เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 199-200

บทที่ 199-200

บทที่ 199-200


บทที่ 199

ท่ามกลางบรรยากาศมาคุ

ไม่ว่าเธอจะมาไม้ไหน อย่างน้อยฉันก็มีเวลาและโอกาสอยู่กับเซียวเฉินเยวียนอีกตั้งสามปี ฉันไม่ใส่ใจเรื่องรักในวัยเด็กไร้สาระของเธอหรอก เอาเวลาที่เหลือไปจู๋จี๋กับคุณชายปีศาจนี่ดีกว่า ฮิฮิ

ทันทีที่มือของจ้าวหรูอี้สัมผัสกับถังซือซือ ก็รีบชักมือกลับมาในทันที

ถังซือซือเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนดึงมือกลับโดยไม่ลังเลเช่นกัน

หลังจากนั่งลง จ้าวหรูอี้หยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาจากกระเป๋าสะพายข้าง ขึ้นมาเช็ดมือราวกับถูกสิ่งสกปรกเปื้อน

เอ๋?

ถังซือซือเข้าใจถึงเจตนาของอีกฝ่ายได้ในทันที หลังจากนั้นดวงตาของเธอก็เป็นประกาย เหมือนมีความคิดดี ๆ ผุดขึ้นมา ต่อมาเธอหันหน้าไปด้านข้างแล้ววางคางลงบนไหล่ของ           เซียวเฉินเยวียน ก่อนยกมือขึ้นมาลูบแก้มของเขาเบา ๆ แล้วพูดว่า

“ที่รักคะ! ฉันขอเจลแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อหน่อยสิ”

อะไรนะ?

ที่รักเหรอ?!

ดูเหมือนเซียวเฉินเยวียนจะตกใจเสียงเล็กเสียงน้อยราวกับ ‘เด็กน้อย’ ของเธอ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็สร้างสีสันได้ไม่น้อยเหมือนกัน เขาหันไปมองดวงตาใสกลมโตของถังซือซือที่กำลังกะพริบตาถี่ ๆ สิ่งนี้เรียกได้ว่าเป็นการตบตาหรือไม่?

เซียวเฉินเยวียนใช้ประโยชน์จากสิ่งที่เธอทำ และเขาก็ยินดีให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ ก่อนหยิบขวดเจลแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อออกมาจากกระเป๋าเสื้อโค้ต

ถังซือซือยิ้มกว้างให้เขา ก่อนยื่นมือทั้งสองข้างและแบมือออก เขาบีบเจลให้เธอประมาณสองถึงสามครั้ง แล้วเธอก็รีบล้างมือด้วยเจลทันที...

กลิ่นหอมจากเจลแอลกอฮอล์หอมฟุ้งไปทั่วโต๊ะ

หาว่ามือของฉันสกปรกเหรอ?

บางทีมือของเธออาจจะสกปรกกว่าด้วยซ้ำ

จ้าวหรูอี้เห็นแบบนั้นก็นั่งนิ่งไปสักพักใหญ่ ก่อนใบหน้าของเธอจะแสดงความเย็นชาออกมา ไม่นานเธอก็รีบกลับมาตั้งสติอีกครั้ง

แต่ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะไม่จบลงง่าย ๆ

หลังจากถังซือซือล้างมือด้วยท่าทีและสีหน้าดูสดใส เธอก็ชูมือทั้งสองข้างขึ้นมาแล้วพูดว่า

“สะอาดขึ้นเยอะเลย ขอบคุณนะคะที่รัก”

ทันใดนั้นเซียวเฉินเยวียนเผยรอยยิ้มที่สดใสออกมาเช่นกัน ขณะเดียวกันจ้าวหรูอี้ได้เห็นรอยยิ้มนั้นอย่างชัดเจน ซึ่งทำให้เธอรู้สึกไม่พอใจเลยจริง ๆ แต่ก็ต้องสงบอารมณ์ไว้

โอ สาวน้อยผู้น่าสงสารดูเหมือนอยากจะเล่นสนุกกับฉันสินะ ไหนดูซิว่าเธอมีความสามารถอะไรอีก? เธอคิดเหรอว่าจะได้เป็นคุณผู้หญิงของตระกูลเซียวได้ง่าย ๆ?

เวลานี้ พนักงานเสิร์ฟได้นำจานอาหารที่จ้าวหรูอี้สั่ง มันคือฟัวกราส์และเครื่องเคียงหนึ่งจาน

จ้าวหรูอี้หั่นฟัวกราส์อย่างใจเย็นมาหนึ่งคำพอดี ก่อนหยิบวางลงบนจานของเซียวเฉินเยวียนและพูดว่า

“คุณจำได้ไหมว่าตัวเองชอบฟัวกราส์ขนาดไหน ลองชิมชิ้นนี้ดูสิ?”

ก่อนที่เซียวเฉินเยวียนจะตอบกลับถังซือซือก็รีบพูดกับเขาว่า

“ที่รัก ฉันยังไม่เคยกินฟัวกราส์มาก่อนเลย ฉันอยากลองจัง!”

หลังจากที่เธอพูดออกไป เธออ้าปากรอให้เขาป้อนฟัวกราส์ชิ้นนั้นอย่างใจจดใจจ่อ

เซียวเฉินเยวียนไม่ลังเล ค่อย ๆ หั่นฟัวกราส์ให้พอดีคำมากขึ้น แล้วใส่ป้อนให้ถังซือซือด้วยท่าทีอ่อนโยน

ถังซือซือเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย

“อร่อยไหม?”

เซียวเฉินเยวียนหันไปดูเธอเคี้ยวแล้วการถามขึ้นมาว่ารู้สึกยังไงหลังจากได้ลองทานฟัวกราส์

“อร่อยมากเลย ยิ่งเป็นที่รักป้อนให้ยิ่งอร่อยกว่าเดิมอีก”

ถังซือซือไม่ลืมที่จะพูดประจบเขา

เมื่อมองการแสดงออกของคนสองคนอย่างหวานชื่น   จ้าวหรูอี้กลั้นหายใจก่อนสูดหายใจเข้าช้า ๆ แล้วยิ้มแบบไม่ค่อยเต็มใจ หลังจากถูกพวกเขาแสดงความรักต่อหน้าต่อตา

ร้ายนักนะสาวน้อย

ถังซือซือเหลือบไปมองจ้าวหรูอี้ด้วยสีหน้าภูมิใจราวกับแม่ทัพใหญ่ที่ได้รับชัยชนะ ก่อนแสร้งแสดงความรักต่อด้วยความพอใจ

แต่เธอเองก็ไม่รู้ตัวว่าการแสดงอันไร้เดียงสาของเธอนั้น สามารถบ่งบอกได้ชัดเจนว่าเธอก็หึงหวงเขาเช่นกัน

หลังจากทานอาหารกลางวันท่ามกลางบรรยากาศมาคุจบลง จ้าวหรูอี้รีบลุกขึ้นแล้วเดินจากไปทันที อีกฝั่งหนึ่ง            เซียวเฉินเยวียนขับรถพาถังซือซือกลับไปที่มหาวิทยาลัย        หนานซาน

“ไปก่อนนะ”

ถังซือซือก้าวลงจากรถและโบกมือลาเซียวเฉินเยวียน

“เรียกผมว่า 'ที่รัก' ด้วยไม่ได้เหรอ?”

เซียวเฉินเยวียนถามขึ้นมาด้วยความน้อยใจ

ห๊ะ?

ถังซือซือตกตะลึง

คุณชายปีศาจหมายความว่ายังไง?

ฉะ... ฉันเรียกคุณแบบนั้นเพราะจงใจให้คุณจ้าวโกรธและไม่พอใจเฉย ๆ...

หรือว่าคุณชายปีศาจ... จะคิดจริงจังกับฉันขึ้นมาแล้ว?

คือจะบอกว่า... ต่อไปนี้ให้ฉันเรียกเขาว่าที่รัก แบบนั้นเหรอ?

บทที่ 200

ผมจะลบให้

ถ้าอยากให้เรียกแบบนั้นจริง ๆ ละก็... ฉันก็จะเรียกแบบนั้นโดยไม่เกรงใจ

ช่วงพริบตานั้นถังซือซือก็เผยรอยยิ้มหวาน ๆ แล้วโบกมืออีกครั้ง น้ำเสียงอันสดใสดังขึ้น

“ที่รัก... ลาก่อนนะคะ”

เซียวเฉินเยวียนไม่ได้ตอบกลับอะไร ก่อนลดกระจกรถลงแล้วขับออกไป

อะไรของเขาเนี่ย?

ถังซือซือรู้สึกน้อยใจเล็กน้อย ว่าทำไมเขาถึงไม่ตอบอะไรกลับมาเลย?

แต่ถึงอย่างนั้นเขาเองก็ไม่รู้ตัวเช่นกัน ระหว่างขับรถออกไปรอยยิ้มจาง ๆ ก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า

ถังซือซือหันกลับมาแล้วกำลังจะเดินกลับไปที่หอพัก ทันใดนั้นมีผู้ชายคนหนึ่งวิ่งออกไป พร้อมถือกล้องถ่ายรูปเข้ามาหาเธอ “แชะ” เสียงกล้องถ่ายรูปดังขึ้น

“หยุดนะ!”

ถังซือซือก้าวไปข้างหน้า แล้วคว้ามือของชายหนุ่มที่ถือกล้องอยู่ จนทำให้เขาตกใจจนมือสั่น เกือบทำกล้องที่ดูมีราคาแพงตกลงพื้น

“หยุด! หยุดนะ! บอกมาว่านายเป็นใคร!”

ถังซือซือพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ ยังคงจับแขนชายหนุ่มไว้แน่น ทั้งยังจ้องเขาด้วยสายตาที่เย็นชา

ข้างหน้าเธอ ชายหนุ่มคนนี้ดูราว ๆ แล้วน่าจะมีอายุยี่สิบเศษ ๆ รูปร่างผอมบาง สวมหมวกแก๊ป ด้วยความที่เห็นถังซือซือเดินมาและมีรูปร่างหน้าที่สวยมาก เขาจึงอดไม่ได้ที่จะรีบออกไปถ่ายรูปเธอ

ด้วยความคาดไม่ถึง ถังซือซือที่ดูเป็นผู้หญิงนุ่มนวลนั้นไม่เพียงแต่ตอบสนองได้รวดเร็ว แต่ยังมือหนักมากอีกด้วย ทำให้ทันทีที่เขาก็ถูกเธอคว้าข้อมือไว้ ก็ไม่สามารถดิ้นหนีไปได้

“แล้วนี่นายมาถ่ายรูปฉันทำไม?”

ถังซือซือถามเสียงดังอีกครั้ง

ชายหนุ่มรู้สึกประหม่ามากขึ้น ยังหลบสายตาเธอไปซ้ายทีขวาที ถึงจะตกใจแต่เขาก็ประหลาดใจเช่นกัน ที่หญิงสาวคนนี้ทั้งสวยและแข็งแกร่ง

ต่อมา…

เมื่อเขามองถังซือซืออย่างตั้งใจ ทันใดนั้นดวงตาก็เบิกกว้างในทันที

ความโดดเด่นของผู้หญิงคนนี้ในแวบแรกดูสวยสง่าและนุ่มนวลมาก แถมใบหน้าของเธอยังเต็มเปี่ยมไปด้วยความกล้าหาญอีก พละกำลังหรือก็ดูไม่ธรรมดาเลยด้วย เธอเป็นเทรนเนอร์รึเปล่านะ...

เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มเหม่อลอยและไม่ตอบอะไร ผ่านไปสักพักหนึ่ง ถังซือซือรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย ก่อนขมวดคิ้วแล้วพูดเสียงดังว่า

“มัวเหม่ออะไร? ลบรูปเดี๋ยวนี้ไม่งั้นฉันจะทุบกล้องบ้า ๆ ของนายให้แตกเดี๋ยวนี้แหละ!”

ถังซือซือไม่ได้แค่พูดเสียงดังอย่างเดียว แต่เอื้อมมือเปล่าอีกข้างอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้า คว้ากล้องจากมือของเขาไป และแสร้งทำเป็นจะทุบมันลงกับพื้น

“อย่าทุบมันเลย ขอร้องล่ะ! ผมจะตอบคุณแล้ว! ช่วยฟังคำอธิบายของผมก่อนสักครู่ได้ไหม?”

โอ้ พระเจ้า! เลนส์คุณภาพดีที่เพิ่งได้มาไม่นาน เดี๋ยวนี้ราคาพุ่งขึ้นไปตั้งหมื่นกว่าหยวน ถ้าเธอทุบมันแตกละก็ ชีวิตฉันได้จบเห่แน่ ๆ

ถังซือซือเลิกคิ้วขึ้น แล้วจับตาดูท่าทีของเขาด้วยความระมัดระวัง

“นี่คือนามบัตรของผมครับ!”

ฝานอวี่เจ๋อหยิบนามบัตรออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ก่อนยื่นให้ถังซือซือด้วยความประหม่าแล้วพูดต่อว่า

“ขอโทษครับ ที่ผมเสียมารยาท ผมชื่อฝานอวี่เจ๋อ เป็นสมาชิกทีมโปรดักชั่นบริษัทผลิตรายการโทรทัศน์และภาพยนตร์โยวจ้งจำกัดครับ เรากำลังมองหานางเอกคนที่สองในภาพยนตร์ที่บริษัทกำลังจะเริ่มถ่ายทำ ซึ่งผมคิดว่าคุณเหมาะมาก ๆ! เลยอยากเชิญคุณมาที่บริษัทของเราเพื่อออดิชันครับ!”

นางเอกคนที่สอง?

ออดิชัน?

ถังซือซือเกิดความสงสัยขึ้น แล้วปล่อยมือฝานอวี่เจ๋อโดยไม่ได้ตั้งใจ แล้วหยิบนามบัตรขึ้นมาอ่านอย่างตั้งใจ

ฝานอวี่เจ๋อดีใจมากที่คิดหาวิธีการหลบหนีได้และมันได้ผล ก่อนรีบเอื้อมมือไปคว้ากล้องถ่ายรูปในมือของถังซือซือ

“เดี๋ยวก่อน ฉันไม่ได้บอกว่าจะคืนกล้องให้นายนะ”      ถังซือซือยกกล้องถ่ายรูปขึ้นสูงเหนือหัวชายหนุ่ม โดยไม่เปิดโอกาสให้ฝานอวี่เจ๋อทำได้สำเร็จ

ในตอนนี้ เธอสงสัยว่ามีแมวมองมากมายขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่? แล้วทำไมพวกเขาไม่จัดงานคัดตัวโดยตรงหรือไปเลือกจากโรงเรียนสอนการแสดง? แน่นอนว่าเธอไม่ยอมถูกหลอก     ง่าย ๆ ด้วยวิธีแบบนี้

ขณะครุ่นคิด เธอก็ชูกล้องถ่ายรูปสูงขึ้นอีกเล็กน้อย

อะไรอีกเนี่ย?

ฝานอวี่เจ๋อขมวดคิ้วแล้วบ่นในใจ ทำกันขนาดนี้ก็ฆ่าฉันเถอะ ถ้ากล้องนี้ถูกทุบฉันก็ไม่สามารถหาเงินไปจ่ายค่าผ่อนได้ เพิ่งจะได้เข้าร่วมบริษัทได้ไม่นาน เงินเดือนก็ยังไม่ได้รับด้วย...

“โอเค ผมจะลบ ผมจะลบให้!”

ฝานอวี่เจ๋อถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ น่าเสียดายที่เขาสามารถหาผู้หญิงที่สวยขนาดนี้ได้ แต่ต้องลบรูปภาพของเธอทิ้ง เพราะว่า...

จบบทที่ บทที่ 199-200

คัดลอกลิงก์แล้ว