เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

EPIC - ตอนที่ 20 เจ้าของร้านผู้เพียบพร้อม

EPIC - ตอนที่ 20 เจ้าของร้านผู้เพียบพร้อม

EPIC - ตอนที่ 20 เจ้าของร้านผู้เพียบพร้อม


หลังจากพักผ่อนไปไม่กี่ชั่วโมง วาห์นก็ตื่นขึ้นเพราะเสียงจากการแจ้งเตือนภายในหัวของเขา

//มิลาน ยูเอล: ความสนใจ - 1//

วาห์นรู้สึกสับสนเล็กน้อยและเรียกบันทึกระบบขึ้นมาดูว่ามันเกิดอะไรขึ้นในขณะที่เขาหลับไป

//บันทึกระบบ//

//มิลาน ยูเอล: ความชื่นชอบ +1//

//มิลาน ยูเอล: ความสนใจ - 1//

//มิลาน ยูเอล: ความสนใจ +1//

//มิลาน ยูเอล: ความสนใจ - 1//

//มิลาน ยูเอล: ความสนใจ - 1//

(“นี่คงเป็นรายละเอียดเพิ่มเติมที่พี่สาวพูดถึงในตอนที่เราไปแตะออร่าของคนอื่นและใช้ 'ดูค่าความชื่นชอบ’ สินะ ดูเหมือนมันจะแจ้งเราทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง แต่ทำไมถึงเป็นแบบนี้ทั้งๆ ที่เราไม่ได้อยู่ใกล้กันล่ะ”)

(*เหตุผลง่ายมากเลยนะ วาห์น ลองนึกภาพถ้าเธอโกรธใครสักคนมากๆ แต่จากที่ไม่ได้พบกันเป็นเวลานาน ความโกรธของเธอก็จะลดน้อยลงเมื่อเวลาผ่านไปและเมื่อถึงจุดๆ หนึ่ง มันก็อาจจะหายไปทั้งหมดเลย*)

วาห์นรู้สึกเหมือนโดนน้ำเย็นสาดหน้าหลังจากฟังคำอธิบายของพี่สาว (“พี่กำลังจะบอกว่าความคิดและความรู้สึกของผู้คนจะเปลี่ยนไปตามการพบปะ เวลา และปัจจัยอื่นๆ งั้นเหรอ?”)

(*ถูกต้องแล้ว แต่เธอควรจำไว้ว่าความรู้สึกของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน ต่างคนต่างก็ตอบสนองในแบบที่คาดเดาไม่ได้ และปัจจัยเรื่องเวลาอาจทำให้ความรู้สึกบางอย่างดีขึ้นหรือแย่ลง*)

เขาพอจะเข้าใจในสิ่งที่พี่สาวบอกอยู่บ้าง แม้ว่าเขาจะไม่เคยมีโอกาสได้ใช้เวลาอยู่กับแม่ แต่ความรักที่เขามีต่อเธอนั้นยิ่งเพิ่มมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป นอกเหนือจากเรื่องต่างๆ ที่พบเจอใน ‘เรคคอร์ด’ แล้ว นั่นถือว่าเป็นเรื่องหลักที่เป็นแรงผลักดันให้กับเขา

*เสียงท้องร้อง~*

เมื่อได้ยินเสียงประท้วงจากท้องของเขา วาห์นจึงรีบออกจากห้องและล็อกประตูอย่างรวดเร็ว แม้เขาจะไม่ได้ทิ้งของมีค่าไว้ข้างใน แต่เขาก็รู้สึกดีกับการที่ได้มีพื้นที่ส่วนตัวของตัวเอง แถมยังสามารถล็อกมันเองกับมือเพื่อไม่ให้ใครเข้าไปได้

เมื่อลงมาข้างล่าง เขาก็พบเด็กสาวตัวเล็กที่กำลังเสิร์ฟอาหารให้แขกคนอื่นอย่างช่ำชอง เมื่อสังเกตเห็นเขา เธอก็เริ่มถอยห่างออกไปก่อนที่จะพูดว่า “แม่ฉันบอกว่านายก็เป็นแขกล่ะ~เมี๊ยว แล้วก็เตือนไม่ให้นายมาจับหูหรือหางด้วยนะ~เมี๊ยว”

เมื่อได้ยินสิ่งที่เด็กสาวพูด ลูกค้ารอบๆ ต่างหัวเราะกันลั่น

“ฮ่าๆ จัดการเขาให้อยู่หมัดเลยนะแม่หนู นายเองก็อย่าเอามือไปซุกซนมากนักล่ะ!” ชายคนหนึ่งพูดด้วยเสียงนุ่มลึก

“ใช่แล้ว บอกเขาไปแบบนั้นแหละ จิม! ห้ามเอามือสกปรกมาแตะทีน่าน้อยของพวกเรานะ!” เพื่อนของจิมร้องบอกพร้อมกับชูแก้วเบียร์

วาห์นไม่รู้ว่าจะพูดตอบยังไงดี เขาจ้องมองเด็กสาวที่ดูเหมือนจะหวาดกลัวเขามากและสังเกตว่าออร่าของเธอเป็นสีม่วงอ่อน แม้เขาอยากลอง ‘สัมผัส’ เธอเพื่อดูค่าความชื่นชอบ แต่คิดว่าตอนนี้คงจะไม่ใช่เวลาที่ดีเท่าไหร่

เขารู้สึกยอมแพ้และโบกมือทักทายผู้เป็นเจ้าของโรงแรงที่ดูจะเพลิดเพลินไปกับความลำบากใจของเขาก่อนเดินออกไปจากโรงแรม

//มิลาน ยูเอล: ความสนใจ + 5//

//มิลาน ยูเอล: ความชื่นชอบ + 2//

เมื่อเห็นการแจ้งเตือนนี้ เขาก็แทบจะสะดุดล้มซึ่งทำให้เสียงหัวเราะในโรงแรงดังขึ้นมาอีกรอบ

//มิลาน ยูเอล: ความชื่นชอบ + 1//

เขาเดินออกจากที่นั่นอย่างรวดเร็วก่อนที่จะถามทางจากคนแถวนั้น คืนนี้เขาตัดสินใจที่จะไปเยี่ยมชมสถานที่ยอดนิยมแห่งหนึ่งในมังงะ ‘เจ้าของร้านผู้เพียบพร้อม’ (Hostess of Fertility) นั่นคือที่ที่เบลล์ได้พบกับ ‘ซีล โฟลว่า’ สาวงามผู้มีเรือนผมสีเงิน และนั่นยังเป็นที่ทำงานของ ‘ริว ไลอ้อน’ ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวละครที่เขาโปรดปราน เขาไม่แน่ใจว่าตอนนี้พวกเธอจะทำงานที่นั่นหรือยัง แต่มันก็คุ้มค่าที่จะลองไปดูสักครั้ง เขาจำได้ว่ามันเป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองเนื่องจากพนักงานทุกคนเป็นหญิงสาวสวยและอาหารก็สุดยอดมากๆ

หลังจากเดินอีกเกือบครึ่งชั่วโมง วาห์นก็มาถึงร้าน ‘เจ้าของร้านผู้เพียบพร้อม’ มันมีขนาดใกล้เคียงกับสำนักงานของกิลด์และยังเป็นอาคารแบบสามชั้นที่ดูเหมือนจะสามารถรองรับแขกหลายร้อยคนได้อย่างสบาย วาห์นได้กลิ่นหอมน่าเย้ายวนหลุดออกมาจากประตูทางเข้าที่เปิดออกเล็กน้อย มันเป็นครั้งแรกในชีวิตของเขาที่กลิ่นอาหารได้เข้ายึดประสาทสัมผัสทั้งหมดของเขาเอาไว้

*เสียงท้องร้องที่ดังกว่าครั้งไหนๆ *

ด้วยความคาดหวังที่เพิ่มขึ้น เขาเดินผ่านประตูและได้รับการต้อนรับทันที

“ยินดีต้อนรับสู่เจ้าของร้านผู้เพียบพร้อมนะ~เมี๊ยว คืนนี้คุณจะทานมื้อเย็นที่นี่เลยหรือเปล่าคะ~?”

วาห์นมองไปที่เสียงนั้นและเห็นมนุษย์แมวที่มีเรือนผมสีดำและดวงตาสีเขียวยิ้มให้เขาด้วยสายตาที่แหลมคม เธอมีรูปร่างบอบบางและสูงประมาณ 158 ซม. แต่ก็ยังสูงกว่าเขาเล็กน้อย ออร่าของเธอเป็นสีเหลืองและล้อมรอบด้วยสีชมพูจางๆ

(TL: ผู้เขียนได้เปลี่ยนข้อมูลส่วนสูงจากการใช้ เมตร เป็น เซนติเมตร แทน ตอนนี้วาห์นสูงประมาณ 150 ซม. นะครับ)

“เมี๊ยว~? จ้องแบบนี้คงไม่ค่อยดีนะคะคุณลูกค้า~” ดูเหมือนว่าเธอกำลังเตือนสติเขาอยู่ แต่รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอก็กว้างขึ้นจนทำให้ดวงตาของเธอแทบปิด

วาห์นหลุดจากอาการมึนงงและพยักหน้าอย่างสุภาพก่อนจะพูด “ต้องขอโทษด้วยนะครับ และใช่แล้ว ผมอยากทานมื้อเย็นที่นี่เลย ผมได้ยินเรื่องดีๆ เกี่ยวกับร้านนี้และอยากมาลองด้วยตัวเองสักครั้ง”

ในขณะพาเขาไปยังบริเวณใกล้บาร์ เธอก็อดที่จะถามไม่ได้ “นายได้ยินเรื่องอะไรมาบ้างเหรอ~ เมี๊ยว?”

วาห์ตอบไปแบบไม่ทันคิด “พวกเขาบอกว่าที่นี่มีทั้งสาวสวยและอาหารก็ชั้นหนึ่งเลย” หลังจากที่หลุดคำพูดออกไป เขาก็รู้สึกขนลุกไปถึงกระดูกสันหลัง

“สาวน่ารักงั้นเหรอ~เมี๊ยว? นั่นรวมถึงฉันด้วยหรือเปล่านะ” เธอแสดงสีหน้าขี้เล่นออกมามากกว่าเดิมในขณะที่ใช้นิ้วจิ้มตรงคางและและเอียงหัวเล็กน้อย

วาห์นเองก็ไม่รู้ว่าทำไม แต่เขารู้สึกได้ถึงอันตรายที่แผ่ออกมาจากสายตานั่นขณะที่เขาเห็นว่าออร่าของเธอมีสีเข้มขึ้น

เขากลืนน้ำลายก่อนยิ้มให้ “นะ...แน่นอนสิครับ”

เมื่อได้ยินคำตอบของเขา มนุษย์แมวแสนซนก็โน้มตัวเข้าหาเขาด้วยรอยยิ้มที่แสนอันตราย “โอ้ แล้วฉันสวยที่ตรงไหนน้า~เมี๊ยว” เธออดไม่ได้ที่จะหยอกล้อกับเด็กหนุ่มอีกหน่อย

ความคิดในหัวของวาห์นหมุนไปมาอย่างรวดเร็วในขณะที่เธอขยับเข้ามาใกล้ใบหน้าของเขาเรื่อยๆ เมื่อเธออยู่ห่างจากเขาไม่ถึงหนึ่งคืบ เขาก็โพล่งสิ่งแรกที่พอจะนึกออก “เรือนผมและหูของเธอน่ารักมากเลยล่ะ!”

หญิงสาวดูนิ่งไปครู่หนึ่งและวาห์นสังเกตเห็นว่าใบหูบนหัวของเธอเริ่มสั่นไปมา ออร่าที่เปล่งออกมาจากร่างของเธอเริ่มผันผวนเล็กน้อย วาห์นนึกว่าอาจทำให้เธอขุ่นเคืองใจ เขาจึงคิดจะขอโทษเมื่อเธอขัดจังหวะเขาเสียก่อน

“ฉันชื่อ โคลอี้ โลโล่ แล้วนายล่ะ~เมี๊ยว?”

วาห์นสังเกตเห็นดวงตาของเธอดูเหมือนจะเปล่งประกายด้วยแสงที่ดู ‘ชั่วร้าย’ ราวกับว่าเขากำลังถูกบังคับให้ตอบ “ชื่อของผมเหรอ? ผมวาห์น เมสัน”

“วาห์น เมสัน~? นายอายุเท่าไหร่แล้วล่ะ วาห์น~?” ดูจากท่าทางของเธอราวกับว่ากำลังสอบสวนเขาอยู่เลย

ขณะที่เขากำลังเตรียมคำตอบอยู่นั้น ก็มีเสียงอื่นตัดเข้ามาจากอีกฟากหนึ่งของบาร์ “โคลอี้ เธอทำให้เด็กนั่นกลัวใหญ่แล้วนะ รับออร์เดอร์ของเขาแล้วกลับไปทำงาน ไม่งั้นฉันจะให้คนอื่นมาดูแลเขาแทน!”

เมื่อเสียงนั้นพูดจบ โคลอี้ก็กลับไปแสดงท่าทางแบบเป็นการเป็นงานและโค้งคำนับให้วาห์นเล็กน้อย “ยกโทษให้ฉันด้วยนะ~เมี๊ยว ฉันไม่ได้ตั้งใจจะกดดันนายเลย ฉันแค่อดใจไม่ไหวเท่านั้นเองล่ะ~ เมี๊ยว”

ไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น วาห์พยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะสั่งอาหารกับโคลอี้ ขณะที่เธอเดินผ่านไปเพื่อส่งออเดอร์ให้ทางห้องครัว เธอก็แอบส่ายหางของเธอมาถูกมือเขาอย่างลับๆ

วาห์นรู้สึกถึงสัมผัสอันนุ่มนวลอย่างไม่คาดคิด เขามองไปทางเธอและเห็นเธอขยิบตาให้ก่อนที่จะหันกลับไป

//โคลอี้ โลโล่: ความชื่นชอบ + 7//

//โคลอี้ โลโล่: ความสนใจ + 11//

เมื่อเขาได้ยินเสียงแจ้งเตือนภายในหัว วาห์นก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเหมือนกำลังเดินผ่านทุ่งระเบิดที่เขาจำไม่ได้ว่าฝังระเบิดไว้ตรงไหนบ้าง

ผู้หญิงที่กล่าวตักเตือนโคลอี้เมื่อกี้นี้เห็นสีหน้าเขาและเดินเข้ามาหา

“อย่าไปยอมเธอมากนะไอ้หนู บางทีเธอก็เป็นแบบนั้นกับเด็กหนุ่มที่อายุน้อยกว่า เธอต้องกล้าๆ หน่อย ไม่งั้นในอนาคตจะถูกคนอื่นจะเอาเปรียบได้”

วาห์นพยักให้และมองขณะที่เธอเดินกลับไปดูแลลูกค้าที่บาร์ แม้เธอจะดูต่างไปจากในมังงะ แต่เขาก็จำเธอได้ทันที เธอคือ ‘มีอา แกรนเด้’ ผู้เป็นเจ้าของ ‘เจ้าของร้านผู้เพียบพร้อม’ เธอสูงประมาณ 180 ซม. และมีสัดส่วนที่บ่งบอกอายุของเธอ เธอมีผมและดวงตาสีน้ำตาลซึ่งทั้งสองอย่างดูราวกับจะเปล่งประกายไปกับแสงในร้าน แม้วาห์นจะรู้ว่าเธอกำลังย่างเข้าวัยห้าสิบแล้ว แต่เธอก็แฝงไปด้วยความเยาว์วัย เนื่องจากความลับที่ว่าเธอเป็นหนึ่งในไม่คนในเมืองที่ได้เข้าสู่เลเวล 6

ในขณะที่เขากำลังรออาหารอยู่ เขาก็เริ่มมองไปรอบๆ เพื่อดูว่าจะสามารถจำคนอื่นได้หรือเปล่า แม้ว่าเขาจะไม่พบซีลหรือริว แต่เขาก็เห็น ‘อาเนีย ฟรอมเมล’ และ ‘ลูนัวร์ เฟาสต์’ พวกเธอทั้งคู่กำลังเดินไปรอบๆ ในชุดพนักงานเสิร์ฟและวาห์นอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาเมื่อเห็นพวกเธอพูดคุยกับลูกค้าคนอื่นๆ

“มองเพลินเลยนะ~เมี๊ยว?”

“อืมมม” วาห์นพยักหน้ารับก่อนจะสะดุ้งเมือนโดนไฟดูดและหันไปหาผู้พูด

โคลอี้กำลังยืนอยู่ใกล้ๆ พร้อมกับอาหารและจ้องมองขณะที่เขาสอดส่องไปรอบๆ ร้าน แม้เธอจะคิดมันดูตลกในตอนแรก แต่ก็อดไม่ได้ที่จะหงุดหงิดเล็กน้อยเมื่อเขาไม่สังเกตเห็นเธอเมื่อเวลาผ่านไปสักพัก เมื่อเห็นว่า ‘มามามีอา’ กำลังยุ่งกับลูกค้าคนอื่น เธอจึงตัดสินใจ ‘ลงโทษ’ วาห์นจากการไม่สนใจเธอ

โคลอี้วางอาหารของเขาลงบนบาร์ เธอนั่งลงบนเก้าอี้ด้านซ้ายของเขาซึ่งเป็นจุดบอดเล็กน้อยเว้นแต่ว่ามามามีอาจะมองตรงมาทางนี้ เธอหันไปหาวาห์นพร้อมกับยิ้มกว้างก่อนที่จะผายมือไปที่จานของเขา

“เอาไปสิ~ ทานได้เลยนะ~เมี๊ยว”

วาห์นรู้สึกได้ว่าขนที่หลังคอของตนกำลังลุกขึ้น เขายิ้มขณะยกส้อมขึ้นและมองไปที่จาน แม้ว่าอาหารจะไม่เหมือนกับสิ่งที่เขาเคยเห็นก่อนหน้านี้ เขาก็อดรู้สึกไม่ได้ว่านี่คืออาหารมื้อสุดท้ายของตัวเอง...

วาห์นเริ่มม้วนเส้นสปาเก็ตตี้อย่างช้าๆ เขาเริ่มนำมันใส่ปากแต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อจมูกของเขาสูดกลิ่นของอาหารจานนี้เข้าไป เขารู้สึกผ่อนคลายจากเรื่องก่อนหน้านี้ และอดไม่ได้ที่จะหลับตาพร้อมสูดดมกลิ่นหอมอันเข้มข้น หลังจากสูดดมเข้าไปหลายครั้ง วาห์นก็นำอาหารเข้าปากและลิ้นของเขาก็ถูกจู่โจมจากสมุนไพรและเครื่องเทศหลากชนิด

เขาเกือบจะรู้สึกเหมือนวิญญาณตัวเองกำลังลอยออกจากร่างและใกล้จะได้ย้ายไปอยู่อีกโลกหนึ่ง เขาลิ้มรสทุกจังหวะในขณะที่เคี้ยวเส้นสปาเก็ตตี้อันเหนียวแน่นและซอสเนื้อหมักเครื่องเทศอย่างช้าๆ เขาไม่รู้มาก่อนเลยว่าอาหารจะมีรสชาติที่ดีขนาดนี้

ในชีวิตที่ผ่านมา เขาเคยได้รับแต่อาหารเสริมวิตามินและของเหลวที่ผสมสารอาหารเท่านั้น

นับตั้งแต่ที่มาถึงในโลกนี้ เขามีโอกาสได้ลองชิมผักและผลไม้ป่าหลากหลายชนิดรวมถึงเนื้อสัตว์ที่ล่าเองกับมือ เขาเข้าใจผิดมาตลอดว่ารสชาติธรรมดาๆ ของเนื้อสัตว์ที่เขาย่างนั้นคือสุดยอดแล้ว เพราะมันมีรสชาติดีกว่าสิ่งที่เขาได้รับในห้องทดลอง...

“เอ่อ~ ทำไมนายต้องร้องไห้ด้วยล่ะ~เมี๊ยว? นี่ฉันเล่นแรงไปเหรอ”

เมื่อได้ยินเสียงที่ดูกังวล วาห์นก็มองไปที่โคลอี้และเห็นสีหน้าเชิงขอโทษบนใบหน้าเธอขณะที่กำลังจ้องมองเขา เขาเอื้อมมือไปแตะที่ใบหน้าของตัวเองและพบว่าเขากำลังร้องไห้ให้กับรสชาติอาหาร

เขาเขินอายจนได้แต่มองไปทางอื่นและกล่าวว่า “ไม่ใช่ความผิดของเธอหรอก อาหารมันอร่อยมากจนผม...”

โคลอี้ถอนหายใจด้วยความโล่งอกและพบว่ามามามีอากำลังมองมาทางนี้ซึ่งทำให้เธอตกใจเล็กน้อย แทนที่จะพูดอะไรต่อ มีอาเพียงแค่ชูนิ้วโป้งให้อย่างเงียบๆ และโบกไม้โบกมือให้เธอกลับไปทำงานต่อ

วาห์นนั่งทานต่อหลังจากที่โคลอี้ลุกไปแล้วแถมยังสั่งมาเพิ่มจานด้วย หลังจากทานจานที่สองหมดและจ่ายค่าอาหารแล้ว เขาก็เตรียมที่จะกลับ ระหว่างทางที่เขากำลังเดินออกไป โคลอี้ก็มาส่งเขาและให้เขาสัญญาว่าจะกลับมาในช่วงกะทำงานของเธออีก

ระหว่างทางกลับบ้าน เขาเพิ่งจำได้ว่ามีการแจ้งเตือนก่อนหน้านี้และตัดสินใจดูค่าความชื่นชอบของโคลอี้

‘ดูค่าความชื่นชอบ’ โคลอี้ โลโล่ {[ความชื่นชอบ: 64[รู้สึกสนใจ], ความสนใจ:71[ปรารถนาจะลูบไล้]}

เมื่อเห็นค่าความสนใจ วาห์นก็รู้สึกถึงเหงื่อเย็นๆ ที่ไหลออกมาเป็นครั้งที่ 10 ตั้งแต่เมื่อตอนเย็นเห็นจะได้

แล้วไอ้ ‘ปรารถนาจะลูบไล้’ นี่มันคืออะไรกันนะ?

ขณะที่วาห์นครุ่นคิดถึงความหมายของมัน เขาก็กลับมาถึงห้องและล้มตัวนอนด้วยความเหนื่อยล้า

---------------

ติดตามแฟนเพจอ่านตอนล่าสุดได้ที่: EP:IC Translation

จบบทที่ EPIC - ตอนที่ 20 เจ้าของร้านผู้เพียบพร้อม

คัดลอกลิงก์แล้ว