เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 469-470

บทที่ 469-470

บทที่ 469-470


บทที่ 469

ยัยโง่

ก่อนที่ถังจิ้งชือจะหันกลับมา เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ก็เข้าไปกระซิบที่ข้างหูว่า

“หนูว่า พี่สาวควรพูดเบา ๆ นะคะ อย่าทำตัวไม่มีมารยาทต่อหน้าคนอื่นในเครื่องบินเลยค่ะ”

คำพูดของเด็กหญิงคนนี้ดังเข้าไปในหูของถังจิ้งชืออย่างชัดเจน แต่ยังดีที่เป็นแค่เสียงกระซิบ ไม่อย่างนั้นผู้โดยสารคนอื่นคงได้ยินไปแล้ว

แต่เมื่อได้ยินเด็กพูดแบบนี้ มีหรือถังจิ้งชือจะนิ่งเฉย เธอระเบิดความโกรธออกมาทันที รีบลุกขึ้นยืนแล้วชี้หน้าพลางตะคอกเสียงดังใส่เด็กหญิง

“คิดว่าตัวเองใหญ่โตมาจากไหนกัน? กล้ามากนะที่พูดจากับฉันแบบนี้ มาหาว่าฉันเป็นคนไม่มีมารยาทได้ยังไง?!”

ผู้โดยสารด้านหลังต่างตกตะลึง หลังจากนั้นเสียงนินทาก็ดังขึ้น

“การศึกษาของหญิงสาวคนนี้ต่ำเกินไปรึเปล่า? หรือว่าครอบครัวเธอเป็นเจ้าของเครื่องบินลำนี้? ถึงเป็นอย่างนั้นจริงก็ไม่ควรทำแบบนี้นะ ทำไมถึงได้ทำตัวไม่มีมารยาทอย่างนี้?”

“สังคมตกต่ำจริง ๆ ที่มีคนแบบนี้มานั่งเครื่องบิน เป็นโชคไม่ดีของเราแล้วล่ะที่ต้องมาเจอเพื่อนร่วมทางประเภทนี้”

“ทำตัวได้ไร้ยางอายที่สุด... ฉันหลับไปได้ไม่นานเอง ต้องมาสะดุ้งตื่นเพราะเสียงดังหนวกหูของเธอ ถ้าฉันไม่เกรงใจแอร์โฮสเตสบนเครื่องบินนะ ฉันเข้าไปตบล้างนิสัยเสียเข้าให้แล้ว”

...

เด็กหญิงตัวเล็กตกใจมากเมื่อได้ยินเสียงตะคอกของถังจิ้งชือ ก่อนจะขมวดคิ้วแล้วร้องไห้ “ฮือๆ” เสียงดัง

พ่อแม่ของเด็กโกรธมากเมื่อเห็นอย่างนั้น ทุกคนในเครื่องทั้งหมดต่างจับจ้องไปที่ถังจิ้งชือ

น่าเสียดายที่เจ้าตัวไม่ใส่ใจ ทั้งยังคงตะคอกต่อไปว่า

“อายุแค่เท่าไหร่เอง? หลังลงจากเครื่องบินอย่าให้ฉันเห็นหน้าเธออีกนะ!”

อี้เวยวานที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เห็นลูกสาวตะโกนเสียงดังก็ไม่ได้ห้ามปรามอะไร ได้แต่มองเฉย ๆ อย่างเกียจคร้านพลางขดตัวอยู่ภายใต้ผ้าห่ม แล้วหันกลับไปนอนหลับต่ออย่างสบายใจ

เธอคิดแค่ว่าถังจิ้งชือทำไปเพราะจำเป็น จึงไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก

เด็กหญิงตัวเล็กไม่ได้โกรธอะไร เธอพยักหน้าแล้วพูดว่า

“ที่แท้พี่สาวก็เป็นลูกสาวของเศรษฐีในเมือง F นี่เอง คนเดียวกับที่เคยเป็นที่โจษจันกันในแวดวงสาธารณชน ตอนแรกที่หนูเห็นพี่สาวเดินเข้าประตูมา หนูนึกว่าพี่สาวเป็นคนแก่วัยทองซะอีก

ไม่น่าเชื่อว่าพี่สาวยังอายุน้อยอยู่เลย แต่กลับไม่รู้จักควบคุมอารมณ์ตัวเองเมื่ออยู่ต่อหน้าคนหมู่มาก แถมยังแสดงนิสัยแย่ ๆ ของตัวเองต่อหน้าคนอื่น”

หลังจากที่เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ พูดจบ เธอก็เห็นว่าถังจิ้งชือแสดงสีหน้าบูดบึ้งจนน่าเกลียด จากนั้นเธอก็ไม่พูดอะไรอีก ก่อนจะหันหน้าหนีไป

“ฉันจะจัดการเธอเดี๋ยวนี้! ฉันจะตีเธอให้ตายเลยยัยเด็กโง่!”

ถังจิ้งชือเงื้อมือขึ้นเตรียมตบเด็กหญิง อี้เวยวานเองก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงเด็กหญิงร้องไห้จ้า จึงลุกขึ้นนั่งตัวตรงแล้วดุด่าเด็กหญิงทันที

ผู้โดยสารที่อยู่รอบ ๆ ต่างได้ยินสิ่งที่เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ พูด ทันใดนั้นพวกเขาก็รับรู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของถังจิ้งชือกับผู้เป็นแม่ จึงส่งสายตาดูถูกเหยียดหยามไปที่พวกเธอ

ทันใดนั้นชายหนุ่มร่างใหญ่คนหนึ่งเดินเข้ามา แล้วพูดด้วยเสียงเย็นชาว่า

“ฉันได้ยินว่าเธอจะตีน้องสาวของฉันเหรอ?”

ถังจิ้งชือหันหน้ากลับไปมอง ก่อนสังเกตเห็นชายร่างกำยำยืนอยู่ต่อหน้าเธอ

ถังจิ้งชือพยายามระงับความกลัว ก่อนเงยหน้าขึ้นมอง แล้วกลืนน้ำลายดัง “อึก” พร้อมกับแสดงสีหน้าสำนึกผิด

เธอเห็นว่าชายคนนี้ตัวใหญ่ กล้ามแขนเป็นมัด ร่างกายกำยำ แค่เขายืนอยู่คนเดียวก็เต็มทางเดินแล้ว บวกกับสีหน้าและแววตาที่น่ากลัว ดูเหมือนเสือตัวใหญ่ท่าทางดุร้าย

เขาจ้องเขม็งไปที่ถังจิ้งชือด้วยความหงุดหงิด พ่นลมหายใจออกมาเสียงดัง ลมหายใจฟืดฟาดของเขาเสียงดังมากจนทุกคนรอบ ๆ ได้ยินอย่างชัดเจน

ถังจิ้งชือยืนตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะ สองขาของเธอสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุม ก่อนจะเสียหลักทรุดตัวลงบนที่นั่งของตัวเอง

“เธอว่ายังไงนะ เธอว่าใครเป็นยัยเด็กโง่?! กล้าดียังไงถึงมาขู่น้องสาวของฉัน?! พวกเราเสียเงินซื้อตั๋วเพื่อเดินทางอย่างสบายใจ คิดเหรอว่าพวกเราต้องการมานั่งฟังเสียงเห่าหอนของเธอ?”

ขณะเดียวกัน แอร์โฮสเตสและกัปตันรีบเดินมาดูเหตุการณ์ เดิมทีพวกเขาต้องการมาตักเตือนถังจิ้งชือ แต่เมื่อพวกเขาเห็นชายคนนี้ก็หยุดชะงักในทันที

ถังจิ้งชือกลืนน้ำลายอย่างสิ้นหวัง เธอไม่กล้าส่งเสียงหรือแม้แต่จะนั่งตัวตรงได้เลย

บทที่ 470

สองแม่ลูกขโมยสูตรลับไป

อี้เวยวานที่กำลังตกใจรีบเรียกแอร์โฮสเตสด้วยความร้อนรนว่า

“พวกคุณตาบอดกันรึยังไง? ผู้ชายคนนี้มารังแกลูกสาวของฉันนะ รีบไล่เขาไปเดี๋ยวนี้!”

แอร์โฮสเตสและกัปตันหันไปมองเธอ ด้วยสายตาไม่พอใจและเบื่อหน่าย พวกเขาทำเป็นไม่สนใจ แล้วฟังชายร่างใหญ่ตำหนิถังจิ้งชือต่อไป

ชายร่างใหญ่หันหน้ากลับมาอย่างรวดเร็ว เขาจ้องเขม็งไปที่อี้เวยวานด้วยความโกรธ เธอเห็นแบบนั้นก็กลัวจนไม่กล้าพูดอะไรต่อ

ชายร่างใหญ่จึงตำหนิเธอขึ้นมาว่า

“คุณเป็นแม่ของยัยปากร้ายนี่สินะ? ไม่แปลกใจเลยที่มีลูกสาวนิสัยเสียแบบนี้! คนอย่างพวกคุณสมควรถูกแบนไม่ให้ขึ้นเครื่องบินตลอดชีวิต! อยากวางตัวกร่างมากนักใช่ไหม? ถ้ารวยมากนักก็ไปซื้อเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวสิ! ในเมื่อมีเงินก็ซื้อเลย จะได้ไม่ต้องมาลำบากคนอื่น!

นั่นสิ ฉันเกือบลืม ทรัพย์สินของตระกูลถังมีไม่ถึงหนึ่งร้อยล้านเองนี่? เพราะมีเงินแค่น้อยนิดเลยซื้อเครื่องบินส่วนตัวไม่ได้ ก็เลยมาทำตัวอวดรวยต่อหน้าคนอื่น ทำนิสัยเอาแต่ใจเหมือนอยู่บ้านตัวเอง!”

เมื่อผู้โดยสารรอบ ๆ ได้ฟังเขาพูดจบ พวกเขาก็อดใจรอไม่ไหวที่จะปรบมือพร้อมกัน

เวลานี้ เด็กหญิงตัวเล็กพูดขึ้นมาจากด้านหลังว่า

“พี่คะ พี่กลับมาแล้ว ไปนานแบบนี้พ่อจะดุเอานะ”

ใบหน้าของชายร่างใหญ่ที่เคยดุร้ายเปลี่ยนไปทันที เขาแสดงสีหน้าอ่อนโยน ก่อนหันกลับไปพูดกับน้องสาวอย่างน่ารัก พร้อมกับโอบกอดเธอไว้

“โอเค โอเค พี่จะไม่ไปไหนนานอีกแล้ว น้องสาวก็ช่วยบอกพ่อให้พี่ด้วยนะ”

“หืม...”

ผู้โดยสารบางคนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา

ต่อหน้าคนอื่นกับต่อหน้าน้องสาวช่างต่างกันจากหน้ามือเป็นหลังมือ... มีอะไรน่าตกใจไปกว่านี้ไหมเนี่ย?

แอร์โฮสเตสที่ถูกถังจิ้งชือตะคอกเมื่อก่อนหน้านี้หันไปมองชายร่างใหญ่ด้วยสีหน้าเขินอาย

หล่อ... หล่อไม่เบาเลย!

ถึงหน้าตาจะดูดุร้ายไปหน่อยก็เถอะ แต่นิสัยที่แท้จริงของเขาทั้งอ่อนโยนและอบอุ่น

เธอรีบเดินไปห้องเตรียมอาหารด้านหลัง ก่อนเตรียมเครื่องดื่มแล้วนำมายื่นให้ชายร่างใหญ่อย่างอาย ๆ

ชายร่างใหญ่รู้สึกปลาบปลื้ม ก่อนจะยื่นมือไปรับเครื่องดื่มด้วยสีหน้าเขินอายเช่นกัน

ส่วนกัปตันเครื่องบินเดินเข้ามาบอกอี้เวยวานและถังจิ้งชือว่า

“คุณผู้หญิง ถ้าพวกคุณยังก่อเรื่องบนเครื่องบินแบบนี้อีก เราคงต้องลงจอดแล้วเชิญให้พวกคุณลงจากเครื่องบินไปเสีย”

อะไรนะ?

ถังจิ้งชือแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง

อี้เวยวานกำลังจะอ้าปากเพื่อโต้แย้ง แต่เมื่อเธอนึกถึงท่าทางดุร้ายของชายร่างใหญ่ ก็หยุดพูดทันที

หลังจากเรื่องวุ่นวายนี้จบลง แม่ลูกคู่นี้ก็นั่งนิ่งเงียบสนิทตลอดทาง ไม่กล้าขยับตัวหรือพูดอะไรเลย

เมืองหลวง คอนโดระดับไฮเอนด์

“คุณคะ คุณเคยให้สูตรอาหารของตระกูลถังกับนังสองแม่ลูกคู่นั้นใช่ไหม?”

อี้เวยวานนั่งบนโซฟา กอดอกแล้วถามเสียงดัง

ถังปู้ฝานรีบปฏิเสธทันที

“ผมไม่ทำแบบนั้นแน่นอน”

อี้เวยวานตอบกลับว่า

“นั่นหมายความว่าพวกเขาขโมยสูตรอาหารของตระกูลถังไปสินะ?”

“อืม...”

ถังปู้ฝานเกาศีรษะ ไม่น่าใช่ สมัยก่อนพวกเธอไม่เคยแตะต้องสูตรอาหารของตระกูลถังเลย แถมตอนนั้นมู่ซูเสียนก็เพิ่งหัดทำอาหารใหม่ ๆ ด้วย แล้วพวกเธอจะขโมยสูตรอาหารจากเขาไปได้ยังไง?

แต่ว่า ถ้าพวกเธอขโมยสูตรลับไปจริง ๆ ทำไมร้านบะหมี่นั่นถึงได้เปิดวันเดียวกับเราล่ะ? พวกเธอควรเปิดร้านตั้งแต่วันที่เขาไปดูสถานที่เป็นครั้งแรกแล้วด้วยซ้ำ

ถังปู้ฝานครุ่นคิดเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น

อี้เวยวานขึ้นเสียงอีกครั้ง

“ตกลงคุณเคยให้สูตรลับกับคนพวกนั้นใช่ไหม?”

ยังไม่ทันที่ถังปู้ฝานจะได้อธิบาย อี้เวยวานก็กำหมัดแล้วทุบโซฟาพร้อมพูดว่า

“โธ่เอ๊ย ทำไมชีวิตของฉันถึงได้รันทดแบบนี้! ฉันอยู่กับคุณมาตั้งแต่อายุสิบเก้า หลายปีมานี้ฉันยอมเป็นเมียคุณโดยที่ไม่ได้รับชื่อเสียงหรือตำแหน่งอย่างออกหน้าออกตา ฉันอุตส่าห์คลอดลูกสาวให้คุณตั้งแต่อายุยังน้อย พออายุสามสิบหกยังต้องเสี่ยงตายคลอดลูกชายให้คุณอีก!

คุณเอาเปรียบฉันมากเกินไปแล้วนะ! ตอนนี้สูตรอาหารของตระกูลถังยังตกไปอยู่ในมือคนอื่นอีก แบบนี้เราจะอยู่รอดต่อไปได้ยังไง? คุณไม่อยากให้ครอบครัวของเราอยู่ดีกินดีอย่างสุขสบายแล้วหรือ?”

ขณะที่พูดแบบนั้น อี้เวยวานก็ดึงทึ้งเส้นผมของตัวเองจนยุ่งเหยิงเหมือนคนบ้า

จบบทที่ บทที่ 469-470

คัดลอกลิงก์แล้ว