เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 229-230

บทที่ 229-230

บทที่ 229-230


บทที่ 229

ถ้าโดนทุบเข้าก็อดทนหน่อยนะ

 

ถังซือซือยังมีสีหน้ายิ้มแย้ม ไม่โกรธอีกฝ่ายเลยที่ตำหนิ ก่อนจะเดินออกจากห้องไปเพื่อเติมน้ำร้อนชงชาด้วยการเคลื่อนไหวที่กระฉับกระเฉง

เจียงหลี่ว์รุ่ยเห็นอีกฝ่ายเดินออกไปชงชา จึงคิดจะตอบสัมภาษณ์อย่างรวดเร็วให้จบ ๆ ไปเสียที แต่เสิ่นหวยอวี้กลับสนใจข้อมูลบางอย่าง จึงถามรายละเอียดเล็กน้อย

“พี่หลี่ว์รุ่ย ฉันรู้มาว่าคุณเรียนวิชาศิลปะการต่อสู้กับคุณพ่อตั้งแต่ยังเด็ก ถ้าอย่างนั้น คุณช่วยอธิบายฉากการต่อสู้ของคุณระหว่างการออดิชันให้ละเอียดหน่อยได้ไหมคะ?”

ถังซือซือกลับเข้าห้องมาแล้ว ก็ค่อย ๆ รินน้ำชาลงในถ้วยของทุกคนอย่างช้า ๆ ก่อนจะวางกาน้ำชาลง ไม่คิดจะรินน้ำชาให้กับเจียงหลี่ว์รุ่ย แต่กลับยืดอกขึ้นเพื่อขันอาสา

“ฉันชื่นชมคนที่เรียนศิลปะการต่อสู้มาตั้งแต่เด็ก ๆ เป็นพิเศษค่ะ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้เห็นมันด้วยตัวเอง           พี่หลี่ว์รุ่ยคะ ทำไมเราไม่ใช่วิธีการแสดงบทบาทสมมุติแทนการอธิบายเอาล่ะ? ฉันจะรับบทเป็นโจรในที่เกิดเหตุเอง สัญญาเลยว่าจะยืนนิ่ง ๆ ให้คุณแสดงอย่างอิสระ”

เสิ่นหวยอวี้ได้ยินข้อเสนอนี้ ก็แทบอดทนไม่ไหวที่จะปรบมือให้กับถังซือซือ บางทีการแสดงบทบาทสมมุติอาจเห็นภาพมากกว่าการอธิบายเป็นคำบอกเล่า ในขณะเดียวกันเธอก็ไม่ลืมที่จะเตือนอีกฝ่ายว่า

“งั้นก็ทำตัวดี ๆล่ะ อย่าทำอะไรให้กลายเป็นเรื่องใหญ่เชียว”

เพราะถ้านักข่าวเผลอทำให้ผู้ให้สัมภาษณ์ไม่พอใจ      การสัมภาษณ์ในครั้งนี้ก็จะดำเนินไปด้วยบรรยากาศที่น่าอึดอัด ถือเป็นข้อห้ามสำหรับอุตสาหกรรมสื่อ

ใครจะรู้ว่าใบหน้าของเจียงหลี่ว์รุ่ยจะแปรเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำเมื่อได้ยินแบบนี้ เธอฝืนยิ้มพลางโบกไม้โบกมือ

“ห้องนี้คับแคบจะตายไป คงไม่สะดวกหรอกค่ะ”

เธอยังไม่ลืมว่าถังซือซือเคยเอาชนะพวกโจรจนราบเป็นหน้ากลองด้วยฝ่ามือเดียว การที่ผู้หญิงคนนี้เสนอหน้า ไม่พ้นมีเจตนาจะทำให้เธออับอายเป็นแน่!

การหลอกตัวเองในระยะเวลาสั้น ๆ ไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ถ้าปล่อยให้เวลาผ่านไปนานเข้า ไม่แน่เธออาจจะเก็บอาการไม่อยู่อีกต่อไป ผู้หญิงคนนี้หวังให้เธอเปิดเผยพิรุธออกมาสินะ

แต่ถังซือซือยังคงแสดงท่าทีไร้เดียงสา

“เมื่อกี้ฉันออกไปชงชาข้างนอก บังเอิญเห็นว่าข้าง ๆ มีห้องโถงกลางด้วยค่ะ ที่นั่นโล่งและกว้างมาก ไม่มีคนอื่นรบกวนเลย เราย้ายไปแสดงบทบาทสมมุติกันตรงนั้นได้นะคะ”

ถังซือซือชี้ออกไปด้านนอกด้วยรอยยิ้มสดใส ก่อนจะหันหน้ากลับมาพูดกับช่างภาพเพื่อเสนอความคิดเห็นของตัวเอง

“พอเป็นแบบนี้แล้ว เราก็จะสามารถถ่ายภาพฉากการต่อสู้อันสวยงามของพี่หลี่ว์รุ่ยได้อย่างชัดเจนยังไงล่ะคะ พอภาพออกมาแล้ว ทุกคนจะต้องทึ่งกับมันมากแน่ ๆ”

เสิ่นหวยอวี้มองไปทางถังซือซือด้วยสายตาชื่นชม หญิงสาวตัวเล็กคนนี้ดูเหมือนจะไร้ประโยชน์ แต่ความคิดสร้างสรรค์ของเธอที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาวิกฤติก็ดูเข้าท่าไม่น้อย

ฝ่ายช่างภาพก็อยากยกนิ้วโป้งให้เธอด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เริ่มการสัมภาษณ์กับเจียงหลี่ว์รุ่ยมา ก็ยังไม่มีภาพถ่ายที่น่าพอใจเลย

คราวนี้เจียงหลี่ว์รุ่ยถึงกับนั่งไม่ติด

อันที่จริง ข้อเสนอดังกล่าวจากทางฝั่งผู้สัมภาษณ์ โดยปกติแล้วถือเป็นโอกาสที่นักแสดงยากจะได้รับ

แต่ถ้าตัดถังซือซือออกไปสักคน นี่คงเป็นความคิดที่ดีมาก

“แหะ ๆ... คือว่า...”

เจียงหลี่ว์รุ่ยหันหน้ากลับไปอีกทาง เพราะตั้งใจจะถามความคิดเห็นจากผู้จัดการส่วนตัวของตัวเอง ทันใดนั้นเสียงปรบมือเชียร์ก็ดังกึกก้อง

“เอาเลยค่ะพี่หลี่ว์รุ่ย!”

เธอเห็นว่าผู้จัดการส่วนตัวที่ไม่รู้ความจริงอะไรเอาแต่ปรบมือสนับสนุนอย่างแรง

ในฐานะนักแสดงเกรดซี นี่ถือเป็นครั้งแรกที่เจียงหลี่ว์รุ่ยถูกสัมภาษณ์โดยสำนักหนังสือพิมพ์ระดับไฮเอนด์เป็นครั้งแรก แน่นอนว่าเธอต้องยอมรับข้อเสนอดังกล่าวอยู่แล้ว!

คราวนี้ สายตาสามคู่จ้องมองมาที่เธออย่างสดใส ส่วนถังซือซือผู้ริเริ่มความคิดดังกล่าวก็ส่งรอยยิ้ม ‘จริงใจ’ ประดับไว้บนใบหน้า ส่วนคนอื่น ๆ ก็ส่งสายตาให้กำลังใจอย่างเต็มที่

ในเมื่อขึ้นขี่หลังเสือแล้วลงไม่ได้ง่าย ๆ เจียงหลี่ว์รุ่ยจึงจำใจยืนขึ้นเพื่อรับข้อเสนอด้วยรอยยิ้มที่บิดเบี้ยว

“ดี ดี ดี!” ผู้จัดการส่วนตัวของเธอปรบมือเสียงดังยิ่งกว่าเดิมซะอีก

ตอนนี้ภายในใจของเจียงหลี่ว์รุ่ยเต็มไปด้วยประโยคก่นด่ามากมายนับไม่ถ้วน

ห้องโถงกลาง

ถังซือซือยืนหยัดเผชิญหน้ากับเจียงหลี่ว์รุ่ย โดยยืนห่างออกไปประมาณสองเมตรด้วยท่าทีนิ่งสงบ

ขณะนั้นเอง เสิ่นหวยอวี้ก็เดินเข้ามากระซิบกระซาบกับเธอว่า

“ถ้าถูกเธอทุบตีก็ยอม ๆ ไปเถอะนะ! อดทนหน่อยแล้วกัน!”

“ไม่ต้องห่วงค่ะ” เพราะเธอจะไม่ยอมให้อีกฝ่ายมีโอกาสเข้าประชิดตัวแน่ ๆ

เสิ่นหวยอวี้เหลือบมองถังซือซืออีกครั้งหนึ่ง เมื่อเห็นว่าถังซือซือพร้อมแล้วที่จะถูกทุบตี จึงเดินห่างออกไปด้วยความพึงพอใจ

ขณะนี้เจียงหลี่ว์รุ่ยเปลี่ยนไปสวมชุดลำลองเพื่อให้การเคลื่อนไหวคล่องตัวยิ่งขึ้น ยืดหลังตรงด้วยความกล้าหาญ

“ฮึบ!”

คิ้วเรียวสวยของเธอขมวดคว่ำ ก่อนที่จะรวบรวมแรงกำลังเพื่อพุ่งตัวไปทางถังซือซือด้วยความเร็วสูง

บทที่ 230

ใครคือนางเอกกันแน่

ในเมื่อเธอเสนอตัวว่าจะยืนเป็นหุ่นให้ฉัน ถ้าอย่างนั้นฉันก็ยินดี!

ดูฝีมือของพี่สาวคนนี้ไว้ให้ดีแล้วกัน!

ทันใดนั้นเจียงหลี่ว์รุ่ยก็นึกถึงการออดิชันในวันก่อน พนักงานที่ปลอมตัวเป็นโจรพวกนั้นอ่อนแอจะตายไป ยิ่งพอได้สังเกตรูปร่างอันบอบบางของถังซือซือแล้ว เป็นไปไม่ได้ที่ทักษะของเจียงหลี่ว์รุ่ยจะแย่กว่า!

รอรับการทุบตีจากพี่สาวได้เลย!

แววตาของเจียงหลี่ว์รุ่ยส่องประกายเย็นชา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นตรงมุมปากของเขา หลังเท้าที่วาดขาเตะออกไม่มีการยั้งแรงเลยแม้แต่น้อย พุ่งตรงไปที่ใบหน้าของถังซือซือ

“ฮึบ!”

เมื่อเห็นว่าขาที่เตะออกนั้นจวนจะกวาดโดนหน้าของ  ถังซือซืออยู่รอมร่อ โดยที่ถังซือซือไม่ได้ขยับเคลื่อนไหวเลยแม้แต่น้อย เจียงหลี่ว์รุ่ยก็แสยะยิ้มออกมา โง่ดีจัง!

วันนี้ฉันจะซัดแกให้ออกไปพ้นทางให้ได้!

หืม?

ทันใดนั้น แววตาของถังซือซือกลับเปล่งประกายด้วยแสงเย็น ผู้คนรอบข้างเหมือนกลายเป็นแค่คนนอกที่รับชมอยู่ห่าง ๆ ขณะที่เท้าของเจียงหลี่ว์รุ่ยกำลังจะกวาดถูกใบหน้าของเธอ เธอก็รีบก้มตัวลงด้วยความรวดเร็วไม่แพ้กัน

“อ๊ะ!”

เจียงหลี่ว์รุ่ยวาดเท้าออกไปกลางอากาศอีกครั้ง โดยเพิ่มความแข็งแกร่งและความเร็วขึ้นกว่าเดิมสิบเปอร์เซ็นต์ แต่ด้วยสถานการณ์ที่พลิกผันในวินาทีสุดท้าย ทำให้เธอไม่สามารถยั้งแรงขาของตัวเองไว้ได้ พออีกฝ่ายหลบการโจมตีได้ทันเวลา เธอถึงกับเดินเซถลาไปสองสามก้าว ก่อนที่จะกลับมายืนหยัดได้อย่างมั่นคงอีกครั้งก็เสียท่าไปพอสมควร

“เธอ...”

เจียงหลี่ว์รุ่ยได้แต่กัดฟันกรอด จะระเบิดอารมณ์ออกมาก็ทำไม่ได้

ดวงตาของช่างภาพเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ

นี่…

เมื่ออยู่หน้ากล้อง ทักษะการโจมตีของเจียงหลี่ว์รุ่ยทั้งรุนแรงและน่ากลัวจนถ่ายภาพนิ่งได้ยากมาก แต่ถังซือซือซึ่งอยู่ถัดจากเธอแค่ไม่กี่ก้าว กลับย่อตัวหลบได้อย่างทันท่วงที พลิกสถานการณ์กลับมาเป็นวีรสตรีอย่างสมบูรณ์ แถมออร่ายังเปล่งประกายออกมาจากร่างกาย การเคลื่อนไหวเป็นธรรมชาติอย่างน่าทึ่ง!

ไม่สามารถห้ามสายตาไม่ให้โฟกัสไปที่ถังซือซือได้เลย

หน้าตาแบบนี้ บวกกับออร่าแบบนี้ ถึงแม้สวมใส่ชุดจะเรียบ ๆ แต่ความสามารถของเธอกลับไร้ที่ติ หากจะเปรียบเทียบแบบเกินจริง พวกเขานึกว่าเธอนั่นแหละที่เป็นนางเอกเสียเอง

แต่เสิ่นหวยอวี้ไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก เธอขมวดคิ้ว เปล่งเสียงเตือนอย่างเย็นชา

“เสี่ยวถัง ฉันบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าอย่าขยับ?!”

ถังซือซืออึดอัดใจขึ้นมาทันที เธอยังไม่ทันได้ขยับเสียหน่อย

ถ้าเธอขยับจริง ป่านนี้เจียงหลี่ว์รุ่ยจะยังยืนหยัดแบบนั้นได้อยู่ไหม?

เธอแค่หลบเลี่ยงการโจมตีเท่านั้นเอง นี่เป็นสัญชาตญาณที่ควรทำไม่ใช่เหรอ? เธอไม่ต้องการเป็นกระสอบทรายมนุษย์นะ

“ฉันไม่ได้ตั้งใจจะขยับค่ะ แต่สัญชาตญาณมันพาไป       พี่หวี่ว์รุ่ย มาอีกครั้งเถอะค่ะ”

เจียงหลี่ว์รุ่ยยังคงกัดฟันกรอดของเธอ บ้าเอ๊ย! มองปราดเดียวก็ดูออกแล้ว นังผู้หญิงคนนี้จงใจทำให้เธอดูน่าเกลียดชัด ๆ!

“ฮึบ!”

ก่อนที่ถังซือซือจะทันได้ตั้งตัว เธอก็กำหมัดแน่น แล้วพุ่งเข้าโจมตีอย่างรวดเร็ว

ในขณะเดียวกัน ถังซือซือก็ตอบสนองอย่างรวดเร็ว หันศีรษะสะบัดไปด้านข้างโดยทันที ทำให้หมัดของเจียงหลี่ว์รุ่ยล้มเหลวในการโจมตีอีกครั้ง

“อีกรอบค่ะ!”

คราวนี้เจียงหลี่ว์รุ่ยกระโดดสูงขึ้นไปกลางอากาศ พร้อมกับเหวี่ยงขาออกไปโดยใช้แรงเตะที่หนักกว่าก่อนหน้านี้ ราวกับว่าเธอจะฆ่าถังซือซือให้ได้

สีหน้าของถังซือซือยังคงราบเรียบราวกับภูเขาสูงตระหง่าน ก่อนที่จะเอนตัวไปด้านหลังจนร่างกายโค้งงอเป็นท่าสะพานโค้ง โดยที่เจียงหลี่ว์รุ่ยไม่สามารถใช้โอกาสนี้ทำร้ายเธอได้เลยแม้แต่น้อย

“อีกรอบค่ะ!”

เจียงหลี่ว์รุ่ยยังคงพุ่งเข้าโจมตีอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะใช้วิธีฟาดฝ่ามือ ต่อยหมัด หรือโจมตีด้วยหน้าแข้งในรูปแบบต่าง ๆ ถังซือซือก็ยังคงยืนอยู่ตรงจุดเดิมไม่เคลื่อนที่ แต่ทุก ๆ ครั้ง ร่างกายของเธอกลับยืดหยุ่นมาก จนสามารถหลีกเลี่ยงการโจมตีทั้งหมดของอีกฝ่ายได้อย่างทันท่วงที

“แฮ่ก แฮ่ก...”

ขณะนี้เจียงหลี่ว์รุ่ยหอบหายใจหนักหน่วงเหมือนกับวัว เหงื่อหยดเล็ก ๆ ผุดพรายขึ้นบนหน้าผาก สีหน้าของเธอเริ่มเคร่งเครียด ดวงตาหรี่เล็กลง ทั้งยังฉายแววอาฆาตราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

แตกต่างจากถังซือซือ

เธอยังคงยืนนิ่งอย่างใจเย็น หายใจเข้าออกตามปกติ และยืนหยัดอยู่ตรงตำแหน่งเดิมเหมือนท่อนไม้ แม้แต่สีหน้าของเธอก็ไม่ได้แปรเปลี่ยนไปมากนัก

ช่างภาพตกตะลึงอย่างสมบูรณ์

เขาอดไม่ได้ที่จะแอบถ่ายภาพจำนวนหลายรูปโดยจัดมุมกล้องให้ถังซือซือเป็นตัวเอก ซึ่งแต่ละภาพก็เป็นที่น่าพอใจและน่าทึ่งไม่น้อยเลย

ทันใดนั้นช่างภาพก็เกิดอาการงุนงงเล็กน้อย เจียงหลี่ว์รุ่ยคนนี้สามารถเอาชนะหญิงสาวคนอื่นในการออดิชัน จนได้รับบทเป็นนางเอกคนที่สองของเรื่อง ‘Dust Smoke’ จริงหรือ?

กลับกัน สีหน้าของเสิ่นหวยอวี้เริ่มไม่สู้ดีนัก

ทำไมเด็กคนนี้ถึงไม่ยอมเข้าใจคำพูดของฉันเลยนะ?

ถึงอย่างนั้น ใบหน้าของเธอก็ยังคงประดับด้วยรอยยิ้ม รีบเดินอย่างรวดเร็วตรงไปหาเจียงหลี่ว์รุ่ยเพื่อยื่นผ้าซับเหงื่อให้ พร้อมกับยกนิ้วโป้งเป็นการชื่นชมเธอ

“พี่หลี่ว์รุ่ย ทำให้คุณต้องลำบากแล้ว! วันนี้ฉันได้เห็นทักษะการต่อสู้ของคุณเป็นบุญตาแล้วค่ะ”

จบบทที่ บทที่ 229-230

คัดลอกลิงก์แล้ว