- หน้าแรก
- ระบบมหาเศรษฐีปั้นตัวประกอบ ให้เป็นซุปตาร์สาวรวยล้นฟ้า
- บทที่ 203 ไม่รู้เหรอว่าตัวร้ายมักตายเพราะพูดมาก
บทที่ 203 ไม่รู้เหรอว่าตัวร้ายมักตายเพราะพูดมาก
บทที่ 203 ไม่รู้เหรอว่าตัวร้ายมักตายเพราะพูดมาก
บทที่ 203 ไม่รู้เหรอว่าตัวร้ายมักตายเพราะพูดมาก?
เสียงนั้นแผ่วเบาจนแทบเหมือนภาพลวงตา
หากไม่กลั้นหายใจเพ่งสมาธิฟังดีๆ ก็อาจจะคิดว่าเป็นเพียงเสียงใบไม้ร่วงด้านนอกที่ถูกลมพัดปลิว
เมื่อสัมผัสได้ถึงการปรากฏตัวของตัวการผู้อยู่เบื้องหลัง ฉินอินก็ตื่นตัวขึ้นทันทีและสะกิดเซี่ยชิงอี้เบาๆ เซี่ยชิงอี้ที่ง่วงจนแทบลืมตาไม่ขึ้นสะดุ้งตื่นเต็มตาทันใด ร่างกายแข็งทื่อราวกับหุ่นเชิด
ท่ามกลางความมืดมิด ชายสวมถุงคลุมรองเท้าและหน้ากากอนามัยย่องเข้ามาในห้องนอน
เขาไม่รู้เลยว่าฉินอินก็อยู่ที่นี่ด้วย และยิ่งไม่รู้ตัวเลยว่าเขาได้ก้าวเท้าเข้าสู่กับดักที่เตรียมไว้ล่วงหน้าแล้ว เพียงแค่นักล่าออกคำสั่ง เขาก็จะถูกจับใน "กรงดักสัตว์" ทันที
"ชิงอี้ ผมมาหาคุณอีกแล้วนะ คุณคงไม่รู้หรอก แต่ตั้งแต่ผมได้เห็นคุณเต้นในรายการวาไรตี้นั่น ผมก็ตกหลุมรักท่วงท่าอันพริ้วไหวและสง่างามของคุณจนถอนตัวไม่ขึ้น"
"ตั้งแต่นั้นมา ผมโหวตให้คุณในเวยป๋อทุกวัน ตั้งกลุ่มแฟนคลับเพื่อสนับสนุนคุณ อดหลับอดนอนปั่นยอดวิว ช่วยคุมคอมเมนต์และจัดการพวกแอนตี้แฟน แถมยังตามไปงานอีเวนต์ต่างๆ เพียงเพื่อจะได้เห็นหน้าคุณ"
"คุณไม่มีทางรู้หรอกว่าคุณงดงามและเจิดจรัสแค่ไหนท่ามกลางผู้คน หัวใจของผมค่อยๆ หลุดการควบคุม และผมก็ไม่พอใจที่จะเป็นเพียงหนึ่งในแฟนคลับนับหมื่นนับพันของคุณอีกต่อไป"
"ผมอยากให้สายตาของคุณจับจ้องมาที่ผมเพียงคนเดียว อยากให้เรานอนกอดกัน ดูพระอาทิตย์ขึ้นและตกไปด้วยกัน..."
ดูเหมือนเขาจะไม่กังวลเลยว่าเซี่ยชิงอี้จะตื่นขึ้นมา เขาได้แต่ยืนพึมพำระบายความคิดสกปรกโสมมที่ซ่อนเร้นอยู่ในใจเพียงลำพังท่ามกลางความมืด
ฉินอินที่นอนอยู่บนเตียงเลิกคิ้วขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ แววตาเปี่ยมไปด้วยความขบขันและเยาะเย้ย
ชิ ดูท่าเจ้านี่จะไม่เข้าใจสัจธรรมที่ว่า 'ตัวร้ายมักตายเพราะพูดมาก' สินะ
บนเตียง เซี่ยชิงอี้คลุมโปงด้วยผ้าห่มเพื่อบดบังแสงจากหน้าจอโทรศัพท์ เธอเปิดแอปพลิเคชันบันทึกเสียงและเริ่มอัดคำพูดของสตอล์กเกอร์โรคจิตคนนั้น
เส้นประสาทของเธอตึงเครียด หัวใจราวกับถูกมือยักษ์บีบคั้นด้วยความหวาดกลัวจนต้องกัดฟันแน่น แต่ถึงกระนั้นเธอก็ยังระมัดระวังไม่ให้เกิดเสียงดัง เพื่อไม่ให้ชายที่กำลังดำดิ่งอยู่ในภวังค์ของตัวเองสังเกตเห็นความผิดปกติ
เวลาผ่านไป ชายคนนั้นก็พล่ามจบ เท้าที่สวมถุงคลุมรองเท้าก้าวลงบนพรมหนานุ่มและค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้าหาเตียงนอนอย่างช้าๆ
"ปัง—"
ทันทีที่ชายคนนั้นเข้าประชิดเตียง ฉินอินที่เตรียมพร้อมอยู่แล้วก็ดีดตัวขึ้นทันที เธอคว้าผ้าปูรองหมอนม้วนเป็นเกลียวเชือกพุ่งเข้ารัดคอเขา และยกเท้าเตะผ่าหมากเข้าที่เป้ากางเกงของเขาอย่างไม่ปรานี!
กระบวนท่าอันต่อเนื่องและลื่นไหลนี้เกิดขึ้นภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาที!
"อ๊ากกก—"
จุดยุทธศาสตร์อันบอบบางถูกกระแทกอย่างรุนแรง ชายหนุ่มที่ไร้การป้องกันหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษด้วยความเจ็บปวด เหงื่อเม็ดโป้งผุดพรายเต็มหน้าผาก พร้อมเสียงกรีดร้องโหยหวนดังลอดออกมาจากลำคอ
เสียงกรีดร้องราวกับหมูถูกเชือดดังบาดหูท่ามกลางค่ำคืนอันเงียบสงัด บอดี้การ์ดสองคนและผู้ช่วยพิเศษเสิ่นหลินซีที่ดักรออยู่ชั้นล่างมานาน รีบพุ่งตัวขึ้นไปยังชั้นบนด้วยความรวดเร็ว กลัวว่าหากช้าไปแม้แต่วินาทีเดียว คนร้ายอาจจะหลบหนีไปได้
ภายในห้องนอน ฉินอินตะโกนสั่ง "เปิดไฟ!"
ความมืดอาจส่งผลต่อการต่อสู้ของเธอ และเธอกังวลว่าชายร่างกำยำคนนี้อาจดิ้นหลุดจากการควบคุม
"ได้... ได้ค่ะ!"
เซี่ยชิงอี้รีบกดสวิตช์ไฟที่หัวเตียง
วินาทีถัดมา ความมืดมิดก็สลายไป แทนที่ด้วยแสงสว่างจ้าดุจกลางวันของหลอดไฟที่สาดส่องไปทั่วทุกมุม
แสงไฟสว่างวาบขึ้นอย่างกะทันหันจนแสบตา ทำให้ชายคนนั้นต้องหลับตาลงตามสัญชาตญาณเพื่อลดความระคายเคือง
ฉินอินฝืนระงับสัญชาตญาณที่จะหลับตาลง และฉวยโอกาสนี้โจมตีซ้ำอีกครั้ง ซัดเข้าใส่ในจังหวะที่เขาไม่ทันตั้งตัวจนเส้นเลือดบนหน้าผากปูดโปน
"แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก—"
ชายสวมหน้ากากที่โดนโจมตีทีเผลอถูกซัดเข้าอย่างจังอีกครั้ง ดวงตาของเขาแดงก่ำด้วยความเจ็บปวดในทันที ลมหายใจเริ่มหนักหน่วงและติดขัดขึ้นเรื่อยๆ!