เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 ฉากตบหน้าในนิยายกลายเป็นเรื่องจริง

บทที่ 15 ฉากตบหน้าในนิยายกลายเป็นเรื่องจริง

บทที่ 15 ฉากตบหน้าในนิยายกลายเป็นเรื่องจริง


บทที่ 15 ฉากตบหน้าในนิยายกลายเป็นเรื่องจริง

ใบหน้าของฉินเจียวรุ่ยเต็มไปด้วยความตกใจและไม่อยากจะเชื่อ

พ่อของเด็กสาวคนนี้คือเซี่ยเซิ่งชางงั้นเหรอ?

เจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ชื่อดังแห่งเมืองไห่เฉิง เครือเซี่ยกรุ๊ปเริ่มต้นจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และพัฒนาโครงการที่พักอาศัยระดับกลางถึงสูงรวมถึงห้างสรรพสินค้ามากมายนับไม่ถ้วน

ห้างสรรพสินค้าซินอู่สุดหรูแห่งนี้ก็เป็นของตระกูลเซี่ย แบรนด์ต่างๆ ที่เข้ามาขายต้องจ่ายค่าเช่ามหาศาลทุกปี

ตระกูลฉินแม้จะพอมีฐานะ แต่ก็เป็นเพียงเศรษฐีปลายแถว เมื่อเทียบกับตระกูลเซี่ยผู้โด่งดังแล้ว ความแตกต่างนั้นราวกับฟ้ากับเหว เทียบกันไม่ติดฝุ่นเลยด้วยซ้ำ

ฉินเจียวรุ่ยยืนเหม่อลอย

ฉินอินรู้จักกับคุณหนูใหญ่แห่งเซี่ยกรุ๊ปจริงๆ งั้นเหรอ?

เมื่อเห็นผู้จัดการมีท่าทีลังเล เซี่ยหว่านหรงก็ดูดชานมไข่มุกแล้วเคี้ยวหนุบหนับอย่างดุดัน

"ผู้จัดการ แบนยัยนี่ตลอดชีวิตซะ! เดี๋ยวฉันจัดการลดค่าเช่าปีนี้ให้คุณครึ่งหนึ่งเอง!"

ที่นี่คือถิ่นของเธอ เธอไม่มีวันยอมให้พี่อินโดนรังแกใต้จมูกตัวเองเด็ดขาด

!!!

ลาภลอยก้อนโตหล่นทับ!

ผู้จัดการที่ตอนแรกยังลังเล พอได้ยินแบบนี้ก็พยายามเก็บอาการสุดชีวิต แต่ความตื่นเต้นในแววตานั้นแทบจะทะลักออกมาอยู่แล้ว

ในฐานะห้างสรรพสินค้าระดับไฮเอนด์ ค่าเช่าที่ของห้างซินอู่นั้นแพงหูฉี่

เรื่องดีๆ แบบนี้มีอยู่จริงด้วยเหรอ?

ผู้จัดการตื่นเต้นจนหน้ามืดตามัว มึนงงไปหมดเพราะโชคหล่นทับกะทันหัน

ฉินอินเองก็คิดถึงจุดนี้เช่นกัน

แม้จะรู้สึกอบอุ่นหัวใจที่เซี่ยหว่านหรงออกโรงปกป้อง แต่สติของเธอยังคงแจ่มชัด

เธอรู้ดีว่าตระกูลเซี่ยจะเสียผลประโยชน์จากการแลกเปลี่ยนครั้งนี้

ฉินอินถือแก้วชานมที่ยังกินไม่หมดแล้วแกว่งไปมาเบาๆ

"สาวน้อย ไม่ต้องหรอก การทำธุรกิจคือการเปิดประตูรับลูกค้า จะให้ผู้จัดการไล่ลูกค้าออกไปมันจะทำให้เขาลำบากใจเปล่าๆ"

ผู้จัดการที่กำลังดื่มด่ำกับความตื่นเต้นและยังไม่ได้ตอบตกลงในทันที พอได้สติกลับมาก็เห็นเป็ดที่ต้มสุกแล้วบินหนีไปต่อหน้าต่อตา

เขาร้องไห้ไม่ออก น้ำตาตกใน "..."

ฮือๆๆ ไม่ลำบากใจเลยสักนิด!

เขาเต็มใจจะเจ็บปวดแบบนั้นมากๆ เลยนะ!

ฉินอินมองไปที่ฉินเจียวรุ่ย "ในเมื่อฉันกล้าเดินเข้ามาซื้อของในร้านแบรนด์เนม ฉันก็ย่อมมีปัญญาจ่าย ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาออกหน้าจ่ายเงินแทนเพื่อรักษาหน้าหรอก"

ฉินเจียวรุ่ยไม่เชื่อคำพูดนั้นเลยสักนิด

ฉินอินเมินเฉยต่อใบหน้าซีดเผือดของอีกฝ่าย เธอก้าวเท้าเดินดูของในร้านอย่างสบายอารมณ์ โดยมีพนักงานหญิงคนเดิมเดินตามต้อยๆ

เธอเลือกซื้อของโดยไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย นิ้วเรียวยาวชี้ไปที่เสื้อผ้า

"ตัวนี้"

"ตัวนี้"

"แล้วก็ตัวนี้"

...เสียงเนือยๆ ของฉินอินดังก้องไปทั่วร้าน ท่าทางเล่นใหญ่ของเธอทำให้ลูกค้าคนอื่นต้องหยุดมอง

ใบหน้าของฉินเจียวรุ่ยเริ่มบิดเบี้ยวและน่าเกลียดขึ้นเรื่อยๆ

ทันใดนั้น ฉินอินก็หยุดเดิน

ฉินเจียวรุ่ยถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ความรู้สึกดูถูกเหยียดหยามผุดขึ้นในใจ

"หมดแล้ว? แค่นี้เองเหรอ? ถ้าไม่มีปัญญาจ่ายก็อย่ามาทำตัวอวดร่ำอวดรวยให้ขายหน้าเลย"

ได้ยินดังนั้น เซี่ยหว่านหรงก็ตวัดสายตาจิกกัดฉินเจียวรุ่ย

หึ ยัยนี่จะไปรู้อะไร!

ฉินอินหันกลับมา มองพนักงานในชุดยูนิฟอร์ม แล้วยื่นมือไปแตะบ่าเธอ

"นอกจากสองสามตัวที่ฉันชี้เมื่อกี้ว่าไม่เอา ช่วยห่อเสื้อผ้าตัวอื่นในร้านทั้งหมดให้ฉันที"

"ลำบากหน่อยนะ"

สีหน้าของเธอยังคงเรียบเฉย ราวกับว่าไม่ได้กำลังเหมาเสื้อผ้าแบรนด์เนม แต่กำลังซื้อของลดราคาขายส่งตามตลาดนัด

พนักงานหญิงดีใจจนเนื้อเต้น

"ได้ค่ะ! กรุณารอสักครู่ ไม่ลำบากเลยค่ะ การบริการลูกค้าคือหน้าที่ของดิฉัน!"

นี่มันเล่นเหมาหมดร้านเลยนะ! แค่ค่าคอมมิชชันจากยอดขายนี้ก็กินอิ่มไปทั้งปีแล้ว!

วันนี้เธอเจอเทพเจ้าแห่งโชคลาภเข้าให้แล้ว

ผู้จัดการร้านยิ้มแก้มปริจนหุบปากไม่ลง ความเศร้าที่พลาดลาภลอยเมื่อครู่หายวับไปกับตา

เพื่อนของคุณหนูเซี่ยคนนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ

อย่างว่า คนรวยย่อมคบหากับคนรวย

ผู้จัดการรีบยกถาดผลไม้ ขนมหวานหน้าตาดี และน้ำชามาเสิร์ฟด้วยตัวเองที่โซนรับรอง

"คุณลูกค้า เชิญทานของว่างรอก่อนนะครับ"

พูดจบเขาก็กำชับให้พนักงานคนอื่นคอยดูแลฉินอิน ส่วนตัวเองรีบวิ่งไปทำเรื่องสมัครบัตร VIP ให้ฉินอินทันที

"เป็นไปได้ยังไง..."

เมื่อเห็นฉินอินถูกรุมล้อมเอาใจจากพนักงาน ฉินเจียวรุ่ยที่ยืนแข็งทื่ออยู่กับที่ก็หน้าถอดสี ส่ายหัวรัวๆ อย่างไม่อยากจะเชื่อ

เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้... ฉินอินไปเอาเงินมาจากไหน?!

ราวกับล่วงรู้ความสงสัยและความตกตะลึงในใจของฉินเจียวรุ่ย ฉินอินปรายตามองอีกฝ่ายอย่างเฉยชา

"วันหลังก็หัดเลิกใช้ตาต่ำๆ มองคนอื่นได้แล้ว"

...

ฉินเจียวรุ่ยพูดไม่ออกเมื่อเจอความแตกต่างราวฟ้ากับเหว จนลืมที่จะโต้เถียงกับฉินอินไปชั่วขณะ

ร้านแบรนด์เนมระดมพนักงานกว่าครึ่งร้านมาช่วยกันแพ็กเสื้อผ้าของฉินอิน ใช้เวลาครึ่งชั่วโมงกว่าจะห่อเสร็จทั้งหมด

ผู้จัดการทำเอกสารเสร็จ ยื่นบัตร VIP ให้ฉินอินด้วยสองมือ พร้อมใบเสร็จ

ยิ้มแย้มอย่างเป็นมิตร

"คุณผู้หญิงครับ ยอดรวมทั้งหมดห้าล้านสามแสน คุณลูกค้าสะดวกชำระแบบไหนครับ?"

ฉินอินนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาในโซนรับรอง ล้วงบัตรธนาคารออกมาวางบนโต๊ะกาแฟตรงหน้า

"รูดบัตร"

ผู้จัดการรีบนำเครื่องรูดบัตรมาให้ ฉินอินเสียบบัตรและกดรหัส เสียงแจ้งเตือนยอดเงินเข้าดังขึ้นที่เคาน์เตอร์

ธุรกรรมหลักล้านเสร็จสมบูรณ์

ฉินอินขอปากกากระดาษจากผู้จัดการ จรดปากกาลูกลื่นเขียนที่อยู่อย่างรวดเร็ว ลายเส้นตัวอักษรพริ้วไหวสวยงาม

"ส่งของไปตามที่อยู่นี้"

"ได้ครับ ยินดีครับ"

ผู้จัดการพยักหน้าหงึกหงัก พอเห็นที่อยู่บนกระดาษเขาก็ต้องตะลึง นี่มันเศรษฐีนีตัวจริงที่อาศัยอยู่ในย่านที่พักอาศัยสุดหรูที่ที่ดินมีค่าดั่งทองคำ!

หลังชำระเงินเสร็จ ฉินอินก็เก็บรวบรวมบัตรใส่กระเป๋า สายตาไม่แม้แต่จะแลมองฉินเจียวรุ่ยสักนิด

เธอมองไปทางเซี่ยหว่านหรง

"ไปกันเถอะ ไปร้านถัดไป"

"โอ้ว พี่อินสุดยอดไปเลย!"

เซี่ยหว่านหรงยัดขนมเข้าปาก แก้มป่องเหมือนปลาปักเป้าน้อยน่ารัก ปรบมือชอบใจยกใหญ่

ทั้งสองเดินออกจากร้านแบรนด์เนมไป

ผู้จัดการหันมองฉินเจียวรุ่ยที่ยืนเอ๋ออยู่ แล้วส่งยิ้มการค้าให้

"คุณครับ ต้องขอประทานโทษด้วย ตอนนี้พนักงานของเราไม่เพียงพอเพราะต้องไปส่งของให้คุณฉิน คงไม่สะดวกให้บริการคุณครับ"

คำปฏิเสธของผู้จัดการช่างรักษาน้ำใจเหลือเกิน

ถึงอย่างนั้น ฉินเจียวรุ่ยก็ยังรู้สึกหน้าร้อนผ่าวราวกับโดนตบหน้าฉาดใหญ่ อับอายขายขี้หน้าจนแทบแทรกแผ่นดินหนี

สีหน้าเธอบิดเบี้ยวเล็กน้อย สูดหายใจลึก ก่อนจะปาเสื้อผ้าที่กำลังจะซื้อลงบนโซฟาอย่างแรง

"เฮอะ ข้ออ้างฟังขึ้นตายล่ะ!"

ฉินเจียวรุ่ยโกรธจนตัวสั่น คว้าแขนเพื่อนสาวเดินกระแทกส้นสูงออกจากร้านไป

ผู้จัดการไม่สนใจอารมณ์เกรี้ยวกราดของฉินเจียวรุ่ย เขาหันไปตรวจเช็กสินค้ากับพนักงานอย่างเคร่งครัดเพื่อกันความผิดพลาด

ลูกค้าคนอื่นในร้านที่เห็นเหตุการณ์ตบหน้าเมื่อครู่ต่างอดไม่ได้ที่จะซุบซิบกัน

"เอาจริงนะ พี่สาวคนนั้นโคตรหยิ่งเลย! ฉันยังไม่กล้าพูดจาอวดดีขนาดนั้นแม้แต่ตอนซื้อผักที่ตลาดสดเลย"

"สาวน้อยคนนั้นลูกสาวเซี่ยเซิ่งชางนี่นา ตัวจริงดูนุ่มนิ่มน่ารักดีจัง"

"ผู้หญิงคนเมื่อกี้ EQ ต่ำชะมัด ไม่รู้ตัวเลยรึไงว่าครั้งหน้าถ้ามาร้านนี้อีก ผู้จัดการก็คงหาข้ออ้างไม่ขายให้เหมือนเดิม ไม่ต่างอะไรกับโดนแบล็กลิสต์หรอก"

"ฮ่าๆๆ... ถ้าฉันเป็นหล่อนนะ คงต้องเดินอ้อมร้านนี้ไปเลย จะได้ไม่สะกิดแผลใจ"

...ทุกคนต่างพูดคุยกันอย่างออกรส

นี่มันฉากตบหน้าในนิยายที่เกิดขึ้นจริงชัดๆ!

จบบทที่ บทที่ 15 ฉากตบหน้าในนิยายกลายเป็นเรื่องจริง

คัดลอกลิงก์แล้ว