- หน้าแรก
- พลิกฟื้นหมู่บ้านร้างด้วยระบบ
- บทที่ 25 อิทธิพลของกระแสสังคม
บทที่ 25 อิทธิพลของกระแสสังคม
บทที่ 25 อิทธิพลของกระแสสังคม
ความผิดปกติของหอคอยยิงธนูและกล้องดูดาวที่ถูกปั่นกระแสโดยบัญชีการตลาดและกลุ่มคนที่มีเจตนาแอบแฝง ได้แพร่กระจายไปทั่วโลกออนไลน์ชั่วข้ามคืน และลามไปสู่แพลตฟอร์มวิดีโอสั้นต่างๆ
หูเซี่ยมัวแต่ยุ่งเรื่ององุ่นจนไม่ได้สนใจกระแสในโลกออนไลน์ ทำให้เธอพลาดโอกาสที่จะยับยั้งข่าวลือในช่วงแรก
ช่วงเที่ยง โทรศัพท์ของหูเซี่ยดังขึ้น เธอเพิ่งจะปฏิเสธเพื่อนสนิทคนหนึ่งที่มาขอแบ่งซื้อองุ่นไปหมาดๆ
"เจ๊ เจ๊ เรื่องใหญ่แล้ว! รีบดูเน็ตเร็ว! มีคนรุมบูลลี่เจ๊ ขุดประวัติเจ๊ยับเลย แถมยังขู่จะไปแจ้งตรวจสอบโรงงานเราด้วย!" หูจื้อหมิงพูดรัวเร็วด้วยความร้อนรน
"โดนบูลลี่เหรอ? เดี๋ยวขอฉันดูแป๊บนึง"
หูเซี่ยรู้อยู่แล้วว่าถ้าปล่อยคลิปออกไป ต้องโดนตั้งคำถามและเสียผู้ติดตามแน่ แต่ไม่คิดว่าจะถึงขั้นโดนรุมบูลลี่
เรื่องนี้อยู่ในแผนของเธออยู่แล้ว ไม่ว่าตอนนี้จะเสียผู้ติดตามหรือยอดวิวไปเท่าไหร่ เดี๋ยวพอสถานการณ์พลิกกลับ เธอก็จะได้คืนมาเป็นเท่าทวีคูณ
เธอแค่คาดไม่ถึงว่าจะมีคนฉวยโอกาสปั่นกระแสโจมตีเธอเพื่อเรียกยอดวิว
หลังจากไล่ดูข้อมูลในเน็ตอย่างละเอียด สีหน้าของเธอก็เคร่งเครียดขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่แค่ข้อมูลส่วนตัวเธอที่ถูกขุดคุ้ย แม้แต่ครอบครัวเธอก็โดนด่าไปด้วย ซึ่งมันเกินกว่าเหตุไปมาก
"จื้อหมิง ให้ทนายประจำตระกูลรวบรวมหลักฐานและบันทึกข้อมูลผิดกฎหมายในเน็ตไว้ให้หมด ไหนๆ พวกเขาก็ว่างงานอยู่แล้ว หาอะไรให้ทำหน่อยจะได้ไม่ฝีมือตก"
"ฮ่าฮ่า เจ๊ ผมก็คิดแบบนั้นแหละ ผมโทรหาลุงหวังแล้ว ตอนนี้พวกเขากำลังไล่เก็บหลักฐานอยู่"
ถ้าไม่ใช่เพราะมีการร้องเรียนเท็จใส่ร้ายโรงงานของที่บ้านเขามากมาย หูจื้อหมิงคงไม่สนพวกงี่เง่าในเน็ตพวกนี้หรอก
เมื่อก่อนเวลาเห็นคนอื่นโดนแบบนี้รู้สึกสะใจดี แต่พอกลายเป็นทีของตัวเองบ้าง ถึงได้รู้ซึ้ง
"ดี โดยเฉพาะพวกบัญชีการตลาดตัวเป้งๆ นั่น ให้ลุงหวังพยายามจับพวกมันเข้าคุกให้ได้ ถ้าไม่ได้ ก็ฟ้องให้หมดตัวจนเข็ดหลาบไปเลย"
หูเซี่ยมองอินฟลูเอนเซอร์ใน Weibo ที่ชื่อ "ศาสตราจารย์กวนเจี้ยน" หมอนี่ดูฉลาดไม่เบา พอโพสต์จุดประเด็นเสร็จ ก็เงียบหายเข้ากลีบเมฆไปเลย
แต่ถ้าเล่นงานคนไม่ได้ ก็เล่นงานบัญชีมันนี่แหละ
เธอมองโปรไฟล์อีกฝ่ายแวบเดียวก็รู้แล้วว่าเป็นตัวปลอม ศาสตราจารย์ฟิสิกส์มหาวิทยาลัยที่ไหนจะมีเวลาว่างมานั่งเล่นเน็ตทั้งวัน? คิดว่างานศาสตราจารย์มันว่างนักหรือไง?
ยังมีพวกบัญชีการตลาดโง่ๆ กับพวกที่ส่งข้อความมาด่าเธอหลังไมค์อีก พวกนี้ไม่ฉลาดเอาซะเลย ส่งหลักฐานมัดตัวมาให้ถึงที่
ขณะที่เธอกำลังจัดการกับการกลั่นแกล้งออนไลน์ หลินเฟิงที่หมู่บ้านหลินเซียนก็กำลังรับมือกับผลกระทบจากข่าวลือเรื่องสรรพคุณองุ่นเมื่อวาน เมื่อเช้านี้มีคนกลุ่มใหญ่แห่กันมาจนรถเกือบจะจอดปิดถนนในหมู่บ้าน
หม่าเต๋อหัวยืนอยู่ข้างหลินเฟิง มองดูเหล่าเศรษฐีและผู้มีอิทธิพลพวกนี้แล้วรู้สึกปวดหัวตุบๆ
"เสี่ยวเฟิง องุ่นของแกมีสรรพคุณทางยาขนาดนั้นจริงเหรอ?"
"ลุงหม่า มันได้ผลจริงครับ แต่ผมก็ไม่รู้หรอกว่าได้ผลขนาดไหน แต่พ่อแม่ผมสุขภาพดีขึ้นหลังจากกินมันเข้าไป"
ได้ยินคำยืนยันจากหลินเฟิง หม่าเต๋อหัวก็ประหลาดใจเล็กน้อย นึกว่าเป็นแค่ข่าวลือซะอีก ที่ไหนได้ดันเป็นเรื่องจริง
"จริงเหรอเนี่ย แล้วมันย้ายกล้าไม่ได้จริงๆ เหรอ?" หม่าเต๋อหัวกระซิบถาม
หลินเฟิงก้มหน้าตอบขณะมองฝูงชน "ไม่ได้ครับ ต่อให้มีวิธี ตอนนี้ก็ทำไม่ได้ ผมเซ็นสัญญากับคนอื่นไว้แล้ว ห้ามขายเถาองุ่นให้ใครอีกสองปี ค่าปรับมหาศาลเลยนะครับ"
ในขณะนั้นเอง กลุ่มคนเหล่านั้นดูเหมือนจะตกลงกันได้ ชายวัยกลางคนท่าทางภูมิฐานสองคนเดินเข้ามาหา
"สวัสดีครับ ผมจางยง เจ้าของห้างสรรพสินค้าอำเภออูหยวน ส่วนนี่ฉินจื้อเฟิง เจ้าของบริษัทอี้หมินเทคโนโลยีครับ"
"สวัสดีครับ ผมหลินเฟิง ส่วนนี่ลุงหม่า นายกเทศมนตรีตำบลซานหลิง ผมพอจะเดาจุดประสงค์ที่พวกคุณมาได้ครับ"
องุ่นขายหมดเกลี้ยงแล้ว แม้แต่ล็อตหน้าก็โดนพวกคนแก่กลุ่มนั้นจองไปหมดแล้วเมื่อวาน
จางยงพูดขึ้น "พวกเรารู้ข่าวแล้วครับ วันนี้เรามาเพื่อคุยเรื่องขยายพื้นที่ปลูกองุ่นเป็นหลัก"
เมื่อวานคนกลุ่มนี้ตรวจสอบสรรพคุณขององุ่นหยกจากหลายช่องทาง จนรู้เรื่องความเปลี่ยนแปลงของคนในครอบครัวโจวเจิ้นไห่
นี่คือเหตุผลที่พวกเขาเทงานการทุกอย่างแล้วรีบแจ้นมาที่หมู่บ้านบนเขาเล็กๆ แห่งนี้แต่เช้าตรู่
ถ้าองุ่นไม่พอขาย งั้นก็หาทางขยายพื้นที่ปลูกสิ พวกเขาพร้อมลงเงินช่วยขยาย ขอแค่หลินเฟิงยอมขายองุ่นให้พวกเขาก็พอ
"ทุกท่านครับ พวกคุณอาจจะไม่รู้ องุ่นพันธุ์นี้พิเศษมาก ขยายพันธุ์ไม่ได้ครับ แถมผมยังติดสัญญาห้ามขายเถาองุ่นให้คนอื่นภายในสองปีด้วย"
ฉินจื้อเฟิงพูดแทรก "คุณหลินครับ คุณอาจจะเข้าใจผิด เราไม่ได้ขอซื้อเถาองุ่น เราแค่อยากร่วมมือกับคุณขยายพื้นที่ปลูก เราออกเงินให้ เราขอแค่ผลผลิตองุ่นเท่านั้น"
หลินเฟิงรู้สึกจนปัญญา รู้อยู่แล้วว่าพูดไปก็ไม่มีใครเชื่อ
"ทุกท่านครับ ถ้ามันขยายพื้นที่ปลูกแล้วทำเงินได้จริง ผมจะปฏิเสธทำไมล่ะครับ? ถ้าไม่เชื่อ ส่งคนมาทดลองดูก็ได้ ผมให้เถาองุ่นฟรีๆ เลย แต่ต้องทดลองในบริเวณรอบๆ หมู่บ้านนี้นะครับ"
ได้ยินคำพูดจริงใจของหลินเฟิง ทั้งสองคนก็เริ่มลังเล พวกเขาก็เป็นนักธุรกิจ ใครล่ะจะปฏิเสธเงิน?
ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าคนอื่นเอาเถาองุ่นไปปลูกสำเร็จ ก็เท่ากับหลินเฟิงยื่นโอกาสรวยให้คนอื่นฟรีๆ
"รอเดี๋ยว ขอพวกเราไปปรึกษากันก่อน"
เมื่อคนอื่นๆ ได้ยินข่าว ก็ยังสงสัยอยู่บ้าง แต่พอรู้ว่าหลินเฟิงยอมให้ทดลองในหมู่บ้าน พวกเขาก็เริ่มเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
สุดท้าย พวกเขาตกลงกันว่าจะเชิญศาสตราจารย์ด้านเกษตรศาสตร์มืออาชีพมาทำการทดลอง และตรวจสอบดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับองุ่นพวกนี้
หลังจากส่งแขกกลับไป หลินเฟิงก็ได้อยู่สงบๆ สักที หวังว่าหลังจากพวกเขากระจายข่าวออกไป จะไม่มีใครคิดจะมาลองของอีก
"ฮัลโหล"
"หลินเฟิง ฉันโดนทัวร์ลงหนักมาก แถมเห็นในเน็ตว่ามีหลายคนขู่จะขุดประวัตินาย เตรียมจะแฉนายด้วยนะ"
"หือ! ขุดประวัติผมเหรอ? คนพวกนี้บ้าไปแล้วหรือไง?"
"ก็บ้าจริงๆ นั่นแหละ คนในเน็ตบางคนสติไม่ค่อยดี มีศาสตราจารย์ฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยหัวจงติดต่อฉันมา เขาอยากมาวิจัยปรากฏการณ์นี้ นายจะตกลงไหม?"
หลินเฟิงตอบกลับทันที "ตกลงครับ นี่จะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเราไม่ได้โฆษณาชวนเชื่อหรือสร้างกระแส"
หูเซี่ยไม่กลัวโดนขุดประวัติ และหลินเฟิงเองก็ไม่กลัวเหมือนกัน เขาแค่กังวลว่าจะกระทบครอบครัว เลยคิดว่ารีบจัดการให้จบๆ ไปดีกว่า
พอได้รับข้อความจากหูเซี่ย หลิวเหวินก็รีบแจ้งอาจารย์ของเขา หนิวเย่าจู่ ทันที
เขาเห็นข้อมูลในเน็ตแล้วเหมือนกัน แต่เขาเชื่อใจหูเซี่ยมากกว่า อีกอย่าง ต่อให้เป็นของปลอม ก็คงไม่มีใครโง่พอจะทำคลิปปลอมขนาดนั้นออกมาหรอก
"พรุ่งนี้วันเสาร์ เราไปดูด้วยกันเถอะ"
หนิวเย่าจู่ไม่ได้สนใจกระแสในเน็ตเลย เหมือนที่หูเซี่ยบอก ในฐานะศาสตราจารย์มหาวิทยาลัย งานยุ่งจะตายชัก จะเอาเวลาไหนไปสนใจเรื่องไร้สาระในเน็ต
ถ้าไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับตัวเอง โดยทั่วไปพวกเขาไม่เข้าไปดูข้อมูลพวกนี้หรอก
"อาจารย์ครับ ตอนนี้ในเน็ตถกเถียงกันดุเดือดมาก จะกระทบอาจารย์ไหมครับ?"
"กระแสสังคมแรงเหรอ? ไหนขอดูหน่อยซิ"
เขาเปิดมือถือ ค้นหาข้อมูล แล้วขมวดคิ้วเมื่อเห็นคอมเมนต์บางส่วน
"คนพวกนี้เป็นใครกัน? กล่าวหาคนอื่นว่าปลอมแปลงโดยไม่แม้แต่จะไปตรวจสอบพื้นที่จริง เรื่องแบบนี้มันต้องพิสูจน์ที่หน้างานก่อนไม่ใช่เหรอ?"
"อาจารย์ครับ โลกออนไลน์มันก็แบบนี้แหละ พวกนี้หากินกับยอดวิว ไม่สนหรอกว่าจริงหรือเท็จ อาจารย์ยังจะไปอีกไหมครับ?"
"ไปสิ! ทำไมจะไม่ไป? เดี๋ยวนะ ผมจะแจ้งฝ่ายประชาสัมพันธ์ของมหาวิทยาลัย คราวนี้เราจะไปแบบเอิกเกริกกันหน่อย"
เป็นถึงศาสตราจารย์ฟิสิกส์ จะไม่ฉลาดได้ยังไง? แค่ไม่อยากเปลืองสมองกับเรื่องพวกนี้เท่านั้นเอง
ดูจากสถานการณ์ในเน็ตตอนนี้ ไปแบบเงียบๆ คงไม่ได้ผล งั้นก็ต้องไปให้เป็นข่าวใหญ่ ถือโอกาสโปรโมตมหาวิทยาลัยไปด้วยในตัว