เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 179-180

บทที่ 179-180

บทที่ 179-180


บทที่ 179

ความงามยุติธรรม

กลุ่มคนที่สนับสนุนถังซือซือก่อนหน้านี้รู้สึกดีใจขึ้นมาทันที เมื่อได้พบผู้นำที่ช่วยพลิกสถานการณ์

“มันไม่ง่ายสำหรับเทพธิดาเลยนะ! เราได้ทำหลายสิ่งหลายอย่างที่เป็นการทำร้ายเธอในอดีต และฉันรู้สึกละอายใจกับความคึกคะนองของตัวเองมาก ๆ!”

“มหาวิทยาลัยเป็นสถานที่สำหรับให้ผู้คนได้เติบโตในทางที่ดีขึ้น พูดตามตรง ฉันไม่รู้ว่าทำไมถึงอยากตามข่าวและกระแสของเพื่อนร่วมคลาสที่ชื่อถังซือซือคนนี้ เมื่อก่อนฉันก็เหมือนกับพวกคุณทุกคน ที่เอาแต่ให้ร้ายเธอต่าง ๆ นานา แต่วันนี้ฉันได้กลับมาไตร่ตรองตัวเองแล้ว!”

“ยอมรับเถอะ! เราทุกคนล้วนเป็นคนเห็นแก่ตัว! ในสังคมสมัยนี้ยังมีพวกขี้อิจฉาคนที่หน้าตาดีกว่าไม่มากพออีกหรือไง? แน่นอนว่าฉันก็เคยเป็นหนึ่งในพวกขี้อิจฉาด้วยเหมือนกัน!

ฉันย้อนนึกถึงความรู้สึกและเหตุการณ์ทุกอย่างที่         ถังซือซือต้องพบเจอตลอดมา มันเลวร้ายมาก! แต่ตอนนี้เธอได้พิสูจน์ตัวเองด้วยความแข็งแกร่งของตัวเองแล้ว! เธอต่อสู้กับความรุนแรงในมหาวิทยาลัยอย่างกล้าหาญ ซึ่งนี่คือสิ่งที่ฉันไม่เคยกล้าจะทำมันเลย!

ต้องบอกเลยว่าเบื้องหลังความพยายามของเธอ ต้องเหนือกว่าจินตนาการของพวกเราเอามาก ๆ! เพียงเพื่อพิสูจน์ตัวเองในวันเดียว! ในที่สุดเธอก็ทำมันสำเร็จ แต่เพราะมีข่าวปลุกปั่นกระแสแบบนี้! ขอร้องเถอะ อย่าดูถูกใครอีกเลย! ตอนนี้ฉันขอหันกลับมาสนับสนุนถังซือซืออย่างเต็มที่!”

“เอาใหม่ ถามตัวเองดูว่า เมื่อก่อนเราต่างก็เป็นผู้กระทำผิดและผู้สมรู้ร่วมคิดกันทั้งนั้น แต่ตอนนี้เราเลือกที่จะไม่เป็นแบบนั้นอีกต่อไปได้นะ คืนชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยคืนให้เธอเถอะ! อีกไม่กี่เดือนก็จะจบการศึกษาแล้วไม่ใช่เหรอ? ไม่รู้สึกละอายใจกันบ้างเลยเหรอ?”

กลุ่มที่แสดงความคิดเห็นในเชิงลบต่อถังซือซือในตอนแรก หลังจากได้อ่านโพสต์ของและความคิดเห็นของ                ‘เหมิงเสี่ยวอวี๋’ ก็แปรพักตร์กลับมาสนับสนุนถังซือซือเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก หลายคนเริ่มไตร่ตรองตัวเอง และประณามคนที่โพสต์ข่าวปลุกปั่นกระแส

ขณะเดียวกัน สวีซื่อเห็นว่ามีคนจำนวนมากเกินไปที่หันกลับไปสนับสนุนถังซือซือ ผลลัพธ์นี้ทำให้วัตถุประสงค์ของตัวเองไม่บรรลุ บัญชีที่มีชื่อขึ้นต้นว่า ‘มิสซิสอา’ จึงตั้งโพสต์ขึ้นมาปลุกปั่นกระแสอีกครั้ง

“เพราะเธอน่าเกลียดไง เธอถึงทำอะไรก็ผิดทุกอย่าง ทุกคนต่างประณามเธอก็ถูกแล้ว แค่เพราะจู่ ๆ เธอก็สวยขึ้น แต่ยังไงเธอก็น่าเกลียดอยู่วันยังค่ำ ในเมื่อทุกคนบอกว่าจะสนับสนุนเธอ คิดว่าเธอคงไร้เดียงสาสินะ ถึงหาเหตุผลต่าง ๆ มาลบล้างความผิดให้

คนที่โพสต์เมื่อกี้นี้ก็ไม่ต่างจากหมาหรอก คิดว่าตัวเองกลับใจใหม่แล้วจะเป็นคนดีงั้นเหรอ? ถูกคือถูก ผิดคือผิด ไม่ว่าหน้าตารูปร่างจะเหมือนเดิมหรือเปลี่ยนไป ก็ผิดอยู่ดีไม่ใช่รึไง? พยายามบอกฉันว่าการตัดสินคนจากภายนอกไม่ยุติธรรมเนี่ยนะ? ตลกสิ้นดี คิดดูเอาเองละกัน”

ทันทีที่โพสต์นี้ออกมา หลายคนต่างพูดไม่ออกและไม่มีใครกล้าตอบอะไรเลยอยู่สักพัก

หลังจากนั้น ’เหมิงเสี่ยวอวี๋’ ก็ได้ทำลายความเงียบลง

“เราหันกลับมายึดถือความยุติธรรมกันได้เสมอ ฉันขอยืนยันคำเดิม เอาจริง ๆ เมื่อก่อนถังซือซือก็มีข้อบกพร่องแค่เรื่องสิวบนใบหน้าอย่างเดียวเอง แต่คุณกลับเลือกปฏิบัติต่อเธอ แม้ว่าเธอจะไม่ได้ทำอะไรผิดเลยก็ตาม หนำซ้ำยังสรรหาทุกวิถีทางมาใส่ร้ายเธออีก

ตอนนี้ข้อบกพร่องบนใบหน้าของเธอหายไปหมดแล้ว คุณยังมีโอกาสกลับใจใหม่ ยอมรับในสิ่งที่เคยทำผิดในอดีต แล้วหันมามองเธอใหม่อีกครั้ง ถึงยังไงเธอก็สามารถพิสูจน์ตัวเองได้สำเร็จแล้ว

ฉันขอยืนยันว่าความงามของเธอคือความยุติธรรม ต้องขอบคุณความงามของเธอ ฉันถึงคิดได้ แล้วหันกลับมามอง      ถังซือซือใหม่อีกครั้ง“

คำพูดเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะลบล้างข่าวปลุกปั่นกระแสของ ‘มิสซิสอา’ เท่านั้น แต่ยังเป็นการวิพากษ์วิจารณ์และเตือนใจคนที่เคยรังแกถังซือซือ สมัยที่เธอยังมีหน้าตาน่าเกลียด

ทั้งสองฝ่ายตกอยู่ในความเงียบไปชั่วขณะหนึ่ง

ในเวลาเดียวกัน ถงโยวโยวให้ความสนใจกับเหตุการณ์ที่รุนแรงนี้มากทีเดียว

เธอนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งในหอพัก หลังจากอ่านข้อความทั้งหมดก็ต้องตกใจจนตาค้าง เดี๋ยวนะ... นี่มันรูปพี่ซือซือไม่ใช่เหรอ? ไหนจะชื่อย่อนั่นอีก ชัดเจนมากจนรู้เลยว่าใคร

เป็นกังวลจัง พี่ซือซือจะเสียใจกับคำใส่ร้ายป้ายสีแบบนี้ไหมนะ?

ถงโยวโยวรู้สึกเป็นห่วง จึงรีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อติดต่อไปหาอีกฝ่าย

ขณะเดียวกัน รถเบนซ์หรูหราสีดำแล่นไปในเมือง        ยามค่ำคืน ก่อนจะขับมาถึงชั้นล่างของหอพักที่ถังซือซือพักอยู่ และจอดนิ่งอยู่ตรงนั้น

บทที่ 180

จูบแรกที่แท้จริง

ถังซือซือกำลังเอื้อมมือไปเปิดประตูรถ แต่แล้วกลับถอนมือออกมา

ก่อนจะหันหน้ากลับมาแล้วกะพริบตาหนึ่งครั้ง แอบกลืนน้ำลายเมื่อหันไปมองเซียวเฉินเยวียน คนที่ทำให้ฉันหวั่นไหวอยู่ใกล้แค่นี้เอง... คืนนี้จะจบลงเท่านี้เองเหรอ?

ปีศาจน้อยในใจเธอผุดขึ้นมาอีกครั้ง

หลังจากนั้นเธอได้รับการสนับสนุนทางความคิดอย่างเร้าใจ

“จูบเขาสิ! เร็ว! โอกาสดีแบบนี้ถ้าปล่อยหลุดมือไปจะไม่มีอีกแล้วนะ!”

“เร็วเข้า! มัวชักช้าอะไรอยู่! เขากำลังจะกลับแล้ว!”

ในใจของเธอจริง ๆ ก็ต้องการแบบนั้น แต่ว่า หลังจากจูบแรกก่อนหน้านี้ เธอไม่รู้ว่าเขาคิดเกี่ยวกับมันยังไงบ้าง?

แสงสลัว ๆ จากไฟริมทางเดินสะท้อนเงาใบไม้ที่ร่วงหล่นเล็ดลอดเข้ามาทางช่องหน้าต่างรถ เงาของใบไม้เคลื่อนผ่านหน้าของเขาไป จากใบหน้าที่เคยเย็นชาจนทำให้ใครต่อหลายคนกังวลและหวั่นเกรง ตอนนี้กลับดูมีเสน่ห์อย่างลึกล้ำ

เขาหันหน้ามามองถังซือซือกลับโดยไม่กะพริบตาเช่นกัน

นี่อาจเป็นโอกาสอีกครั้งเดียวในชีวิต!

ถังซือซือเม้มริมฝีปากพร้อมกับกลืนน้ำลายอีกครั้ง ก่อนโน้มตัวไปข้างหน้าอย่างช้า ๆ

เอาน่า มันต้องดีแน่ ไม่นานก็เสร็จแล้ว

อีกนิดจะใกล้แล้ว

หัวใจเต้นแรงมากเลย!

สองมือของฉันเป็นอะไรไปเนี่ย? ไหนจะอาการตัวสั่นนี่อีก ฉันจะประหม่าเกินไปแล้ว

ถังซือซือกำมือทั้งสองข้างพร้อมตั้งสติ ไม่เป็นไร มาลองกันอีกครั้ง...

แต่ว่า ฉันก็ยังรู้สึกประหม่ามากอยู่ดี งั้นก็ ลองหลับตาระหว่างทำละกัน...

ดูเหมือนว่าจะเป็นความคิดที่ดี

ลมหายใจเบา ๆ ของเซียวเฉินเยวียนลอยเข้ามาเรี่ยรดใบหน้าและลำคอของเธอ

ตอนนี้เธอมองเห็นริมฝีปากสีเหมือนซากุระใต้แสงจันทร์ ต่อให้เขาจะมาคิดบัญชีกับฉันหลังจากที่ฉันทำแบบนั้นลงไป แต่ไว้ค่อยมาคุยกันช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วงละกัน ตอนนี้แค่ปล่อยใจไปก็พอ...

“ตอนเย็นที่ผ่านมา ผู้ชายคนนั้น ได้สารภาพรักกับคุณรึเปล่า?”

ก่อนที่ถังซือซือจะโน้มตัวเข้าไปมากขึ้น เซียวเฉินเยวียนก็ตั้งคำถามขึ้นมา ฟังจากน้ำเสียงแล้ว ดูเหมือนว่าเขาไม่มีความสุขและไม่พอใจสักเท่าไหร่

ห๊ะ?

อะไรนะ?

การเคลื่อนไหวของถังซือซือหยุดกะทันหันทันที เธอลืมตาขึ้นแล้วสบตาเซียวเฉินเยวียนที่แสดงแววตาว่างเปล่า

สารภาพรัก?

เธอกะพริบตา แล้วแสดงสีหน้ามึนงงอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็รู้ตัว เขากำลังพูดถึงชายหนุ่มแปลกหน้าที่ตะโกนใส่เธอด้วยลำโพงจากชั้นล่างข้างของหอพักนั่นเอง!

ให้ตายเถอะ นี่เขารู้เรื่องนี้ด้วย... ฉันคิดว่าเขาไม่ทันสังเกตซะอีกนะเนี่ย...

คาดไม่ถึงเลย ว่าเขาจะคอยดูเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่      ไกล ๆ... แต่เข้าใจได้ว่าเป็นเรื่องปกติที่แฟนจะ ‘หึงหวง’ ...

เดี๋ยว ๆ ... อย่าบอกนะว่า เขาจะบอกว่าหึงฉันงั้นเหรอ??

ถังซือซือครุ่นคิดเกี่ยวกับคำถามของเขา ตอนนี้เหมือนความดีใจอย่างลิงโลดปรากฏขึ้นในใจของเธอ

“คือว่า อย่าเพิ่งเข้าใจฉันผิดนะ ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผู้ชายคนนั้นกำลังทำอะไรอยู่ บางทีอาจจะเป็นการซ้อมโอเปร่าหมู่ก็ได้จริงไหม? อืม...”

ก่อนที่ถังซือซือจะพูดจบ คำพูดต่อจากนี้ที่เหลือก็ถูกกลืนกลับเข้าไปในลำคอ

จู่ ๆ เกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย? ริมฝีปากของฉัน... กำลังถูกใครบางคนปิดไว้!

ไม่สิ นี่คือ...

นี่คือคุณชายปีศาจนั่นกำลังจูบฉันอยู่!

ตูม!

ภายในหัวของเธอว่างเปล่าในทันทีราวกับโดนระเบิดลูกใหญ่

ในขณะเดียวกัน หัวใจของเธอก็เต้นแรงมากจนแทบหลุดออกจากอก

ตุบๆๆ!

เสียงหัวใจเต้นของเธอเหมือนกับจังหวะกลองที่ตีอย่างหนักแน่นที่สุด และเร็วรัวกว่าที่เคยสัมผัส!

นี่... นี่มันกลายเป็นแบบนี้ไปได้ยังไง?

ตอนแรกเธอตั้งใจเป็นฝ่ายจูบเขาก่อน แต่เธอกลับถูกเขาจูบแทน... เหตุการณ์พลิกผันไปแบบนี้ได้ยังไง?

ริมฝีปากของเซียวเฉินเยวียนนุ่มมาก ตอนแรกมีสัมผัสเย็น ๆ เล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ ร้อนผ่าวขึ้น หลังจากผ่านไปสักครู่หนึ่ง จูบนี้ทำให้ถังซือซือหัวใจเต้นแรงจนแทบหายใจไม่ออก

สีหน้าของถังซือซือเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำลามไปจนถึงต้นคอในทันที เธอรู้สึกสับสนมากจนไม่รู้จะวางตัวยังไงต่อจากนี้ ทำได้เพียงปล่อยให้ตัวเองถูกพร่ำจูบต่อไป

นี่คือจูบแรกที่แท้จริงของเธอ!

ถังซือซือคิดถึงเรื่องนี้กับอีกฝ่าย

เดี๋ยว ๆ... หรือบางทีนี่อาจเป็นจูบจริงครั้งแรกของเขาด้วยรึเปล่า?

ปรากฏว่าถังซือซือเดาถูก เซียวเฉินเยวียนยังไม่เคยตั้งใจจูบใครจริง ๆ มาก่อนเลย

เขาไม่ได้มีทักษะในการจูบที่ดีนัก เมื่อพูดถึงเกณฑ์ในการจูบ

เขาแค่บอกกับตัวเองว่าควรจูบเธอ โดยไม่ใช้อารมณ์ชั่ววูบ แต่มาจากความรู้สึกแท้จริงในจิตใจ

ริมฝีปากของถังซือซือให้สัมผัสที่นุ่มนวลและหอมหวาน

เซียวเฉินเยวียนรู้สึกว่าลมหายใจของถังซือซือค่อย ๆ ถี่กระชั้นขึ้น เขาพอใจในผลงานของตัวเองมาก จากนั้นรีบเอื้อมมือไปโอบเอวของเธอไว้

ราวกับว่าผู้หญิงคนนี้เป็นของเขา และจะเป็นของเขาตลอดไป

ถังซือซือ คุณไม่มีวันที่จะลบผมไปจากชีวิตได้

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบภายในรถ

ใครกันที่โทรมา? ช่างเลือกเวลาได้เหมาะจริง ๆ เลย

ถังซือซือตกใจจนเปล่งเสียง “อื้อ” ก่อนคลายตัวเองออกจากอ้อมแขนของเขา พร้อมกับสีหน้าที่แดงก่ำราวกับพระอาทิตย์บนขอบฟ้า

เมื่อเห็นว่าใบหน้าของถังซือซือหน้าแดงก่ำ เอาแต่ควานหาโทรศัพท์ของตัวเองด้วยความกระวนกระวาย ดวงตาของ    เซียวเฉินเยวียนก็ทอประกายขึ้น มุมปากโค้งเป็นรอยยิ้ม ตอนนี้เขาได้รู้สึกถึงความหวานและความสุขที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อนเลยในชีวิต

จบบทที่ บทที่ 179-180

คัดลอกลิงก์แล้ว