เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 37-38

บทที่ 37-38

บทที่ 37-38


บทที่ 37

อาหารที่ไหม้จนดำเป็นตอตะโก

 

มู่ซูเสียนได้ยินก็แสดงสีหน้าตกใจมาก เธอยืนนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเอื้อมมือไปแตะหน้าผากถังซือซือ

“ซือซือลูกแม่ ไม่สบายรึเปล่า?”

“โถลูกรัก แม่รู้นะว่าการที่ลูกไม่เคยมีแฟนสักคนมานานอาจทำให้ลูกกลายเป็นคนเพ้อฝันแบบนี้ได้ แต่ไม่คิดว่าลูกจะอาการหนักขนาดนี้ โอเค! เดี๋ยวแม่เอากระจกมาให้! เผื่อลูกจะได้สติ!”

เชื่อเลย! รู้สึกเจ็บแปลบไม่ต่างจากโดนแม่แท้ ๆ ด่า

นี่ขนาดคนเป็นแม่ยังดูถูกลูกสาวตัวเองเลยเหรอเนี่ย?

เฮ้อ! เธอเป็นแม่แท้ ๆ ของร่างนี้เลยนะ! เป็นห่วงความรู้สึกกันหน่อยได้ไหม ให้ตายสิ!

ในฐานะที่มู่ซูเสียนเป็นแม่ เธอจึงพยายามให้เหตุผล แล้วพูดต่อไปว่า

“คุณเซียวและคุณกู่เป็นศิษย์เก่าหนานซานจริงเหรอ? แม่มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าพวกเขาต้องไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป!  อย่าโกหกแม่เลยว่าลูกคบกับคุณเซียว ถ้าเป็นเรื่องจริงแม่คงช็อกตายไปแล้ว! จะมีสักกี่คนเชียวที่ยอมรับลูกได้?”

“ถ้าเขาจะมีแฟนทั้งทีก็ต้องเป็นระดับดาราชื่อดัง สาวฮอตในมหาวิทยาลัย หรือลูกสาวของตระกูลเศรษฐีเหมือนกัน นั่นแหละถึงจะเรียกว่ากิ่งทองใบหยก แต่ลูกนี่จริง ๆ เลย ถึงอย่างนั้นแม่ก็อดสงสัยไม่ได้... ตกลงลูกคบกับเขาจริงเหรอ? ไม่งั้นก็หาหลักฐานมาให้แม่ดู ทำยังไงก็ได้ แม่ถึงจะเชื่อ...”

“สมัยมัธยมต้นลูกก็ไม่ขนาดนี้นะ ไม่ได้หน้าตาขี้เหร่เลย ร่างเล็กน่ารัก ไว้หน้าม้าบาง ๆ พอโตขึ้นมาหน่อยหนูก็เป็นสิวเป็นฝ้าเป็นกระไปทั่วหน้าได้ยังไงก็ไม่รู้ หมดเงินรักษาไปเยอะแต่ก็ไม่หายซะที! แม่เครียดมาก เพราะกลัวว่าลูกจะไม่มีใครมาจีบ...”

“หนูรู้ว่าถังซือซือคนนี้น่ะ ทั้งชีวิตคงหาลูกเขยดี ๆ ให้แม่ไม่ได้หรอก แต่หนูเป็นลูกสาวคนเดียวของแม่นะ อย่างน้อยให้กำลังใจกันบ้างก็ดี...”

มู่ซูเสียนถูกผลักออกจากห้องครัวอีกครั้ง

หลังจากเดินออกมาจากห้องครัว มู่ซูเสียนก็เกิดความกระสับกระส่ายอย่างบอกไม่ถูก

เดิมทีก่อนที่ถังซือซือจะกลับมาถึง มู่ซูเสียนได้ลองให้เซียวเฉินเยวียนชิมอาหารฝีมือตัวเองที่ไหม้จนดำเป็นตอตะโก

ลึก ๆ แล้วเธอกังวลว่าเขาจะไม่กลับมาเยี่ยมที่นี่อีกเป็นครั้งที่สอง

เพราะคิดว่าเขาคงจะรู้สึกผิดหวังไปแล้ว

ในที่สุด เธอตัดสินใจว่าจะลงไปที่ร้านอาหารชั้นล่างเพื่อซื้ออาหารขึ้นมาเสิร์ฟแทน

แต่พอมู่ซูเสียนเดินไปถึงประตู เธอได้กลิ่นหอมบางอย่าง กลิ่นนั้นหอมฟุ้งไปทั่วทั้งห้องครัว กระจายออกมาถึงด้านนอก แล้วลอยตลบอบอวลไปทั่วห้อง

เธอรู้สึกหิวขึ้นมาทันที...

หยุดอยู่หน้าประตูได้เพียงครู่เดียวเท่านั้นก็หันหลังกลับ

ตอนนี้ถังซือซือกำลังยืนฮัมเพลงเบา ๆ พร้อมกับทำอาหารไปด้วยอย่างมีความสุข

เธอนำวัตถุดิบที่ซื้อเผื่อมาจากซูเปอร์มาร์เก็ต รังสรรค์เป็นเมนูอาหารจานหรูมากมาย เช่นซี่โครงหมูอบซอสมะเขือเทศ ผัดบวบใส่กุ้งสด ปลากะพงขาวนึ่งสมุนไพร และซุปเนื้อแกะสไตล์ยุโรป...

ตลอดเวลาที่ผ่านมา แม่และลูกสาวคู่นี้กินแต่ซาลาเปากับขนมจีบเป็นประจำแทบทุกมื้อ ในขณะเดียวกันมู่ซูเสียนรู้สึกโล่งใจขึ้นมากเมื่อเห็นอาหารเหล่านี้

ไม่กี่นาทีต่อมา เซียวเฉินเยวียนลุกจากโซฟา เดินมายืนพิงประตูห้องครัว เขามองถังซือซือด้วยความเอ็นดู อีกใจหนึ่งกำลังเฝ้ารอชิมอาหารฝีมือเธออย่างใจจดใจจ่อ

หางตาถังซือซือเหลือบไปเห็นเขา เธอตกใจเล็กน้อยแล้วรีบพูดว่า

“อีกเดี๋ยวฉันก็ทำเสร็จแล้ว คุณหิวแล้วเหรอ?”

เซียวเฉินเยวียนไม่พูดอะไร สีหน้าเรียบนิ่งยังคงมองไปที่ถังซือซือ ก่อนพยักหน้าเล็กน้อย

การถูกสายตาที่เปล่งประกายงดงามมองมาแบบนี้ แม้ว่าถังซือซือจะพยายามกลั้นความเขินอายมากแค่ไหน เธอก็ไม่สามารถทำใจให้ชินได้สักที

ใบหูของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำอย่างรวดเร็ว รีบหันหน้ากลับมาทำอาหารต่อด้วยความประหม่า เกือบทำน้ำตาลหกลงไปทั้งขวด

ถังซือซือรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย เฮ้อ อีตาคุณชายปีศาจตั้งใจมาทำให้ฉันเสียสมาธิรึไงเนี่ย?

เธอตอบกลับเสียงดังเพื่อปกปิดความประหม่าภายในใจ

“นี่คุณ ช่วยไปเอาจานมาให้ฉันที”

เธอคิดว่าเขาจะเพิกเฉยต่อคำขอของเธอ เพราะคิดว่าคนอย่างเขาคงไม่ทำตามคำขอของใคร

จู่ ๆ เขาก็เดินเข้ามาในครัวด้วยท่าทีสงบเสงี่ยม แล้วหยิบจานจำนวนหนึ่งมาจัดเรียงบนโต๊ะเตรียมอาหารอย่างประณีต

พอเขาเดินผ่านด้านข้างของถังซือซือไป เธอได้กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ จากตัวเขา แค่ได้กลิ่นก็รู้สึกสดชื่นแล้ว

นี่มันกลิ่นน้ำหอมบ้าอะไรเนี่ย ชักจะทนไม่ไหวแล้ว...

ถังซือซือสะบัดศีรษะเล็กน้อย เกือบจะทำมีดในมือร่วง

โต๊ะกินข้าวภายใต้โคมไฟระย้าหรูหรา

ทั้งสี่คนนั่งรอบโต๊ะกันอย่างพร้อมหน้า มู่ซูเสียนมอง    ถังซือซืออย่างไม่เชื่อสายตา

อาหารจานหรูน่าอร่อยที่วางเรียงอยู่ตรงหน้า แค่ดมกลิ่นและมองไม่กี่นาที ก็ทำให้รู้สึกอยากอาหารเอามาก ๆ

บทที่ 38

นี่แหละช่วงเวลาดี ๆ หลังจากได้ทำงานล่วงเวลา

 

รสชาติอร่อยเหลือเชื่อ อร่อยจนหยุดไม่ได้แล้ว!

รสชาติของซอสมะเขือเทศเข้มข้น แต่ไม่กลบรสสัมผัสของเนื้อ เป็นการจับคู่กันอย่างลงตัวที่สุด ทุกคนต่างหยุดมือตัวเองไม่ได้ ยังคงตักเข้าปากอย่างต่อเนื่อง รสชาติอาหารที่กลมกล่อมทำให้ทุกคนมีความสุข ผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้าที่ได้รับมาตลอดทั้งวัน!

อร่อยมาก!

ไม่คิดเลยว่าฝีมือลูกจะต่างจากฝีมือการทำอาหารที่ดำเป็นตอตะโกของแม่ได้ขนาดนี้!

เมื่อกู่ชวนได้ชิมอาหารจานอื่น ๆ บนโต๊ะ สีหน้าของเขาดูมีความสุขมากจนหุบยิ้มไม่ได้ เขาชมเชยไม่หยุดปากว่า

อร่อย... รสชาติอร่อยสุดยอด!

ทันทีที่เขากินเข้าไป เขาลิ้มรสถึงความสดของกุ้งอย่างที่ไม่เคยลิ้มลองมาก่อน ซึ่งเข้ากับความหวานจากผัดบวบได้ดีมาก ความนุ่มเด้งของกุ้งยิ่งกัดยิ่งสู้ฟัน รสชาติอร่อยเหลือเชื่อท่วมท้นเต็มปาก จนอดใจไม่ไหวที่จะเติมข้าวเพิ่มอีกจานหนึ่ง

นี่คือผัดบวบใส่กุ้งสดที่ไม่เคยมีในโลกนี้! ส่วนผสมดูเรียบง่ายและธรรมดา แต่ด้วยความเชี่ยวชาญในการปรุงรสและกรรมวิธีของถังซือซือได้ชูรสของวัตถุดิบจนถึงขีดสุด มันคือสัมผัสของรสชาติที่หาจากที่ไหนไม่ได้ง่าย ๆ!

“อร่อยมาก ๆ! คุณหนูซือซือ! นี่คือผัดบวบใส่กุ้งสดที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยกินมาเลยครับ!” กู่ชวนเอ่ยปากชื่นชมอย่างจริงใจ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ดวงตาสว่างสดใสทุกครั้งที่พูดคำว่า ‘อร่อยมาก’ ‘เหลือเชื่อ’ สีหน้าดูมีความสุขอย่างเห็นได้ชัด

กู่ชวนอยู่กับการทำงานเต็มเวลาทุกวัน รวมถึงต้องทำงานล่วงเวลาเกือบทุกคืนเมื่อเจ้านายของเขาต้องการ เขาจึงไม่มีช่วงเวลาดี ๆ กับการกินอาหารในแต่ละมื้อมากนัก

เขาสามารถยืนยันด้วยหัวใจทั้งดวงของตัวเอง! ว่านี่คือรสชาติที่ดีกว่าอาหารของเชฟในเมืองหลวงเป็นร้อยเท่าพันเท่า!

คืนนี้คุ้มค่าจริง ๆ ที่มีโอกาสได้กินอาหารรสชาติดีขนาดนี้! ไม่เสียดายเวลาเลย!

นี่แหละช่วงเวลาดี ๆ หลังจากได้ทำงานล่วงเวลา!

คุณผู้ชาย! ผมรอลุ้นให้ท่านมาที่นี่บ่อย ๆนะ ได้โปรดมาเถอะ!

ถังซือซือสังเกตปฏิกิริยาของมู่ซูเสียนและกู่ชวน เธอมีความมั่นใจมากในทักษะการทำอาหาร แต่สิ่งที่เธออยากรู้มากที่สุดคือปฏิกิริยาของ...

ดวงตาของเธอจับจ้องไปที่เซียวเฉินเยวียนอย่างตั้งใจ แต่เขาไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกจ้องอยู่ จึงก้มหน้าก้มตากินอาหารต่อไป

เธอตกตะลึงจนตาค้าง ขณะที่เขากำลังหยิบตะเกียบขึ้นมา แล้วยื่นไปคีบเนื้อปลากะพงขาวนึ่ง

แม้แต่ท่าจับตะเกียบยังดูสง่างามเหมือนกับรูปปั้นกรีก

เธอมองเขาคีบเนื้อปลากะพงนึ่งหนึ่งชิ้นเข้าปาก ก่อนเคี้ยวมันอย่างช้า ๆ

ดวงตาของเซียวเฉินเยวียนพลันสว่างขึ้นราวกับดวงดาวจักรราศีกำลังเปล่งประกาย สีหน้านิ่งงันไปครู่หนึ่ง

หลังจากนั้นเขาก็หันไปมองถังซือซือด้วยสีหน้าที่แสดงความพอใจเป็นอย่างมาก ยกริมฝีปากขึ้นเป็นรอยยิ้มแล้วหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะพูดขึ้นว่า

“ซือซือ คราวหน้าทำอาหารให้ผมกินอีกนะ”

หืม?!

ต้องมีอะไรแอบแฝงแน่ ๆ!

ฉันว่าเขาต้องวางแผนบ้าบออะไรไว้อีกแน่ ๆ!

ตอนนี้... ถังซือซือคิดว่านี่ต้องเป็นกับดักของเขาอย่างแน่นอน แต่เธอกลับมองสบตาเขา แล้วตอบตกลงไปโดยไม่รู้ตัว

“โอเคค่ะ”

นี่ฉันเผลอขายตัวเองอีกครั้งแล้ว!

ให้ตายเถอะ! หงุดหงิดตัวเองชะมัด! เหมือนหนีเข้าซอยแล้วเจอทางตันเลย! กี่ครั้งแล้วนะซือซือ ที่ต้องแพ้ให้กับความหล่อของเขาเนี่ย!

ฉันนี่บ้าผู้ชายจริง ๆ!

ขณะที่ก่นด่าตัวเองอยู่ในใจ เธอก็คิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงแอบถามกู่ชวนเบา ๆ ว่าปกติแล้วเซียวเฉินเยวียนชอบกินอะไร

มู่ซูเสียนมองถังซือซือด้วยสีหน้าสงสัย เครื่องหมายคำถามผุดขึ้นบนหัวเธออีกครั้ง เมื่อคิดถึงสิ่งที่น่าเหลือเชื่อมากมายที่เกิดขึ้นในคืนนี้ ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความสงสัยและอยากรู้อยากเห็น

ถังซือซือเหลือบไปเห็นท่าทางแปลก ๆ ของมู่ซูเสียน จึงพยายามเบี่ยงเบนบทสนทนาไปมั่วซั่วเพื่อทำให้เธอสับสน

“แม่คะ พอดีที่มหาวิทยาลัยมีคลาสสอนทำอาหารนะคะ หนูเลยลองไปเรียนดู อีกอย่าง แม่คงคิดว่าเมื่อกี้นี้หนูก้าวร้าวมากใช่ไหม? เป็นเพราะหนูเลือกคลาสการแสดงเป็นวิชาเสริมค่ะ! เยี่ยมไปเลย! หนูเก่งใช่ไหมล่ะ!”

ถังซือซือพยายามอย่างมากในการสร้างเรื่องชวนเชื่อ จนเห็นว่าท่าทางของมู่ซูเสียนเปลี่ยนไป จึงโล่งใจว่ามู่ซูเสียนสับสนและมึนงงไปตามแผน

เรียบร้อย ทำให้สับสนสำเร็จจนได้

ยังไงก็เถอะ เมื่อกี้หนูก้าวร้าวมากใช่ไหมคืออะไรกันแน่?

มู่ซูเสียนไม่ใส่ใจกับคำพูดของถังซือซืออีก ตอนนี้เธอคิดว่าคำถามนี้สำคัญกว่า จึงหันไปทางเซียวเฉินเยวียนแล้วถามเขาอย่างตรงไปตรงมา

“คุณเซียว กรุณาตอบฉันมาตามตรงเถอะค่ะ คุณกับ       ซือซือรู้จักกันได้ยังไง?

จบบทที่ บทที่ 37-38

คัดลอกลิงก์แล้ว