เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

EPIC - ตอนที่ 8 การสังหารครั้งแรก : บ้านใหม่

EPIC - ตอนที่ 8 การสังหารครั้งแรก : บ้านใหม่

EPIC - ตอนที่ 8 การสังหารครั้งแรก : บ้านใหม่


(*สำหรับเหตุผลที่ตัวละครอาจยังไม่อยู่ในโอราริโอ้ในตอนนี้ก็เพราะว่าเธออยู่ในช่วงเวลาสามปีก่อนที่เหตุการณ์ในเนื้อเรื่องหลักจะเริ่มต้นขึ้นยังไงล่ะ!*)

วาห์นยังคงทบทวนคำพูดซ้ำไปซ้ำมาในใจเพราะยังไม่เข้าใจถึงสิ่งที่พี่สาวบอก

“พี่สาว ทำไมถึงเป็น 3 ปีก่อนหน้าล่ะ? ผมเข้าใจนะว่ามันเป็นความผิดของผมที่ไม่ได้เจาะจงเวลา แต่ตอนนี้ผมควรจะทำยังไงดี? ผมไม่รู้อะไรเกี่ยวกับโลกใบนี้นอกจากสิ่งที่ผมอ่านเจอในมังงะเลย!” เขาโวยวาย

(*ใจเย็นก่อนสิ วาห์น ‘เดอะพาธ’ คำนวณแล้วว่าความแข็งแกร่งของเธอในปัจจุบันยังไม่เพียงพอที่จะอยู่ร่วมกับผู้คนบนโลกใบนี้ได้ ต่อให้เป็นแค่โจรทั่วไปก็สามารถเอาเปรียบเธอหรือแม้แต่ฆ่าเธอก็ยังได้ อย่างดีที่สุดเธอก็อาจจะต้องกลายเป็นลูกน้องหรือผู้ติดตามของนักผจญภัยที่มีชื่อเสียงไม่ดี หากไม่เพิ่มความแข็งแกร่งของตัวเองก่อน มันคงเป็นเรื่องยากที่จะเข้าร่วมและใช้ชีวิตภายในแฟมิเลีย ตอนนี้เธอมีเวลาฝึกฝนสามปีก่อนถึงเหตุการณ์ในเนื้อเรื่องหลักเพื่อให้เธอมีตัวเลือกและอำนาจในการตัดสินใจที่เยอะกว่าเดิม

วาห์นหายใจลึกๆ หลายครั้งพร้อมกับครุ่นคิดเกี่ยวกับสิงที่พี่สาวบอก เขาเข้าใจได้จากการมองดูค่าสถานะของตัวเองยังอยู่ต่ำกว่ามาตรฐานของ ‘เรคคอร์ด’ นี้ ตอนนี้เขายังทำอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ไม่ได้มากเพราะเขายังไม่เคยฝึกฝนหรือได้เคลื่อนไหวอย่างอิสระในชีวิตที่แล้วมาก่อนเลย และเนื่องจากเขาไม่ได้ขอพรในเรื่องของพละกำลังต่างๆ จากเทพีคริสช่า เขาจึงต้องพยายามที่จะแข็งแกร่งขึ้นด้วยตัวของตัวเอง

หลังจากที่คิดเสร็จแล้ว เขาก็เริ่มรู้สึกซาบซึ้งใน ‘เดอะพาธ’ เพราะดูเหมือนว่ามันจะทำการเลือกตัวเลือกที่ดีที่สุดให้แม้ว่าตัวเขาจะยังไม่เข้าใจเรื่องต่างๆ ดีนัก นอกจากนี้มันยังสร้างสหายที่เขาสามารถพูดคุยด้วยได้เมื่อยามที่เขารู้สึกโดดเดี่ยว

“เข้าใจแล้วครับพี่สาว ‘เดอะพาธ’ ทำถูกแล้วที่มอบโอกาสในการเติบโตนี้ให้ผม ต่อให้เป็นผมเองก็คงไม่อยากรับตัวถ่วงเข้าแฟมิเลียหรืออย่างน้อยก็ต้องหลังจากที่ผมแข็งแกร่งกว่านี้...”

เขาเริ่มมองไปรอบๆ ด้านอีกครั้ง มันเป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นต้นไม้จริงๆ นับประสาอะไรกับการที่ต้องมาอยู่ในป่า หลังจากชั่งน้ำหนักของตัวเลือกที่มีแล้ว เขาก็ยังไม่มั่นใจว่าทางไหนถึงจะดีที่สุด

“พี่สาวคิดว่าผมควรจะไปที่ไหนดีล่ะ ผมไม่มีแผนที่ แถมยังไม่เคยอยู่ในป่ามาก่อนด้วย ผมไม่รู้ว่าพืชชนิดไหนกินได้ แม้แต่สัตว์ป่าในโลกนี้ก็ไม่รู้จักสักชนิด”

(*‘เดอะพาธ’ มีระบบสร้างแผนที่พื้นฐานรวมไปถึงระบบเข็มทิศ แม้ว่ามันจะสร้างแผนที่จากสิ่งที่อยู่ในระยะสายตาของเธอเท่านั้น แต่มันก็ยังช่วยรวบรวม วิเคราะห์ และแยกแยะแผนที่ภายในระบบของ ‘เดอะพาธ’ ให้ด้วย ตอนนี้ฉันขอแนะนำให้เธอไปทางเหนือ อย่าลืมนะว่าเมื่อเธอเข้าสู่โลกนี้เป็นครั้งแรก ‘เดอะพาธ’ ก็ได้สร้างแผนที่ภายในระยะ 50 กิโลเมตรรอบตัวเธอไว้ให้แล้ว (TL: ได้บันทึกแผนที่ตอนตกลงมาจากฟ้า)

ที่ประมาณ 2 กิโลเมตรทางเหนือ เธอน่าจะได้พบกับแนวหินและแหล่งน้ำซึ่งมีความเป็นไปได้สูงว่าจะพบกับถ้ำ มันจะเป็นสถานที่ที่มีประโยชน์กับเธอในตอนนี้เป็นอย่างมาก เธอสามารถเปิดแผนที่ได้โดยการใช้คำสั่ง ‘เปิด/ปิด แผนที่’ หรือ ‘เปิด/ปิด แผนที่ย่อ’*)

หลังจากฟังคำอธิบาย วาห์นก็ลองใช้คำสั่งทั้งสอง เขาเห็นว่า ‘เปิด/ปิด แผนที่’ จะแสดงพื้นที่รอบตัวเขาเป็นภาพขนาดใหญ่จากมุมสูง เขายังเห็นไกลไปถึงพื้นที่ขนาดใหญ่ทางส่วนตะวันตกของเมืองโอราริโอ้ ทว่าไม่มีข้อมูลของสิ่งก่อสร้างต่างๆ เพราะเขายังไม่ได้สำรวจด้านใน เมื่อมองไปที่ทางเหนือซึ่งห่างไปไม่ไกลนัก เขาก็พบจุดที่เป็น ‘แนวหิน’ ตามที่พี่สาวบอกไว้ เมื่อมองพื้นที่รอบๆ ที่มีแต่ต้นไม้ขึ้นกันอย่างหนาแน่น เขาจึงเห็นด้วยกับตัวเลือกนี้ เขาปิดแผนที่ด้วยการใช้คำสั่งในใจ และจากลองใช้ ‘เปิดแผนที่ย่อ’ ภายในการมองเห็นของเขา เขาเห็นแผนที่โปร่งใสภายในวงกลมขนาดเล็กเมื่อเทียบกับแผนที่ก่อนหน้านี้ แถมมันยังแสดงเส้นการมองเห็นของเขาเป็นรูปกรวยที่ขยายออกจากลูกศรที่้อยู่ตรงกลางแผนที่ (TL: เหมือนแผนที่ในเกมทั่วไป) เขาสังเกตเห็นว่า วัตถุที่เขามองจะถูกบันทึกลงบนแผนที่ย่อ ทำให้เขามองเห็นตำแหน่งของวัตถุชิ้นนั้นแม้จะไม่ได้มองมันอยู่ก็ตาม

“ระบบนี้ต่อไปต้องมีประโยชน์มากแน่นอน ตราบใดที่มีแผนที่นี้ ไม่ว่าจะเดินทางไปไหนเราก็สามารถกลับออกมาได้โดยไม่หลงทาง แต่แบบนี้พอเข้าดันเจี้ยนแล้วมันออกจะโกงไปหรือเปล่านะ?” แม้ว่าเขาจะไม่กังวลเรื่องการใช้ข้อได้เปรียบทั้งหมดที่ได้รับจาก ‘เดอะพาธ’ แต่วาห์นก็เกิดความรู้สึกแปลกๆ ภายในใจของเขาเล็กน้อย

(*เธอไม่ต้องกังวลเรื่องนั้นหรอกวาห์น ดันเจี้ยนทั้งหลายในโลกใบนี้นั้นคล้ายกับสิ่งมีชีวิต พวกมันสามารถเปลี่ยนแปลงเส้นทางหรือแก้ไขโครงสร้างของตัวเองได้เมื่อเวลาผ่านไป แม้เธอจะได้เปรียบอย่างมากที่สามารถสร้างแผนที่ทั่วไปได้ แต่ก็ไม่ถึงขนาดที่ทำให้เธอเหนือกว่าคนอื่นไปมากหรอกนะ สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าใครก็สามารถวาดแผนที่เมื่ออยู่ในดันเจี้ยนได้ เพียงแต่จะใช้เวลามากกว่าเมื่อเทียบกับระบบของ ‘เดอะพาธ’*)

วาห์นเริ่มเข้าใจในสิ่้งที่พี่สาวบอก นอกจากนี้เขายังเข้าใจว่าการมุ่งสมาธิไปยังแผนที่จะทำให้เขาละเลยสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวของไปแทน แม้ว่าเขาจะสามารถย้ายตัวแผนที่ไปยังจุดอื่นๆ ได้ แต่มันก็เป็นการรบกวนการมองเห็นอยู่ดี

เขาเริ่มเดินตรงไปทางทิศเหนือ ในระหว่างทาง เขามองไปรอบตัวอย่างตั้งใจเพื่อพยายามสร้างแผนที่จากทุกอย่างที่เขาเห็น เขาจะใช้คำสั่ง ‘เปิด/ปิดแผนที่’ เป็นระยะๆ เพื่อดูแผนที่ขนาดใหญ่ เขายังสามารถซูมไปยังพื้นที่ที่เขาเคยสำรวจไปแล้วได้ แถมยังมีรายละเอียดทั้งหมดที่เขาบันทึกมาอยู่ในแผนที่ย่อด้วย

แม้พื้นที่ของแนวหินจะห่างไปเพียงแค่ 2 กิโลเมตร แต่วาห์นกับพบว่าการเดินทางผ่านป่ารกทึบนั้นมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย เสื้อผ้าของเขาเกี่ยวกับพืชและไม้พุ่มเตี้ยต่างๆ จนขาดและยังเป็นผื่นขึ้นรอบบริเวณที่เกิดรอยขีดข่วนไปทั่วทั้งแขนและใบหน้า ในที่สุดเขาก็มาถึงเป้าหมายโดยใช้เวลาไปสองชั่วโมง ขณะนั้นท้องฟ้าเริ่มจะมืดลง บนแผนที่ย่อของเขานั้น เส้นที่แสดงถึงระยะการมองเห็นก็เริ่มหดแคบลง ทำให้การบันทึกแผนที่ในขณะเดินทางผ่านแนวหินกลายเป็นงานยากทันที

หลังจากใช้เวลาค้นหาอีกครึ่งชั่วโมง ในที่สุดวาห์นก็ค้นพบถ้ำขนาดใกล้แอ่งน้ำขนาดเล็ก ขณะที่เขาเข้าใกล้เพื่อทำการสำรวจ เขาก็ได้ยินเสียงประหลาดดังมาจากพุ่มไม้ด้านซ้าย มันทำให้เขารู้สึกขนลุกซู่ ในขณะที่ความหนาวเหน็บเคลื่อนผ่านกระดูกสันหลัง

เมื่อหันไปทางต้นกำเนิดของเสียง เขาก็ตัวแข็งทื่อไปเลย ห่างจากเขาไป 10 เมตร ได้มีสิ่งมีชีวิตสีเขียวที่ดูผอมแห้งยืนอยู่ ดูเหมือนครึ่งส่วนบนของร่างกายมันถูกปกคลุมไว้ด้วยหนังสัตว์ ในขณะที่ส่วนล่างเป็นผ้าขนสัตว์หนาๆ มันความสูงประมาณ 1 เมตรและมีรูปร่างคล้ายเด็ก วาห์นเห็นดวงตาสีแดงฉานที่เต็มไปด้วยความดุร้ายจนทำให้หัวใจของเขาสั่นเทิ้ม

‘มอนสเตอร์’ตัวนี้ ซึ่งวาห์นจำได้ว่ามันคือก็อบลิน ได้มองตรงเข้าไปในดวงตาทั้งสองของเขา มันดูเหมือนจะรู้สึกได้ถึงความหวาดกลัวที่เขามี มันจึงค่อยๆ เริ่มเดินตรงไปหาวาห์น พร้อมกับโบกมีดสั้นที่ทำจากหินและประดับฟันปลาไปมา

10 เมตร... 9 เมตร... 8 เมตร... ขณะที่ก็อบลินยังคงเคลื่อนที่เข้ามาใกล้เรื่อยๆ วาห์นก็ได้แต่ยืนอย่างแน่นิ่ง ไม่สามารถรวบรวมความคิดได้ว่าจะสู้หรือหนีดี เนื่องจากเขาใช้เวลาอยู่ในห้องทดลองมาทั้งชีวิต เขาจึงไม่เคยตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องต่อสู้มาก่อน แม้ว่าดวงตาของนักวิจัยบางคนจะมองเขาเหมือนกับที่เจ้าก็อบลินมอง แต่มันก็ยังไม่ดูโหดร้ายขนาดนี้ วาห์นรู้ว่าก็อบลินตัวนี้ต้องการฆ่าเขาอย่างแน่นอน

7 เมตร... 6 เมตร... หลังจากที่มันเดินมาครึ่งทาง ทันใดนั้นพี่สาวก็ได้ร้องออกมาภายในใจของเขา

(*วาห์น รีบสวมอาวุธเร็วเข้า! ก็อบลินตัวนั้นมีค่าความว่องไวที่มากกว่าเธอ ดังนั้นทางรอดเดียวก็คือต้องสู้! เธอต้องโจมตีมันก่อนที่จะสายเกินไป!*)

เสียงอุทานอย่างกระทันหันของพี่สาวทำให้วาห์นจึงได้สติกลับมา ในขณะที่เขากำลังสวมใส่อาวุธ ก็อบลินดูเหมือนจะรู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของเขาและมันก็พุ่งเข้าใส่เขาทันทีพร้อมเล็งมีดเล็กๆ ไปที่ลำคอของเขา

วาห์นดึงคอกลับไปด้านหลังให้เร็วที่สุดที่ทำได้ พร้อมกับยกแขนขึ้นมาเพื่อป้องกันใบหน้า

ก็อบลินยังคงพุ่งเข้ามาพร้อมกับแทงมีดของมันไปที่แขนซ้ายของวาห์นและชักมันกลับ เลือดและเนื้อสดๆ ของเขาที่ถูกฉีกกระชากออกมาติดอยู่ที่ฟันปลาของมีด

เนื่องจากการปะทะอย่างฉับพลัน วาห์นจึงเสียการทรงตัวในขณะที่ความเจ็บปวดที่แขนซ้ายถูกส่งไปยังสมองเหมือนเป็นการเตือนภัยไปในตัว

(*วาห์น เธอจะต้องลุกขึ้นเดี๋ยวนี้ ถ้าเธอไม่สวมอาวุธ เธอจะไม่สามารถตอบโต้มันกลับไปได้!*)

วาห์นตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาในขณะที่ก็อบลินเริ่มเตรียมที่จะพุ่งเข้ามาอีกครั้ง มันย่อตัวลงและเล็งไปที่ลำตัวของวาห์นก่อนจะกระโดดพุ่งออกไปพร้อมจิตสังหาร

เมื่อจับการเคลื่อนไหวของก็อบลินได้ จิตใจของวาห์นก็เริ่มสงบลง ดูเหมือนมันจะเป็นผลให้ความเจ็บปวดที่มาจากแขนซ้ายลดน้อยลง เขาพยายามสวมใส่อาวุธทั้งสองของเขาในใจ นั่นทำให้มีดปรากฏขึ้นในมือขวาของเขาขณะที่มือซ้ายยังคงว่างเปล่าอยู่

จากการใช้ความรู้สึกสงบที่เกิดขึ้นให้เป็นประโยชน์ วาห์นจึงขยับตัวและพยายามใช้แขนซ้ายซึ่งตอนนี้ไม่สามารถใช้ได้เพื่อรับการโจมตีที่ใกล้เข้ามา

เป็นอีกครั้งที่มีดของเจ้าก็อบลินแทงเข้าไปและกระชากเนื้อสดๆ ของเขาอีกครั้ง มันยกเท้าขึ้นพยายามเตะที่ลำตัวของวาห์นเพื่อสร้างแรงในการดึงมีดของมันออกมาจากแขน

วาห์นฉวยโอกาสก่อนที่ก็อบลินจะตั้งตัวติด เขาทิ้งน้ำหนักทั้งหมดของตนเองไปยังสิ่งมีชีวิตตัวนี้

มันประหลาดใจจากการเคลื่อนไหวของเด็กหนุ่ม เจ้าก็อบลินจึงพยายามถอยออกไปและสร้างระยะห่างระหว่างมันกับมนุษย์ที่ยืนอยู่ตรงหน้า ในช่วงเวลาสั้นๆ ที่มันเปิดช่องว่างนั้นเอง มันได้เห็นเงาของมีดสั้นที่กำลังเล็งตรงไปที่ขมับของมันจากทางด้านซ้าย เนื่องจากผลของการเคลื่อนไหวก่อนหน้านี้ เจ้าก็อบลินจึงไม่สามารถเปลี่ยนทิศทางได้ทันและทำได้เพียงมองการโจมตีแบบถึงตายที่ใกล้เข้ามา

เมื่อโจมตีได้สำเร็จ วาห์นก็ล้มลงอย่างหมดเรี่ยวแรงไปบนร่างไร้ลมหายใจของก็อบลิน

ทันทีที่เขาสัมผัสกับพื้นดิน เขารู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดจากแขนซ้ายและตอนนี้เขาไม่อาจขยับตัวได้เลย เขารู้สึกได้ถึงเลือดที่กำลังไหลออกมาจากด้านซ้ายของร่างกาย เตือนให้เขานึกถึงช่วงเวลาที่คุ้นเคยนับพันครั้งจากชีวิตที่แล้ว ความรู้สึกสงบภายในใจของเขาเริ่มส่งผลมากขึ้น วาห์นรู้สึกได้ถึงหัวใจของเขาที่ก่อนหน้านี้เต้นอย่างรวดเร็วเนื่องจากการพุ่งพล่านของอะดรีนานาลีน ตอนนี้มันกลับเป็นเริ่มช้าลง

ขณะที่เขานอนอยู่บนพื้นเหนือศพที่เขาสังหารเป็นครั้งแรก เขาก็เริ่มที่จะหายใจแรงขึ้น เขารู้ว่าก็อบลินเป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอที่สุดบนโลกใบนี้ และถ้าหากเขาสังเวยแขนซ้ายไปแล้วแต่กลับปิดฉากมันไม่ได้อีก เขาก็คงต้องจบชีวิตลงที่ตรงนั้นและพบกับจุดจบของการเดินทางของเขาก่อนที่มันจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ ด้วยซ้ำ เขาเริ่มคร่ำครวญถึงความไร้พลังของตนเอง ในขณะที่ความปราถนาอันแรงกล้าว่าต้องแข็งแกร่งกว่านี้เริ่มฝังรากลึกเข้าไปในจิตใจของเขา

เมื่อรวบรวมกำลังที่เหลืออยู่ในร่างกายได้ วาห์นก็ยืนขึ้นด้วยท่าทางโงนเงน เขาเริ่มเดินโซเซไปที่ทางเข้าถ้ำพร้อมกับภาวนาให้ภายในเป็นสถานที่พักแรมที่ปลอดภัยตลอดคืนนี้ เขาเดินผ่านทางเข้าและตรงเข้าไปอีกราวๆ 20 เมตร ก่อนที่ทางจะขยายใหญ่กว่าเดิม วาห์นสังเกตเห็นว่าตัวถ้ำนั้นมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 8 เมตรและผนังก็เต็มไปด้วยคริสตัลขนาดเล็กที่เปล่งแสงอ่อนๆ ทำให้ในนี้ไม่ดูมืดจนเกินไป วาห์นไปที่คริสตัลที่ใหญ่ที่สุดและพยายามใช้แสงของมันเพื่อตรวจสอบบาดแผล

ทันใดนั้นเอง การทำงานของสมองก็แทบหยุดลงในทันที ในขณะที่เขามองไปยังเลือดที่กำลังไหลออกมาจากบาดแผลบนแขน วาห์นก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกแปลกๆ เหมือนกับมีผีเสื้ออยู่ภายในท้องที่กำลังพยายามหาทางออกมา เลือดที่ไหลออกมาจากแขนนั้นเป็นสีแดงเข้ม... แตกต่างไปจากเลือดสีทองซีดที่ตามหลอกหลอนเขาจากในชีวิตที่แล้ว

หลังจากที่ตรวจสอบบาดแผล เขาจึงได้เห็นทั้งเนื้อสดๆ แกว่งไปมา เส้นเลือดและเส้นเอ็นมากมายต่างถูกตัดขาด ทำให้เขาเข้าใจว่าทำไมจึงไม่สามารถขยับแขนได้

“โชคยังดีที่เป็นมีดขนาดเล็กและกระดูกไม่ได้โดนไปด้วย...”

(*ใช่แล้ว แต่เธอก็ต้องรีบล้างบาดแผลและหยุดเลือดนะ มีดของก็อบลินตัวนั้นไม่สะอาดแน่นอน และบาดแผลที่เกิดจากมีดนั่น หากปล่อยแผลทิ้งไว้โดยไม่รักษามันก็อาจจะเปื่อยเน่า ผลสุดท้ายก็คือความตาย!*)

วาห์นทำตามคำแนะนำของพี่สาวในขณะที่เขากำลังล้างบาดแผลด้วยคนโทน้ำแห่งการเติมเต็ม นอกจากนี้เขายังดื่มน้ำไปหลายอึกเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองหมดสติจากการขาดน้ำ ในฐานะผู้ที่มีประสบการณ์อย่างมากในเรื่องของการขาดเลือด วาห์นจึงรู้ขั้นตอนสำคัญหลายอย่างที่ใช้ในการรักษาแผล ปกติแล้วจะมีคนมาจัดการบาดแผลให้เขา ทำให้เขาเมินเฉยกับบาดแผลที่ได้รับมาในตอนแรก

หลังจากทำความสะอาดและปิดบาดแผลด้วยการใช้ชิ้นส่วนที่ตัดมาจากเสื้อคลุม วาห์นก็พบกับส่วนของพื้นถ้ำที่เรียบและพอจะลงไปนอนพักได้ เขาพบว่าคริสตัลภายในถ้ำนั้นไม่เพียงแค่ปล่อยแสง แต่ยังแผ่ความร้อนออกมาได้ในระดับหนึ่งซึ่งทำให้ภายในถ้ำอบอุ่น

ขณะที่เขานอนลงและมองไปยังเพดานของถ้ำ เขาเริ่มจินตนาการว่าคริสตัลแต่ละชิ้นนั้นเป็น ‘เรคคอร์ด’ มากมายที่อยู่ใน ‘เดอะพาธ’ จินตนาการของเขาก็เริ่มไปไกลกว่าเดิม ฝึกฝนจนแข็งแกร่งขึ้น พบเจอเพื่อนพ้องและศัตรูมากมาย สุดท้ายก็ได้พบกับแม่ของตัวเอง...

ในขณะที่เขาค่อยๆ หมดสติ ความคิดสุดท้ายที่แวบเข้ามาก็คืออยากจะพูดออกมาดังๆ ว่า

“เราไปต่อไม่ไหวแล้วล่ะ... เอื้อก”

(*RIP*)

-อวสาน-

(TL: อะล้อเล่น~ ข้างล่างคือคำพูดจริงๆ นะครับ)

“เราถึงบ้านแล้ว...”  เขากระซิบเบาๆ ก่อนที่ความง่วงจะพรากเขาไปสู่ดินแดนแห่งความฝัน

---------------

ติดตามแฟนเพจอ่านตอนล่าสุดได้ที่: EP:IC Translation

จบบทที่ EPIC - ตอนที่ 8 การสังหารครั้งแรก : บ้านใหม่

คัดลอกลิงก์แล้ว