เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 399-400

บทที่ 399-400

บทที่ 399-400


บทที่ 399

ถึงเวลาหักปีกหงส์

บ้านของเซียวเจ๋อเทียน

เซียวเซียงเสวี่ยรีบเดินเข้าไปในห้องของเซียวเทียนอวี่ ก่อนพบว่าเซียวเทียนอวี่ยังคงแต่งกายด้วยเสื้อผ้ากลิ่นเหม็นอับเหมือนกับไม่ได้ซักหรืออาบน้ำเลย ตอนนี้ดวงตาของเขาเป็นประกายขณะจ้องไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ซึ่งเปิดหน้าเว็บไซต์พนันออนไลน์อยู่

เขาจ้องไปที่ผลการวางเดิมพันอย่างใจจดใจจ่อ ไม่แม้แต่จะกะพริบตา

“แพ้อีกแล้ว!” เซียวเทียนอวี่ทุบแป้นพิมพ์ด้วยความโกรธ เมื่อเห็นผลพนันออนไลน์

หมื่นหยวนของฉัน หายไปหมดแล้วเจ้าเว็บบ้า!

เนื่องจากครอบครัวของพวกเขายังคงมีเงินอยู่มาก     เซียวเทียนอวี่จึงแอบเอามาใช้ในการพนันอยู่บ่อยครั้ง

ทันใดนั้นหมอนหนึ่งใบถูกขว้างมาใส่หัวของ                 เซียวเทียนอวี่จากด้านหลัง

เซียวเทียนอวี่ไม่ทันตั้งตัว จึงทำให้เขาหัวเซไปข้างหน้าเกือบชิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ เขาหันกลับไปดูด้วยความหงุดหงิด เมื่อเห็นว่าเป็นเซียวเซียงเสวี่ย เขาเลยตะโกนขึ้นมาว่า

“พี่ ทำบ้าอะไรเนี่ย?” เซียวเทียนอวี่พูดพลางเกาหัว แล้วแสดงสีหน้าไม่พอใจ

ก่อนหน้านี้เขาเป็นคนเอาแต่ใจมาตั้งแต่เด็ก แม้แต่     เซียวเจ๋อเทียนและหรงจือหยีก็ยังไม่สามารถอบรมสั่งสอนให้ลูกชายคนนี้เป็นคนดีขึ้นได้ แต่กลับกัน พวกเขาต่างกลัวและเกรงใจลูกสาวมาก ๆ

เมื่อก่อนเซียวเซียงเสวี่ยเองเป็นคนเข้มงวดและเอาแต่ใจ จึงทำให้บริษัทเล็ก ๆ ของเธอเกิดปัญหาจนเกือบจะปิดตัวลง แต่เธอก็สามารถปรับปรุงและพัฒนาตัวเองจนทำให้บริษัทกลับมาเติบโตได้

ถ้าไม่ใช่ลูกสาวของครอบครัวนี้พยายามทำงานอย่างหนัก เซียวเทียนอวี่คงไม่มีเงินกินใช้หรือไว้เล่นพนัน

ขณะนี้ใบหน้าของเซียวเซียงเสวี่ยเย็นชามากขึ้น ก่อนพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจว่า

“พอได้แล้วเจ้าผีพนัน!”

ลึก ๆ ในใจ เธอรู้สึกเกลียดตัวเองมาตลอดที่ไม่ได้ไปเกิดเป็นเซียวเฉินเยวียน เธอใฝ่ฝันอยากย้อนเวลากลับไปเกิดในบ่อเงินบ่อทองและได้ใช้ชีวิตตามใจตัวเอง กอบโกยเงินเท่าไหร่ก็ได้โดยที่ไม่ต้องทำงานหนัก

นอกจากนี้เธอยังรู้สึกทรมาน ที่มีน้องชายไร้ประโยชน์ซึ่งช่วยอะไรเธอไม่ได้เลย!

เซียวเทียนอวี่นิ่งเงียบไป

“มองตัวเองซิ แล้วเปรียบเทียบกับเซียวเฉินเยวียนดูด้วย! เขาก็แซ่เซียวเหมือนกัน แต่กลับหาเงินได้หลายแสนหยวนในเวลาไม่กี่นาที เงินทั้งหมดนั่นต่อให้ใช้ทั้งชีวิตนี้ก็ไม่มีวันหมด แต่แกช่วยอะไรพี่ไม่ได้เลย น่าสมเพชจริง ๆ เลยรู้ไหม!

พ่อแม่และฉันต้องทำงานหนักเพื่อหาเงินให้มากขึ้น แต่แกที่ไม่ช่วยอะไรกลับขโมยเงินไปลงพนันทุกวัน! พี่ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าต้องมาเกิดในครอบครัวนี้ หรือไม่ก็เกิดเป็นลูกคนเดียวไปซะ จะได้ไม่ต้องมาเจอแก!”

เซียวเทียนอวี่ก้มหน้าลง และนั่งลงเงียบ ๆ อย่างเชื่อฟัง

เดิมที เขาเองก็รู้สึกเกลียดเซียวเฉินเยวียนมาโดยตลอด เพราะเขาถูกใครต่อใครหยิบยกมาเปรียบเทียบกับเซียวเฉินเยวียนตั้งแต่ยังเด็ก ทำให้เขาเป็นตัวตลกในสายตาทุกคน

เซียวเฉินเยวียนนั้นเป็นเหมือนเกียรติยศของวงศ์ตระกูล ที่ไม่มีใครสามารถเทียบได้ ซึ่งต่างจากเซียวเทียนอวี่ที่ทุกคนเอาแต่ดูถูกถากถาง

เขาจึงมีแต่ความเกลียดชังและสาปแช่งเซียวเฉินเยวียนเสมอมา แม้เขาอยากจะผลักดันตัวเองให้เหนือกว่ามากแค่ไหน แต่สุดท้ายเขาก็ก้าวข้ามเซียวเฉินเยวียนไม่ได้เลย

“่ช่างมันเถอะ ตอนนี้เซียวเฉินเยวียนไม่ได้ตกลงคบหากับพี่จ้าว แต่หากเราร่วมมือกับพี่จ้าวละก็ เราจะสามารถเอาชนะเซียวเฉินเยวียนได้ในไม่ช้า ดูเหมือนว่าโชคจะเข้าข้างเราแล้วล่ะ ยังไงงานนี้แกก็ต้องมาช่วยพี่ด้วย”

เซียวเซียงเสวี่ยพูดจบแล้วยิ้มมุมปาก ก่อนพูดเสริมขึ้นว่า

“โชคเข้าข้างแบบนี้มันดีจริง ๆ ต่อไปนี้เราจะต้องร่วมมือกับพี่จ้าว แล้วค่อยไปจัดการส่วนแบ่งทีหลัง คอยดูเถอะ สบโอกาสเมื่อไหร่ เราจะหักปีกหงส์ให้ร่วงลงไปนอนกับพื้นซะ”

เซียวเทียนอวี่ได้ยินจึงถามขึ้นมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น

“อะไรนะ? พี่เฉินเยวียนคบกับผู้หญิงคนอื่นเหรอ? แล้วเธอคนนั้นเป็นใครมาจากไหน?”

เซียวเซียงเสวี่ยหยิบเอกสารฉบับหนึ่งในกระเป๋าออกมา ก่อนพูดขึ้นว่า

“ก็แค่ผู้หญิงง่อย ๆ จากครอบครัวแม่เลี้ยงเดี่ยวในเมือง F น่ะ ดูเหมือนว่าเพิ่งเข้าสู่วงการบันเทิงได้ไม่นาน และลงทุนทำร้านเบเกอรี่ด้วย แต่ทำไมกันล่ะ? เซียวเฉินเยวียนถึงลดตัวลงไปคบผู้หญิงธรรมดาแบบนี้”

บทที่ 400

อย่าขวางทางคนชั่วร้าย

“หนังที่ผู้หญิงคนนี้แสดงเพิ่งถ่ายจบไป เราคงเล่นงานอะไรตรงนั้นไม่ได้ แต่ร้านเบเกอรี่สาขาใหม่ของมันกำลังจะเปิดที่ศูนย์การค้าของชุมชนเราในวันพรุ่งนี้ แกรู้ใช่ไหมว่าต้องทำยังไง?”

เซียวเซียงเสวี่ยจ้องเซียวเทียนอวี่ด้วยสายตาเย็นชา ตามด้วยบรรยากาศชวนขนลุก

เซียวเทียนอวี่เห็นดังนั้นก็ตกใจและหวาดกลัว ก่อนพยักหน้าแล้วตอบว่า “ฉันจัดการทุกอย่างได้แน่นอน พี่ไม่ต้องกังวลเลย”

วันต่อมา

ร้านเบเกอรี่ซือเปาต่าสาขาที่สิบเก้าเปิดตัวที่ศูนย์การค้าของชุมชนระดับไฮเอนด์แห่งหนึ่งในเมืองหลวง

โดยสาขานี้ก็เหมือนกับสาขาอื่น ๆ ที่มีการร่วมหุ้นกับสปอนเซอร์และลงทุนเปิดแฟรนไชส์สาขาใหม่ขึ้นมา ตามความต้องการของลูกค้าในแต่ละพื้นที่

เนื่องจากเบเกอรี่ซือเปาต่าได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม ไม่ว่าจะไปที่ไหน ก็จะมีลูกค้ามาอุดหนุนไม่ขาดสาย ทำให้เห็นว่าจากความนิยมและยอดขายที่พุ่งสูงขึ้นนั้น คงไม่มีวันที่จะปิดกิจการลงง่าย ๆ

หลังจากสาขาที่สิบเก้าเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ผู้ที่อาศัยอยู่ในชุมชนละแวกนี้ต่างตื่นเต้นกันมาก พวกเขามายืนต่อแถวรอซื้อขนมปังกันแต่เช้า

“ในที่สุด เราก็มีซือเปาต่าเปิดใกล้ ๆ บ้านแล้ว ทีนี้ก็ไม่ต้องขับรถไปไกลถึงในตัวเมืองให้เสียเวลา แค่รู้ข่าวก็ตื่นเต้นตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว” หญิงสาวคนหนึ่งพูดขึ้นมาขณะที่ยืนต่อแถว

“ขนมปังร้านนี้อร่อยมากจริง ๆ อร่อยจนอยากจะร้องไห้เลยล่ะ ฉันน่ะไปซื้อในเมืองทุกวัน และรู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่ได้กินขนมปังของซือเปาต่า” หญิงสาวอีกคนพูดขึ้นมาด้วยความปลื้มปริ่ม

“หวังว่าจะถึงคิวของเราในอีกไม่ช้านะ คนเยอะจริง ๆ สงสัยต้องตื่นให้เช้ากว่านี้ซะแล้ว” ชายหนุ่มคนหนึ่งบ่นขึ้นมา เพราะเขาแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาว่าจะมีคนต่อแถวเยอะขนาดนี้ในตอนเช้า

“สู้ ๆ ละกัน ก่อนมานี่ฉันก็เตรียมใจเรื่องคิวยาวไว้แล้วล่ะ แต่ความจริงก็เกินคาดไปมาก ไม่คิดเลยว่าคนในชุมชนของเราจะให้ความสนใจกันเยอะขนาดนี้ ก็อีกหนึ่งชั่วโมงคงถึงคิวของเรา” หญิงสาวคนก่อนหน้าเขาพูดขึ้นมา

ขณะเดียวกันพนักงานภายในร้านยังคงวุ่นวายกับการอบขนมปัง ถาดใส่ขนมปังมากมายถูกยกออกมาวางในตู้กระจกอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมให้ได้ปริมาณที่มากพอก่อนเปิดร้านในเร็ว ๆ นี้

ถังซือซือที่ยืนดูอยู่มุมหนึ่งภายในร้าน ได้เห็นภาพข้างหน้านี้ก็รู้สึกอิ่มเอมใจมาก

ตอนนี้ สปอนเซอร์หลายเจ้าแห่ติดต่อเธอมาไม่เว้นแต่ละวัน เพื่อหวังว่าร่วมมือทางธุรกิจและเปิดแฟรนไชส์สาขาใหม่

ทันใดนั้นเอง มีเสียงโห่ร้องดังมาจากฝูงชนที่ยืนต่อแถวอยู่หน้าร้านว่า

“พวกแกน่ะ รีบจัดการซะ ทุบร้านนี้ให้พังไปเลย!”

“ปัง! ปัง!” เมื่อฝูงชนที่ยืนต่อแถวอยู่ได้ยินเสียงทุบตีข้าวของดังขึ้นมา ต่างตกใจแล้วชะเง้อหน้าออกมาดูเหตุการณ์

หลังจากเห็นการก่อจลาจลนี้ พวกเขาก็บ่นขึ้นมาว่า

“พวกนั้นทำบ้าอะไรกันอยู่ มาก่อเรื่องแบบนี้ได้ยังไง? ทำเพื่ออะไรเนี่ย?”

“ฉันก็คิดอย่างนั้น อะไรกัน? จู่ ๆ มาทุบร้านนี้ทำไม? ฉันยังไม่ได้ซื้อขนมปังเลย”

“พวกมันไม่รู้รึไงว่าหลายคนที่นี่ต่อแถวหน้าร้านกันนานแค่ไหน?”

นอกจากฝูงชน ชายหัวล้านที่มีใบหน้าน่ากลัว ยืนสั่งลูกน้องของตนเองทุบร้านต่อไป แล้วข่มขู่ฝูงชนแถวนั้นว่า

“ถ้าไม่อยากเจ็บตัวก็ไสหัวออกไปจากที่นี่! ใครเข้ามาขวางได้เจอดีแน่”

ข้างหลังชายหัวล้าน มีชายหนุ่มอีกหลายคนประมาณโหลหนึ่งได้ กำลังยืนถือท่อนไม้ชี้ไปทางฝูงชน

ทำให้ฝูงชนตื่นตระหนกกันมาก เมื่อเห็นว่าสถานการณ์เริ่มไม่สู้ดี จึงแยกย้ายกันไปหาที่หลบ

“เดี๋ยว! นั่นมันซุนยี่หัวหน้ากลุ่มอันธพาลละแวกนี้ไม่ใช่เหรอ? พวกนี้แหละที่ชอบมาทุบร้านคนอื่น เพียงเพราะต้องการเงินกับขยายอำนาจของตัวเอง ฉันว่าเจ้าของร้านนี้คงไปทำให้มันไม่สบอารมณ์เอาแน่ ๆ!”

นอกจากนี้บางคนที่รู้จักซุนยี่อยู่แล้ว ก็วิ่งหนีจากไป

ส่วนบางคนที่ไม่รู้ ก็พากันตกใจกลัว

ซุนยี่เป็นหัวหน้ากลุ่มอันธพาลที่หลายคนในละแวกนี้รู้จักกันดี และเขาก็เป็นคนที่ทำทุกอย่างเพื่อเงิน นอกจากนี้แล้วยังมีความชำนาญในการต่อสู้ ปล้น และข่มขู่อีกด้วย ก่อนหน้านี้ เขาและลูกน้องต่างก็ทุบตีร้านค้าแถวนี้มานับไม่ถ้วน

จบบทที่ บทที่ 399-400

คัดลอกลิงก์แล้ว