- หน้าแรก
- วิถีหลอมศาสตราทองคำอัสนี สร้างกายาศักดิ์สิทธิ์ไร้เทียมทาน
- บทที่ 76: ความน่ากลัวของยอดฝีมือระดับจักรพรรดิยุทธ์!
บทที่ 76: ความน่ากลัวของยอดฝีมือระดับจักรพรรดิยุทธ์!
บทที่ 76: ความน่ากลัวของยอดฝีมือระดับจักรพรรดิยุทธ์!
บทที่ 76: ความน่ากลัวของยอดฝีมือระดับจักรพรรดิยุทธ์!
ฝนตกต่อเนื่องเป็นเวลานาน
เมื่อเมฆดำจางหายไป ท้องฟ้าก็มืดสนิทไปแล้ว เหลือเพียงพระจันทร์เสี้ยวแขวนอยู่สูง
ลมเย็นพัดเบาๆในป่าเขา พลางนำความเย็นยะเยือกมาให้
“ฟู่~”
หลังจากพ่นลมหายใจขุ่นๆที่เจือปนด้วยควันดำเล็กน้อยออกมา
โจวฉางชิงก็รู้สึกสดชื่นไปทั่วทั้งร่าง พลางรู้สึกโปร่งสบายขึ้นมาก
“ความรู้สึกที่ไม่ได้สัมผัสมานาน”
ขณะที่กำหมัด พลางสัมผัสกับพละกำลังที่เพิ่มขึ้นไม่น้อย โจวฉางชิงก็ยิ้มออกมา
ตามความเร็วในตอนนี้ เกรงว่าอีกไม่นาน ร่างกายของเขาก็จะสามารถทะลวงผ่านระดับจ้าวยุทธ์ได้
หลังจากโยนสายเหล็กในมือไปข้างๆโจวฉางชิงก็เงยหน้าขึ้นมอง พลันเห็นเมดูซ่ากำลังมองตนเองด้วยสายตาที่แปลกประหลาด
สิ่งนี้ทำให้เขางุนงงเล็กน้อย…แต่ก็ไม่ได้ไปสนใจ
หารู้ไม่ว่า ตอนนี้ของเขา นอกจากกางเกงที่ยังเหลืออยู่เล็กน้อยเพื่อบดบังแล้ว ส่วนอื่นล้วนเปลือยเปล่า
รูปร่างที่สมส่วน กล้ามเนื้อที่กระชับและสมบูรณ์แบบนั้น ก็ปรากฏอยู่ในสายตาของเมดูซ่าอย่างชัดเจน
โชคยังดีที่เมดูซ่าไม่ใช่เด็กสาว จึงไม่ได้รู้สึกเขินอายเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม กลับมองอย่างเปิดเผย
เพียงแต่ว่าชายหญิงมีความแตกต่างกัน การมองชายหนุ่มที่รูปร่างน่ากินเช่นนี้ ก็ออกจะดูน่าอึดอัดอยู่บ้าง
แต่นอกจากความอึดอัดแล้ว เมดูซ่าก็พบว่า กล้ามเนื้อที่นูนขึ้นเล็กน้อยของโจวฉางชิงนั้น….ถึงแม้ว่าจะดูไม่ใหญ่โต แต่ก็เต็มไปด้วยพลัง ราวกับว่าหล่อขึ้นมาจากเหล็กกล้า
บนผิวของเขา ยิ่งไปกว่านั้นยังเปล่งประกายสีทองจางๆราวกับทองคำ
ด้วยสายตาของนาง สามารถมองออกได้ว่าร่างกายของอีกฝ่ายนั้นแข็งแกร่งอย่างยิ่ง บางทีอาจจะไม่ด้อยไปกว่าความแข็งแกร่งของร่างกายของราชันย์ยุทธ์ระดับสูงบางคน
หลังจากลุกขึ้นยืน…โจวฉางชิงก็โคจรปราณยุทธ์ในทันที พลันรวมปราณสายฟ้าเป็นประกายไฟฟ้า ก่อนจะใช้ปราณยุทธ์ส่งไปยังเบื้องหน้าของเมดูซ่า
“ท่านราชินี ลองดูสิพ่ะย่ะค่ะว่าสัมผัสข้างในแรงขึ้นเท่าไหร่?”
เมดูซ่าละสายตา พลันหันความสนใจไปยังประกายไฟฟ้า
โดยไม่เกรงใจ ก่อนจะคว้ามาแล้วหลอมละลายในทันที
ขณะที่สัมผัสกับสภาวะของต้นกำเนิดสายเลือดของตนเอง ดวงเนตรอันงดงามของเมดูซ่าก็สว่างวาบขึ้นเล็กน้อย
“แรงขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย ดูท่าว่าวิธีนี้ของเจ้าได้ผลจริงๆ”
“นั่นเป็นเรื่องแน่นอนอยู่แล้ว ข้าไม่กล้าหลอกลวงท่านราชินีหรอกพ่ะย่ะค่ะ”
หลังจากเพิ่งจะหลอมร่างกายเสร็จสิ้น พลังสัมผัสอันเฉียบแหลมของเขาก็รับรู้ได้ว่า สัมผัสพิเศษของปราณสายฟ้าของตนเองแข็งแกร่งขึ้นเล็กน้อย
ถึงแม้ว่าการเพิ่มขึ้นนี้จะดูเล็กน้อย แต่หากสะสมจากการหลอมร่างกายต่อไปเรื่อยๆไม่ช้าก็เร็วก็จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพ
เมดูซ่าก็พยักหน้าตาม หลังจากแก้ปัญหานี้ได้ ในอนาคตสายเลือดก็จะสามารถยกระดับขึ้นอย่างมั่นคง สิ่งนี้ทำให้นางรู้สึกโล่งใจขึ้นเล็กน้อย
“เอ๊ะ?!”
ในตอนนั้นเอง โจวฉางชิงก็เพิ่งจะสังเกตเห็นว่าตนเองแทบจะเปลือยกายอยู่ พลันอดไม่ได้ที่จะตะลึงงันไป
เมื่อรู้ตัว เขาก็รีบหยิบเสื้อผ้าออกมาสวมใส่อย่างลุกลี้ลุกลน
เมดูซ่ามองท่าทีที่ค่อนข้างตื่นตระหนกและอับอายของอีกฝ่าย พลันอดไม่ได้ที่จะแอบยกมุมปากขึ้น
ถึงแม้ว่าเจ้าเด็กคนนี้จะมีพรสวรรค์ที่ไร้เทียมทาน จิตใจที่แน่วแน่…แต่อย่างไรเสียก็ยังเป็นเพียงเด็กหนุ่ม
หลังจากสวมเสื้อผ้าเสร็จ โจวฉางชิงก็พาเมดูซ่ากลับไปยังที่พักที่เชิงเขา
ถ้ำยังคงเป็นถ้ำเดิม
ข้างในมีเฟอร์นิเจอร์ครบครัน
นอกจากนี้ ด้านข้างของถ้ำทั้งสองข้างยังปรากฏประตูหินสองบานที่ไม่เคยมีมาก่อน
หลังประตูหิน ก็คือห้องนอนที่โจวฉางชิงจัดเตรียมไว้สำหรับตนเองและราชินีเมดูซ่า
ส่วนถ้ำเดิม ตอนนี้ทำหน้าที่เป็นห้องนั่งเล่น…ก่อนหน้านี้เขาอยู่คนเดียว ย่อมไม่จำเป็นต้องยุ่งยากขนาดนี้
ตอนนี้ กลับต้องทำเช่นนี้
ในตอนนี้ โจวฉางชิงกำลังยุ่งอยู่ในถ้ำ หม้อเล็กๆใบหนึ่งตั้งอยู่บนโต๊ะหินกลางถ้ำ พลันถูกไฟจากเตาด้านล่างเผาอยู่
ในหม้อ เป็นน้ำซุปสีแดงสด พลันมีเครื่องเทศพลิกตัวอยู่ตลอดเวลา พร้อมกับมีไอร้อนลอยขึ้นมา
หลังจากฆ่าอสูรมายาระดับสองที่ล่ามาได้แล้วล้างให้สะอาด พลันหั่นเป็นแผ่นบางๆแล้วเสิร์ฟพร้อมกับผักป่าที่สดกรอบ
สุกี้หม้อไฟฉบับต่างโลกก็เสร็จเรียบร้อย
“ก๊อกๆๆ~”
“ท่านราชินี? ข้าทำอะไรนิดหน่อย ท่านจะร่วมโต๊ะด้วยกันสักหน่อยไหมพ่ะย่ะค่ะ?”
เมื่อมาถึงหน้าประตูหิน พลันเคาะเบาๆสองครั้ง โจวฉางชิงก็ร้องเรียก
เขาไม่ได้คาดหวังว่าอีกฝ่ายจะตอบตกลง
เพียงแต่อยู่ห้องเดียวกัน หากว่าไม่ร้องเรียกสักหน่อย ก็ออกจะดูไม่สุภาพ
ในตอนที่โจวฉางชิงกำลังจะจากไป…ประตูหินกลับเปิดออก
เมดูซ่าในชุดสีแดงสดแกว่งหางอสรพิษเดินออกมา
เมื่อเห็นดังนั้น โจวฉางชิงก็รู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง
โดยไม่สนใจสายตาของอีกฝ่าย เมดูซ่าก็บิดเอวอสรพิษเล็กน้อย ก่อนจะมานั่งที่โต๊ะหิน
โดยไม่หยิบตะเกียบ เมดูซ่าก็มองไปที่โจวฉางชิง
ความหมายนั้นชัดเจนยิ่งนัก เห็นได้ชัดว่ากำลังรอโจวฉางชิงอยู่ด้วยกัน
อาหารที่คนอื่นทำ และยังเชิญอย่างสุภาพ
เมดูซ่าเป็นคนเผด็จการ แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่รู้จักมารยาทเลย
“โอ้ๆๆ”
เมื่ออ่านความหมายของเมดูซ่าออก โจวฉางชิงก็วิ่งเหยาะๆขึ้นไปนั่งด้วย
“ท่านราชินีตามสบายเลยนะพ่ะย่ะค่ะ ข้าไม่เกรงใจแล้ว”
หลังจากพูดไปประโยคหนึ่ง…โจวฉางชิงก็เริ่มกินอย่างเอร็ดอร่อย
เมดูซ่าไม่ได้ตอบกลับ พลันค่อยๆชิมอย่างช้าๆ
รสชาติที่เผ็ดร้อนและชาเล็กน้อย เมื่อรวมกับรสชาติที่สดใหม่ของเนื้อ กลับมีรสชาติที่พิเศษไปอีกแบบ
ทำให้เมดูซ่าที่ไม่ได้กินอาหารมานาน อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวนคิดถึงอยู่บ้าง
หลังจากที่พ่อแม่บุญธรรมจากไป โจวฉางชิงก็ใช้ชีวิตอยู่คนเดียว…ตลอดหลายปีมานี้ล้วนทำอาหารเอง
ประกอบกับการได้สัมผัสกับอาหารรสเลิศมากมายในชาติก่อน
ดังนั้นฝีมือการทำอาหารของโจวฉางชิง ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ที่สุดในดินแดนแห่งปราณยุทธ์ แต่ก็สามารถเรียกได้ว่าอร่อยล้ำเลิศ
….
“ตอนที่เจ้าดึงสายฟ้า เพียงแค่อาศัยสายฟ้าสวรรค์ที่ฟาดลงมาเอง ประสิทธิภาพมันค่อนข้างต่ำ”
ขณะที่กินอยู่ เมดูซ่าก็พลันเอ่ยขึ้นมาประโยคหนึ่ง
โจวฉางชิงได้ยินดังนั้น จึงชะลอความเร็วในการกินลง พลันกินไปพลางตอบไป
“ช่วยไม่ได้ ข้าไม่สามารถนำทางสายฟ้าสวรรค์ให้ฟาดลงบนสายล่อฟ้าโดยเฉพาะได้ ก็ทำได้เพียงรอให้มันฟาดลงมาเอง”
เสาเหล็กนั่นเรียกว่าสายล่อฟ้ารึ?
ทั้งๆที่เป็นตัวล่อสายฟ้า เหตุใดถึงตั้งชื่อเช่นนี้กัน?
ในดวงเนตรของเมดูซ่าฉายแววไม่เข้าใจอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ลงลึก
พลางใช้ปราณยุทธ์ห่อหุ้มพระหัตถ์อันเรียวงาม ก่อนจะเช็ดคราบไขมันบนริมฝีปากอย่างสง่างาม แล้วมองไปยังโจวฉางชิงที่ยังคงกินอยู่
“บางทีข้าอาจจะมีวิธีนำทางสายฟ้าสวรรค์ลงมา ให้ฟาดลงบนสายล่อฟ้าที่เจ้าว่านั่นโดยเฉพาะ”
“หืม?!”
การคีบผักของโจวฉางชิงหยุดชะงักไป พลันเงยหน้าขึ้นมองสตรีที่งดงามตรงหน้าอย่างรวดเร็ว ในดวงตาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น!
“อึก~ จริงรึพ่ะย่ะค่ะ?!”
หลังจากกลืนอาหารในปากลงไปอย่างรวดเร็ว เขาก็รีบถาม
เมดูซ่าพยักพระพักตร์เบาๆ
ที่นางออกมา ก็เพื่อที่จะบอกข่าวนี้แก่โจวฉางชิง
“ดีเหลือเกิน! เช่นนี้แล้ว ความเร็วในการเพิ่มความแข็งแกร่งของสัมผัสพิเศษของปราณสายฟ้าจะต้องเพิ่มขึ้นมากอย่างแน่นอน!”
เมื่อเห็นการตอบรับที่แน่นอนของนาง โจวฉางชิงก็กล่าวด้วยความยินดี
ในใจรู้สึกตื่นเต้นอย่างยิ่ง เขาอยากจะให้มีฝนฟ้าคะนองอีกครั้งในตอนนี้เลย เพื่อที่จะได้ลอง!
เจ้าดีใจที่สัมผัสพิเศษจะแข็งแกร่งขึ้นเร็วงั้นรึ?
เจ้ากำลังดีใจที่ตนเองจะสามารถยกระดับพลังฝีมือได้เร็วขึ้นต่างหาก
เมดูซ่ามองความคิดของอีกฝ่ายออกในทันที
ปากพูดเหมือนกำลังดีใจเพื่อนาง แต่แท้จริงแล้วกำลังดีใจเพื่อตนเอง
แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย…นางก็ไม่ได้ใส่ใจ
หลังจากกินเสร็จ…คนทั้งสองก็กลับไปยังห้องหินของตนเองเพื่อพักผ่อน
….
ตะวันขึ้นจันทราตก ดินฟ้าหมุนเวียน
ในพริบตาก็ถึงวันที่สาม…วันนี้ ฝนฟ้าคะนองมาเยือนอีกครั้ง
แตกต่างจากครั้งก่อน
ครั้งนี้เมดูซ่าไม่ได้ยืนดูเฉยๆขณะที่โจวฉางชิงดึงสายฟ้ามาหลอมร่างกาย
นางสยายปีกแห่งปราณยุทธ์ พลันบินขึ้นไปบนท้องฟ้าสูง ก่อนจะระเบิดปราณยุทธ์ทั่วทั้งร่างออกมาดังแม่น้ำ จนทำให้ท้องฟ้าที่มืดครึ้มสว่างไสวเป็นสีแดงสด!
“ครืนๆๆ!”
สายฟ้าสวรรค์สายหนึ่งฟาดลงมา แต่ไม่ได้ฟาดไปยังยอดเขาที่โจวฉางชิงอยู่
เมดูซ่าหรี่เนตรลง พลันจับจ้องในทันทีที่สายฟ้าสวรรค์ปรากฏขึ้น ก่อนจะยื่นมื อันเรียวงามออกมา แล้วรวบรวมปราณยุทธ์อันมหาศาลไป
ปราณยุทธ์นั้นราวกับว่าเป็นโซ่เส้นหนึ่ง พลันดูดติดกับสายฟ้าสวรรค์อย่างแน่นหนา!
จากนั้นนางก็ใช้มือข้างหนึ่งดึงอย่างแรง!
สายฟ้าสวรรค์ที่เดิมทีจะฟาดไปยังที่อื่น กลับถูกดึงจนเบนโค้ง แล้วฟาดลงบนเสาเหล็กบนยอดเขา!
ขณะที่เหลือบมองเห็นฉากนี้ โจวฉางชิงก็ใจสั่นสะท้าน!
เปลี่ยนทิศทางของสายฟ้าสวรรค์!
ยอดฝีมือระดับจักรพรรดิยุทธ์ขั้นสูงสุด…ช่างน่าสะพรึงกลัวเสียจริง!
(จบตอน)