เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 115 : ราชันย์ยุทธ์สามดาว และการมาถึงของเซียวเหยียน

บทที่ 115 : ราชันย์ยุทธ์สามดาว และการมาถึงของเซียวเหยียน

บทที่ 115 : ราชันย์ยุทธ์สามดาว และการมาถึงของเซียวเหยียน


บทที่ 115 : ราชันย์ยุทธ์สามดาว และการมาถึงของเซียวเหยียน

หลังจากเก็บดาบราชันย์อัสนีแล้ว...โจวฉางชิงก็หันกายกลับเข้าห้อง เพื่อศึกษาออกแบบและหลอมศาสตราจิตวิญญาณชิ้นต่อไป

ในเมื่อมีอาวุธแล้ว ชุดป้องกันก็ย่อมขาดไม่ได้เช่นกัน

ถึงแม้ว่าพลังป้องกันทางกายภาพของเขาในปัจจุบันจะแข็งแกร่งอย่างยิ่ง และเมื่อรวมเข้ากับพลังป้องกันจากปราณยุทธ์แล้วก็สามารถเมินการโจมตีจากคนส่วนใหญ่ในระดับเดียวกันได้

แต่จะมีใครบ้างล่ะที่รังเกียจการที่ตัวเองจะถึกทนและแข็งแกร่งขึ้นไปอีก

.............

กาลเวลาผ่านไปราวกับสายน้ำ...

เพียงพริบตาเดียวก็ผ่านไปกว่าสองเดือน

ภายในห้องฝึกยุทธ์ที่จัดเตรียมไว้ในห้องนอน โจวฉางชิงนั่งขัดสมาธิอยู่บนเบาะรองนั่ง

พลังปราณยุทธ์โคจรอย่างรุนแรง พลังงานฟ้าดินหลั่งไหลราวกับสายน้ำลงสู่มหาสมุทร ถูกเขาดูดซับเข้าไปในร่างกายเพื่อหลอมรวม

เนิ่นนานผ่านไป โจวฉางชิงก็ลืมตาขึ้น เขาสัมผัสถึงขอบเขตพลังของตนเองแล้วจึงยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ

ในช่วงเวลานี้ นอกจากจะหลอมศาสตราแล้ว เขาก็ไม่ได้ละเลยการฝึกปรือเลยแม้แต่น้อย

แม้ว่าจะไม่ได้ใช้สายฟ้าเพื่อชำระล้างร่างกาย ทำให้ความเร็วในการฝึกยุทธ์ช้าลงไปมาก แต่ความก้าวหน้าของเขาก็ไม่น้อยเลยทีเดียว

ตอนนี้ เขาได้ทะลวงจากราชันย์ยุทธ์หนึ่งดาวขึ้นมาสู่จุดสูงสุดของราชันย์ยุทธ์สามดาวเเล้ว

ความเร็วระดับนี้ แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะพรสวรรค์อันโดดเด่นของเขา ต่อให้พรสวรรค์ของเขาจะดีเลิศเพียงใด ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะยกระดับได้เดือนละหนึ่งดาวในขอบเขตราชันย์ยุทธ์โดยปราศจากความช่วยเหลือจากภายนอก

ที่เขาสามารถก้าวหน้าได้อย่างมหาศาลเช่นนี้ ต้องยกความดีความชอบให้ "โอสถราชันย์ยุทธ์" สองเม็ดที่ได้มาจากราชินีเมดูซ่า

สรรพคุณของโอสถราชันย์ยุทธ์นั้นไม่ต้องกล่าวถึงให้มากความ เมื่อผู้ที่อยู่ในระดับราชันย์ยุทธ์กินเข้าไป จะสามารถยกระดับพลังขึ้นได้อย่างมั่นคงหนึ่งดาวภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน

ตอนนี้เมื่อได้มาพักอาศัยอยู่ที่ตระกูลหมี่เท่อเอ่อในสภาพแวดล้อมที่มั่นคงแล้ว โจวฉางชิงย่อมไม่ปล่อยของดีที่สามารถยกระดับพลังได้โดยตรงเช่นนี้ไปอย่างแน่นอน

ส่วนสาเหตุที่ยกระดับพลังขึ้นมาได้ถึงสองดาวนั้น...ก็ต้องย้อนกลับไปพูดถึงสภาพร่างกายของโจวฉางชิง

โอสถราชันย์ยุทธ์นั้นคนหนึ่งคนสามารถกินได้เพียงครั้งเดียวในชีวิต หากกินซ้ำอีกครั้งก็จะไม่ได้ผลเนื่องจากเกิดการดื้อยาขึ้น

แต่ทว่าหลังจากที่โจวฉางชิงกินและหลอมรวมโอสถเม็ดแรกเข้าไปอย่างสมบูรณ์แล้ว เขากลับบังเอิญค้นพบด้วยจิตสัมผัสอันแข็งแกร่งว่า การดื้อยาโอสถราชันย์ยุทธ์ของร่างกายเขานั้นดูเหมือนจะยังไม่ถึงขีดสุด

ในตอนนั้นเขาจึงคาดเดาว่า อาจจะเป็นเพราะความแข็งแกร่งทางกายภาพของเขาที่ทรงพลังเกินไป มากเกินกว่าร่างกายของผู้ฝึกยุทธ์ในระดับราชันย์ยุทธ์ทั่วไป ทำให้การดื้อยาที่เกิดจากการกินโอสถราชันย์ยุทธ์นั้นต่ำกว่าราชันย์ยุทธ์คนอื่นๆมาก

เพียงแต่ว่าโอสถราชันย์ยุทธ์นั้นล้ำค่าเกินไป...

โจวฉางชิงใช้เวลาศึกษาอยู่ประมาณหนึ่งเดือน และหลังจากที่ยืนยันซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าการดื้อยาของร่างกายเขายังไม่เต็มที่จริงๆ เขาจึงตัดสินใจกัดฟันกินเม็ดที่สองเข้าไป

และผลลัพธ์ก็เป็นไปตามที่เขาสัมผัสได้…โอสถราชันย์ยุทธ์เม็ดที่สองไม่ได้สูญเปล่า เขาได้ยกระดับพลังขึ้นมาอีกหนึ่งดาว

เพียงแต่ว่าในครั้งนี้ เขาสามารถรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าการดื้อยาโอสถราชันย์ยุทธ์ของร่างกายเขาได้ถึงขีดจำกัดแล้ว หากกินเม็ดที่สามเข้าไปก็คงจะไม่ได้ผลเหมือนกับคนอื่นๆ

เเต่สำหรับเรื่องนี้โจวฉางชิงก็พึงพอใจมากแล้ว เพราะก่อนหน้านี้เขายังคิดอยู่เลยว่าจะจัดการกับโอสถราชันย์ยุทธ์เม็ดที่สองอย่างไรดี แต่ตอนนี้ก็ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป

เมื่อเทียบกับการนำไปประมูลหรือแลกเปลี่ยนเป็นวัสดุหลอมศาสตรา การเปลี่ยนมันเป็นพลังฝีมือของตัวเองโดยตรงนั้นคุ้มค่าที่สุดแล้ว

โจวฉางชิงลุกขึ้นจากห้องฝึกยุทธ์ กลับมายังห้องนอน ก่อนจะเดินออกไปข้างนอก

แต่ทว่าเมื่อมาถึงลานสวน เขาก็ได้เห็นเถิงซานกำลังนั่งหรี่ตาอยู่ข้างโต๊ะหินกลางสวน

"ประมุขเถิงซาน ท่านมาได้อย่างไร"

เมื่อเห็นเถิงซาน โจวฉางชิงก็ยิ้มพลางเอ่ยทักทาย

เมื่อเห็นโจวฉางชิง เถิงซานก็ไม่ได้นั่งอยู่เฉยๆหากแต่ลุกขึ้นเดินเข้ามาหา พร้อมกับผายมือเชื้อเชิญด้วยรอยยิ้ม

"ฮ่าๆๆ…สหายตัวน้อยฉางชิง มาๆมานั่งคุยกันก่อน"

เด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า อาจเป็นเพราะเพิ่งเสร็จสิ้นจากการฝึกยุทธ์ จึงมีกลิ่นอายพลังเล็ดลอดออกมาเล็กน้อย และกลิ่นอายเส้นนี้ก็ถูกเถิงซานสัมผัสได้อย่างเฉียบคม จนทำให้ในใจของเขาบังเกิดความประหลาดใจขึ้นมา

เมื่อเทียบกับไม่กี่วันก่อน พลังฝีมือของอีกฝ่ายดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อยเลย ความเร็วในการบ่มเพาะพลังระดับนี้ ช่างน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว

และนี่ก็ยิ่งทำให้เถิงซานตัดสินใจแน่วแน่ยิ่งขึ้นที่จะผูกมิตรกับอีกฝ่ายให้จงได้

ดังนั้นเขาจึงไม่กล้าที่จะวางท่าทีใหญ่โตต่อหน้าเด็กหนุ่มผู้นี้ หากแต่ปฏิบัติต่อเขาในฐานะยอดฝีมือที่ทัดเทียมกับตนเอง หรืออาจจะสูงกว่าตนเองหนึ่งขั้นด้วยซ้ำ

หลังจากทั้งสองคนนั่งลงแล้ว...เถิงซานก็ได้บอกถึงจุดประสงค์ที่ตนมาในครั้งนี้

ที่แท้แล้วที่เขามาในครั้งนี้ก็เพื่อเรื่องงานประมูลระดับ "ปฐพี" นั่นเอง

ในช่วงเวลากว่าสองเดือนนี้ นอกจากดาบราชันย์อัสนีและเกราะจิตวิญญาณระดับห้าหนึ่งชุดแล้ว…โจวฉางชิงยังได้หลอมชุดธนูจิตวิญญาณระดับห้าขึ้นมาชุดหนึ่งด้วย

นอกจากนี้เพื่อที่จะรวบรวมวัสดุหลอมศาสตราที่ดีขึ้นและมากขึ้น รวมถึงเพื่อสร้างชื่อเสียงของนักหลอมศาสตราให้โด่งดังยิ่งขึ้นไปอีก โจวฉางชิงจึงตัดสินใจนำชุดธนูระดับห้านี้ออกประมูล

หลังจากที่ได้เห็นอานุภาพอันน่าสะพรึงกลัวของชุดธนูระดับห้าแล้ว เถิงซานก็ถึงกับตกตะลึงราวกับได้เห็นของจากสวรรค์ และได้ตัดสินใจเปิดงานประมูลระดับ "ปฐพี" ในทันที พร้อมกับเชิญกองกำลังใหญ่ทั้งหมดในเมืองหลวงมาร่วมงาน

การประมูลอาวุธระดับนี้ซึ่งถือเป็นของล้ำค่าอย่างยิ่งแม้แต่สำหรับราชันย์ยุทธ์ จะต้องสร้างความสั่นสะเทือนครั้งใหญ่และดึงดูดยอดฝีมือมากมายมาได้อย่างแน่นอน!

เถิงซานจึงไม่กล้าที่จะประมาทแม้แต่น้อย และไม่ยอมให้มีข้อผิดพลาดแม้แต่รายละเอียดเล็กน้อยที่สุด

กำลังคนกว่าครึ่งของตระกูลหมี่เท่อเอ่อทั้งหมดถูกระดมมาเพื่อเตรียมการสำหรับงานประมูลในครั้งนี้

และวันพรุ่งนี้ ก็คือวันเปิดงานประมูล...

ในตอนนี้ทั่วทั้งเมืองหลวงต่างก็กำลังตื่นตัวกับเรื่องนี้ ความร้อนแรงของมันเป็นรองก็แค่การประลองนักปรุงยาที่กำลังจะเริ่มขึ้นเท่านั้น

นี่เพราะว่าเมื่อสองเดือนก่อน ศาสตราแก่นอสูรระดับสี่ก็ได้สร้างกระแสฮือฮาไปไม่น้อยแล้ว และการปรากฏตัวของอาวุธระดับห้าในครั้งนี้ ก็ยิ่งโหมกระแสที่เพิ่งจะซาลงไปให้พุ่งทะยานสู่จุดสูงสุดในทันที!

ดังนั้นเพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝันและเพื่อให้แน่ใจว่างานประมูลจะดำเนินไปอย่างราบรื่น เถิงซานจึงได้มาที่นี่ โดยตั้งใจที่จะเชิญโจวฉางชิงให้ไปร่วมงานในวันพรุ่งนี้ด้วย

ด้วยวิธีนี้ ตระกูลหมี่เท่อเอ่อบวกกับโจวฉางชิง ก็จะมีถึงสี่ยอดฝีมือระดับราชันย์ยุทธ์คอยคุมสถานการณ์ ซึ่งจะทำให้ทุกอย่างมั่นคงราวกับภูผาไท่ซาน

สำหรับเรื่องนี้โจวฉางชิงไม่ได้ปฏิเสธ เพราะอย่างไรเสียมันก็เกี่ยวกับผลประโยชน์ของเขาโดยตรง

เขาย่อมไม่อยากให้เกิดเหตุไม่คาดฝันใดๆขึ้นเช่นกัน

...............

วันรุ่งขึ้น...

ณ ประตูเมืองหลวง...ร่างสองร่างที่ไม่สะดุดตาได้ปะปนอยู่กับฝูงชนและเดินเข้าสู่เมืองศักดิ์สิทธิ์

ขณะที่เดินอยู่บนถนน ชายชราและเด็กหนุ่มทั้งสองคนก็กำลังพูดคุยกันด้วยเสียงเบาๆ

"สมกับที่เป็นศูนย์กลางของจักรวรรดิจริงๆ…ความเจริญรุ่งเรืองระดับนี้ เมืองอื่นเทียบไม่ติดเลย"

"ฮ่าๆๆ เจ้าเพิ่งมาครั้งแรก พออยู่ไปนานๆก็จะชินเอง อีกอย่างตอนนี้ก็ใกล้จะถึงการประลองนักปรุงยาแล้ว ก็ย่อมต้องคึกคักและเจริญกว่าปกติเป็นธรรมดา"

"ต่อไปเจ้าจะไปที่ไหน"

"ไปที่ตระกูลหมี่เท่อเอ่อก่อน ข้าต้องหาสมุนไพรบางอย่าง พอดีเลย…เจ้าจะได้หาวัตถุดิบปรุงโอสถหวนวิญญาณสีม่วงไปด้วย หลังจากนั้นค่อยไปที่สมาคมนักปรุงยาอีกที"

"ก็ดี งั้นเอาตามนี้แหละ"

หลังจากตกลงกันได้แล้ว ทั้งสองคนก็มุ่งหน้าไปยังที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของโรงประมูลหมี่เท่อเอ่อ

และเมื่อพวกเขามาถึงโรงประมูลหมี่เท่อเอ่อ ก็ได้พบว่าบรรยากาศดูผิดปกติไป

ที่หน้าประตูมีผู้คนมารวมตัวกันอยู่เป็นจำนวนมาก เป็นภาพที่ดำทะมึนไปหมด ความหนาแน่นของฝูงชนนั้นเกินกว่าระดับปกติไปมาก!

"นี่…สำนักงานใหญ่ของโรงประมูลหมี่เท่อเอ่อในเมืองหลวง ตอนนี้กิจการรุ่งเรืองขนาดนี้เลยรึ"

"ไม่น่าจะใช่นะ ถึงแม้ตาเฒ่าจะจากไปหลายปี แต่โรงประมูลหมี่เท่อเอ่อไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงไปได้มากขนาดนี้"

"ก็ลองหาคนถามดูสิ"

"สหายท่านนี้ ข้าขอถามหน่อยเถิดว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น ทำไมถึงมีคนมาอออยู่ที่หน้าโรงประมูลมากมายเช่นนี้"

"ท่านไม่รู้รึ"

"ฮ่าๆๆข้าเพิ่งมาเมืองหลวงเป็นครั้งแรก เลยไม่ค่อยรู้เรื่องราวเท่าใดนัก"

"ฮี่ๆ…ท่านมาได้เวลาเหมาะพอดี ตอนนี้กำลังจะมีงานประมูลระดับปฐพีน่ะ"

"งานประมูลระดับปฐพี? ของแบบนี้ไม่ใช่ว่าจะเปิดกันปีละครั้งหรือ"

"ดูท่าท่านลุงผู้นี้จะรู้ดีทีเดียวนะ"

"ไม่สิ ถึงจะเป็นงานประมูลระดับปฐพี ก็ไม่น่าจะคึกคักถึงเพียงนี้ งานประมูลระดับนั้นไม่ใช่ว่าใครก็จะเข้าไปได้ พวกเจ้ามาอออยู่ตรงนี้จะมีประโยชน์อะไร"

"ท่านลุงกล่าวหยอกแล้ว พวกข้าย่อมเข้าไปในงานประมูลระดับปฐพีไม่ได้อยู่แล้ว แต่ที่พวกข้ามารวมตัวกันไม่ใช่เพื่อเข้างานประมูล หากแต่เพื่อ 'ศาสตราแก่นอสูร' ระดับสอง ที่จะเปิดขายพร้อมกันหลังจากที่งานประมูลเริ่มขึ้นต่างหาก"

"ศาสตราแก่นอสูร?!"

เมื่อได้ยินชื่อนี้ เซียวเหยียนก็ตกใจมาก

"เอ๊ะ? น้องชาย ท่านไม่ใช่ว่าเพิ่งมาเมืองหลวงเป็นครั้งแรกหรอกรึ ก็เคยได้ยินชื่อศาสตราแก่นอสูรด้วยรึ…ข้าจะบอกให้นะ ของวิเศษชิ้นนี้เป็นผลงานของท่านปรมาจารย์นักหลอมศาสตราผู้หนึ่ง"

"และงานประมูลระดับปฐพีในครั้งนี้ ก็จัดขึ้นเพราะท่านปรมาจารย์นักหลอมศาสตราผู้นี้เช่นกัน ว่ากันว่าจะมีการประมูล 'ศาสตราจิตวิญญาณ' ระดับห้า ซึ่งเป็นของที่มีประโยชน์แม้แต่กับยอดฝีมือระดับราชันย์ยุทธ์ด้วย!"

ชายที่ถูกถามได้อธิบายเรื่องราวเกี่ยวกับศาสตราแก่นอสูรและนักหลอมศาสตราให้ฟัง ก่อนจะกล่าวออกมาด้วยความทึ่ง

เซียวเหยียนฟังจนเปลือกตากระตุกยิกๆ…ขณะที่ไห่โปตงที่อยู่ข้างๆก็ปรากฏสีหน้าประหลาดใจขึ้นมาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

เขาติดตามเซียวเหยียนมาได้ระยะหนึ่งแล้ว ย่อมเคยเห็นศาสตราแก่นอสูรที่อีกฝ่ายนำออกมาใช้เป็นครั้งคราว และก็พอจะเข้าใจอยู่บ้าง

ชายชราและเด็กหนุ่มสบตากัน ต่างก็มองเห็นความคิดของอีกฝ่าย

งานประมูลในครั้งนี้ ไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องเข้าร่วมให้ได้ ต้องไปดูให้เห็นกับตาว่ามันเป็นอย่างไรกันแน่!

"เจ้าโจวเอ๊ย เจ้าบ้านี่สร้างเรื่องใหญ่โตเสียจริง”

“ศาสตราระดับห้า…บ้าเอ๊ย! วิชาหลอมศาสตราของเจ้ามันอัปเกรดไปถึงระดับห้าแล้วเรอะ! นี่มันเทียบเท่ากับระดับราชันย์ยุทธ์เลยนะ!”

"ตาเฒ่าอย่างข้าก็อยากจะเห็นกับตานักว่า อาวุธที่เจ้าหนูเซียวเหยียนชื่นชมหนักหนานี้ มันจะร้ายกาจสักเพียงใด และเป็นผลงานของใครกันแน่"

ทันใดนั้น เซียวเหยียนก็หันไปมองไห่โปตงแล้วยิ้มแหยๆ

"ท่านไห่ ท่านน่าจะมีเส้นสายในเมืองหลวงอยู่ไม่น้อยใช่หรือไม่…ท่านจัดการให้หน่อยสิ"

"เจ้าเด็กนี่ ช่างใช้งานคนเก่งเสียจริง…ตามข้ามาเถอะ"

ไห่โปตงเหลือบมองเซียวเหยียนที่ทำท่าเจ้าเล่ห์ แล้วเอ่ยออกมาอย่างไม่สบอารมณ์

จากนั้น เขาก็นำเซียวเหยียนออกจากที่นั่น มุ่งหน้าไปยังสถานที่ลับตาแห่งหนึ่ง

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 115 : ราชันย์ยุทธ์สามดาว และการมาถึงของเซียวเหยียน

คัดลอกลิงก์แล้ว