เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 209-210

บทที่ 209-210

บทที่ 209-210


บทที่ 209

ถึงเวลาฝึกงานแล้ว

 

ซินฮั่นไห่คิดว่าคำตอบของหญิงสาวคงต้องบอกว่ามาจากมหาวิทยาลัยชื่อดังที่สอนเรื่องการแสดงแน่นอน แต่คำตอบของถังซือซือทำให้เขาประหลาดใจ

“มหาวิทยาลัยหนานซาน แผนกวรรณกรรมค่ะ”

อะไรนะ?

ถึงมหาวิทยาลัยหนานซานจะเป็นหนึ่งในสิบมหาวิทยาลัยเอกชนที่มีชื่อเสียงในประเทศ แต่แผนกที่เธออยู่นั้น...

ไม่มีอะไรเกี่ยวกับการแสดงเลย ทำไมเธอถึงเลือกมาให้ความสนใจเรื่องการแสดง?

อย่างไรก็ตามมีไม่กี่คนที่เข้าวงการมาแบบนี้ แต่ท้ายที่สุดจะมีช่องทางให้พัฒนาฝีมือได้

ซินฮั่นไห่จับมือถังซือซืออีกครั้งแล้วแสดงความคิดเห็นออกไปว่า

“งั้นไม่เป็นไร คุณเพิ่งเข้ามาวงการแรก ๆ เดี๋ยวจะหาผู้จัดการส่วนตัวได้ในไม่ช้าครับ”

ตอนนี้เขากล้ารับประกันเลยว่าถังซือซือจะได้รับความนิยมอย่างมากหลังจากถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้จบ แล้วได้ผลิตสื่อออกมาให้ผู้ชมทั่วประเทศได้รับชม ด้วยระดับของบริษัทโยวจ้งแล้ว ไม่ใช่เรื่องยากเลยที่สนับสนุนเธอให้ดังเป็นพลุแตก

เพียงแค่เขาได้เห็นว่าเธอตัดสินใจมาออดิชันในวันนี้ ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดีที่สุดแล้ว

“สำหรับฉันเองก็ไม่ได้กังวลว่าจะโด่งดังแค่ไหน ฉันแค่ต้องการหารายได้ไปต่อยอดทำธุรกิจของตัวเองก็เท่านั้นเองค่ะ”

เมื่อซินฮั่นไห่ได้ยินคำตอบนี้ เขารู้สึกประหลาดใจอีกครั้ง เพราะเขาเคยเห็นใครหลายคนที่พยายามจ่ายเงินให้มากพอที่พาตัวเองเข้าวงการและกอบโกยเงินจากมัน

แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินว่าอยากเข้าวงการเพื่อหาเงินไปทำธุรกิจ เขาจึงหัวเราะและตอบกลับว่า

“พูดตรง ๆ นะครับ ไม่แย่ และไม่ใช่เรื่องใหญ่เลย ยังไงทางเราก็ยินดีที่ได้ร่วมงานกับคุณ แต่เรื่องเงินคุณไม่ต้องกังวลไป ค่าตอบแทนของบทมู่ฮั่นหยานมากกว่าห้าล้านซะอีก!”

ขณะเดียวกันบรรดาหญิงสาวรอบ ๆ ที่ได้ยิน ต่างขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ

นังนี่เข้าวงการมาเพื่อเรื่องแบบนี้เนี่ยนะ?

ไม่อยากเข้าวงการเพราะไม่อยากดังแล้วมาออดิชันทำไม? ทำกับว่าเธอขโมยโอกาสของคนอื่นที่เขาตั้งใจมาเลยไม่ใช่เหรอ?

มีกี่คนที่ขอโอกาสเพียงไม่กี่ครั้งได้โด่งดังและร่ำรวย แต่เธอกลับมองเป็นงานธรรมดาไว้หาเงินไปทำธุรกิจเล็ก ๆ เองเหรอ?

ฉันอุตส่าห์เฝ้ารอคอยโอกาสนี้มานาน มันยากนะที่ได้ใกล้ชิดกับพระเอกชื่อดังคนนั้น!

เวลานี้เจียงหลี่ว์รุ่ยที่ได้ยินก็แสดงสีหน้าโกรธมากจนใบหน้าที่เรียวสวยบิดเบี้ยว พร้อมกับกัดฟันด้วยความเกลียดชัง

คนที่ไม่มีอะไรเลยแต่กลับได้ในสิ่งที่เราต้องการไป ใครบ้างที่จะไม่เจ็บใจ?

เพราะเธออยู่ในวงการและแวดวงนักแสดงชื่อดังมาสามปีแล้ว และตั้งตารอที่จะคว้าโอกาสนี้ให้ตัวเองโด่งดังกว่าก่อน แต่กลับกลายเป็นว่า...

เธอกลับถูกหญิงสาวคนนี้ที่โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ขโมยโอกาสของเธอไปต่อหน้าต่อตา และยังมาได้ยินคำพูดที่แทงใจแบบนั้น ถ้าไม่อยากดัง แกก็กลับไปมุดหัวอยู่ในบ้านสิ! จะเสนอหน้าเข้ามาเพื่ออะไร!

ตอนนี้มันจบแล้ว  ทุกอย่างถูกตัดสินไปแล้ว!

เธอหรี่ตาและจ้องไปที่เฉิงเจิ้งเสียงผู้ช่วยผู้กำกับที่ยืนอยู่ด้านหลังซินฮั่นไห่ ก่อนเดินเข้าไปด้วยความโกรธ

ต่อมาสตาฟคนหนึ่งนำสัญญานักแสดงมาให้เซ็น         ถังซือซือจับปากกาเซ็นชื่อลงไปโดยไม่ลังเล ราวกับว่าเธอเห็นเงินหลายล้านหยวนกำลังโบกมือให้เธออยู่ ความรู้สึกนี้น่าตื่นเต้น  จริง ๆ

เมื่อมองดูสัญญา เธอก็นึกถึงสัญญาที่เคยเซ็นให้กับคุณชายปีศาจ สถานการณ์อาจคล้าย ๆ กันบ้าง แต่เนื้อหาและผลประโยชน์นั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

เหตุผลที่เธอเซ็นสัญญาโดยง่ายแบบนี้ ไม่ใช่เพราะเธอต้องการใช้หนี้บุญคุณทั้งหมดให้เซียวเฉินเยวียน แต่เพราะเธอไม่มีอะไรทำอยู่แล้วถ้าไม่ได้ไปเรียน ดังนั้นจึงเซ็นสัญญาทันทีโดยไม่ลังเล

ตอนนี้เธอรู้สึกดีใจและโล่งอกมากที่ได้เซ็นสัญญาฉบับนี้

ไม่อย่างงั้น ถ้าถึงเวลาที่อาจต้องแยกกันมันจะมีเงื่อนไขที่ทำให้ไปจากกันไม่ได้...

เมื่อเสร็จกระบวนการทุกอย่างก็เดินออกจากประตูบริษัทโยวจ้งทันที ถังซือซือแทบรอไม่ไหวที่จะโทรหาเซียวเฉินเยวียน

ทันทีที่เขารับสาย ถังซือซือต้องการเล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟัง แต่เขากลับชิงพูดขึ้นมาก่อนว่า

“อยู่ไหน? ผมจะให้กู่ชวนไปรับมาส่งที่ซินหยวน เราจะทานมื้อเย็นด้วยกัน”

“อืม... โอเค”

ถังซือซือบอกที่อยู่และวางโทรศัพท์ด้วยความสงสัยเล็กน้อย

สักพักใหญ่ กู่ชวนก็ขับรถมาถึง เมื่อเห็นถังซือซือยืนอยู่ข้างหน้าบริษัทโยวจ้ง เขาลดกระจกรถลงแล้วถามไปว่า

คุณหนูซือซือมาทำอะไรที่นี่กันนะ?

“คุณหนูซือซือครับ คุณ... หนูกำลังหาที่ฝึกงานอยู่เหรอครับ?”

ถ้าฉันจำไม่ผิด ตอนนี้คุณหนูซือซือก็อยู่ปีสุดท้ายแล้วนี่นา คงถึงเวลาฝึกงานจริงแล้วสินะ

แต่ว่า... ทำไมคุณหนูไม่ขอความช่วยเหลือจากคุณผู้ชายล่ะ? ด้วยบริษัทใหญ่ ๆ หลายแห่งที่อยู่ภายใต้ตระกูลเซียว สามารถทำให้คุณหนูได้ที่ฝึกงานง่าย ๆ แถมเลือกที่ไหนก็ได้ตำแหน่งอะไรก็ได้อีกต่างหาก

บทที่ 210

แสดงความรักต่อกัน

 

ฝึกงาน?

ถังซือซือตกใจอยู่ครู่หนึ่งและทันใดนั้นก็นึกขึ้นได้ว่าอาจารย์ในแผนกวิชาพูดไว้แล้วว่า ตั้งแต่เดือนหน้าเป็นต้นไป ทุกคนสามารถหาที่งานฝึกงานด้วยตัวเองได้เลย

โดยเนื้อหาการฝึกงานต้องสอดคล้องกับนโยบายของแผนกและเอกวิชาของตัวเองด้วย แต่เธอเพิ่งเซ็นสัญญาการเป็นนักแสดงไป

ดูเหมือนว่าเธอต้องหาวิธีพลิกแพลงจากงานที่เพิ่งได้มานี้

อย่างไรก็ตาม เธอสามารถผันตัวไปทำผู้สื่อข่าวฝึกหัดได้!

ตราบใดที่ได้ทำงานในสตูดิโอเกือบทุกวัน แล้วเจรจากับผู้กำกับเรื่องนักศึกษาฝึกงานคงไม่น่ามีปัญหา

ถังซือซือรู้สึกว่าความคิดนี้น่าจะไปได้ดีทีเดียว ในที่สุดเธอก็ยกปัญหาใหญ่ราวกับก้อนหินออกจากอกได้

กู่ชวนแสดงสีหน้าลังเลเล็กน้อยก่อนบอกอะไรบางอย่างไปว่า

“คุณหนูจ้าวยืนกรานว่าจะมาทานมื้อเย็นกับเราให้ได้ คาดว่าไม่นานหลังจากที่คุณหนูกลับไปถึง เธอคงถึงก่อนแล้ว”

จ้าวหรูอี้อีกแล้ว?

จะทำอะไรของเธออีกเนี่ย?

ถังซือซือพอจะคาดเดาความตั้งใจของจ้าวหรูอี้ได้บ้าง ประมาณว่าจ้าวหรูอี้คงไม่มีความสุขที่เห็นถังซือซือและเซียวเฉินเยวียนอยู่ด้วยกัน ตอนนี้มันได้ไปกระตุ้นเธอแล้ว

ในเมื่ออยากโดนฉันด่าและเยาะเย้ยมาก ๆ ก็ดีเหมือนกัน

ฉันเองก็เพิ่งได้เซ็นสัญญากับบริษัทโยวจ้งมาทั้งที ก็ต้องฝึกฝนการเป็นนักแสดงด้วย ถือซะว่าเย็นนี้เป็นโอกาสที่ดีจะได้ฝึกฝนละกัน

ดวงตาอันซุกซนของถังซือซือส่องแสงแวววับในทันที

ขณะเดียวกันกู่ชวนคิดว่าตัวเองตาฝาดไปรึเปล่า ทั้งที่เพิ่งได้ยินว่า ‘คู่แข่งทางความรัก’ มาเยือนถึงที่ แต่ทำไมถังซือซือถึงแสดงสีหน้าแบบนั้น?

เพราะเดิมทีจ้าวหรูอี้ถูกใครหลาย ๆ คนมองว่าเธอจะได้เป็นภรรยาในอนาคตของตระกูลเซียว รวมไปถึงพื้นฐานทางครอบครัวและธุรกิจที่แข็งแกร่งพอ ๆ กัน แถมเธอยังเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทสื่อภาพยนตร์ชื่อดังอย่างหัวเสวี่ยด้วยตัวเองอีกด้วย เธอได้สร้างชื่อเสียงให้กับศิลปินและดารามากมาย นั่นเป็นสิ่งไม่ควรมองข้ามความแข็งแกร่งของเธอเลย

ดูเหมือนว่าช่องว่างระหว่างหญิงสาวทั้งสองใกล้กันกว่าที่คิด

แต่ทว่า ถังซือซือก็ยังเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่อยู่แนบชิดกายกับเซียวเฉินเยวียนได้ ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบที่ยากต่อการจะเอาชนะ

และเห็นได้ชัดว่าเซียวเฉินเยวียนเองก็พอใจในตัวของถังซือซือด้วยเช่นกัน

หรือว่า...

ชั่วพริบตานี้กู่ชวนก็มีความคิดหนึ่งแวบเข้ามาทำให้เขาตกใจ

หรือว่าคุณหนูซือซือไม่ได้ชอบคุณผู้ชาย เธอเลยวางแผนถีบหัวส่งคุณผู้ชายให้คุณหนูจ้าวรึเปล่า?

ถ้ามองในเหตุผลนี้ก็มีโอกาสเป็นไปได้! เพราะตอนแรกคุณหนูซือซือต้องมาเซ็นสัญญากับคุณผู้ชายโดยไม่จำยอม... ทั้งสองก็เป็นคนแปลกหน้ากันตั้งแต่แรก พูดตามตรงคุณหนูซือซือก็ไม่ได้อยากได้อะไรจากคุณผู้ชายอยู่แล้ว...

สรุปแล้วคุณผู้ชาย...

อุตส่าห์ได้เจอคนที่ชอบมาก ๆ แล้วผู้หญิงแบบนี้ก็หายากด้วย แต่กลับกลายเป็นว่า...

ไม่อยากคิดแบบนี้เลย ฉันรู้สึกสงสารคุณผู้ชายจริง ๆ!

กู่ชวนแอบถอนหายใจยาว ขณะที่ถังซือซือหมกมุ่นอยู่กับจินตนาการว่าจะรับมือกับจ้าวหรูอี้ยังไงบ้าง

คฤหาสน์ซินหยวน

เซียวเฉินเยวียนกำลังนั่งอยู่บนโซฟาอ่านนิตยสาร ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกว่ามีร่างหญิงสาวผอมบางลอยเข้ามาราวกับลมกระโชกแรง

“ที่รัก!”

“อืม?”

ก่อนที่เซียวเฉินเยวียนจะได้ตอบโต้ เขาสัมผัสได้ว่าร่างหญิงสาวผอมบางกำลังซุกไซ้อยู่บนตัวของเขา

“ฉึบ” ถังซือซือวิ่งตรงเข้าไปซุกไซ้ไปอยู่ในอ้อมแขนของเซียวเฉินเยวียน

ทันทีที่ทั้งสองโอบกอดกัน

ข้างหลังเขา ปากของกู่ชวนอ้าค้างจนเป็นรูปตัว ‘O’ แล้วยืนนิ่งราวกับรูปปั้น

เมื่อกี้ฉันเผลอคิดอะไรไป?

คุณหนูซือซือไม่ชอบคุณผู้ชายเนี่ยนะ?

ฉันไปคิดว่าคุณหนูซือซือจะถีบหัวส่งคุณผู้ชายไปหาคุณหนูจ้าวได้ยังไง?

เห็นได้ชัดว่าทุกอย่างเป็นความคิดของเขาคนเดียวที่คิดเองเออเอง...

เขาโทษตัวเองที่เข้าใจผิดและมองไม่ออก ไม่นาน ฉากตรงหน้าได้แสดงความหวานแหววมากขึ้น จนทำให้เขาสะดุดตาและกลับมาได้สติ

หลังจากได้เห็นภาพที่น่ารักตรงหน้านี้ มุมปากของกู่ชวนก็กระตุกช้า ๆ ก่อนเผยให้เห็นรอยยิ้มที่พึงพอใจ

หลังจากนั้น ถังซือซือไม่ได้สนใจปฏิกิริยาของกู่ชวนอยู่แล้ว เธอจึงเริ่มเคลื่อนไหวทำอย่างอื่นต่อไป

เธอยกมือขึ้นมาลูบแขนของเซียวเฉินเยวียนแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลว่า

“ฉันเดานะ คุณคิดถึงฉันล่ะสิ!”

เซียวเฉินเยวียนยิ้มเล็กน้อยแล้วตอบกลับว่า “อืม” เสียงนี้สัมผัสได้เลยว่าเขามีความสุข

ไม่รู้เลยว่าตัวเองวางนิตยสารทิ้งไปตั้งแต่เมื่อไหร่ เขาเฝ้าดูหัวเล็ก ๆ ที่ซุกไซ้อยู่บนอกของเขาและถูกหน้าไปมา ซึ่งทำให้เขารู้สึกหวั่นไหวมาก ๆ

บรรดาสาวใช้ที่อยู่ข้าง ๆ ต่างแสดงสีหน้าที่แดงอมชมพูด้วยความเขินและมองลงไปที่พื้นโดยไม่ได้หรี่ตา แต่ก็อดไม่ได้ที่จะแอบมองหนุ่มสาวทั้งสองที่กำลังแสดงความรักต่อกันจนบรรยากาศรอบ ๆ เต็มไปด้วยความสดใสราวกับอยู่ในงานแต่งงาน

จบบทที่ บทที่ 209-210

คัดลอกลิงก์แล้ว