เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 519-520

ตอนที่ 519-520

ตอนที่ 519-520


ตอนที่ 519

เสียเงินขนาดนั้นไปเพื่ออะไร

อี้เวยวานและลูกสาวคิดว่าตำรวจหนุ่มคนนี้คงพาพวกเธอไปลงบันทึกประจำวัน ดังนั้นพวกเธอจึงยอมเดินตามเขาไปอย่างเชื่อฟัง

พอมาถึงสำนักงานตำรวจ ทั้งสองก็ตกตะลึง

ไม่ใช่แค่เฉินไห่และผู้ติดตามของเขาเท่านั้น แต่ยังมีพนักงานอีกโหลหนึ่งของ ‘ร้านบะหมี่ถัง’ อยู่ด้วย

หลังจากการสอบสวนเมื่อคืน เฉินไห่ซึ่งอ่อนล้าทั้งร่างกายและจิตใจถูกตำรวจเค้นความจริงด้วยทุกวิถีทาง

เขาไม่เพียงแต่อธิบายความผิดทั้งหมดที่เขาทำในอดีต แต่เขายังชี้ให้เห็นว่าถังจิ้งชือจ้างวานให้พวกเขาไปพัง ‘ร้านบะหมี่ซือ’ แต่สุดท้ายพวกเขาดันพังผิดร้าน

โดยบทลงโทษของพวกเขานั้นไม่เพียงแค่จ่ายค่าปรับเท่านั้น แต่ยังต้องจำคุกอีกหลายปีด้วย

พนักงานทุกคนของ ‘ร้านบะหมี่ถัง’ ต่างมีสายตาว่างเปล่า เพราะไม่เข้าใจว่าทำไมร้านถึงถูกพังยับเยินเมื่อมาถึงร้านในตอนเช้า แถมยังถูกตำรวจพามาที่นี่เพื่อมารับรู้ความจริงแบบนี้อีก

เมื่อได้รู้ความจริงของเรื่องทั้งหมดแล้ว พนักงานกลุ่มหนึ่งแทบรอไม่ไหวที่จะพูดถึงอี้เวยวานและถังจิ้งชือว่าเป็นคนยังไง

ขณะที่สองแม่ลูกยังคงหวนนึกถึง ‘เหตุการณ์ครั้งก่อน’ ตอนนี้ก็ยิ่งรู้สึกอับอายมากขึ้น

พวกเธอนั้นทำตัวไร้เดียงสาตั้งแต่ต้นจนจบ ถึงแม้จะเคยถูกทำให้อับอายครั้งแล้วครั้งเล่า

ดังนั้นในเวลานี้ เมื่ออยู่ต่อหน้าอี้เวยวานและลูกสาว ทุกคนจึงไม่ปิดบังความเกลียดชังในสายตาที่มีต่อพวกเธออีกต่อไป

พนักงานหลายคนตั้งปณิธานไว้แล้วว่า หลังออกไปจากที่นี่แล้ว พวกเขาจะทำเรื่องขอลาออกจาก ‘ร้านบะหมี่ถัง’ ให้เร็วที่สุด

ช่างเป็นเจ้านายที่ไร้มนุษยธรรมจริง ๆ ไม่อยากเชื่อเลย ทำไมถึงเป็นคนโฉดชั่วได้ถึงขนาดนี้?

หลังจากสองแม่ลูกมาถึงสำนักงานตำรวจ ถังจิ้งชือก็เข้าใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น เธอพยายามสงบสติอารมณ์ลง

เดี๋ยวก่อน แต่ตำรวจไม่มีหลักฐานสักหน่อยว่าฉันจ้าง  เฉินไห่และพรรคพวกมาพังร้านของตัวเอง จุดนี้แหละคือทางรอดของฉัน พอเป็นแบบนี้แล้วตำรวจจะเอาผิดฉันได้ยังไง?

แม้เคยคิดว่าทั้งหมดนี่เป็นแผนซ้อนแผนของถังซือซือ ซึ่งทำให้เธอต้องทนทุกข์ทรมานใจมาก ๆ แต่สุดท้ายเธอก็หายสงสัยเรื่อง ‘พังผิดร้าน’ แล้ว

แน่นอนว่าสองแม่ลูกรู้วิธีคุยกับตำรวจดี แค่มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าควรแก้เกมยังไง

หลังจากนั้น เมื่อพวกเธอเข้าไปในห้องสอบสวน ทั้งสองยอมรับว่าพวกเธอได้ติดต่อเฉินไห่ทางโทรศัพท์จริง ๆ แล้วได้ส่งเงินจำนวนหนึ่งให้อีกด้วย

อย่างไรก็ตามพวกเธออ้างกับตำรวจว่า ตัวเองขอให้    เฉินไห่ไปพังร้านของตัวเองแทนที่จะเป็น ’ร้านบะหมี่ซือ’ เนื่องจากธุรกิจไม่ดี จึงทำแบบนี้เพื่อเรียกร้องความเห็นอกเห็นใจจากสาธารณชน

ผลสุดท้ายของเรื่องนี้คือ เนื่องจากไม่มีหลักฐานเพิ่มเติมว่าสองแม่ลูกจงใจจ้างคนไปพังร้านบะหมี่ฝั่งตรงข้าม แต่การกระทำครั้งนี้ก็ก่อความเสียหายกับศูนย์การค้าเหมือนกัน ดังนั้นพวกเธอจึงถูกปรับและถูกคุมขังอยู่ที่นี่สิบวันเป็นการลงโทษ

แน่นอนว่าหลังจากพวกเธอถูกปล่อยตัวเมื่อไหร่ ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมร้านนั้นรอพวกเธออยู่หลายล้านหยวน

ส่วนพนักงานของร้านถูกปล่อยตัวอย่างรวดเร็วเพราะไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

เมื่อถังปู้ฝานได้รับข่าวนี้ เขาก็รีบไปที่ร้านทันที เมื่อเขาเดินมาถึง ก็เห็นพนักงานทุกคนยืนรออยู่หน้าร้านแล้ว

“หัวหน้า คุณมาได้ทันเวลาพอดี พวกเรากำลังรอคุณอยู่”

เชฟหลินก้าวไปข้างหน้าและพูดกับถังปู้ฝาน

พนักงานกลุ่มหนึ่งที่อยู่ข้างหลังมองถังปู้ฝานด้วยสีหน้าที่ซับซ้อน

ถังปู้ฝานเสียใจกับเหตุการณ์นี้มาก จึงยืนนิ่งเงียบไป

“ก็ไม่มีอะไรหรอก คือผม แค่อยากบอกคุณว่าต่อจากนี้ไป ผมขอลาออก”

คำพูดที่นุ่มนวลและแยบยลของเชฟหลินดังขึ้น พนักงานที่อยู่ข้างหลังก็พูดเสริมว่า

“ใช่ พวกเราก็ขอลาออกด้วย”

ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจ ถังปู้ฝานตกใจมาก ๆ เมื่อได้ยินประโยคเหล่านี้

แม้อยากถามว่าทำไม แต่ เขายังต้องถามอีกเหรอว่าทำไม?

หลังจากเชฟหลินพูดจบ เขาก็เป็นผู้นำในการถอดผ้ากันเปื้อนสีขาวออก แล้วมอบให้ถังปู้ฝาน

ต่อมาพนักงานที่เหลือถอดผ้ากันเปื้อนและถอดป้ายห้อยคอพนักงานออก ก่อนยื่นให้ถังปู้ฝานตามเชฟหลิน

ถังปู้ฝานจ้องมองกองผ้ากันเปื้อนในมือ แล้วรู้สึกโกรธในใจลึก ๆ

บ้าที่สุด! ทำไมเรื่องแบบนี้ต้องเกิดขึ้นกับฉัน?

ร้านในเมืองหลวงแห่งแรกที่ทุ่มเทมาแทบตายจะต้องปิดตัวลงจริง ๆ เหรอ? ในเมื่อท้ายที่สุดการบริหารร้านล้มเหลว แล้วฉันเสียเงินขนาดนั้นไปเพื่ออะไร?

ตอนที่ 520

ฉันรักคุณมาก

‘ร้านบะหมี่ถัง’ สาขาแรกในเมืองหลวงปิดตัวลงอย่างเป็นทางการ ขณะที่ธุรกิจของ 'ร้านบะหมี่ซือ‘ ยังเฟื่องฟูมากขึ้นเรื่อย ๆ

ทางด้านถังปู้ฝานต้องวิ่งวุ่นจนปวดหัว เพราะต้องดูแลสองแม่ลูกจนไม่มีเวลาไปดูแลธุรกิจอื่น ในช่วงที่สองแม่ลูกถูกคุมขังนานกว่าสิบวัน เขาต้องวิ่งไปวิ่งมาทุกวันเพื่อจัดการกับเรื่องต่าง ๆ และไม่วายต้องหาเวลาไปปลอบใจพวกเธอให้อดทนจนครบสิบวัน พูดได้ว่าตอนนี้เส้นผมของเขาหงอกไปหลายเส้นมาก

หลังจากถูกคุมขังกว่าสิบวัน สองแม่ลูกก็ถูกปล่อยตัวออกมา

ความคึกคะนองเมื่อหลายวันก่อนหายไปจนหมด ทั้งสองได้แต่เดินก้มหน้าก้มตาตามถังปู้ฝานกลับที่พัก ขณะเดียวกันก็พึมพำขึ้นว่า

“ฉันไม่อยากเชื่อเลย! พวกนั้นเลวมากที่ทำกับเราแบบนี้! คุณเองก็ปล่อยให้ฉันกับลูกอยู่ข้างในนานเกินไป!

ดูผิวและหน้าของฉันสิ! เละเทะไปหมด! ไหนจะเส้นผมที่ยุ่งเหมือนเล้าไก่นี่อีก! ทุเรศสิ้นดี! ใครมาเห็นเข้าคงไม่มองฉันเป็นคนจรจัดกันหมดรึไง?“

อี้เวยวานชี้ไปที่เส้นผมและใบหน้าของเธอ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง

“พ่อคะ! ดูหน้าหนูสิ! ไม่เหลือความสวยเหมือนคนอื่นแล้ว! แถมต้องมานอนคุกตั้งแต่อายุยังน้อย ต่อไปนี้หนูจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน? ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะยัยถังซือซือ! พ่อจะไม่จัดการอะไรเลยเหรอ?!”

สภาพของถังจิ้งชือไม่ต่างจากแม่มากนัก ทั้งใบหน้าและเผ้าผมก็พอ ๆ กัน

ขณะเดียวกันหัวของถังปู้ฝานแทบจะระเบิด หลังจากเอาใจคนนี้เสร็จแล้ว ก็ต้องรีบหันไปเอาใจอีกคน

หลังจากทำให้ทั้งสองเงียบลงได้ ถังปู้ฝานก็รู้สึกสงบและเงียบหูดี ยังไม่ทันได้ถอนหายใจ อี้เวยวานก็พูดขึ้นมาว่า

“คุณปล่อยให้อดีตภรรยาและลูกสาวของหล่อนมารังแกเราแบบนี้ได้ยังไง?”

จบประโยคนี้ สองแม่ลูกหันไปจ้องถังปู้ฝานพร้อมกัน

ถังปู้ฝานขมวดคิ้ว แต่ไม่ได้ตอบกลับ

เขากำลังครุ่นคิดว่า แม้จะรู้สึกคลุมเครือ แต่ก็ไม่เห็นว่าอี้เวยวานและถังจิ้งชือทำอะไรผิดในเรื่องนี้ กลับกันเขาไม่มีความรู้สึกดี ๆ ให้อดีตภรรยาและลูกสาวของเธอเลย เขาจึงลังเลอยู่ว่าควรจะปล่อยเรื่องนี้ไป หรือหาทางสั่งสอนอดีตสองแม่ลูกนั้นให้ได้รับบทเรียน ตอนนี้เขาคิดไม่ตกเลย

“สามีคะ? มองหน้าฉันสิ ไม่รู้เหรอว่าอีกไม่กี่วันจะถึงตรุษจีนแล้ว? ทำไมไม่รีบคิดหาวิธีเอาคืนยัยสองแม่ลูกนั่นซะล่ะ? พวกมันจะกลับมารังแกเราอีกเมื่อไหร่ก็ไม่รู้?”

ถังปู้ฝานยังคงขมวดคิ้วและนิ่งเงียบ

ทันใดนั้นอี้เวยวานก็พูดขึ้นมาอีกครั้งว่า

“ในฐานะหัวหน้าตระกูลถังแล้ว คุณไม่แคร์ครอบครัวเลยเหรอ? จะปล่อยให้คนหน้าด้านสองคนนั้นดูถูกเราเนี่ยนะ!?

คุณดูสิว่าฉันกับลูกต้องทนกับความอัปยศนี้มาหลายปี เราไว้ใจคุณ ถึงได้ยอมคุณขนาดนี้ เพื่อธุรกิจของครอบครัว คุณไม่ควรรีรอที่จะเสี่ยงนะคะ ฉันกับลูกโดนรังแก คุณไม่คิดจะ   เหลียวแลเข้ามาช่วยเลยเหรอ?

ถังปู้ฝาน! คิดให้ดีนะ ฉันรู้ว่าคุณไม่ใช่คนใจดำแบบนั้น!”

ถังปู้ฝานไม่เคยยินดีอะไรกับมู่ซูเสียนและถังซือซือสักครั้งอยู่แล้ว ยิ่งพ่อแม่ของเขาเองก็ไม่สามารถขัดใจเขาได้ตั้งแต่ตกอยู่ภายใต้คำยั่วยุของอี้เวยวาน ยิ่งเมื่ออยู่ต่อหน้าเธอแบบนี้ เขาก็เชื่อฟังโดยไม่ลังเลและคัดค้านอะไร

อี้เวยวานตระหนักถึงเรื่องนี้ได้ดี ไม่ว่าเธออยากจะทำอะไร เพียงแค่เอ่ยปากขอถังปู้ฝาน เขาก็ยินดีทำให้เธอทุกอย่าง

ไม่นาน อารมณ์ของถังปู้ฝานก็สงบลง หลังจากยั่วยุอารมณ์เขาได้สำเร็จ ความโกรธอดีตสองแม่ลูกผุดขึ้นมาอีกครั้ง จากนั้นแผ่นหลังเขาก็ตั้งตรง บีบแก้วน้ำในมืออย่างรุนแรง ก่อนพูดอย่างแค้นใจว่า

“ที่รัก ผมเข้าใจที่คุณพูด ดูเหมือนพวกเธอจะลืมตัวเกินไปแล้วว่าอะไรไม่ควรทำ อย่ากังวลไปเลย ผมจะจัดการเรื่องนี้เอง”

เพื่อจัดการกับถังซือซือ วิธีที่ดีที่สุดของเขาคือต้องเอาชนะให้ได้สักครั้งหนึ่ง ถ้าไม่อย่างนั้นคงต้องพ่ายแพ้ต่อไป

มู่ซูเสียนเหรอ? เธอก็ต้องชดใช้เหมือนกัน

เมื่อได้ยินแบบนี้ รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของ       อี้เวยวานอีกครั้ง เธอแทบรอไม่ไหวที่จะเข้าไปจูบ ‘แก้ม’ ของ     ถังปู้ฝานแล้วพูดว่า

“ที่รัก ฉันรู้ว่าคุณรักพวกเรามากที่สุด ไม่เสียแรงเลยที่ฉันรักคุณมากขนาดนี้”

จบบทที่ ตอนที่ 519-520

คัดลอกลิงก์แล้ว