- หน้าแรก
- วิถีหลอมศาสตราทองคำอัสนี สร้างกายาศักดิ์สิทธิ์ไร้เทียมทาน
- บทที่ 81: มาถึง
บทที่ 81: มาถึง
บทที่ 81: มาถึง
บทที่ 81: มาถึง
อินซื่อทั้งแปดคนที่อยู่ในลำแสง เช่นเดียวกันก็เห็นการกระทำของกู่เหอทั้งสามคน
สีหน้าของคนทั้งแปดพลันเคร่งขรึมลง
ตอนนี้พวกเขาอยู่ในสภาวะที่ต้องส่งพลังงาน…เกราะป้องกันตนเองก็ถูกสตรีในชุดคลุมสีดำทำลายไปแล้ว
หากว่าถูกคนทั้งสามลอบโจมตี เกรงว่าคงจะมีหลายคนที่ต้องออกจากสภาวะประสานอิน!
เช่นนี้อานุภาพของอสรพิษยักษ์ก็จะลดลงอย่างมาก จนไม่ใช่คู่ต่อสู้ของสตรีในชุดคลุมสีดำอีกต่อไป!
เช่นนี้แล้ว ผลที่ตามมาก็พอจะจินตนาการได้!
….
ในตอนนี้ กู่เหอทั้งสามคนได้เข้ามาใกล้แล้ว
เหยียนซือจ้องไปยังลำแสงที่โม่ปาซืออยู่ ส่วนเฟิงหลีก็พุ่งไปยังตำแหน่งของอินซื่อ
สำหรับกู่เหอนั้น ร่างกายหยุดชะงักไปเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่ายังคงลังเลอยู่บ้าง
ในขณะที่เหยียนซือและเฟิงหลีกำลังจะโจมตี และโม่ปาซือและอินซื่อกำลังจะออกจากสภาวะ เพื่อให้คนอีกหกคนที่เหลือควบคุมพื้นที่สีเขียว ส่วนตนเองทั้งสองก็จะไปสู้กับคนทั้งสองนั้น
“ฟิ้ว!”
ทันใดนั้น ลำแสงสีแดงสดสายหนึ่งพุ่งมาจากขอบฟ้าอย่างรวดเร็ว!
ลำแสงนี้มีความเร็วสูงอย่างยิ่ง ในชั่วพริบตาก็เข้ามาอยู่เหนือสนามรบ!
….
“พวกเจ้า…รนหาที่ตาย!”
ในขณะเดียวกัน เสียงตวาดอันแหลมคมก็ดังออกมาจากลำแสงนั้น!
พร้อมกับเสียงตวาด…ปราณยุทธ์อันแข็งแกร่งก็ถาโถมเข้ามาพร้อมไอพลังอันน่าสะพรึงกลัว!
ปราณยุทธ์นั้นแข็งแกร่งอย่างยิ่ง ส่วนไอพลังก็ยิ่งน่าสะพรึงกลัวอย่างผิดปกติ…ณ ที่ที่มันผ่านไป ไม่มีใครที่ร่างกายไม่สั่นสะท้าน!
“ราชินี! คือท่านราชินี!”
“ราชินีเมดูซ่า!”
ในตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นสตรีในชุดคลุมสีดำ หรือว่าอินซื่อทั้งแปดคนและกู่เหอทั้งสามคน ต่างก็หยุดการกระทำลง พลันเงยหน้าขึ้นมอง!
และเมื่อสัมผัสได้ถึงไอพลังที่แข็งแกร่งอย่างยิ่งนั้น…พวกเขาแทบจะจำได้ในทันทีว่าผู้มาเยือนคือใคร!
อินซื่อและคนอื่นๆจากที่มืดมนก็เปลี่ยนเป็นสดใส ในใจก็ยินดีอย่างยิ่ง!
ส่วนอีกสี่คนนั้น ในใจก็เคร่งขรึมลง
ลำแสงสลายหายไป เผยให้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของผู้ที่อยู่ภายใน
เมดูซ่าสวมเกาะอกสีแดงและกระโปรงยาว รูปร่างเย้ายวน หางอสรพิษสีม่วงม้วนเล็กน้อย ใบหน้างดงามเย็นชา ปีกแห่งปราณยุทธ์สีแดงสดทั้งสองข้างสยายออกมาด้านหลัง ยืนอยู่กลางอากาศ!
และบนมือของนาง ยังมีเด็กหนุ่มในชุดขาวที่หน้าตาหล่อเหลาอย่างยิ่งอยู่
กู่เหอมีปฏิกิริยาตอบสนองที่รวดเร็วที่สุด พลันรีบบินขึ้นไปข้างหน้า แล้วดึงเหยียนซือและเฟิงหลีถอยหลัง
อินซื่อและคนอื่นๆก็ปลดสภาวะผนึกพิษอสรพิษแปดเศียรออก พลันคารวะขึ้นไปบนท้องฟ้าอย่างเคารพ
เมื่ออสรพิษยักษ์กลายเป็นจุดแสงสีเขียวเต็มท้องฟ้าแล้วสลายหายไป สตรีในชุดคลุมสีดำก็แวบไปป้องกันอยู่เบื้องหน้าของกู่เหอทั้งสามคน
หลังจากกวาดสายตามองไปทั่วที่เกิดเหตุ ดวงเนตรของเมดูซ่าก็เย็นชาลงเล็กน้อย พลันยกมือขึ้นเหวี่ยงโจวฉางชิงลงไปที่พื้น
“อ๊าาาา!”
โดยไม่มีการเตรียมตัวเลยแม้แต่น้อย โจวฉางชิงก็ราวกับก้อนหินที่ตกลงมาจากที่สูง พลันพุ่งตรงไปยังพื้นดิน
การกระทำนี้ ทำให้ทุกคนที่เดิมทีสนใจเมดูซ่าอยู่ ต่างก็แบ่งสายตามามองเด็กหนุ่มผู้นี้เล็กน้อย
พวกเขาเพิ่งจะตระหนักได้ว่า ตรงนี้ยังมีคนอีกคนหนึ่งที่เมื่อครู่ไม่ทันได้สังเกตเห็น
….
ความเร็วในการตกลงมาจากที่สูงหลายร้อยเมตรนั้นรวดเร็วอย่างยิ่ง
ขณะที่กำลังจะกระแทกพื้น…โจวฉางชิงก็พลันยื่นมือออกไปตบ!
ทันใดนั้น ปราณยุทธ์สีทองจางๆก็ระเบิดออกมาจากฝ่ามือของเขา พลันปะทะเข้ากับอากาศ
ฝ่ามือตบลงบนอากาศ พลันเกิดเป็นระลอกคลื่นสีทองจางๆในทันใดนั้นก็เกิดแรงยกที่สวนทางกับแรงตก
อาศัยแรงยกนี้ ร่างกายของโจวฉางชิงก็หยุดชะงักไป กลับหยุดการตก และยังขยับขึ้นไปครึ่งหนึ่ง
แต่ก็คงอยู่ได้เพียงหนึ่งลมหายใจ เขาก็ตกลงไปอีกครั้ง
และโจวฉางชิงก็ใช้วิธีเดิม อาศัยการปะทะกันอย่างต่อเนื่องของปราณยุทธ์กับอากาศ เพื่อชะลอแรงตก
ระลอกคลื่นสีทองจางๆพลันแผ่กระจายออกไปในอากาศอย่างต่อเนื่อง วงหนึ่งต่ำกว่าอีกวงหนึ่ง
อาศัยวิธีนี้ ความเร็วในการตกของโจวฉางชิงก็ชะลอลงมาก ราวกับว่ากำลังวิ่งปากัวร์ในอากาศ
เพียงแค่ไม่กี่ลมหายใจ เขาก็อยู่ห่างจากพื้นไม่ถึงสิบเมตร
จากนั้น ร่างกายของเขาก็หมุนตัวสามร้อยหกสิบองศาหลายครั้งในอากาศ แล้วร่อนลงสู่พื้น
ในทันทีที่ลงถึงพื้น ขาขวาของโจวฉางชิงก็งอเข่าลง ส่วนขาซ้ายก็ยืดตรงไปทางซ้ายแตะพื้น พลางลำตัวส่วนบนเอนไปข้างหน้า แล้วใช้มือขวายันพื้น ส่วนมือซ้ายก็ยกเฉียง พลันลงจอดอย่างปลอดภัย
เมื่อเห็นดังนั้น ผู้คนจำนวนไม่น้อยที่แบ่งความสนใจมามองเขา ต่างก็มีสายตาที่ประหลาดใจ
“การควบคุมกระแสลมที่ยอดเยี่ยม!”
แน่นอนว่าสมกับที่เป็นคนที่มาพร้อมกับราชินีเมดูซ่า แค่เพียงกระบวนท่านี้ ก็เพียงพอที่จะน่าทึ่งแล้ว ไม่ใช่ระดับจ้าวยุทธ์ที่จะทำได้
เพียงแต่ไม่รู้ว่าระดับพลังของเด็กหนุ่มผู้นี้เป็นอย่างไร
แน่นอนว่า เรื่องเล็กน้อยนี้พวกเขาไม่ค่อยสนใจ พลางมองไปแวบหนึ่งแล้วก็หันกลับไปมองราชินีเมดูซ่าอีกครั้ง
…..
ณ ที่แห่งหนึ่งข้างวงล้อมของหินยักษ์นอกเมือง
ดวงตาของเซียวเหยียนที่อยู่ใต้ผ้าห่มสีเหลืองก็หดลง
“เวรเอ๊ย! ท่านอาจารย์! คนผู้นั้นทำไมดูเหมือนเหล่าโจวเลย?!”
“ไม่ใช่เหมือน แต่คือเจ้าเด็กคนนั้น”
“เเล้วเขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร? แถมยังมาพร้อมกับราชินีเมดูซ่าอีก?!”
“นี่ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร?”
“หรือว่าเหล่าโจวถูกเผ่ามนุษย์งูจับตัวไป?”
“ถ้าเป็นอย่างนั้น ท่านอาจารย์ พวกเราต้องหาทางช่วยเขา”
“เสี่ยวเหยียน อาจารย์พาเจ้าไปคนเดียวก็ลำบากแล้ว หากว่าต้องเพิ่มมาอีกคน เกรงว่าคงจะไม่มีแรงที่จะไปแย่งชิงเพลิงวิเศษให้เจ้าได้อีกแล้ว”
“...”
เซียวเหยียนกัดฟัน สีหน้าเปลี่ยนเป็นลังเล สุดท้ายก็กล่าวอย่างไม่ใส่ใจ
“งั้นก็ไม่เอาแล้ว!”
“ถึงแม้ว่าเพลิงวิเศษจะหาได้ยาก แต่ก็ไม่ใช่ว่ามีเพียงสายเดียว ส่วนเหล่าโจวมีเพียงคนเดียว!”
“เจ้าแน่ใจรึ?”
“แน่ใจ!”
“อย่างมากที่สุดก็ส่งเหล่าโจวออกไปอย่างปลอดภัยแล้วพวกเราค่อยกลับมา”
“ท่านอาจารย์เคยบอกไว้ว่า สายเลือดของเมดูซ่ากับเพลิงวิเศษนั้นขัดกัน จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะดูดซับเพลิงวิเศษ
ตราบใดที่วันนี้คนของกู่เหอเหล่านี้ไม่สมหวังข้าก็ยังมีโอกาส”
“ก็ได้”
(ในตอนนี้ท่านอาจารย์เย่ายังไม่ได้คิดว่าเพลิงวิเศษมีประโยชน์อะไรกับเมดูซ่า)
…………
ณ สนามรบ
กู่เหอและคนอื่นๆราวกับกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจ พลางมองเมดูซ่าค่อยๆร่อนลงมา จนกระทั่งอยู่ระดับความสูงเดียวกันกับพวกเขา
กระทั่งว่าเหยียนซือที่เคยส่งเสียงดังอยู่ตลอดเวลา ในตอนนี้ก็ไม่พูดอะไรเลย พลางมองเมดูซ่าอย่างระแวดระวัง
“มนุษย์ พวกเจ้าช่างกล้าหาญนัก”
เมดูซ่ากวาดสายตามองคนทั้งสี่ พลันสายตาหยุดอยู่ที่สตรีในชุดคลุมสีดำ แล้วตรัสด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย
ถึงแม้ว่าเสียงของอีกฝ่ายจะไม่ดัง แต่กลับให้ความรู้สึกที่น่าขนลุก จนรู้สึกหนาวไปถึงกระดูก!
กู่เหอสีหน้าเคร่งขรึม พลันก้าวออกมาข้างหน้าประสานมือต่อเมดูซ่า แล้วกล่าวขออภัย
“ขอท่านราชินีอย่าได้ทรงกริ้ว พวกเราไม่ได้มีเจตนาร้าย เรื่องก่อนหน้านี้ เป็นเพียงเพราะความจำเป็นเท่านั้น”
“เจ้าคือ?” เมดูซ่าสายตาหยุดอยู่ที่กู่เหอ
เมื่อได้ยินดังนั้น ความคิดของหลายคนก็พลันแล่นไปอย่างรวดเร็ว พลันเข้าใจถึงประเด็นสำคัญบางอย่าง
ก่อนหน้านี้ราชินีเมดูซ่าไม่น่าจะอยู่ในเมือง
สิ่งนี้สามารถอธิบายได้ว่าเหตุใดหัวหน้าทั้งแปดถึงได้ขัดขวางการแจ้งข่าวเช่นนี้
ความวุ่นวายขนาดนี้ หากว่าราชินีเมดูซ่าอยู่…ก็คงไม่เกิดเรื่องขึ้น
ดังนั้นราชินีเมดูซ่าจึงไม่ได้ยินเสียงตะโกนของกู่เหอก่อนหน้านี้ พลันไม่รู้ถึงฐานะของคนหลัง จึงได้มีคำถามนี้ขึ้นมา
“ข้าคือกู่เหอ แห่งสำนักหมอกเมฆา จักรวรรดิเจียหม่า…ขอคารวะท่านราชินี”
กู่เหอประสานมือคารวะอีกครั้ง พลันกล่าวอย่างจริงจัง
เมดูซ่าพระขนงกระตุกเล็กน้อย “ราชาโอสถกู่เหอรึ?”
“ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“หึหึ ราชาโอสถแล้วอย่างไร? อย่าว่าแต่เจ้าเป็นนักปรุงยาระดับหก ถึงแม้ว่าจะเป็นสำนักหมอกเมฆาที่อยู่เบื้องหลังเจ้า ข้าก็ไม่สนใจ”
“พวกเจ้ารุกรานเผ่าข้า เเถมลงมือกับหัวหน้าเผ่าของข้า หากว่าวันนี้ไม่ให้คำตอบที่น่าพอใจแก่ข้า ก็จงทิ้งชีวิตไว้ทั้งหมดเสีย!”
หลังจากพูดจบ ไอพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่เป็นของจักรพรรดิยุทธ์ขั้นสูงสุดเท่านั้นก็พลันเพิ่มความรุนแรงขึ้น…แรงกดดันอันมหาศาลกดดันไปยังคนทั้งสี่โดยตรง!
สีหน้าของคนทั้งสี่เปลี่ยนไป พร้อมกันนั้นพลันรู้สึกราวกับว่ามีภูเขาใหญ่ลูกหนึ่งกดทับลงมาบนหลัง!
โชคยังดีที่สตรีในชุดคลุมสีดำก็เป็นจักรพรรดิยุทธ์เช่นกัน ถึงแม้ว่าจะด้อยกว่าเมดูซ่า แต่หากเป็นเพียงแรงกดดัน ก็ยังไม่เพียงพอที่จะส่งผลกระทบต่อนางได้มากนัก
แต่กู่เหอทั้งสามคนก็ค่อนข้างลำบาก
พวกเขาเป็นเพียงราชันย์ยุทธ์ขั้นสูง ห่างจากจักรพรรดิยุทธ์ขั้นสูงสุดถึงหนึ่งระดับใหญ่
แค่เพียงแรงกดดันนี้ ก็ทำให้พวกเขาหายใจถี่ ร่างกายแข็งทื่อ เลือดลมปั่นป่วนไปหมด​แล้ว
“ขอท่านราชินีโปรดช้าก่อน!”
ขณะที่ต้านทานแรงกดดันอันน่า​สะพรึงกลัว…กู่เหอก็รีบยื่นมือห้าม พลันกล่าวขึ้น
“ท่านราชินี การบุกรุกเผ่าของท่านโดยพลการ แน่นอนว่าเป็นความผิดของพวกข้า”
“ความเสียหายทั้งหมดของเผ่าท่าน ข้าจะชดใช้ให้เป็นสองเท่า!”
“ข้ามาพร้อมกับสหาย ก็เพื่อที่จะมาทำการค้ากับท่านราชินี เรื่องนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อกู่ผู้นี้ เช่นเดียวกัน กู่ผู้นี้ก็จะให้ราคาที่ทำให้ท่านราชินีพึงพอใจ!”
“ขอท่านราชินีโปรดเห็นแก่หน้ากู่ผู้นี้สักนิด….เเละรับฟังเสียหน่อยเถิด!”
“โอ้?”
“ข้าก็สงสัยอยู่บ้างว่าเป็นเรื่องอันใด ถึงทำให้เจ้าซึ่งเป็นนักปรุงยาระดับหก พลันมาที่เผ่าข้าอย่างเอิกเกริก กระทั่งว่ายังต้องเชิญจักรพรรดิยุทธ์มาด้วย”
“งั้นข้าจะให้โอกาสเจ้า…หวังว่าเจ้าจะสามารถทำให้ข้าพึงพอใจได้จริงๆมิเช่นนั้นแล้ว...”
(จบตอน)