย?"
หลินเฟยตบหัวตัวเองที่ยังมึนๆ อยู่แรงๆ ทีหนึ่ง
เขาดูมือถืออย่างละเอียด มี missed call ทั้งหมดกว่ายี่สิบสาย ข้อความวีแชทอีกร้อยกว่าข้อความ ทั้งโจวซินอี๋, จ้าวเสี่ยวเซวียน, จางอวี่หนิง, หลิวอินอิน ต่างก็โทรหาเขาทั้งนั้น
หลินเฟยเปิดข้อความวีแชทดู
โจวซินอี๋: "หลินเฟย นายเป็นอะไรไป? ไม่เป็นไรนะ ฉันได้ยินอินอินบอกว่าเมื่อบ่ายนายไปต่อยตีกับคนอื่นมา เป็นอะไรรึเปล่า ไม่ได้บาดเจ็บนะ?"
"พูดอะไรหน่อยสิ? ทำไมโทรไปก็ไม่รับ? นายไม่เป็นไรนะ? อย่าทำให้ฉันกลัวสิ? ตอนนี้ฉันขาดนายไม่ได้แล้วนะ"
"อยู่ไหม? หลินเฟย ตอนนี้ฉันอยู่ใต้หอพักนายนะ นายไม่เป็นไรนะ?"
"ฉันให้คนขึ้นไปดูที่หอนายแล้ว นายกำลังนอนหลับอยู่ งั้นฉันไม่กวนแล้วนะ ตื่นแล้วบอกฉันด้วย"
จ้าวเสี่ยวเซวียน: "สามีขา ทำไมไม่รับโทรศัพท์คะ? ไปไหนมา?"
"กับข้าวใกล้จะเสร็จแล้วนะ ใกล้จะถึงรึยัง?"
"นายโกรธฉันอีกแล้วเหรอ?"
"คืนนี้นายไม่มาจริงๆ เหรอ? ฉันทำอะไรผิดไปบอกฉันสิ ฉันจะแก้แน่นอน"
"สามี นายไม่พอใจที่ฉันมีเพื่อนผู้ชายเยอะใช่ไหม อย่าโกรธเลยนะ ตอนนี้ฉันลบพวกเขาทิ้งหมดแล้ว"
"ลบหมดแล้ว อย่าโกรธเลยนะสามีขา คิดถึงจัง..."
จางอวี่หนิง: "หลินเฟย เกิดอะไรขึ้น ทำไมนายต้องหลอกฉันด้วย?"
"ฉันรู้ว่านายรวย ฉันรู้ว่านายไม่แคร์ฉัน แต่เรื่องที่รับปากไว้แล้วก็ควรจะทำให้ได้สิ!"
"ทำไมนายถึงกลับคำพูดได้?"
หลิวอินอิน: "พี่หลินเฟย บ่ายวันนี้สบายจัง หนูมีความสุขมากเลย พี่เก่งจริงๆ (อิโมจิเขินอาย)"
"เมื่อกี้ซินอี๋เอาแต่ถามฉันว่าเมื่อบ่ายพี่อยู่ในร้านเน็ตรึเปล่า ฉันก็เลยเล่าเรื่องเมื่อบ่ายให้ฟัง พี่ไม่โกรธหนูนะ?"
"พี่หลินเฟย ซินอี๋เหมือนจะออกไปตามหาพี่นะ? พี่ไม่เป็นไรนะ?"
จางถิง: "น้องชายใหญ่ กำลังทำอะไรอยู่จ๊ะ? (อิโมจิยิ้มร้าย)"
เสี่ยวเถียนเถียน (น้องหวานใจ): "พี่เทพ วันนี้หนูเพิ่งเรียนเต้นท่าใหม่มา อยากเต้นให้พี่ดูจัง..."
น้องเหมียวโต้ว: "คิดถึงจัง วันแรก"
มองดูข้อความที่ถาโถมเข้ามา หลินเฟยรู้สึกหัวจะปวด อีพวกผู้หญิงนี่มันน่ากลัวเกินไปแล้ว!
ทำไมแต่ละคนตามจิกยังกับเจ้ากรรมนายเวร กูก็ยังไม่ใช่แฟนพวกมึงซักหน่อยไม่ใช่เรอะ?
กูก็แค่เห็นพวกมึงเป็นเครื่องมือปั๊มเงิน อยากจะหาเงินเพิ่มอีกหน่อยเท่านั้นเอง พวกมึงเข้าใจอะไรผิดไปรึเปล่าวะ?
ไม่ว่าจะเป็นจ้าวเสี่ยวเซวียน หรือจางอวี่หนิง ตั้งแต่แรกเป้าหมายของหลินเฟยก็โคตรจะชัดเจน แค่เห็นพวกนางเป็นเครื่องมือปั๊มเงินทุนสำรองเท่านั้นเอง แน่นอนว่าถ้าสุดท้ายได้มาเป็นผู้หญิงของตัวเองก็ยิ่งดี แต่นี่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะต้องไปคบกับพวกนางเป็นแฟนซักหน่อย ก็แค่ต่างคนต่างได้ประโยชน์เท่านั้นแหละ
ตอนนี้เงินก็เปย์ไปแล้ว แต่ทำไมพวกมึงต้องมาคุยเรื่องความรู้สึกกับกูด้วยวะ? หรือว่าพวกมึงชอบคุยเรื่องความรู้สึกกับคนรวย แล้วคุยเรื่องเงินกับคนจนงั้นเหรอ?
ขณะที่หลินเฟยกำลังหัวเสียอยู่นั้น ข้อความวีแชทก็เด้งขึ้นมาอีกข้อความหนึ่ง
"พี่เทพ ผมเสี่ยวเฉินเองนะครับ เมื่อวานพี่บอกว่าจะมาดูบ้านผม ไม่ทราบว่าวันนี้พอจะมีเวลารึเปล่าครับ?"
ข้อความนี้มาจากเฉินก่วงเลี่ยง หลินเฟยนึกขึ้นมาได้ เออว่ะ เหมือนจะนัดไว้แล้วจริงๆ ว่าวันนี้จะไปดูบ้าน
"อ้อ เฉิน กวงเลี่ยงนี่เอง วันนี้ผมมีเวลา คุณส่งโลเคชั่นมาให้ผมหน่อยแล้วกัน เดี๋ยวผมจะโบกรถไปหา!"
"โบกรถ?"
เฉินก่วงเลี่ยงส่งเครื่องหมายคำถามมาตัวหนึ่ง ในความทรงจำของเขา เศรษฐีเทพอย่างพี่เทพ จะไม่มีรถได้ยังไง?
"อ้อ! พอดีคนขับรถกลับบ้านไปเยี่ยมญาติเมื่อสองวันก่อน!" หลินเฟยรีบตอบกลับไปทันที
"อ๋อ อย่างนี้นี่เอง ในเมื่อคนขับรถประจำตัวของพี่เทพกลับบ้านไปเยี่ยมญาติแล้ว งั้นผมให้คนขับรถบริษัทผมไปรับพี่ดีกว่า พี่ส่งโลเคชั่นมาให้ผมก็พอครับ!"
"โอเค" หลินเฟยตอบกลับ
ในเมื่อรับปากเฉินก่วงเลี่ยงไว้แล้วว่าจะไปดูบ้าน แน่นอนว่าหลินเฟยก็ตั้งใจจะซื้อวิลล่าหลังนั้นอยู่แล้ว แต่เงินทุนสำรองเขาใช้เองไม่ได้
เซ็งเป็ด! ยังต้องหาคนมาช่วยเขาใช้เงินอีก หลินเฟยคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็โทรหาจางอวี่หนิง
"หลินเฟย ไอ้คนงานยุ่ง ในที่สุดก็ยอมโทรกลับมาซักที?" เสียงจางอวี่หนิงเย็นชา
"ขอโทษครับ ประธานจาง เมื่อวานผมมีเรื่องติดพันนิดหน่อย เดี๋ยวจะอธิบายให้ฟังทีหลัง ตอนนี้ออกมาหน่อยได้ไหม ผมมีเรื่องสำคัญมากจะคุยด้วย!"
"เรื่องอะไร?" จางอวี่หนิงยังอารมณ์เสียไม่หาย ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะบอกว่ามีเรื่องจะคุย
"คุณออกมาก่อนแล้วค่อยคุย เก้าโมงครึ่งหน้าประตูใหญ่โรงเรียน ไม่เจอก็เรื่องของมึง!" พูดจบหลินเฟยก็วางสายไปเลย
"ฉีฉี ใครโทรมาแต่เช้าเนี่ย ไม่ให้คนนอนเลยรึไง!" เจิ้งมู่จื่อ เพื่อนซี้บ่นอุบอิบ
"หลินเฟยน่ะ เขานัดฉันเก้าโมงครึ่งหน้าประตูใหญ่โรงเรียน เหมือนจะอธิบายเรื่องเมื่อวานที่เบี้ยวฉัน!" จางอวี่หนิงรายงานตามความจริง
"ใครนะ หลินเฟย? ไอ้หมอนี่ในที่สุดก็ยอมโผล่หัวมาแล้ว หนิงหนิง เรื่องนี้แกห้ามยอมง่ายๆ นะ! ก่อนหน้านี้ยังปากดีบอกจะจีบแกอยู่เลย ผลเป็นไงล่ะ เพิ่งกินข้าวด้วยกันครั้งเดียวก็กล้าเบี้ยวแกแล้ว? ครั้งนี้แกต้องสั่งสอนให้มันรู้สำนึกซะบ้าง อย่าให้มันคิดว่ามีเงินแล้วจะทำอะไรก็ได้!" เจิ้งมู่จื่อพูดอย่างหัวเสีย
จางอวี่หนิงพยักหน้าอย่างจริงจัง
"มันนัดแกเก้าโมงครึ่งใช่ไหม? งั้นแกก็ไปสิบโมงครึ่ง ไม่สิ สิบเอ็ดโมงครึ่งไปเลย ให้มันรอจนรากงอกซักสองสามชั่วโมง ดูซิว่ามันจะสำนึกผิดจริงแค่ไหน สั่งสอนมันซะก่อน!" เจิ้งมู่จื่อเสนอแผนชั่วร้าย
"โอเค เอาตามนี้แหละ ใครใช้ให้มันเบี้ยวฉันเมื่อวาน วันนี้ฉันจะไปสายสองชั่วโมง เอาคืนให้สาสมใจ!" จางอวี่หนิงเห็นด้วยอย่างยิ่ง พูดจบ นางก็เริ่มแต่งหน้า!
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เก้าโมงครึ่งแล้ว หลินเฟยงีบหลับอยู่บนเตียงครู่หนึ่ง ถึงได้เริ่มล้างหน้าแปรงฟัน จากนั้นก็ส่งข้อความไปหาจางอวี่หนิงตามสบาย
"ดาวมหา'ลัยคนสวย ผมถึงหน้าประตูใหญ่แล้วนะ คุณจะมาถึงเมื่อไหร่?"
ไม่นาน จางอวี่หนิง ก็ตอบกลับมา "ใกล้แล้ว ใกล้จะถึงแล้ว!"
เห็นข้อความนี้ หลินเฟยก็ยิ้มมุมปากอย่างรู้ทัน เขาเบี้ยวจางอวี่หนิงเมื่อวาน วันนี้ถ้าผู้หญิงคนนี้ไม่มาสายสิแปลก ชื่อราชาหมาทาสรักของเขาไม่ได้มาเพราะโชคช่วยนะเว้ย ประสบการณ์ที่สะสมมาจากโจวซินอี๋ก่อนหน้านี้มันเหลือเฟือ
ล้างหน้า แปรงฟัน สระผม เป่าผม เปลี่ยนเสื้อผ้า ใส่รองเท้า ส่องกระจกสิบนาทีจริงดังคาด หล่อเหมือนเดิม
หยิบมือถือมาดูเวลา สิบโมงแล้ว หลินเฟยส่งข้อความไปหาจางอวี่หนิง อีกครั้ง
"ประธานจาง พี่อวี่หนิง ทำไมยังไม่มาอีกอ่ะ ผมรอครึ่งชั่วโมงแล้วนะ?"
"ใกล้แล้ว ใกล้จะถึงแล้ว!"
หลินเฟยหัวเราะหึๆ ในใจ พ่อมึงสิเชื่อ! หลินเฟยเดินเอื่อยๆ ไปที่ร้านบะหมี่หลังมหา'ลัย สั่งบะหมี่แห้งร้อนๆ มาสองชาม น้ำเต้าหู้สองแก้ว ไข่ต้มสองฟอง แถมด้วยเสี่ยวหลงเปาอีกหนึ่งเข่ง
เพราะร่างกายที่ผ่านการเสริมแกร่งมา ทำให้เขากินจุมาก มื้อเช้าเดียวซัดเท่ากับคนปกติสามคน
กินอิ่มดื่มเต็มที่แล้ว หลินเฟยก็เดินเล่นไปที่สนามกีฬามหา'ลัย เขาเพิ่งจะอัพค่า "ความว่องไว" ไปเมื่อวาน อยากจะหาที่ลองดูผลของการเสริมแกร่งความว่องไวหน่อย แต่ดูเหมือนวันนี้คนในสนามกีฬาจะเยอะไปหน่อย
"น้องครับ วันนี้ทำไมคนในสนามเยอะจัง?" หลินเฟยถามสาวสวยที่อยู่ใกล้ที่สุดคนหนึ่ง
"พี่ไม่รู้เหรอคะ? วันนี้คณะพละเขามีแข่งวิ่งระยะสั้น ได้ยินว่าจะคัดนักกีฬาระดับชาติขั้นสองด้วย!" สาวน้อยอธิบายอย่างใจดี
"อ๋อ อย่างนี้นี่เอง คนสวย พี่ขอวีแชทหน่อยได้ไหม?"
"ขอโทษค่ะ ฉันมีแฟนแล้ว คนที่ใส่เสื้อกล้ามสีแดงแข่งอยู่ตรงกลางนั่นแหละ แฟนฉันเอง!" สาวน้อยที่ตอนแรกท่าทีใจดี พอได้ยินหลินเฟยขอวีแชท ท่าทีก็เย็นชาห่างเหินขึ้นมาทันที แถมยังชี้ไปที่ชายหนุ่มเสื้อกล้ามสีแดงที่กำลังวอร์มอัพอยู่บนลู่วิ่งด้วยท่าทางภูมิใจ
"หม่าเทา?ถึงกับ เป็นมันเหรอ?" เฉินหยวน หรี่ตาลง
"พี่รู้จักแฟนฉันเหรอ?"
"รู้จักสิไม่ว่า พวกเราเป็นเพื่อนร่วมรุ่นมัธยมปลายกันนะ เขายังเป็นแชมป์วิ่งระยะสั้นของกีฬาสีโรงเรียนปีนั้นด้วย"
"อ๋อ ที่แท้เขาก็เก่งขนาดนี้ตั้งแต่ตอนมัธยมปลายแล้วเหรอ นึกว่าเขาโม้ซะอีก!" สาวน้อยได้ยินหลินเฟยชมแฟนตัวเอง แถมยังเป็นเพื่อนร่วมรุ่นมัธยมปลายของหม่าเทาอีก ท่าทีก็ค่อยๆ ผ่อนคลายลง
หลินเฟยกับหม่าเทาเป็นเพื่อนร่วมรุ่นมัธยมปลายกันจริงๆ แต่ความสัมพันธ์ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ ถึงขั้นเคยต่อยกันด้วยซ้ำ สาเหตุที่ต่อยกันก็เพราะหม่าเทาอยากจะจีบสาวที่สวยที่สุดในห้องของพวกเขาสองคน เซี่ยจื่อเมิ่ง ไอ้หม่าเทานี่มันไม่ใช่แค่เจ้าชู้ธรรมดา เคยอาศัยตอนที่ได้แชมป์วิ่งระยะสั้นของกีฬาสีโรงเรียน กำลังดังเปรี้ยงปร้าง เปลี่ยนแฟนเป็นว่าเล่นเหมือนเปลี่ยนเสื้อผ้า
หม่าเทาเจ้าชู้ หลินเฟยก็ไม่สน ไม่มีสิทธิ์ไปสนอยู่แล้ว แต่ไอ้หมอนี่ดันอยากจะจีบเซี่ยจื่อเมิ่ง หลินเฟยก็เลยผูกใจเจ็บกับมัน เพราะเซี่ยจื่อเมิ่งคือรักแรกของหลินเฟย เขาแอบชอบเซี่ยจื่อเมิ่งมาตลอด แต่ไม่เคยกล้าสารภาพรัก ต่อมาทั้งสองคนสอบเข้ามหา'ลัยคนละที่ หลินเฟยที่จำใจต้องยอมแพ้ ถึงได้หันไปชอบโจวซินอี๋แทน
เพื่อให้หม่าเทาอยู่ห่างๆ จากเซี่ยจื่อเมิ่ง หลินเฟยกับหม่าเทาก็เลยต่อยกัน หลินเฟยต่อยแพ้ โดนหม่าเทาขึ้นคร่อมตบหน้า นี่คือความอัปยศที่สุดในชีวิตเขา จนถึงตอนนี้ก็ยังฝังใจอยู่!
หลินเฟยมองเด็กสาวข้างๆ อดไม่ได้ที่จะยอมรับว่า หม่าเทาหน้าตาดี หุ่นล่ำ เป็นนักกีฬา มันก็ดึงดูดสาวๆ ได้จริงๆ แฟนที่เขาหามาได้ คุณภาพก็สูงทั้งนั้น
ตอนนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนของระบบก็ดังขึ้นในหัวหลินเฟย
"เริ่มปฏิบัติการหมาทาสรัก ชื่อ: เหออิ๋งลั่ว อายุ 19 ปี ส่วนสูง: 168 ซม. น้ำหนัก 50 กก. คะแนนหน้าตา 83 คะแนน หญิงสาวคนนี้มีค่าความประทับใจต่อโฮสต์ -5 แต้ม พิชิตสำเร็จจะได้รับเงินคืน 10% ของยอดใช้จ่ายในปฏิบัติการหมาทาสรัก ได้รับแต้มเสริมแกร่ง 15 แต้ม และได้รับรางวัลทักษะ ‘ทักษะเสริมแกร่งการเต้น’"
อะไรนะ!? หลินเฟยประหลาดใจ ผู้หญิงคนนี้คะแนนไม่ถึง 9 ถึงกับ มีทักษะให้ด้วย แถมแต้มเสริมแกร่งยังเยอะขนาดนี้ เก่งจริงๆ พ่อคุณ
แต่พูดอีกที กูถึงกับ มีความคิดกับแฟนของหม่าเทา เฮ้อ ดูท่ากูจะเลวลงเรื่อยๆ แล้วสินะ สุดท้ายก็กลายเป็นคนที่ตัวเองเคยเกลียด หลินเฟยคิดอย่างจนใจ
แต่ ความรู้สึกแบบนี้ก็สะใจดีเหมือนกัน... หลินเฟยหัวเราะอย่างหน้าไม่อายพลางเกาท้ายทอย
อายุแค่ 19 ปี น่าจะเป็นรุ่นน้องปีหนึ่ง หลินเฟยแอบเหลือบมองเหออิ๋งลั่วอีกครั้งถึงกับ สวยกว่าจ้าวเสี่ยวเซวียนตั้ง 3 คะแนน! จุ๊จุ๊ "ดูนั่นสิ การแข่งจะเริ่มแล้ว! หลี่หยางสู้ๆ! หลี่หยางสู้ๆ!" เหออิ๋งลั่วตะโกนพลางกระโดดโลดเต้น หลินเฟยมองหม่าเทาที่กำลังวอร์มอัพเตรียมลงแข่งอยู่ เดินเข้าไปอย่างเงียบๆ
"ไอ้หม่าเทานี่ เป็นต้นกล้าที่ดีจริงๆ นะ สถิติที่ดีที่สุดของเขาคือ 100 เมตร 10.12 วินาที มีคุณสมบัติเป็นตัวสำรองทีมชาติได้แล้ว แถมยังมีช่องว่างให้พัฒนาได้อีกเยอะ!"
"ใช่ๆ หม่าเทาไม่เลวจริงๆ รุ่นนี้เขามีศักยภาพที่สุดแล้ว!" โค้ชสองคนที่อยู่ข้างสนามกำลังคุยกัน
"ระวัง!"
"ปัง!"
เมื่อโค้ชยิงปืนสัญญาณ นักศึกษาชายคณะพละสิบกว่าคนบนลู่วิ่ง ก็พุ่งทะยานออกไปราวกับเสือดาว พวกเขาเร็วมาก เห็นได้ชัดว่าผ่านการฝึกฝนมาอย่างมืออาชีพ โดยเฉพาะหม่าเทาที่อยู่กลางลู่วิ่ง ยิ่งนำโด่ง ไม่ว่าจะเป็นความเร็วหรือปฏิกิริยาตอบสนอง เกือบจะถึงระดับนักกีฬามืออาชีพระดับชาติแล้ว
"เดี๋ยวนะ คนนั้นใครวะ?"
ขณะที่สายตาของโค้ชทั้งสองคนกำลังจับจ้องอยู่ที่หม่าเทา ชายหนุ่มในชุดลำลองธรรมดาๆ คนหนึ่ง ก็พุ่งตามขึ้นมาจากลู่วิ่งอย่างกะทันหัน ในสถานการณ์ที่ตอนแรกตามหลังนักกีฬาคนอื่นๆ อยู่ห้าหกช่วงตัว เขากลับวิ่งสุดฝีเท้าถึงกับ แซงนักศึกษาคณะพละไปทีละคนๆ ด้วยความเร็วที่เหลือเชื่อ!
สุดท้ายก็ทิ้งห่างหม่าเทาไปสองสามเมตร วิ่งเข้าเส้นชัยเป็นคนแรก!
"100 เมตร 9.63 วินาที พระเจ้า! เร็วกว่า 10 วินาทีอีก!" (ต้นฉบับ 10 วิ ที่แปล 9.63 คืออิงจากนักวิ่งระดับโลก)
"เชี่ย! เมื่อกี้เขาออกตัวช้าไปเกือบวิเลยนะ ถ้าวิ่งเต็มที่ นั่นมันระดับนักกีฬาระดับโลกเลยไม่ใช่เรอะ?"
"อัจฉริยะ! นี่มันอัจฉริยะชัดๆ!"
"น้องชาย อย่าเพิ่งไป! สนใจเข้าทีมชาติไหม?" โค้ชรีบวิ่งตามไปถามอย่างตื่นเต้น
"ไม่สนอ่ะ ผมก็แค่วิ่งเล่นๆ ใครจะไปรู้ว่าไอ้พวกคณะพละนี่มันจะกระจอกขนาดนี้?"
"น้องชาย น้องอยู่คณะอะไร?"
"คณะอักษรฯ!"
"ห๊ะ?" โค้ชหน้าเหวอ