เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 13: ซัดแหลกกลางร้านเน็ต! สาวร่านยอมสยบรับแต้มอัปเกรดแบบจุกๆ!

ตอนที่ 13: ซัดแหลกกลางร้านเน็ต! สาวร่านยอมสยบรับแต้มอัปเกรดแบบจุกๆ!

บทที่ 13: โชว์เทพต่อยนักเลง คว้าใจสาว (เพื่อน) คาจอคอม!


บทที่ 13: โชว์เทพต่อยนักเลง คว้าใจสาว (เพื่อน) คาจอคอม!

ทั้งสองคนแต่งตัวเสร็จ เก็บกวาดเล็กน้อย แล้วก็แยกย้ายกันออกจากห้องน้ำ

หลินเฟย พา จางถิง ไปซื้อสร้อยข้อมือทองคำแท้มูลค่าสองหมื่นหยวนอีกเส้นหนึ่ง แล้วก็โบกแท็กซี่กลับมหา'ลัย ท่ามกลางสายตาอาลัยอาวรณ์ของ จางถิง อันที่จริงเขาก็อยากจะเปิดห้องกับ จางถิง ต่อเหมือนกัน แต่ดันรับปาก จ้าวเสี่ยวเซวียน ไว้แล้วว่าจะไปกินข้าวด้วย เลยทำได้แค่นี้

กลับมาถึงหอพักก็เกือบจะสี่โมงเย็นแล้ว หลินเฟย อาบน้ำเสร็จ กำลังจะพักผ่อนซักหน่อยเพื่อไปตามนัดของ จ้าวเสี่ยวเซวียน แต่แก๊งสามเกลอในหอดันลากเขาไปร้านเน็ตเปิดตี้ให้ได้ เขาไม่อยากไปเท่าไหร่ แต่ก็กลัวว่าช่วงนี้ตัวเองทำตัวเด่นเกินไปจนเพื่อนหมั่นไส้ อีกอย่าง สองสามวันนี้ก็ออกจะเย็นชากับพวกมันไปหน่อย เลยตอบตกลงไปว่าจะเล่นแค่สองตา แล้วทั้งสี่คนก็พากันไปยังร้านเน็ตหน้ามหา'ลัย

"จ้าวเสี่ยวเซวียน? เธอมาทำอะไรที่นี่!?" พอเข้าร้านเน็ต หลินเฟย ก็เห็นผู้หญิงสองคนนั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์เก็บเงิน หนึ่งในนั้นคือ จ้าวเสี่ยวเซวียน

"ร้านเน็ตนี่ก็บ้านฉันเปิดไง สามี... เอ่อ พี่หลินเฟย ไม่รู้เหรอคะ?" จ้าวเสี่ยวเซวียน เกือบจะหลุดปากเรียกสามีออกมา พอคิดได้ว่ามีพนักงานร้านตัวเองอยู่ข้างๆ เลยรีบเปลี่ยนคำเรียก

นางไม่คิดเลยว่าจะมาเจอ หลินเฟย ที่ร้านเน็ตได้ ดีใจสุดๆ

บ้านนางมีร้านเน็ตคาเฟ่สิบเจ็ดสาขา เนื่องจากผลกระทบจากโรคระบาด ธุรกิจจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ฟื้นตัว ในร้านเน็ตมีพนักงานอยู่หกเจ็ดคน ไม่ได้จ่ายเงินเดือนมาสามสี่เดือนแล้ว แถมยังต้องจ่ายค่าเช่าเร็วๆ นี้อีก ค่าเช่าร้านเน็ต อย่างน้อยก็ต้องจ่ายเป็นรายปี ร้านเน็ตคาเฟ่ร้านนี้อยู่ใกล้มหา'ลัย ทำเลดีมาก ค่าเช่าปีละสองแสนหยวน

วันนี้ จ้าวเสี่ยวเซวียน มาเพื่อจ่ายเงินเดือนให้พนักงาน แล้วก็จ่ายค่าเช่าด้วย เงินห้าล้านที่ หลินเฟย ให้ยืมมานั้น เพียงพอที่จะทำให้ร้านเน็ตของบ้านนางดำเนินกิจการต่อไปได้ แถมยังเอาไปจ่ายหนี้ได้อีกด้วย

"'จ้งเหิงเน็ตคาเฟ่' ร้านเน็ตบ้านเธอนี่เป็นเชนใช่มั้ย ฉันจำได้ว่าในเมืองมีร้านชื่อนี้ตั้งหลายร้าน" ฉินจื้อหยวน พูดพลางทอดถอนใจ

"ใช่ค่ะ แต่ตอนนี้ธุรกิจร้านเน็ตทุกร้านแย่หมด แทบจะขาดทุนกันทั้งนั้น บ้านฉันก็ใกล้จะล้มละลายแล้วเหมือนกัน!" จ้าวเสี่ยวเซวียน ยอมรับอย่างเปิดอก สายตาเหลือบมอง หลินเฟย เป็นพิเศษ ถ้าไม่ได้เงินช่วยเหลือจากเขา ร้านเน็ตนี่คงปิดไปแล้ว

"ไอ้สี่ กุว่ามึงยอมๆ จ้าวเสี่ยวเซวียน ไปเหอะ ดูจำนวนเครื่องกับสเปคคอมที่นี่ดิ อย่างน้อยๆ ก็เป็นล้านนะเว้ย มีตั้งหลายสาขา ที่แท้ก็ลูกเศรษฐีนี่หว่า มึงรวยแล้วเพื่อน" ฉินจื้อหยวน กระซิบข้างหู หลินเฟย

"ตื้นเขิน..." หลินเฟย มองเขาด้วยสายตาดูถูก

"เชี่ย! ไอ้เด็กนี่..." ฉินจื้อหยวน ทำท่าจะต่อย หลินเฟย ทั้งสองคนหยอกล้อกัน

"หาที่นั่งห้าเครื่องติดกันเลย" จางชิ่งซาน พูดขึ้น

"มีใครจะมาอีกเหรอ?" หูต้าไห่ สงสัย

"อ๋อ หลิวอินอิน เดี๋ยวจะมา" จางชิ่งซาน ยิ้มแหยๆ

"จริงๆ ฉันตามจีบนางมาหลายเดือนแล้วนะ รู้สึกว่านางก็ประทับใจฉันอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน เมื่อกี้ฉันบอกว่าเพื่อนร่วมห้องพวกเราจะมาเล่นเกมที่ร้านเน็ต นางใจดีบอกว่าจะมาเป็นซัพพอร์ตให้ พอดีห้าคนเลย ฮ่าๆ ในที่สุดก็ได้โชว์ฝีมือต่อหน้าสาวซะที!" จางชิ่งซาน พูดอย่างตื่นเต้น

ทั้งสี่คนเพิ่งนั่งลง หลิวอินอิน ก็โผล่มาที่ประตูร้านเน็ต วันนี้นางแต่งตัวมาเป็นพิเศษเห็นๆ

แต่งหน้าอ่อนๆ ดูเรียบหรูไม่ฉูดฉาด ที่เกินไปกว่านั้นคือนางดันใส่ ชุดนักเรียน JK สไตล์โลลิ! กระโปรงสั้น ขาเรียวสวย สไตล์นักเรียน แถมยังใส่หมวกใบเล็กๆ อีก ดูน่ารักสดใส แต่ก็แฝงความเซ็กซี่เอาไว้

เพื่อนร่วมห้องของ หลินเฟย ทั้งสามคน มองตาค้าง!

ไม่คิดว่า หลิวอินอิน จะสวยขนาดนี้! ชุดยูนิฟอร์มกับขาเรียวยาวนั่น... ถ้าได้จับมา... แม้แต่ หลินเฟย ก็ยังแอบหวั่นไหว

"หลิวอินอิน นี่มัน ดาวรุ่งพุ่งแรง ชัดๆ! สมัยก่อนนางแก้มยุ้ยไปหน่อย ตอนนี้พอลดน้ำหนักสำเร็จแล้ว ทั้งหน้าตารูปร่างนี่ ไม่แพ้ โจวซินอี๋ เลยนะเว้ย!" ฉินจื้อหยวน วิจารณ์

"ไอ้รองไม่เบานะมึง สาวอุตส่าห์แต่งตัวสวยมาเลยนะเว้ย!" หูต้าไห่ เอาศอกกระทุ้ง จางชิ่งซาน

จางชิ่งซาน ตอนนี้รู้สึกว่าตัวเองมีหน้ามีตาเป็นพิเศษ ยิ้มอย่างภูมิใจเล็กน้อย

"เฮ้! คนสวย ขอ วีแชท หน่อยดิ!" หลิวอินอิน เพิ่งเดินเข้าร้านเน็ต ชายหนุ่มท่าทางนักเลงคนหนึ่ง คาบบุหรี่ที่มุมปาก เดินมาขวางนางไว้ เปิดปากก็ขอช่องทางติดต่อเลย

สายตาของอีกฝ่ายจาบจ้วงมาก กวาดมองหน้าอกกับต้นขาของ หลิวอินอิน อยู่หลายรอบ

"ขอโทษค่ะ ฉันมาหาคน!" หลิวอินอิน ส่ายหน้าปฏิเสธ

"คนสวยอย่าเพิ่งไปสิ แอด วีแชท หน่อยก็ไม่ได้เสียหายนี่!"

"ฉันไม่อยากแอดค่ะ ช่วยหลบทางด้วย!"

"ควย! ให้หน้าแล้วไม่เอา ใส่ชุดแบบนี้ เห็นๆ อยู่ว่าออกมาขายตัว เสือกทำเป็นเล่นตัวสูงส่ง!" ชายหนุ่มท่าทางนักเลงดูเหมือนจะไม่ยอมง่ายๆถึงกับ ยื่นมือมาคว้าแขน หลิวอินอิน

"ควย! มึงจะขอ วีแชท ใครวะ ไอ้เวร! มึงลองแตะต้องตัวอีกทีซิ!"

จางชิ่งซาน ลุกขึ้นยืนหน้าตาโกรธจัด สาวที่ตัวเองนัดมา โดนลวนลามต่อหน้าต่อตาแบบนี้ แม่งจะทนได้ไงวะ?

จางชิ่งซาน พุ่งเข้าไปถีบหนึ่งที

"เย็_แม่! ไอ้เด็กเปรต มึงกล้าต่อยกูเหรอ..." ชายหนุ่มท่าทางนักเลงกำลังจะสวนกลับ แต่เขาก็เห็นว่าด้านหลัง จางชิ่งซาน มีผู้ชายอีกสามคนเดินตามมา เห็นชัดว่าเป็นพวกเดียวกัน หนึ่งต่อสี่ สู้ไม่ได้

"ต่อยมึงแล้วไง? ผู้หญิงของเพื่อนกูก็มึงยังกล้าจีบ มึงอยากตายรึไงวะ?" ฉินจื้อหยวน ตะคอกเสียงดัง แต่ในใจก็แอบหวั่น (ปากดีแต่ใจปลาซิว)

"เออ พวกมึงคนเยอะ ถือว่าพวกมึงแน่!" ชายหนุ่มท่าทางนักเลงทิ้งบุหรี่ลงพื้น ทำท่าเหมือนยอมแพ้แล้วเดินจากไป

"เชอะ! นึกว่าจะแน่แค่ไหน ที่แท้ก็แค่ ไอ้ป๊อด!"

"ไอ้รอง ใช้ได้นี่หว่า ปกติเห็นเงียบๆ ไม่คิดว่าตอนสำคัญจะพึ่งพาได้ขนาดนี้ พูดปุ๊บลงมือปั๊บ ลูกผู้ชายตัวจริง!" หูต้าไห่ กับ ฉินจื้อหยวน ต่างก็ชมเชย

"เฮเฮ! จริงๆ ก็ไม่มีอะไรหรอก คนแบบนี้ก็แค่ข่มเหงคนอ่อนแอ กลัวคนแข็งแกร่งเท่านั้นแหละ!"

จางชิ่งซาน ลูบท้ายทอยอย่างเขินอาย แล้วก็เหลือบมอง หลิวอินอิน

ใครจะรู้ว่าสายตาของ หลิวอินอินดัน จ้องมองไปที่ หลินเฟย

"หลินเฟย เมื่อกี้ขอบคุณนะที่ช่วยฉันออกมา แล้วก็ ชิ่งซาน ขอบคุณพวกนายด้วย!"

"เมื่อกี้... ฉันก็ไม่ได้ทำอะไรเลยนี่นา เธอจะขอบคุณก็ขอบคุณ ชิ่งซาน โน่นสิ!" หลินเฟย งงเป็นไก่ตาแตก ตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่ต้องพูดถึงลงมือเลย แม้แต่คำพูดซักคำก็ไม่ได้พูด แค่ยืนอยู่ข้างหลัง จางชิ่งซาน เฉยๆ อี หลิวอินอิน นี่ คนที่ควรขอบคุณดันไม่ขอบคุณ คนที่ไม่ควรขอบคุณเสือกจะขอบคุณให้ได้ นี่มึงสมองกลับรึเปล่าวะ?

ตอนนั้นเอง จ้าวเสี่ยวเซวียน ก็เดินเข้ามา

"หลินเฟย หรือว่าพวกนายกลับกันไปก่อนดีมั้ย คนนั้นดูท่าทางเป็นนักเลงแน่ๆ เขาไม่ยอมง่ายๆ หรอก เผลอๆ เดี๋ยวเขาจะพาคนมาดักตีพวกนาย!" คำพูดของ จ้าวเสี่ยวเซวียน มีเหตุผลอยู่บ้าง

หลินเฟย คิดว่า มีเรื่องน้อยลงก็ดีกว่ามีเรื่องมาก ถ้าคนนั้นหาคนมาดักตีพวกเขาจริงๆ คนที่เสียเปรียบก็คงเป็นพวกเขาเอง หลินเฟย กำลังจะอ้าปากพูด จางชิ่งซาน ก็พูดแทรกขึ้นมาด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก "ไอ้สี่ จะไปมึงก็ไปก่อนเลย วันนี้กูไม่ไปไหนทั้งนั้นแหละ ไอ้ป๊อดเอ๊ย กลัวมันทำเหี้ยอะไรวะ! มันหาคนมาจริงๆ พ่อก็ไม่กลัวโว้ย!"

จางชิ่งซาน เห็นได้ชัดว่าพูดประชด เขาไม่ใช่คนโง่ เห็นได้ชัดว่าสายตาที่ หลิวอินอิน มอง หลินเฟย มันไม่ธรรมดา แน่นอนว่า ผู้ชายส่วนใหญ่ก็แคร์เรื่องหน้าตา จ้าวเสี่ยวเซวียน เป็นผู้หญิงวิ่งมาบอกให้พวกเขาหนี ให้พวกเขายอมแพ้ เป็นผู้ชายคนไหนก็คงไม่ชอบฟังคำพูดแบบนี้เท่าไหร่

ยิ่งไปกว่านั้น ไอ้หมอนั่นก็ยังไม่แน่ว่าจะหาคนมาดักตีพวกเขารึเปล่า ถ้าแค่เพราะสมมติฐานแล้วโดนขู่จนหนี ก็ยิ่งดูขี้ขลาดเข้าไปใหญ่!

"ไม่ต้องห่วงต้าซาน พวกเราเป็นพี่น้องกัน ยังไงก็ไม่หนีแน่ มีปัญหาก็ช่วยกันแก้ มีเรื่องก็ช่วยกันตี!" หูต้าไห่ ตบไหล่ จางชิ่งซาน

"มาๆๆ ล็อกอิน ลุยกันเลย หลิวอินอิน เธอนั่งข้าง ชิ่งซาน ละกัน!" ฉินจื้อหยวน แอบใช้สมองนิดหน่อย ให้ หลิวอินอิน นั่งข้าง จางชิ่งซาน

"ก็ได้ค่ะ!" หลิวอินอิน พยักหน้ารับอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก จริงๆ แล้วนางอยากนั่งข้าง หลินเฟย มากกว่า แต่ก็แสดงออกชัดเจนเกินไปไม่ได้

หลินเฟย รู้สึกว่าตัวเองโดนลูกหลงไปด้วย เขาเข้าใจความรู้สึกของ จางชิ่งซาน ดี

สาวที่ตัวเองนัดมาดัน แสดงท่าทีไม่ธรรมดาต่อเพื่อนร่วมห้องอีกคน นี่แม่งเจ็บปวดเกินไปแล้ว!

แต่ หลินเฟย ก็ไม่ได้ไปอ่อย หลิวอินอิน ซักหน่อยนี่หว่า! ถึงแม้เมื่อกี้ในหัวจะแอบคิดอยากจะจับนางถกกระโปรงสั้นๆ นั่นขึ้นมาซั่มซักครั้งก็เถอะ แต่นั่นมันก็แค่คิดเล่นๆ ไม่ได้จริงจังซักหน่อย หลักฐานก็คือระบบยังไม่ตัดสินว่าเป็นกิจกรรมหมาทาสรักเลย

"เสี่ยวเซวียน เธอไปเอาน้ำมาให้พวกเราหน่อยสิ ไม่เป็นไรหรอก!" หลินเฟย ลูบหัว จ้าวเสี่ยวเซวียน แสดงท่าทีว่าเขามีเจ้าของแล้ว เห็นได้ชัดว่าตั้งใจจะร่วมหัวจมท้ายกับเพื่อนร่วมห้อง

"ก็ได้ค่ะ" จ้าวเสี่ยวเซวียน พยักหน้าอย่างมีความสุข ท่าทีสนิทสนมกะทันหันของ หลินเฟย ทำให้นางตื่นเต้นสุดๆ

"จริงสิคะสามี ตอนเย็นไปบ้านฉันนะคะ ฉันจะเข้าครัวทำให้ทานเอง อย่าลืมนะคะ!"

ตอนส่งน้ำ จ้าวเสี่ยวเซวียน ใช้เสียงที่ได้ยินกันแค่สองคน กระซิบข้างหู หลินเฟย หลินเฟย รู้สึกเหมือนกระดูกจะละลาย เลือดในกายเริ่มพลุ่งพล่าน เขามองดูรูปร่างสุดฮอตของ จ้าวเสี่ยวเซวียน ช่วงล่างก็มีปฏิกิริยาขึ้นมาอีกแล้ว แม่_เอ๊ย! เมื่อบ่ายเพิ่งจัดไปรอบนึงไม่ใช่เหรอวะ?

เล่นเกมก่อนๆ เรื่องนั้นไว้คุยกันตอนเย็น

ทุกคนเปิดเครื่อง จับคู่แข่งเรียบร้อย เพิ่งจะเริ่มเกมแรกเท่านั้น จู่ๆ ที่ประตูร้านเน็ตก็มีชายหนุ่มสิบกว่าคนกรูเข้ามา กลุ่มคนพวกนี้บ้างก็สักลาย บ้างก็ผมทอง บ้างก็หัวเกรียน รูปหน้าแปลกประหลาดแตกต่างกันไป แต่ทุกคนคาบบุหรี่ที่มุมปาก ท่าทางเหมือนจะมาหาเรื่องเต็มที่

หนึ่งในนั้นคือไอ้เลวที่โดน จางชิ่งซาน ถีบไปเมื่อกี้นั่นเอง

"ควย! ไอ้เด็กเปรต พวกมึงออกมาให้หมด! เมื่อกี้พวกมึงไม่ปากดีเหรอวะ? ลองปากดีให้กูดูอีกทีซิ!"

เสียงตะคอกดังลั่น ขัดจังหวะทุกคนที่กำลังเล่นเกมอยู่ในร้านเน็ต

บรรยากาศ กดดันจนหายใจไม่ออก!

จางชิ่งซาน หน้าซีดเผือด หูต้าไห่ กับ ฉินจื้อหยวน สายตาก็เริ่มหลุกหลิก ถึงแม้พวกเขาจะยังหนุ่มยังแน่น เลือดร้อน แต่พวกเขาก็ไม่ใช่นักเลงหัวไม้ที่ต่อยตีเป็นประจำ ตอนนี้อีกฝ่ายมีกันสิบกว่าคน จะบอกว่าไม่กลัวเลยซักนิดก็คงเป็นไปไม่ได้

"พี่ใหญ่ จื้อหยวน เรื่องนี้พวกมึงไม่ต้องยุ่ง เมื่อกี้กูเป็นคนถีบมันเอง อย่างมากก็แค่โดนมันอัดกลับ แค่โดนตีน มันจะตายรึไงวะ?" ในยามคับขัน จางชิ่งซาน ก็ยังลูกผู้ชายพอ ตั้งใจจะรับผิดชอบเรื่องนี้คนเดียว

ในขณะที่ จางชิ่งซาน กำลังพูด กลุ่มนักเลงก็เดินเข้ามาล้อมแล้ว

หลิวอินอิน ตกใจจนหน้าซีด ร้องตะโกนออกมา "พวกแก! พวกอันธพาล! อย่าเข้ามานะ! เข้ามาอีกฉันจะแจ้งตำรวจแล้วนะ!"

"แจ้งตำรวจพ่_มึงสิ! ยึดมือถืออีนี่ไป! แม่_เอ๊ย! วันนี้กูจะกระทืบพวกมึงให้ตายห่าเลยไอ้เด็กเมื่อวานซืน!" ไอ้หนุ่มที่โดนถีบเมื่อกี้คำรามลั่น เงื้อมือตบเข้าใส่หน้า จางชิ่งซาน อย่างแรง เขาคิดว่า ครั้งนี้ไม่มีใครกล้ายุ่งแน่ ก็ข้างหลังเขามีคนยืนอยู่ตั้งสิบกว่าคน ไอ้เด็กนักเรียนพวกนี้ต้องขวัญหนีดีฝ่อไปนานแล้ว ไม่กล้าสู้ และก็ไม่มีทางสู้ได้แน่

แต่ผลลัพธ์มักจะเหนือความคาดหมายเสมอ ตอนที่ฝ่ามือนั้นกำลังจะฟาดลงมา หมัดของ จางชิ่งซาน กำแน่น เขาไม่ขยับตัว ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น เตรียมพร้อมที่จะโดนอัดแล้ว!

แต่ในขณะที่ฝ่ามือหนักๆ นั้นอยู่ห่างจากแก้มของ จางชิ่งซาน แค่สิบเซนติเมตร มือที่แข็งแกร่งข้างหนึ่ง ก็คว้าจับแขนของไอ้หนุ่มนั่นไว้แน่น ทำให้เขาขยับไม่ได้

ไม่ว่าเขาจะออกแรงแค่ไหน ก็ไม่สามารถสะบัดหลุดออกมาได้

"เย็_แม่มึง! ยังกล้าสู้เหรอวะ! มึงยัง กล้าสู้เหรอ?"

"ทำไมกูจะไม่กล้าสู้ ต่อยเพื่อนกู มึงได้ถามความเห็นกูรึยัง?" หลินเฟย พูดด้วยท่าทีแข็งกร้าว "มึงเป็นตัวเหี้ยอะไรวะ..."

"พลั่ก!"

ยังไม่ทันพูดจบ หลินเฟย ก็ถีบมันกระเด็นออกไปอย่างแรง

พลังของ หลินเฟย ตอนนี้สูงถึง 14 แต้ม เกือบจะเป็น 1.5 เท่าของชายหนุ่มปกติทั่วไป

ลูกถีบนี้ ถีบไอ้หมอนั่นกระเด็นไปไกลสองสามเมตร แถมยังกลิ้งไปกับพื้นอีกหลายตลบ

พอโดนเข้าไปแบบนั้น ไอ้หมอนั่นก็ลุกไม่ขึ้นอีกเลย นอนร้องโอดโอยอยู่บนพื้น

"ควย! เพื่อนกูก็มึงยังกล้าต่อย! รุมแม่งเลย! กระทืบไอ้เด็กเปรตพวกนี้ให้ตายห่า!" ชายหัวเกรียนคนหนึ่งเห็นพวกตัวเองโดนอัด ก็โกรธจัดพุ่งเข้ามาทันที

เพราะสองข้างทางมีแต่คอมพิวเตอร์ ทางเดินจึงไม่กว้างนัก ถึงแม้คนพวกนี้จะมีเยอะ แต่ก็พุ่งเข้ามาได้ทีละคนสองคนเท่านั้น นี่จึงเป็นโอกาสของ หลินเฟย เขาแทบจะปล่อยหมัดเดียวร่วงไปสี่ห้าคน พลัง 1.5 เท่า ไม่ใช่แค่การคูณ 1.5 เข้าไปง่ายๆ พลังระเบิดของคนปกติก็สูงกว่าพลังปกติอยู่แล้ว และพลังระเบิดของ หลินเฟย ตอนนี้คือ 1.5 เท่าของพลังระเบิดคนปกติ พลังนั้นจะมหาศาลขนาดไหนลองคิดดู เพราะงั้น ต่อจากนี้ ทุกคนก็ได้เห็นภาพแบบนี้

เด็กหนุ่มที่ดูไม่ค่อยแข็งแรงคนนี้กลับ โคตรเทพ หนึ่งหมัดต่อยร่วงไปห้าหกคนติดต่อกัน แถมยังไม่มีท่าทีเหนื่อยล้าเลย ท่าทางนั้นเหมือน มาดงซอก เข้าสิง!

พวกนักเลงที่เหลือเห็น หลินเฟย โหดขนาดนี้ ก็พากันยืนอึ้งอยู่กับที่ ไม่กล้าเข้ามา

"หลินเฟย นายสุดยอดไปเลย!" หลิวอินอิน มอง หลินเฟย ด้วยสายตาชื่นชม ดวงตาคู่โตเป็นประกายสีชมพู นางไม่คิดเลยว่า หลินเฟย นอกจากจะรวยแล้ว ยังต่อยตีเก่งขนาดนี้อีก

ภาพที่เขาโชว์เทพเมื่อกี้ มันสลักลึกลงไปในสมองนางแล้ว ผู้ชายคนนี้โคตรกล้าหาญ โคตรลูกผู้ชายเลย! นางรู้สึกว่า โจวซินอี๋ นี่มันโง่เง่าจริงๆ!

จ้าวเสี่ยวเซวียน ก็ยืนอึ้งไปหลายวินาที สายตาที่นางมอง หลินเฟย ยิ่งชื่นชมมากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงขั้นหลงใหลเลยทีเดียว หลินเฟย ไม่เพียงแต่กล้าหาญ แต่ยังมีความรับผิดชอบสูงอีกด้วย เดิมทีเป็นเรื่องที่เพื่อนร่วมห้องก่อขึ้น แต่สุดท้ายเขากลับเป็นคนออกหน้าแก้ปัญหา ตั้งแต่ต้นจนจบไม่เคยว่าเพื่อนร่วมห้องซักคำ ผู้ชายแบบนี้โคตรให้ความรู้สึกปลอดภัยเลย แถมเขายังหล่อมาก และรวยมากอีกด้วย ผู้ชายแบบนี้ถ้าพลาดไป จ้าวเสี่ยวเซวียน คาดว่าตัวเองคงต้องเสียใจไปตลอดชีวิต

"ชื่อ, จ้าวเสี่ยวเซวียน ค่าความประทับใจ 2 ผลรวม 96"

"ยินดีด้วยโฮสต์ พลิกสถานการณ์สำเร็จ ภารกิจหมาทาสรักครั้งนี้ใช้เงินทุนสำรองไปทั้งสิ้น หกล้านสองแสนหยวน ระบบจะคืนเงิน หกแสนสองหมื่นหยวน เข้าบัญชีส่วนตัวของโฮสต์ จ้าวเสี่ยวเซวียน ได้กลายเป็นหมาทาสรักของโฮสต์แล้ว มอบแต้มสถานะให้โฮสต์ 25 แต้ม (หลังจากค่าความประทับใจของเป้าหมายเกิน 95 ทุกๆ 1 แต้มที่เพิ่มขึ้น โฮสต์จะได้รับ แต้มเสริมแกร่ง 20 แต้ม) หลินเฟย, พลัง 14, ร่างกาย 9, จิตใจ 9, จิตวิญญาณ 10, ความว่องไว 9, การรับรู้ 10 (ค่าเฉลี่ยคนปกติคือ 10 ทุกค่า) สถานะ: แข็งแรง, ทักษะ: ไม่มี; แต้มเสริมแกร่ง 5 แต้ม กรุณาจัดสรร"

ในขณะที่ หลินเฟย กำลังจ้องมองพวกที่เหลือด้วยสายตาข่มขู่ เสียงแจ้งเตือนของระบบก็ดังขึ้นอีกครั้ง

รางวัลเยอะขนาดนี้ มาได้ถูกจังหวะจริงๆ! เสริมแกร่ง 6 แต้มพลัง, 6 แต้มร่างกาย, ที่เหลือฉันเอาไปลงความว่องไวทั้งหมด!

"เสริมแกร่งสำเร็จ ค่าสถานะปัจจุบันของโฮสต์ พลัง 20, ร่างกาย 15, ความว่องไว 22"

วินาทีต่อมา กระแสความอบอุ่นที่คุ้นเคยก็ปรากฏขึ้นในร่างของ หลินเฟย หลินเฟย รู้สึกว่าตอนนี้ร่างกายเบาขึ้น แข็งแกร่งขึ้น และพละกำลังที่เพิ่งเสียไปก็ฟื้นฟูกลับมาหมดแล้ว

"รุมเพื่อนกูคนเดียว คิดว่ากูเป็นหัวหลักหัวตอรึไงวะ!" ในขณะที่กำลังเผชิญหน้ากัน จางชิ่งซาน ก็คำรามลั่น พุ่งเข้าไปต่อยตีกับนักเลงคนหนึ่ง

"ควย! ไอ้รอง ไอ้สี่ พวกมึงโหดขนาดนี้ กุจะป๊อดอยู่ทำไมวะ! ลุย!" พี่ใหญ่ หูต้าไห่ กับ น้องสาม ฉินจื้อหยวน ก็เข้าร่วมวงต่อสู้ด้วย

ดีเลย กูจะได้ลองสถานะใหม่ด้วย หลินเฟย พอได้แรงเสริมจากเพื่อนอีกสามคนก็ยิ่งไร้ความกดดัน พุ่งตรงเข้าใส่ฝูงชน เหมือนผีเสื้อที่โบยบินท่ามกลางหมู่ดอกไม้ หนึ่งหมัดต่อยร่วงหนึ่งคน ไม่นานพื้นร้านเน็ตก็เต็มไปด้วยพวกนักเลงนอนเกลื่อนกลาด ร้องโอดโอยไม่หยุด

"ไอ้หมอนี่ใครวะเนี่ย เชี่ย โคตรโหดเลย หนึ่งต่อสิบกว่า?"

"เจ๋งเป้ง! กูน่าจะถ่ายคลิปโพสต์ลงเฟซเมื่อกี้!"

"หลักๆ คือมันยังไม่ใช้มีดไง ถ้าใช้มีดสิ มึงคอยดูว่ามันจะยังหนึ่งต่อสิบได้อยู่มั้ย?"

"ไอ้น้อง เลิกขวางโลกหน่อยได้มั้ยวะ? ยอมรับว่าคนอื่นเก่งแล้วมึงจะตายรึไง?" พวกเด็กติดเกมสองสามคนที่นั่งเล่นอยู่ในร้านเน็ตวิจารณ์กัน

"ไป! ต่อไปอย่าให้กูเห็นหน้ามึงอีก ไม่งั้นเจอกี่ครั้งกูก็ตื้บมึงทุกครั้ง!" จางชิ่งซาน ถีบซ้ำไอ้หนุ่มที่พาคนมาซึ่งนอนกองอยู่กับพื้น พูดด้วยท่าทีฮึกเหิม เขารู้สึกว่าผลงานของตัวเองในวันนี้มันช่างยอดเยี่ยมกล้าหาญจริงๆ สี่คนต่อยสิบกว่าคน คนน้อยกว่าแต่กลับอัดอีกฝ่ายจนหมอบกระแต นี่มันวีรกรรมโคตรเจ๋ง เอาไปโม้ได้อย่างน้อยก็ปีนึง

เขารู้สึกว่า หลิวอินอิน น่าจะมองเขาด้วยความชื่นชมขึ้นมาบ้าง แต่พอหันกลับไปมอง ก็พบว่าแม่สาวน้อยคนนี้วิ่งตูดบิดไปประจบประแจง หลินเฟย อยู่ข้างหน้าโน่นแล้ว สีหน้าเขาก็เริ่มบูดบึ้งอีกครั้ง

"เชี่ย! ไอ้สี่ ทำไมมึงโหดขนาดนี้วะ แต่ก่อนไม่เคยเห็นเลยนะเว้ย มึงแอบไปฝึกวิชามารึเปล่า?" หูต้าไห่ เพิ่งจะถามขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ

"ฝึกมาแน่ๆ ไม่งั้นไม่มีทางโหดเหี้ยมขนาดนี้หรอก แสดงว่าที่ผ่านมามันแกล้งทำตัวอ่อนแอในหอพัก ถ้ามันเอาจริง พวกเราสามคนรวมกันยังสู้มันไม่ได้เลย!"

"ไม่แปลกใจเลยที่สาวๆ ชอบมัน ที่แท้ไอ้หมอนี่มันเป็นนักเลงฝึกหัด!" เพื่อนร่วมห้องทั้งสามคนมองด้วยความอิจฉาริษยา พวกเขาดูเหมือนจะค้นพบสาเหตุที่ หลินเฟย เป็นที่นิยมแล้วในที่สุด

ทว่า พวกเขาไม่รู้เลยว่า ที่สาวๆ พวกนี้มาตามเลีย หลินเฟย ไม่ใช่เพราะเขาต่อยตีเก่งกว่า แต่เป็นเพราะเขามี "พลังเปย์" ต่างหาก!

จบบทที่ ตอนที่ 13: ซัดแหลกกลางร้านเน็ต! สาวร่านยอมสยบรับแต้มอัปเกรดแบบจุกๆ!

คัดลอกลิงก์แล้ว