เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 219-220

บทที่ 219-220

บทที่ 219-220


บทที่ 219

เธอคิดว่าคนอย่างฉันจะนั่งรถโลว์คลาสแบบนี้รึไง?

เมื่อโหย่วฉงหลิงเห็นว่าตัวเองตกเป็นเป้าหมายของการวิพากษ์วิจารณ์ในที่สาธารณะ มือของเธอก็กำแน่นตลอดเวลา โกรธมากจนปอดแทบจะระเบิดเสียให้ได้ ยิ่งพอคิดว่าเรื่องทั้งหมดนี้เป็นเพราะถังซือซือ ก็อดไม่ได้ที่จะโยนความเคียดแค้นทั้งหมดไปให้อีกฝ่าย

ท่ามกลางความขุ่นเคืองของผู้คนโดยรอบ เธอไม่กล้าพูดอะไรออกมาอีก ก่อนจะนั่งลงเงียบ ๆ แล้วพึมพำลอดไรฟันว่า

“นังคนแซ่ถัง เรื่องของฉันกับแกยังไม่จบ ฉันเล่นงานแกแน่!”

แม้ว่าเสียงนั้นจะเบามาก แต่ถังซือซือที่นั่งอยู่ข้างหน้าก็ยังได้ยิน จึงเลิกคิ้วขึ้นอย่างอดสงสัยไม่ได้ นี่เธอกำลังถูกคุกคามอยู่เหรอเนี่ย?

เธอกะพริบตาปริบ แต่แล้วก็ทำเป็นลืมมันไปซะ คิดซะว่าตอนนี้ตัวเองยังมีภาพยนตร์ตรงหน้าให้จดจ่อ เสียงนกเสียงกาพวกนั้นไม่ได้สำคัญอะไร

ขณะนั้นเอง ภาพยนตร์ก็ถูกระงับการฉายชั่วคราว ก่อนที่เสียงประชาสัมพันธ์จะดังขึ้น

“ขออภัยทุกท่านที่กำลังรับชมภาพยนตร์อยู่ในขณะนี้ ผู้ใดที่เป็นเจ้าของรถยนต์หมายเลขทะเบียน AXXXX ซึ่งจอดอยู่ที่บริเวณลานจอดรถด้านนอกของโรงภาพยนตร์ รถของท่านจอดกีดขวางการจราจร จึงขอความกรุณาให้ท่านเจ้าของรถเคลื่อนย้ายรถออกทันที”

เสียงประชาสัมพันธ์ดังซ้ำสองครั้ง ก่อนที่ภาพยนตร์จะกลับมาฉายต่อ

ซูซิงเหวินได้ยินเลขทะเบียนนั้นอย่างชัดเจน โกหกน่า นั่นมันรถของเขาไม่ใช่เหรอ?

“ไปกันเถอะ ฉงหลิง เราต้องรีบออกไปย้ายรถ”

“แค่จอดขวางนิดหน่อยเอง ไม่เห็นต้องกังวลเลย รอดูหนังให้จบก่อนแล้วค่อยออกไปย้ายไม่ได้เหรอ? เกิดพลาดฉากสำคัญไปจะทำยังไง?”

ซูซิงเหวินไม่สามารถเอาชนะโหย่วฉงหลิงได้เหมือนเดิม ถึงแม้ในใจจะรู้สึกว่าทำแบบนี้ไม่ถูก แต่เขาทำอะไรไม่ได้นอกจากอดทน และนั่งดูหนังต่อไป

ภาพยนตร์จบลงในเวลาประมาณสี่ทุ่มกว่า ๆ

ทันทีที่ไฟในโรงสว่างขึ้น โหย่วฉงหลิงก็กึ่งลากกึ่งดึง         ซูซิงเหวินออกมาอย่างเงียบ ๆ ท่ามกลางสายตาของผู้ชมจำนวนมากที่เหลือบมองตามด้วยความดูถูกเหยียดหยาม

“ผู้ชายคนนั้นตาบอดหรือยังไงกัน? ถึงได้ทนคบกับผู้หญิงแบบนั้นได้”

“เธอไม่รู้อะไร บางทีผู้ชายคนนี้อาจจะเป็นคนประเภทเดียวกันกับแฟนสาวของเขาก็ได้ แต่เขาก็คงอายเหมือนกันแหละ ถึงได้ไม่พูดอะไรเลย”

ซูซิงเหวินรู้สึกว่าสายตาของทุกคนยังคงจับจ้องตามหลังของเขาอยู่ตลอดเวลา ชวนให้อึดอัดใจเอามาก ๆ อดคิดไม่ได้ว่าวันนี้เขาก้าวเท้าออกจากบ้านผิดข้างหรือยังไงกัน พร้อมกับแอบบ่นโหย่วฉงหลิงอยู่ในใจเป็นล้านคำ

บางทีเขาอาจจะตาบอดจริง ๆ ก็ได้

ถังซือซือป้อนป๊อปคอร์นชิ้นสุดท้ายเข้าไปในปากของเซียวเฉินเยวียน ก่อนจะปัดฝ่ามือและลุกยืนขึ้น

“ไปกันเถอะที่รัก ดูเหมือนว่าคราวหน้า ฉันคงต้องดูปฏิทินมงคลก่อนที่จะจองตั๋วหนังซะแล้ว”

ภาพยนตร์ที่เขาเลือกใช่ว่าไม่ดี แต่บรรยากาศในการรับชมการชมภาพยนตร์ครั้งนี้ค่อนข้างแย่ พลอยคิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นความผิดของตัวเอง ที่ทำให้เซียวเฉินเยวียนเกิดความไม่สบายใจ เมื่อได้มาดูหนังกับตัวเองเป็นครั้งแรก

ดวงตาของเซียวเฉินเยวียนกะพริบปริบ เขาสนใจแค่ว่าตัวเองมาดูหนังกับถังซือซือเท่านั้น บรรยากาศแวดล้อมไม่มีผลอะไรกับเขาอยู่แล้ว ถึงยังไงในสายตาของเขาก็มีแค่เธอคนเดียว

ทั้งสองเดินเคียงคู่กันไปที่ลานจอดรถด้านนอก

จนเห็นว่ารถรุ่น Santana สีขาวคันหนึ่ง จอดขวางอยู่หน้ารถเบนซ์สีดำของเซียวเฉินเยวียน

รถของใครกัน?

ทำไมถึงได้จอดแปะไร้มารยาทแบบนี้ล่ะ

โหย่วฉงหลิงที่กำลังก้าวฉับ ๆ ตรงไปที่รถรุ่น Santana เกิดอาการตกใจและไม่เชื่อสายตา เมื่อเห็นถังซือซือและแฟนหนุ่มของเธอกำลังเดินมาทางนี้

ปรากฏว่ารถเบนซ์สีดำรูปทรงสะดุดตา ที่ทำให้เธออยากได้ตั้งแต่แรกเห็น เป็นของแฟนถังซือซือเองเหรอเนี่ย ผู้ชายคนนี้ไม่ได้มีดีแค่ความหล่ออย่างเดียว แต่ยังรวยมากอีกด้วย...

ถังซือซืออัปเกรดตัวเองจนสามารถจับผู้ชายที่ร่ำรวยและหล่อเหลาคนนี้ได้ พอมองย้อนกลับมาที่ตัวเอง เห็นได้ชัดว่าเธอด้อยกว่า!

จู่ ๆ เธอก็ไม่อยากก้าวขึ้นรถคันนั้นให้อีกฝ่ายเห็น เพราะเธอรู้ดีว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่เปิดเผยว่ารถรุ่น Santana เป็นของตัวเอง คราวนี้ได้พ่ายแพ้อย่างราบคาบแน่!

ซูซิงเหวินงุนงงเล็กน้อย ทำไมจู่ ๆ เธอก็หยุดขึ้นมาซะ    ดื้อ ๆ แบบนั้นล่ะ?

ไม่ทันขาดคำ โหย่วฉงหลิงรีบดึงแขนซูซิงเหวินให้ถอยออกมาความคิดร้ายกาจผุดขึ้นมาในสมองว่า ตราบใดที่เธอไม่ยอมย้ายรถออกไป ถังซือซือก็กลับบ้านไม่ได้เหมือนกัน! ต้องอยู่ที่นี่เพื่อรอจนกว่าเจ้าของรถจะมาย้ายรถที่จอดขวางออกไป

เป็นความคิดที่เข้าท่าจริง ๆ ฉันจะยืนอยู่ตรงนี้แหละ

ถังซือซือเหลือบไปเห็นทั้งคู่พอดี จึงรีบหันไปถามว่า

“นี่ใช่รถของเธอหรือเปล่า?”

โหย่งฉงหลิงรีบปฏิเสธทันควัน “เปล่าซะหน่อย! เธอคิดว่าคนอย่างฉันจะนั่งรถโลว์คลาสแบบนี้รึไง?”

สีหน้าของซูซิงเหวินเปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำทันที ถ้าคิดจะเล่นแง่แบบนี้ งั้นคืนนี้ก็คงไม่มีใครได้กลับบ้านกันแล้ว

บทที่ 220

ไม่เจียมตัว

ถังซือซือพยักหน้ารับ ไม่แสดงความคิดเห็นอะไรอีก ก่อนหันไปหาเซียวเฉินเยวียนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ

เซียวเฉินเยวียนกดหมายเลขโทรออกอย่างใจเย็น

โหย่วฉงหลิงยืนห่างออกไปประมาณห้าเมตร เหลือบมองทั้งสองคนเป็นระยะ ในใจรู้สึกอึดอัด แต่ก็ไม่เต็มใจที่จะยอมรับความพ่ายแพ้ ลมหายใจเริ่มหอบถี่จนหน้าอกกระเพื่อมขึ้นลง แทบสำลักความคับข้องที่สุมอยู่เต็มอก

ทันใดนั้นเอง หลายคนก็วิ่งออกมาจากอาคารสำนักงาน ฝีเท้านั้นเร่งรีบและกระวนกระวายมาก หยดเหงื่อเย็นเยียบก็ผุดออกมาจากหน้าผากของเขา

“ท่านประธานเซียว! ผมต้องขออภัยกับเรื่องที่เกิดขึ้นจนทำให้ล่าช้า! ทางเราจะรีบจัดการเดี๋ยวนี้ครับ!”

โอ้ พระเจ้า! ปกติประธานเซียวแทบไม่เคยมาเหยียบโรงภาพยนตร์นี้ด้วยซ้ำ พอเขาอารมณ์ดีอยากจะมาดูหนังก็ต้องประสบความติดขัดที่ว่า ว่าแต่เจ้าของรถคันนี้คือใครกัน! จำได้ว่าเมื่อกี้นี้ก็เพิ่งประชาสัมพันธ์ไป หมายความว่าเขาไม่ได้ใส่ใจกับมันเลย!

ฉะนั้นก็อย่ามาโทษพวกเขาทีหลังแล้วกันว่าไม่มีความปรานี

พนักงานทั้งสี่รีบเดินไปยกอุปกรณ์ล็อกล้อรถยนต์ออกมา ก่อนจะใช้มันล็อกล้อรถรุ่น Santana โดยตรง

โหย่วฉงหลิงที่เห็นภาพตรงหน้า ถึงกับตกใจในสิ่งที่ ‘ประธานเซียว’ มอบให้ จนสติหลุดหายไปชั่วขณะหนึ่ง

หัวใจและสมองของเธอถึงกับขาวโพลน

ประธานเซียว?

โรงภาพยนตร์แห่งนี้เป็นกิจการในเครือของบริษัทตระกูลเซียวนี่ ถ้าอย่างนั้นเขาก็คือ?!

ประธานใหญ่ของบริษัทตระกูลเซียว?!

รูม่านตาของเธอหดเล็กลงอย่างฉับพลันด้วยความตื่นตระหนกถึงขีดสุด

งานเข้าแล้วสิ!

ฉันเผลอไปมีเรื่องกับคนระดับนั้นเข้าซะแล้ว!

ขณะที่โหย่วฉงหลิงกำลังตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น หัวใจก็สั่นสะท้านขึ้นมา ถ้าอย่างนั้นตอนที่ฉันเผลอพูดว่าจะเล่นงาน        ถังซือซือเมื่อกี้นี้ล่ะ!

ตอนนั้นอะไรมันดลใจให้ฉันกล้าหาญแบบนั้นนะ?

จบเห่แล้ว ฉันต้องตายแน่ ๆ!

ในเวลาเดียวกัน ซูซิงเหวินที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็ตกใจกลัวไม่แพ้กัน เขาได้สติตอบสนองกลับมาเร็วกว่าโหย่วฉงหลิง สายตาเห็นอย่างชัดเจนว่าพวกพนักงานกำลังล็อกล้อรถของตัวเอง แต่กลับไม่กล้าพูดอะไรออกไปเลย เพราะกลัวว่าคืนนี้ตัวเองอาจถูกบดขยี้จนบี้แบนโดยไม่รู้ตัว

วันนี้ฉันคงก้าวเท้าออกจากบ้านผิดข้างจริง ๆ...

ทั้งสองคนยืนนิ่งหน้าซีด ขณะมองดูพนักงานบริการล็อกรถทั้งสี่ มือและเท้าก็ชาวาบ

ทันใดนั้น รถโรลส์-รอยซ์ รุ่น Phantom หรูหราคันหนึ่งก็ขับเข้ามาจอดอยู่ตรงหน้ากลุ่มคน

กู่ชวนก้าวลงจากรถ ก่อนจะเปิดประตูให้เซียวเฉินเยวียนและถังซือซือขึ้นรถคันนั้นด้วยท่าทีนอบน้อมเป็นอย่างยิ่ง

ถังซือซือมองย้อนกลับไปที่ชายหญิงทั้งสองคนที่ยังคงตกตะลึงจนตาค้าง ในใจคิดว่าควรจะหันไปบอกลาสองคนนั้นดีหรือเปล่า เพราะถึงยังไงพวกเขาก็เป็นเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยของตัวเอง แต่แล้วเธอก็เลือกที่จะก้าวขึ้นรถไป โดยไม่พูดอะไรสักคำ

จบมิตรภาพระหว่างพวกเขาเอาไว้แค่นี้คงดีกว่า

Phantom...

Phantom คันนี้ราคามากกว่าสิบล้านซะอีก...

เธอควรจะคาดเดาได้ตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว คนที่มีงบเพียงพอที่จะซื้อเบนซ์หรูหราสักคัน จะมีรถยนต์ใช้แค่คันเดียวได้ยังไง?

โหย่วฉงหลิงรู้ซึ่งถึงคำว่าไม่เจียมตัวก็คราวนี้!

การตัดสินใจกลั่นแกล้งของเธอเมื่อกี้นี้ ถือเป็นความผิดพลาดที่ไม่น่าให้อภัย!

พนักงานทั้งสี่คนหันมองตามรถโรลส์-รอยซ์คันงามที่ขับรถออกไป พร้อมประสานมือและโค้งตัวเล็กน้อยด้วยความเคารพ แต่หลังจากนั้นพวกเขายังคงไม่หยุดปฏิบัติหน้าที่ เดินไปยกป้ายโฆษณาสองสามป้ายออกมาจากที่ไหนสักที่ แล้ววางล้อมรอบรุ่น Santana สีขาวไว้อย่างเป็นระเบียบ

ตอนนี้ รถคันดังกล่าวจึงโดดเด่นมาก เป็นไปไม่ได้เลยที่ใครผ่านไปผ่านมาแล้วจะไม่สังเกต

ปัญหาจอดรถผิดกฎค่อนข้างจัดการยาก แต่พวกเขาสามารถส่งเรื่องไปให้ทางตำรวจจราจรจัดการต่อได้

โหย่วฉงหลิงแทบทนไม่ได้เมื่อมองเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิดของบรรดาพนักงาน ดังนั้นเธอจึงไม่มีความกล้าพอที่จะก้าวออกมา และยืดอกยอมรับว่านี่คือรถของพวกเขา

ส่วนซูซิงเหวิน เขาทั้งโกรธและเกลียดเธอยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด

ที่เรื่องมันบานปลาย ก็เป็นเพราะความโง่เขลาของผู้หญิงคนนี้ทั้งนั้น!

นั่นมันรถของฉันนะโว้ย!

ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่อยากเสียหน้าตั้งแต่ตอนนี้ ดวงตาของเขาแดงก่ำ ก่อนที่จะทิ้งโหย่วฉงหลิงให้ยืนอยู่ตรงนั้น แล้วหันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ

“ซูซิงเหวิน หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”

โหย่วฉงหลิงตะโกนไล่หลังเขา

แต่ฝีเท้าของซูซิงเหวินกลับเร่งความเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ไม่คิดจะหยุดเดินแต่อย่างใด

เขารู้แล้วว่า ตัวเองควรจบความสัมพันธ์กับผู้หญิงคนนี้เสียที

เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวันนี้ จะเป็นตราบาปทำให้เขาเสียหน้าไปตลอดทั้งชีวิต

ขณะเดียวกัน ถังซือซือก็กลับไปถึงคอนโดเฟิงตันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“แม่คะ หนูจะลองถามคำถามสัมภาษณ์แบบฉับไวแล้วนะ แม่พร้อมหรือยัง?”

มู่ซูเสียนตั้งใจเตรียมชุดทำงานสไตล์เรียบง่ายที่ถังซือซือเป็นคนซื้อให้ เพื่อที่จะได้รับคะแนนพิเศษจากการแต่งกายสำหรับการสัมภาษณ์ที่กำลังจะมาถึง

เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ มองดูลูกสาวที่กำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะฝั่งตรงข้ามด้วยสีหน้าจริงจัง ราวกับเป็นผู้สัมภาษณ์ที่มีนิสัยเข้มงวด แต่แล้วก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื้นตันขึ้นมาเล็กน้อย ความตึงเครียดภายในจิตใจผ่อนคลายลงไปมาก

จบบทที่ บทที่ 219-220

คัดลอกลิงก์แล้ว