เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15: ทำไมมีเสียงหมาเห่าอยู่ที่นี่!

บทที่ 15: ทำไมมีเสียงหมาเห่าอยู่ที่นี่!

บทที่ 15: ทำไมมีเสียงหมาเห่าอยู่ที่นี่!


เช้าวันรุ่งขึ้น แม้หัวหน้าเผ่าจะพยายามรั้งตัวไว้ แต่หลินเซินเหมียวก็ยังยืนยันที่จะออกจากเผ่าสมิงเสือ

สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเธอในตอนนี้คือการเร่งทำภารกิจให้เสร็จสิ้น เรื่องอื่นเอาไว้ทีหลัง

เธอเดินทางออกจากเผ่า

"ระบบ เริ่มนำทาง จุดหมายปลายทาง: เผ่าอสูรกินเหล็ก!"

"รับทราบครับโฮสต์!"

เส้นทางช่วงต่อไปส่วนใหญ่เป็นที่ราบ รถบ้านจึงไม่ต้องแปลงร่างและขับเคลื่อนไปได้อย่างค่อนข้างราบรื่น

"โฮสต์ เตรียมตัวให้ดีครับ! การเดินทางช่วงต่อไปใช้เวลาสามวัน!"

เอาล่ะสิ หลินเซินเหมียวรู้สึกเหมือนก้นจะรากงอกติดเบาะก็คราวนี้แหละ

"ระบบ ทำไมนายไม่แปลงเป็นเฮลิคอปเตอร์ล่ะ? แบบนั้นเร็วกว่าตั้งเยอะ!"

"โฮสต์ครับ ผมเคยได้ยินจากรุ่นพี่ระบบคนอื่นว่า ในเผ่าดึกดำบรรพ์ พวกเขาเคยแปลงเป็นเฮลิคอปเตอร์แล้วโดนคนข้างล่างปาหินและขว้างดาบจนร่วงมาแล้วครับ

ถึงจะไม่พัง แต่มันเสียหน้ามากเลยนะครับ"

หลินเซินเหมียวไม่เข้าใจ จะมาห่วงหน้าตาอะไรตอนนี้!

"เราอยู่ที่นี่แค่ไม่กี่วัน จะสนใจหน้าตาไปทำไม? ความเร็วสำคัญที่สุด! อีกอย่าง เฮลิคอปเตอร์กระจอกงอกง่อยแบบไหนกันถึงโดนหินปาตกได้!"

ระบบอึ้งไปครู่หนึ่ง

นั่นสิ รุ่นพี่พวกนั้นไม่ได้ใช้ระบบทะลุมิติ พวกเขาต้องอยู่ในมิตินั้นถาวร

แถมมิติพวกนั้นดูเหมือนจะเป็นมิติบำเพ็ญเพียรระดับต้น ไม่แปลกที่ชาวพื้นเมืองจะมีวิชาและพละกำลัง

แต่ตอนนี้พวกเขาไม่ได้อยู่ที่นั่น นี่มันแค่มิติดึกดำบรรพ์ธรรมดา

"โฮสต์ครับ สมองผมแค่คิดไม่ทัน แฮะๆ ผมจะแปลงร่างเดี๋ยวนี้แหละครับ"

พูดจบ รถบ้านก็แปลงร่างเป็นเฮลิคอปเตอร์

"โฮสต์ คำนวณเวลาใหม่แล้ว เหลือสองวันครับ!"

"เยี่ยม ตกลงตามนั้น!!!!"

เป็นไปตามคาด เฮลิคอปเตอร์เร็วกว่ามาก แถมยังเห็นทิวทัศน์ด้านล่างได้ทั่วถึง

หลินเซินเหมียวไม่ต้องแวะพักกินข้าวกลางทางด้วยซ้ำ เธอจัดการธุระส่วนตัวบนเครื่องได้เลย

ในเมื่อไม่ต้องขับเอง หลินเซินเหมียวเลยสบายใจเฉิบ

หลังจากบินมาหนึ่งวัน หลินเซินเหมียวก็หาที่ราบลงจอดได้ในที่สุด

"ระบบ วันนี้พอแค่นี้ก่อน ถ้าฉันนอนตอนบินกลางคืน เดี๋ยวจะหลับไม่สนิท"

"รับทราบครับโฮสต์"

จุดลงจอดอยู่ที่ตีนเขา มีลำธารเล็ก ๆ อยู่ใกล้ ๆ

นาน ๆ ครั้ง หลินเซินเหมียวจะเห็นสัตว์ป่าลงมากินน้ำ โชคดีที่พวกมันไม่ใช่สัตว์ดุร้าย ส่วนใหญ่เป็นแค่กวาง นก หรือสัตว์ทำนองนั้น

หลังจากผ่านค่ำคืนที่ปลอดภัย เธอก็ตื่นขึ้นมาในเช้าวันรุ่งขึ้นเพื่อเดินทางต่อ

พอลืมตาตื่น ก็ได้เวลาเคลื่อนขบวน

ผลลัพธ์นั้นชัดเจนมาก ไม่ถึงสองวันดี หลินเซินเหมียวก็มาถึงบริเวณใกล้เคียงกับเผ่าอสูรกินเหล็ก

เธอเลือกปักหลักในพื้นที่ราบใกล้ ๆ

เผ่าอสูรกินเหล็กนั้นแตกต่างจากเผ่าสมิงเสือ

พวกสมิงเสืออยู่กันเป็นชุมชน บ้านเรือนตั้งอยู่ใกล้ชิดติดกัน

แต่เผ่าอสูรกินเหล็กนั้นต่างออกไป ภูเขาใหญ่สองลูกตรงหน้าหลินเซินเหมียวล้วนอยู่ในอาณาเขตของเผ่า

"ระบบ เผ่านี้กว้างใหญ่จัง!"

"ใช่ครับโฮสต์ เพราะมนุษย์อสูรกินเหล็กชอบอยู่สันโดษและหวงแหนอาณาเขต บ้านของมนุษย์อสูรแต่ละคนจึงอยู่ห่างกันพอสมควร"

"เข้าใจแล้ว" นี่มันเหมือนกับแพนด้าในโลกจริงของหลินเซินเหมียวเลย ก็สมเหตุสมผลแหละ ในเมื่อพวกมันเป็นบรรพบุรุษนี่นา

เห็นหลินเซินเหมียวตั้งแคมป์อยู่รอบนอกเผ่า ระบบก็งุนงง

"โฮสต์ คุณจะไม่เข้าไปเหรอครับ?"

"เข้าแน่ แต่ฉันต้องเตรียมตัวก่อน"

ตอนอยู่กับเผ่าสมิงเสือ เธอมีลูกเสืออยู่ในมือ ทำให้พวกเขาลดการระแวงลงได้บ้าง แต่ครั้งนี้ต่างกัน เธอไม่มีลูกมนุษย์อสูรกินเหล็กอยู่ในมือสักหน่อย

หลินเซินเหมียวเข้าไปในร้านค้าแล้วซื้อหน่อไม้สดจำนวนมาก แอปเปิลก็ขาดไม่ได้ เธอทำใจใช้แอปเปิลลูกยักษ์ที่เก็บมาจากป่าก่อนหน้านี้ไม่ลงจริง ๆ

หลังจากเตรียมของเสร็จ หลินเซินเหมียวก็เปลี่ยนรถบ้านให้กลายเป็นรถของเล่นแล้วเก็บเข้ามิติไปเพื่อไม่ให้เกะกะ

เนื่องจากมนุษย์อสูรกินเหล็กอาศัยอยู่ในป่าเขาที่มีภูมิประเทศขรุขระและเดินทางลำบาก การใช้ยานพาหนะจึงไม่สะดวกอย่างแน่นอน เธอจึงทำได้เพียงเดินเท้าเข้าไป

เมื่อทุกอย่างพร้อม หลินเซินเหมียวก็เดินเข้าป่าด้วยท่าทีมุ่งมั่น

เผ่าอสูรกินเหล็กต่างจากเผ่าสมิงเสือตรงที่ไม่มีสมิงยามคอยเฝ้าระวัง ต่างคนต่างใช้ชีวิตของตัวเอง และจะรวมตัวกันก็ต่อเมื่อเกิดภัยพิบัติหรือเหตุการณ์ร้ายแรงเท่านั้น

นี่เป็นการเพิ่มความยากให้หลินเซินเหมียวในการตามหามนุษย์อสูรกินเหล็กที่ยังกินนมอยู่

พอนึกว่าจะต้องไปแย่งอาหารคนอื่น หลินเซินเหมียวก็รู้สึกผิดขึ้นมานิด ๆ

ไม่รู้ว่าเดินมานานแค่ไหนแล้ว แต่หลินเซินเหมียวมั่นใจว่าน่าจะสองสามชั่วโมงได้แล้ว ทว่าเธอยังไม่เห็นแม้แต่อึของอสูรกินเหล็กเลยสักก้อน

"ระบบ พวกมนุษย์อสูรกินเหล็กนี่ซ่อนตัวเก่งชะมัด!"

หลินเซินเหมียวอดบ่นกับระบบไม่ได้

"โฮสต์ สู้ๆ ครับ! โฮสต์ สู้ๆ!" มันทำอะไรไม่ได้จริงๆ ระบบนำทางบอกได้แค่นี้ ที่เหลือก็ต้องพึ่งพาโฮสต์ให้หาเจอเอง ใครใช้ให้ภูเขาสองลูกนี้เป็นอาณาเขตของพวกมนุษย์อสูรกินเหล็กกันล่ะ?

หลินเซินเหมียว: ชีวิตมันเศร้า!

"โฮ่ง!"

เสียงอะไรน่ะ? ทำไมถึงมีเสียงหมาเห่าอยู่ที่นี่ได้!

หลินเซินเหมียวตกใจและมองไปรอบๆ

"อึกๆ อึกๆ โฮ่ง!"

หลินเซินเหมียวถึงบางอ้อ—นี่ไม่ใช่เสียงหมาเห่าสักหน่อย นี่มันเสียงลูกแพนด้าชัดๆ ไม่สิ ต้องเรียกว่าลูกอสูรกินเหล็กสินะ

หลินเซินเหมียวเริ่มปฏิบัติการค้นหา

ครู่ต่อมา หลินเซินเหมียวก็พบลูกอสูรกินเหล็กตัวหนึ่งอยู่ในถ้ำหิน

สวรรค์ นี่มันโชคดีอะไรขนาดนี้ หลินเซินเหมียวอดถอนหายใจกับตัวเองไม่ได้

"เด็กดี เด็กดี!"

หลินเซินเหมียวอยากจะเอื้อมมือเข้าไปกอด แต่พอลูกสัตว์เห็นมือของหลินเซินเหมียวยื่นเข้ามา ร่างกลมๆ ของมันก็หดถอยเข้าไปข้างในลึกกว่าเดิม

ขณะถอยหนี มันก็ไม่ลืมที่จะส่งเสียงขู่

"อู๊ววว-โฮ่ง! โฮ่ง!" ไปนะ! ไปให้พ้น! เดี๋ยวแม่ก็กลับมาแล้ว!

แหม มีอารมณ์ฉุนเฉียวซะด้วย

แต่หลินเซินเหมียวจะปล่อยโอกาสดีๆ แบบนี้หลุดมือไปได้เหรอ? ไม่มีทาง

"เด็กดี ให้พี่สาวดูหน่อยซิว่าหนูเหลือของกินอะไรบ้างหรือเปล่า~"

ขณะพูด หลินเซินเหมียวก็ล้วงมือเข้าไป

เจ้าตัวเล็กตกใจกลัวจนถอยกรูดไปอีกไกล

คราวนี้ ชามหินที่อยู่ใต้ก้นของมันก็เผยออกมาให้เห็น

"อ๊ะ มีชามด้วย!" หลินเซินเหมียวมองดูใกล้ๆ แล้วเห็นว่ามันว่างเปล่า "เฮ้อ น่าเสียดาย ไม่มีนมเหลือเลย"

แต่ในเมื่อมีลูกสัตว์อยู่ที่นี่ นมก็ต้องมีเหลือเฟือแน่นอน งั้นหลินเซินเหมียวตัดสินใจเช็คอินก่อนเลยละกัน

"ติ๊ง! เช็คอินที่บ้านมนุษย์อสูรกินเหล็กสำเร็จ!"

"โฮสต์ ตอนนี้เหลือภารกิจย่อยสุดท้ายแล้วครับ: เอานมใส่หม้อ!"

"รู้แล้วน่า รู้แล้ว!"

"โฮ่ง!" แม้จะกลัวมาก แต่เจ้าตัวเล็กก็ยังรวบรวมความกล้าทั้งหมดขู่หลินเซินเหมียว

"โถๆ เด็กดี พี่รู้ว่าหนูโหด แต่ด้วยขนาดตัวแค่นี้ มันไม่น่ากลัวเลยสักนิด!"

หลินเซินเหมียวยังอยากจะเอื้อมมือเข้าไปดึงเจ้าตัวเล็กออกมา นี่มันแพนด้านะ! ใครบ้างจะไม่อยากลูบ?

แต่แม่ของมันคงกลัวลูกได้รับอันตราย เลยเอามาซ่อนไว้ในถ้ำแคบๆ ที่หลินเซินเหมียวมุดเข้าไปไม่ได้

พอมองเห็นมือที่ล้วงเข้ามา ตาของเจ้าตัวเล็กก็เบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว น้ำตาคลอเบ้า

"อิงอิงอิง อู๊ โฮ่ง อิงอิงอิง~" เจ้าตัวเล็กร้องไห้ด้วยความกลัว ช่วยด้วย! มีโจรขโมยเด็ก! แม่จ๋าช่วยด้วย! ฮือ ไปให้พ้นนะ! แงงง ช่วยด้วย!

เห็นเจ้าตัวเล็กกลัวขนาดนี้ หลินเซินเหมียวเลยล้มเลิกความคิดที่จะดึงตัวมันออกมา

ทันใดนั้น ความหนาวเย็นก็แล่นวาบขึ้นมาตามแผ่นหลังของหลินเซินเหมียว

จบบทที่ บทที่ 15: ทำไมมีเสียงหมาเห่าอยู่ที่นี่!

คัดลอกลิงก์แล้ว