เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 29-30

บทที่ 29-30

บทที่ 29-30


บทที่ 29

ยุคของอันธพาลได้จบลงแล้ว

 

นักศึกษาบางคนเห็นกลุ่มพันหม่าลี่สามคนช่วยกันพยุง หลี่จิ้งอี๋ ก็ถึงกับต้องตกใจจนกรามค้าง

หลี่จิ้งอี๋และผู้สนับสนุนคนอื่น ๆ เป็นอันธพาลชื่อกระฉ่อนไปทั่วมหาวิทยาลัย ไม่มีใครเลยที่กล้าต่อต้านพวกเธอ แต่ทำไมตอนนี้พวกเธอถึงตกอยู่ในสภาพแบบนี้ได้?

“หลี่จิ้งอี๋ถูกซ้อม!”

“ฉันถ่ายรูปเก็บเอาไว้แล้ว! หลี่จิ้งอี๋ถูกกระทืบจนสภาพดูไม่ได้เลย!”

“ฉันเห็นกับตาเลย! ยัยหลี่จิ้งอี๋อันธพาลพวกนั้นถูกรุมซ้อมจนเดินไม่ได้!”

“วันแห่งความสดใสมาแล้ว! ในที่สุดก็มีคนกำจัดพวกอันธพาลได้สักที! พระเจ้ารู้เห็นทุกอย่างจริง ๆ!”

นักศึกษาหลายคนกำลังอ่านข่าวที่แพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว “ติ๊งๆๆ” ทุกคนต่างตื่นเต้นกับเหตุการณ์ในคืนนี้ เมื่อข่าวแพร่กระจายจากหอพักที่ 17 ไปยังหอพักอื่น เพียงไม่กี่นาทีก็แพร่กระจายไปทั่วมหาวิทยาลัย ภาพถ่ายของพันหม่าลี่และกลุ่มอันธพาลกำลังวิ่งหนีอย่างเอาเป็นเอาตายนั้น นำไปสู่การคาดเดาและวิพากษ์วิจารณ์มากมาย

ความจริงเป็นยังไง?

ใครเป็นคนทุบตีหลี่จิ้งอี๋?

ถังซือซือขอความช่วยเหลือจากใครบางคนรึเปล่า?

เป็นไปไม่ได้ พวกเราเห็นถังซือซือกลับมาที่หอพักคนเดียว

หรือจะเป็นถังซือซือที่ลงมือเอง?! แต่ดูเหมือนว่ามีแค่ หลี่จิ้งอี๋คนเดียวนะที่ดูบาดเจ็บมากกว่าใคร... แปลว่าพวกเธอตอบโต้กลับไม่ได้เลยเหรอ?

ขณะนี้กลุ่มข่าวหลักกำลังแสดงความคิดเห็นกันอย่างดุเดือด ระหว่างที่พันหม่าลี่และกลุ่มอันธพาลกำลังวิ่งหนีออกจากหอพักที่ 17 มีนักศึกษาคนหนึ่งถ่ายรูปไว้แล้วโพสต์ในกลุ่มข่าวหลักว่า

“ข่าวด่วนข่าวร้อน! พันหม่าลี่โดนบังคับให้กินเครื่องในสด หลังจบไลฟ์สด! เธอไปหาหากลุ่มอันธพาลหญิงในมหาลัยเพื่ออะไรบางอย่าง? แต่ช่างเถอะเพราะคืนนี้สภาพพวกเธอดูแย่มาก! เข้ามาดูเร็ว...”

หลังจากที่พวกพันหม่าลี่วิ่งหนีออกมาจากหนานซาน พวกเธอไปหลบซ่อนตัวที่โรงแรมเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ก่อนเข้าไปดูข่าวของพวกเธอที่ว่อนไปทั่วกลุ่มโซเชียลของมหาวิทยาลัย

พวกเธอรู้สึกอับอายจนไม่กล้าที่จะออกไปพบหน้าใครหลังจากนี้

ยุคของอันธพาลได้จบลงแล้ว...

วันถัดมา

ถังซือซือเก็บสิ่งของในตู้เสื้อผ้าก่อนขนย้ายแล้วเดินตรงไปหอพักที่ 20

เธอสมัครเข้าหอพักนี้เพียงคนเดียวเมื่อไม่กี่วันก่อน แล้วใช้เหตุผลส่วนตัวบางข้อกับผู้ดูแล และเพิ่งได้รับการอนุมัติเมื่อไม่กี่นาทีมานี้

เธอไม่ต้องการเสียเวลาไปกับพันหม่าลี่และพวกกลุ่มอันธพาล

เธอเพียงแค่อยากทุ่มเทเวลาให้กับธุรกิจของตัวเองก็เท่านั้น

มันคงเหนื่อยเกินไปถ้าต้องจัดการสองเรื่องนี้พร้อมกัน

เธอทำความสะอาดหอพักใหม่อย่างรวดเร็ว จัดระเบียบห้องในสไตล์ของตนเอง หลังจากนั้นถังซือซือรีบออกไปที่ร้านของตัวเองทันที

เมื่อมาถึงร้านก็พบว่าประตูเปิดอยู่โดยไม่รู้สาเหตุ ปรากฏว่าถงโยวโยวกำลังจัดร้านอยู่ข้างใน

เด็กคนนี้ขยันดีแฮะ

ถังซือซือรู้สึกเหมือนได้รางวัลใหญ่จากพระเจ้า

“พี่ซือซือ!” ถงโยวโยวกล่าวทักทายถังซือซือ

“ฉันไม่มีเรียนตอนเช้า ก็เลยแวะมาช่วยค่ะ! วันนี้ต้องทาสีผนังด้วยใช่ไหม?”

“ใช่แล้ว งั้นเรามาลุยกันเลย”

ทั้งสองสวมถุงมือแล้วเริ่มทำงานทันที...

“ฮึบ ฮึบ” เสียงผู้ชายคนหนึ่งบิดขี้เกียจดังขึ้น

ทั้งสองมองไปตามเสียง เห็นว่าเป็นชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามา

เขาใส่เสื้อเชิ้ตลายสกอต กางเกงยีน ตัวผอมสูง ดูหล่อเหลา โดยเฉพาะนัยน์ตาเป็นสีลูกพีชที่พอมองแล้วถึงกับต้องสะดุดตา

‘ทำไมรู้สึกคุ้น ๆ หน้าผู้ชายคนนี้จังเลยนะ?’ ถังซือซือขมวดคิ้ว

นึกไม่ออกแฮะ

“ใครน่ะ?”

ใบหน้าของถงโยวโยวเปลี่ยนเป็นสีแดงอย่างฉับพลัน “พี่ซือซือ เขาเป็นแฟนของฉันเองค่ะ กันเยว๋”

ชื่อก็คุ้นอีกนะเนี่ย แต่ทำไมนึกไม่ออกนะ

ถงโยวโยวยิ้มกว้างทันทีที่เห็นกันเยว๋เดินเข้ามา เธอจึงรีบไปยกเก้าอี้มาให้เขานั่ง

“โยวโยว เธอทำวิทยานิพนธ์ไปถึงไหนแล้ว?” หลังจากนั่งลง กันเยว๋ถามออกไปด้วยท่าทีสุภาพ แต่ภายในใจนั้นเขาแค่เสแสร้งถามออกไปเท่านั้น

“โอ้! ฉันทำไปหนึ่งในสามเอง! เร็ว ๆ นี้เดี๋ยวก็เสร็จแล้ว!” ถงโยวโยวรีบตอบ

“ดีเลย! เสร็จเมื่อไหร่ ฉันจะพาเธอไปดิสนีย์แลนด์นะ!”

เมื่อถงโยวโยวได้ยินแบบนั้น ใบหน้าของเธอยิ่งเปลี่ยนเป็นสีแดงมากขึ้น ก่อนจะเอามือปิดหน้าตัวเองย่างเขินอาย

บทที่ 30

ยัยอัปลักษณ์

 

ถังซือซือสังเกตท่าทีของกันเยว๋ที่ทำสีหน้าไม่พอใจหลังจากพูดกับถงโยวโยวเสร็จ

ถงโยวโยว... วิทยานิพนธ์...

ฉันจำได้แล้ว ตั้งนานกว่าจะคิดออกได้

อืม ผู้ชายที่ริมทะเลสาบฉินในตอนนั้นไม่ใช่เหรอ?

“อย่ากังวลไปตงเหมย ฉันทำวิทยานิพนธ์เสร็จเมื่อไหร่ ฉันจะทิ้งเขาแน่นอน แล้วเดี๋ยวโอปป้าคนนี้จะพาเธอออกไปเที่ยวด้วยกันตลอดทั้งสัปดาห์นี้เลย”

ถังซือซือรู้สึกประหลาดใจมาก มีคำหนึ่งผุดขึ้นมาหัวของเธอ

โลกนี้มันก็กลมดีเนอะ

เมื่อเธอมองถงโยวโยวอีกครั้ง เกิดความเห็นอกเห็นใจขึ้นมา

เป็นธรรมดา ความรักของวัยหนุ่มสาว มักไม่มีความแน่นอนเพราะทุกคนต่างเปลี่ยนใจได้เสมอกับสิ่งที่ดีกว่าหรือตอบสนองตัวเองได้มากที่สุด

ผ่านไปไม่นาน ถังซือซือได้รับข้อความหนึ่งทางโทรศัพท์

ถึงคู่หมั้นในนามของผม ตามด้วยเนื้อหาในข้อความว่า “อยู่ไหน?”

อะไรกัน? นี่ต้องให้เขารู้ว่าอยู่ไหนใช่ไหมเนี่ย?

ถังซือซือทำใจอยู่พักหนึ่งก่อนส่งโลเคชั่นตอบกลับข้อความนั้นไป

เมื่อกันเยว๋เดินเข้ามาข้างในร้าน เขาเห็นว่าถังซือซือมีหน้าตาน่าเกลียด เดิมทีเขาเคยบ่นเป็นการส่วนตัวกับตงเหมยว่าสาวสี่ตาอย่างถงโยวโยวนั้นไม่ได้น่ารักหรือหน้าตาสวยอะไรมาก แต่เมื่อเขาเปรียบเทียบกับถังซือซือ เขาจึงคิดว่าถงโยวโยวหน้าตาดีขึ้นมาทันที ก่อนจะเดินกลับมาหาถงโยวโยวด้วยรอยยิ้มชั่วร้ายแล้วพูดว่า

“เจ้าของร้านนี้หน้าตาน่าเกลียดมาก ฉันมั่นใจเลยว่าไม่มีผู้ชายคนไหนชอบเธอหรอก”

ถงโยวโยวยกมือขึ้นจุ๊ปากอย่างรวดเร็ว เหมือนเชิงบอกว่าให้เขาหยุดพูด

แต่ปากของกันเยว๋ช่างชั่วร้าย เขายังคงแซวต่อไปไม่หยุด

“ก็ฉันพูดเรื่องจริง! นี่คงเป็นสาวแก่จากยุคดึกดำบรรพ์เลยก็ว่าได้! ดูใบหน้ากับหุ่นนี่สิ! สมควรแล้วกับคำว่า ยัย-อับ-ปะ-ลักษณ์!”

ถงโยวโยวเอื้อมมือไปปิดปากเขาอย่างรวดเร็ว “หยุด” ตอนนี้หัวใจเธอสั่นเทาไปด้วยความกังวล

กันเยว๋เห็นท่าทางกังวลของเธอ เขาจึงสะบัดมือออกแล้วพูดต่อไปว่า

“จะบอกอะไรให้! ถ้าเจ้าของร้านนี้หาแฟนได้ ก็ต้องเป็นผู้ชายในระดับเดียวกับเธอนั่นแหละ ต้องขี้เหร่เหมือนกัน! คิดดูว่าจะมีคนหล่อ ๆ มารักเธอได้เหรอ?”

กันเยว๋มองไปที่แผ่นหลังของถังซือซือแล้วยังพูดต่อไปอีก

“ฉันเดาว่าเธอได้เปลี่ยนงานพาร์ทไทม์ใหม่แน่ ๆ โยวโยว เพราะจะไม่มีใครกล้าซื้อขนมปังร้านนี้! ถ้าเห็นว่าเจ้าของร้านขี้เหร่ขนาดไหน ใครมันอยากจะเข้ามา แค่เห็นหน้าก็ต้องคายขนมปังทิ้งแล้ว!”

ถงโยวโยวได้ยินกันเยว๋ใช้คำพูดที่ดูรุนแรงมากขึ้น ในใจเธอเหมือนมีม้าพันตัวกำลังวิ่งกระแทกอยู่ข้างใน

พระเจ้าช่วย! นี่เขาตั้งใจทำให้ฉันตกงานในวันนี้เลยเหรอ?

ทำยังไงดีถ้าพี่ซือซือได้ยินเข้า ฉันตายแน่ ๆ... ควรรีบไปขอโทษแล้วหนีไปเลยดีไหมนะ?

ถังซือซือหันกลับมามองกันเยว๋ด้วยท่าทีและสีหน้าเคร่งขรึม

“ขอโทษทีนะ แต่พอดีว่าฉันมีแฟนแล้ว แถมยังหล่อกว่านายเป็นร้อยเท่าพันเท่าด้วย ไอ้หน้าปลาจวด”

เมื่อกันเยว๋ได้ยิน เขาก็หัวเราะออกมาเสียงดัง ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันต่อไปว่า

“เดี๋ยวก่อนสิ! รุ่นพี่! นี่คิดว่าผมโง่เหรอมาพูดเล่นอย่างนี้!”

หน้าแบบนี้มีแฟนด้วย? หล่อกว่าผมอีกงั้นเหรอ? หล่อกว่าร้อยเท่าพันเท่าเนี่ยนะ?

กันเยว๋เชื่อว่าในหมู่ผู้ชายแผนกเอกคอมพิวเตอร์ เขามีรูปร่างหน้าตาดีเป็นอันดับสอง ถึงแม้จะไม่ใช่อันดับแรกก็ตาม

ตลกดีเหมือนกัน ไม่น่าเชื่อเลยว่าสาวหน้าตาขี้เหร่จะปากเก่งขนาดนี้? ดูเป็นคนคนใจกล้าดีนี่

ถงโยวโยวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กำลังแสดงสีหน้ากังวลใจเหมือนจะร้องไห้ออกมา

ทันใดนั้นเอง มีเสียงเบรกของรถคันหนึ่งที่หน้าร้าน

ทั้งสามคนมองออกไปนอกร้านพร้อมกัน

“ห๊ะ! รถเบนซ์นี่! แถวนี้มีคนรวยขนาดนั้นอยู่ด้วยเหรอ?”

กู่ชวนสวมถุงมือสีขาวก้าวลงจากรถ ก่อนเดิมอ้อมไปเปิดประตูด้านหลังด้วยความยำเกรง

ถังซือแอบยิ้มมุมปากเล็กน้อย

เมื่อประตูเปิดออก ท่อนขาเรียวยาวกำลังก้าวลงจากรถด้วยท่าทีเย็นชา

“กรี๊ดๆๆ! ผู้ชายคนนี้หล่อมาก!”

มีเสียงกรี๊ดดังออกมาจากรอบ ๆ ตัวรถ

เด็กสาวกลุ่มหนึ่งรวมตัวกันจากระยะไกลแล้วกรี๊ดออกมาด้วยความตื่นเต้น

วันนี้ชายหนุ่มสวมใส่ชุดลำลองสไตล์ยุโรป ทรงผมเรียบแปล้ เอวคอดได้รูป คิ้วสวยราวกับเจ้าชาย นัยน์ตาดูล้ำลึกเหมือนสีของน้ำทะเล เมื่อได้มองอาจจมดิ่งไปกับความหลงใหลอันไม่มีจุดสิ้นสุด ริมฝีปากบางสีเชอร์รี่อ่อน ๆ ผสานรับกันกับใบหน้าอันหล่อเหลาไร้ที่ติ

จบบทที่ บทที่ 29-30

คัดลอกลิงก์แล้ว