เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 129-130

บทที่ 129-130

บทที่ 129-130


บทที่ 129

ความกังวลของมู่ซูเสียน

 

ทำไมลูกถึงไปรู้จักกับคนอย่างตระกูลเซียวได้? เรื่องมันเป็นมายังไงกัน เดิมทีมู่ซูเสียนไม่เคยสนใจข่าวเกี่ยวกับนักธุรกิจเลย ตอนแรกเธอเองก็ไม่รู้จักเขา แต่ตอนนี้เธอได้รู้แล้วว่า ประธานบริษัทตระกูลเซียวผู้ที่มั่งคั่งที่สุดในเมืองหลวง มีชื่อแซ่เดียวกันกับชื่อลูกเขยของเธอไม่มีผิด

พอคิดเกี่ยวกับมันมากขึ้น เธอรู้ดีว่าลูกสาวของตัวเองไม่ได้มีฐานะดีเด่นอะไร แถมยังมีชีวิตที่ยากลำบาก หน้าตาก็ไม่ได้สะสวยชวนมอง ทำไมถึงได้ไปรู้จักกับคนใหญ่คนโตแบบนั้น จนกระทั่งมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกันอีก ในฐานะคนเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ยากจนและสู้ชีวิตตลอดมา เป็นธรรมดาที่มู่ซูเสียนี่จะรู้สึกหนักใจมาก ทุกวันนี้เธอไม่รู้ว่าด้วยซ้ำว่าควรทำยังไงให้ตัวเองสามารถข่มตาหลับได้อย่างสบายใจ?

ทุกวันนี้... ในความคิดของมู่ซูเสียน เมื่อคิดถึงลักษณะของประธานบริษัทตระกูลเซียวแล้ว ก็จะเกิดภาพประมาณว่า ‘ประธานบริษัทใหญ่โต ข่มเหงคนจนที่ไม่มีทางสู้’ ‘ประธานตระกูลเซียวจงใจกักขังหน่วงเหนี่ยวหญิงสาวหน้าตาขี้เหร่เพื่อบำเรอความสุข’ และอื่น ๆ อีกสารพัดที่เธอจินตนาการขึ้นมา...

ในเมื่อเป็นแบบนี้... เธอจะอธิบายให้แม่สบายใจอย่างไรดี?

เธอลืมไปได้ยังไงว่าตัวเองไม่สามารถโกหกมู่ซูเสียนไปตลอดได้? การที่เธอบอกไปว่าเซียวเฉินเยวียนแค่บังเอิญมีชื่อคล้ายกับประธานบริษัทตระกูลเซียวเท่านั้น...

ด้วยเหตุผลนี้ เหมือนว่าพวกเขาจะลืมคิดไปว่ามู่ซูเสียนไม่ใช่เด็กสามขวบที่จะถูกหลอกได้ง่าย ๆ...

ต่อให้หาทางบิดเบือนความจริงไปเรื่อย ๆ แล้วอย่างไร? เดิมทีไม่ค่อยมีใครได้เห็นตัวจริงของประธานบริษัทตระกูลเซียวเท่าไหร่นัก แต่เมื่อย้อนกลับไปในคืนนั้น...

คำโกหกของเธอก็ไม่น่าเชื่อถืออีกต่อไป สังเกตจากการแต่งตัว บุคลิกที่ดูมีฐานะร่ำรวยกว่าใคร คงเป็นเรื่องยากที่โกหกตัวตนที่แท้จริงของเขาได้...

ตอนนี้เรื่องน่าปวดหัวกำลังถาโถมเข้ามา

ถังซือซือยกมือขึ้นมาก่ายหน้าผากด้วยความกังวลโดยไม่รู้ตัว

เธอไม่รู้ว่าจะตอบแม่ยังไงดี แต่แล้วมือของชายหนุ่มก็เอื้อมมาหยิบโทรศัพท์จากมือของเธอไปต่อหน้าต่อตา

ไม่นะ เฮ้ๆๆ นี่เขาคิดจะทำบ้าอะไรอีกแล้วเนี่ย!

“สวัสดีครับ คุณแม่” สายเกินไปแล้วที่จะหยุดเขา เสียงที่ฟังดูเย็นชาของเซียวเฉินเยวียนลอดไปตามสายเสียแล้ว

เธอไม่รู้เลยว่าต่อจากนี้มู่ซูเสียนจะถามอะไรกับเขาบ้าง เธอทำได้เพียงนั่งฟังเซียวเฉินเยวียนอธิบาย

“คุณแม่ ซือซือกับผมกำลังจะเข้าไปที่คอนโดเฟิงตันเดี๋ยวนี้ ไม่ทราบว่าจะเป็นการรบกวนไหมครับ?”

เธอไม่รู้เลยว่ามู่ซูเสียนมีปฏิกิริยายังไงหรือตอบอะไรกับเขา เซียวเฉินเยวียนยิ้มมุมปาก ก่อนตอบกลับไปว่า

“ได้ครับ ได้ครับ อีกสิบนาทีเจอกันครับ”

ถังซือซือฟังคำพูดของเขาด้วยสีหน้าสงสัย เกิดลางสังหรณ์ขึ้นในใจว่าต้องมีอะไรแปลก ๆ แน่ ๆ?

หลังจากวางสาย เซียวเฉินเยวียนออกคำสั่งทันที

“กลับรถ ฉันจะไปทำธุระที่เฟิงตัน”

“รับทราบครับ!” กู่ชวนขานรับโดยที่ไม่ถามอะไรต่อ ในขณะเดียวกัน บนท้องถนนกำลังอยู่ในช่วงการจราจรติดขัดหลังจากเลิกงาน แต่ในเมื่อเป็นคำสั่งจากชายหนุ่มคนนี้ เขาไม่ลังเลที่จะแหกกฎจราจร

หลังจากนั้น เซียวเฉินเยวียนรีบโทรศัพท์ไปหาหญิงชรา หลังจากเธอรับสายแล้ว เขาก็เริ่มอธิบายด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า

“คุณยายครับ เย็นนี้รถติดมากกว่าปกติ ผมอาจจะไปสายประมาณหนึ่งชั่วโมง”

“นานไปไหมหลานยาย? ข้าวปลาได้เย็นชืดหมดพอดี…” ฝางเสวี่ยหลานรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ

ถังซือซือแสดงสีหน้าตกใจราวกับเจอเรื่องที่ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้เห็น คุณชายปีศาจโกหกผู้ใหญ่ต่อหน้าเธอ

“ปี๊บๆๆ...” กู่ชวนบีบแตรตลอดทาง แต่รถข้างหน้ายังคงขับด้วยความเร็วราวกับเต่าซูลคาต้าอายุล้านปี และนี่เป็นเวลาเกือบห้านาทีแล้ว ที่เขาไม่สามารถแซงรถคันนี้ไปได้

วินาทีเขาสัมผัสได้ถึงออร่าเย็นชาของเซียวเฉินเยวียน     กู่ชวนเริ่มเหงื่อซึมไปทั่วทั้งใบหน้า เขาได้แต่คิดว่าตัวเองควรทำยังไงดี แม้ว่าจะเข้าใจดีถึงเหตุผลที่เซียวเฉินเยวียนต้องเร่งรีบ แต่การจราจรในตอนนี้ติดขัดเกินไป...

“ลุกๆๆ เปลี่ยนกันขับเถอะ เป็นแบบนี้ต่อไปได้แย่แน่”    เฟยอวี่ทนไม่ไหวกับสภาพท้องถนนในตอนนี้ เขามีอาการหงุดหงิดเล็กน้อย ทนไม่ได้จริง ๆ ที่จะต้องนั่งรออยู่ท่ามกลางการจราจรที่แน่นขนัดแบบนี้ เขาเข้าไปดันกู่ชวนให้พลิกตัวมานั่งที่ของตัวเอง แล้วแทรกตัวไปนั่งที่คนขับแทน

ยกเว้นเซียวเฉินเยวียน ทั้งสองคนต่างสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้น ก่อนที่พวกเขาจะทันได้ถามอะไร เฟยอวี่ก็หัวเราะอย่างบ้าคลั่งแล้วพูดว่า “จับเบาะไว้ให้มั่นนะครับทุกคน!”

“บรึ้น” เขาเหยียบคันเร่งจนมิด พร้อมกับแสดงสีหน้าจริงจังราวกับนักแข่งรถ ในชั่วพริบตา เขาขับซิกแซกแทรกช่องว่างของรถคันอื่นด้วยความเร็ว

บทที่ 130

ความรู้สึกอบอุ่นตามซอกนิ้วมือ

 

ในเวลานี้ เฟยอวี่ได้แสดงทักษะการขับรถที่เหนือจินตนาการ เลี้ยวซ้ายทีขวาที เบียดเสียดซิกแซกไปตามช่องแคบระหว่างรถที่จอดต่อกัน ไม่นานก็ขับผ่านรถติดไปได้หลายคันในคราวเดียว

“นี่... นี่ฉันต้องมาเจอกับอะไรเนี่ย” ถังซือซือตกใจกลัวสุดขีดเป็นครั้งแรกในชีวิต เพราะการซิกแซกที่มีระยะห่างจากรถที่เธอนั่งอยู่กับรถที่เพิ่งจะขับผ่านไปห่างกันเพียงไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตร ทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองอายุสั้นลงก็คราวนี้!

“ขับช้า ๆ สิ” น้ำเสียงเย็นชาของเซียวเฉินเยวียนดังขึ้น ดูเหมือนว่าเขาไม่พอใจเล็กน้อย

“ครับ ครับ” เฟยอวี่ไม่กล้าขัดคำสั่ง เขาลดความเร็วลง จนกระทั่งขับมาถึงคอนโดเฟิงตันในที่สุด

รถขับมาจอดเทียบบริเวณทางเข้าหน้าคอนโด ถังซือซือรู้สึกกังวลจนสีหน้าซีดเซียว ก่อนที่เธอจะเรียกสติกลับมา ประตูด้านข้างเธอถูกเปิดจากด้านนอก เซียวเฉินเยวียนมองหน้าเธอด้วยรอยยิ้ม

“นี่.. ลงมาเร็ว ๆ สิ”

ขณะที่ถังซือซือกำลังก้าวลงจากรถ เซียวเฉินเยวียนเอื้อมมือออกไปคว้ามือของเธอเอาไว้

ความรู้สึกราวกับโดนไฟฟ้าช็อตทำให้ปลายนิ้วมือของถังซือซือสั่นเล็กน้อย ความรู้สึกอบอุ่นตามซอกนิ้วมือของเขาทำให้เธอรู้สึกอุ่นใจจนไม่อยากปล่อย

หน้าห้อง 802 คอนโดเฟิงตัน

“ก๊อกๆๆ...”

ถังซือซือเคาะประตูด้วยท่าทีเฉื่อยชา

เพราะตอนนี้ เธอยังคงกังวลและคิดไม่ออกว่าจะอธิบายยังไง

ปกติเธอมีความมั่นใจในคำพูดของตัวเองเสมอ แต่นาทีนี้เธอกลับรู้สึกไม่มั่นใจและคิดคำพูดอะไรไม่ออกเลย

มู่ซูเสียนเปิดประตูออกมา ถังซือซือมองหน้าเธอ ในขณะที่กำลังจะพูดคำว่า ‘แม่’ มู่ซูเสียนก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน

“สาวน้อย หนูเป็นใคร?”

เธอมองถังซือซือตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วพยายามนึก เธอไม่รู้ตัวว่าคำพูดของตัวเองทำร้ายลูกสาวมากแค่ไหน เพราะรูปลักษณ์ปัจจุบันของถังซือซือแทบไม่ต่างจากตอนที่มู่ซูเสียนยังเป็นสาวเลย แต่เธอกลับนึกไม่ถึงเลยด้วยซ้ำ

นี่แม่จำฉันไม่ได้จริงเหรอเนี่ย!? ถังซือซือรู้สึกเหนื่อยใจจนอยากยกมือก่ายหน้าผาก

“แม่คะ นี่หนูเอง” ถังซือซือแสดงสีหน้าบูดบึ้งแล้วพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

มู่ซูเสียนขมวดคิ้วแล้วตอบกลับว่า

“ขอโทษนะคะ หนูคงจำอะไรผิดแล้วล่ะ” เสียดายจัง หน้าตาก็สวยดีออกแต่ดันสมองเสื่อม ถ้าเป็นลูกสาวฉันจริง ๆ ก็ต้องมีสิว ฝ้า และกระทั่วใบหน้า ฉันจะไปมีลูกสาวหน้าตาสดใสแบบนี้ได้ยังไง

“ปัง” ประตูห้องถูกปิดใส่หน้าถังซือซือโดยไม่ลังเล

“ก๊อกๆๆ…” ถังซือซือยังคงเคาะประตูต่อไปอย่างไม่ลดละ เธอแอบหงุดหงิดใส่มู่ซูเสียนเป็นร้อยครั้งในใจ

มู่ซูเสียนเปิดประตูอีกครั้ง เธอถอนหายใจยาวทันทีเมื่อเห็นว่าคนที่เคาะประตูยังเป็นหญิงสาวคนเดิม

“ฉันบอกแล้วไงสาวน้อย หนูลองดูเลขห้องดี ๆ นี่ห้อง 802 แม่จริง ๆ ของหนูอาจอยู่ห้องอื่นก็ได้”

“แม่ เข้าใจผิดแล้ว นี่หนูเอง!” ถังซือซือรู้สึกแปลกใจ

เซียวเฉินเยวียนเห็นก็พยายามกลั้นหัวเราะ ก่อนอมยิ้มเล็กน้อยแล้วพูดขึ้นว่า

“คุณแม่ครับ พวกผมเอง”

เมื่อเห็นเซียวเฉินเยวียน มู่ซูเสียนก็ตกใจจนตาค้างในทันที เธอเริ่มสงสัยแล้วว่านี่มันเรื่องอะไรกัน? เพราะเมื่อสักครู่เซียวเฉินเยวียนบอกว่าจะพาถังซือซือมาอธิบายเหตุผลกับเธอ แต่เขากลับพาผู้หญิงแปลกหน้ามาหา แล้วให้มาเรียกเธอว่าแม่แบบนี้ได้ยังไง?

นี่มันเรื่องอะไรกัน เขาหลอกใช้และทำร้ายความรู้สึกของซือซือเหรอ?

มันชักจะมากเกินไปแล้วนะ!

มู่ซูเสียนแสดงสีหน้าท่าทางเหมือนกับว่าเธอกำลังโกรธมาก ๆ เธอจ้องไปที่เขาแล้วพูดว่า “ไอ้คนโกหก ไอ้พวกชอบข่มเหงคนจน” ภายในใจ เธอรู้สึกคับแค้นใจกับชีวิต หลังจากที่ต้องดิ้นรนมาทำงานในเมืองหลวง และยังต้องทนต่อความยากลำบาก และตอนนี้เธอยังไม่สามารถปกป้องลูกสาวเพียงคนเดียวของตัวเองได้

สำหรับเซียวเฉินเยวียน เดิมทีเธอคิดว่าเขาเป็นสุภาพบุรุษที่มีแนวโน้มว่าตรงไปตรงมา และยังดูเป็นชายหนุ่มนิสัยดี จนนาทีนี้เธอคิดว่าเขาใช้อำนาจและเม็ดเงินมากมายของตัวเองมาเล่นกับความรู้สึกของซือซือ เธอจึงคิดว่าตอนนี้ตัวเองกำลังถูกเขาปั่นหัวและหลอกลวง!

“คืนลูกฉันมา... ทำไม ทำไม! มาทำร้ายเราสองแม่ลูกเพื่ออะไร ฉันรู้ตัวดีว่าไม่สามารถต่อสู้หรือขัดขืนอะไรคุณได้ ฉันยอมรับตรงจุดนี้ดี”

“แต่ตอบฉันมาซะดี ๆ คุณเอาลูกสาวของฉันไปซ่อนไว้    ที่ไหน คืนลูกสาวฉันมาเดี๋ยวนี้นะ! ไม่อย่างนั้น... จะไม่มีวันเลิกตามตอแยคุณแน่ ฉันจะสู้กับคุณจนกว่าจะได้ลูกสาวคืน!”

จบบทที่ บทที่ 129-130

คัดลอกลิงก์แล้ว