เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 19-20

บทที่ 19-20

บทที่ 19-20


บทที่ 19

ตามฉบับเจ้าชายนวนิยาย

 

โฉวฮ่าวไม่ตอบกลับอะไร ก่อนปล่อยหมัดไปที่ต้นไม้ตรงหน้าอย่างรุนแรง จนทำให้ใบไม้บนยอดร่วงปลิวลงมา

เพื่อนร่วมคลาสบางคนเดินผ่านมาเห็นก็ต่างตกใจ เมื่อเห็นเขาทำท่าทางไร้เหตุผลเหมือนคนควบคุมอารมณ์ไม่ได้

ยิ่งโฉวฮ่าวคิดเกี่ยวกับเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นมากเท่าไหร่ เขายิ่งรู้สึกว่าตัวเองคงตัดสินใจผิดในตอนแรก ที่เขาเลือกจะรักผู้หญิงไร้เหตุผลและมีการคุมสภาวะทางอารมณ์ต่ำคนนี้ เขาเลือกเธอเข้าไปได้ยังไงนะ?

พันหม่าลี่เห็นว่าโฉวฮ่าวยังคงรู้สึกโกรธอยู่ เธอจึงพยายามคิดหาคนอื่นให้มารับผิดแทนในเรื่องนี้

“พี่โฉวฮ่าวโกรธจนพูดไม่ดีใส่ฉันเป็นครั้งแรกเลยนะ! ปกติพี่ไม่ใช่คนแบบนี้ แล้วพี่ก็ไม่ใช่คนโกรธง่ายด้วย จริงไหม?!”

เมื่อเขากลับมาครุ่นคิดอีกครั้ง จู่ ๆ เขาก็นึกขึ้นได้ว่าทุกอย่างมันเป็นเพราะคนคนนั้นต่างหาก เรื่องคงไม่ลงเอยแบบนี้ถ้านังคางคกสอบไม่ผ่านเหมือนปกติอย่างที่เคยเป็น

เมื่อก่อนเฉินเมิ่งอวี่ต้องตามมาง้อเขา แถมยังพยายามอย่างไม่ลดละมาตลอด! แต่ตอนนี้ทุกอย่างกลับกลายเป็นตรงกันข้าม!

“โธ่เว้ย! ทั้งหมดมันเป็นความผิดของยัยคางคกนั่น!”

แววตาของพันหม่าลี่กลับมามีความมั่นใจอีกครั้งเมื่อได้ยิน

คฤหาสน์หลังเก่าของตระกูลเซียวในเมืองหลวง ภายใต้สวนองุ่นในสนามหลังบ้าน

หญิงชราในชุดหรูหรา เส้นผมหงอกเป็นสีเงิน กำลังนั่งพิงอยู่บนรถเข็น ศีรษะของเธอหันไปทางซ้ายมือเล็กน้อย พร้อมกับดวงตาที่เต็มไปด้วยความกังวล พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเล็กน้อย

“เสี่ยวเยวียน ยายเองก็เฝ้ารอเวลามานานแล้วนะ เมื่อไหร่จะให้ยายได้อุ้มหลานเหมือนกับเขาสักที ได้ยินจากหมอซูว่าอาการป่วยของหลานยังไม่มีอะไรคืบหน้าในการรักษาเลย หลานเป็นมาตั้งแต่เด็กแล้ว ดูเหมือนจะไม่มีใครสัมผัสตัวหลานได้เลยยกเว้นแต่พวกเรากันเอง ตระกูลเซียวต้องมีคนสักคนเป็นโรคนี้มาตลอดสองชั่วอายุคนที่ผ่านมา เราควรทำยังไงกันดี?”

ฝางเสวี่ยหลานขมวดคิ้ว ก่อนถอนหายใจเฮือกใหญ่

ดวงตาของชายหนุ่มที่กำลังเข็นรถไปข้างหน้านั้นมืดหม่นราวกับห้วงทะเลลึก

สนามกีฬากลาง เขตภูเขาหนานซาน

ถังซือซือกำลังวิ่งจ๊อกกิ้ง ระหว่างทางก็รู้สึกถึงแรงสั่นจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกง

เธอหยุดวิ่งทันที ก่อนหยิบโทรศัพท์ออกมา พบว่าตัวเองได้รับข้อความจากหมายเลขที่เธอไม่คุ้นเคยมาก่อน

“หนึ่งทุ่ม ให้ไปเจอกันที่ประตูทิศตะวันออกของสนามกีฬาหนานซาน”

สีหน้าของเธอในตอนนี้เต็มไปด้วยความสงสัย “อะไรอีกเนี่ย?”

“ไม่ไปนี่จะผิดไหม?”

“เราคงต้องไปสินะ”

ถังซือซือกำลังเก็บโทรศัพท์มือถือ แต่ก็ต้องตกใจเมื่อได้รับข้อความเด้งเข้ามาอีกครั้ง แต่คราวนี้เธอจำหมายเลขได้ว่าเป็นเบอร์ของกู่ชวน เห็นข้อความที่เหมือนกันกับข้อความที่แล้ว

“หนึ่งทุ่ม ให้ไปเจอกันที่ประตูทิศตะวันออกของสนามกีฬาหนานซาน”

“ลุงคนนี้ใช้สองเบอร์ด้วยแฮะ แปลว่าเมื่อกี้ลืมเปลี่ยนเบอร์ก่อนส่งข้อความงั้นเหรอ?”

เวลาผ่านไปจนถึงหนึ่งทุ่มอย่างรวดเร็ว

ประตูทิศตะวันออกของสนามกีฬาหนานซาน ภายใต้ซุ้มประตูที่มีรูปทรงแปลกตา รถเก๋งสีดำหรูหราจอดหลบอยู่เงียบ ๆ ท่ามกลางบรรยากาศพลบค่ำ

อย่างไรก็ตาม ตราสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความหรูหรานั้น ทำให้นักศึกษาบางคนผ่านมาเห็นก็รู้สึกตื่นเต้น

“แม่เจ้าโว้ย! นั่นมันรถเบนซ์รุ่นที่ราคาแพงหูฉีกนั่นไม่ใช่เหรอ?”

“ผู้ชายในรถเป็นใครกัน? ฉันไม่รู้มาก่อนเลยว่าใน      หนานซานมีนักศึกษาบ้านรวยขนาดนี้! โคตรสวยจนอยากลองขับเลยว่ะ!”

“พระเจ้าช่วย! ดูนั่นสิ ผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างรถเบนซ์คันนั้น! กรี๊ด ฉะ... ฉันหายใจไม่ออก…”

หญิงสาวที่พูดออกมาใช้มือกุมหัวใจตัวเองไว้ ราวกับต้านทานความหล่อของผู้ชายคนนั้นไว้ไม่ไหว

“กรี๊ดๆๆๆ! ฉันอยากรู้จักเขาจัง! งานดีมาก... หล่อวัวตายควายล้มเลย!”

ดวงตาของหญิงสาวหลายคนต่างเบิกกว้าง การหายใจเริ่มกระชั้นเร็วขึ้น พวกเธอมองไปยังชายที่อยู่ตรงหน้าอย่างหมกมุ่น รู้สึกว่าหัวใจของตัวเองเหมือนจะโบยบินไปสู่สวรรค์ซะให้ได้

“ตึง!” เสียงหนึ่งดังขึ้น ก่อนที่หญิงสาวคนหนึ่งจะเป็นลมหมดสติล้มลงไปนอนกับพื้น

ชายหนุ่มคนนั้นสวมชุดสูทสีดำ เผยให้เห็นรูปร่างอันสมบูรณ์แบบ ใบหน้าโค้งมนจนไร้ที่ติ ทั้งยังไม่มีริ้วรอยใด ๆ  สันจมูกโด่งสวยงามตามฉบับเจ้าชายในนวนิยาย นัยน์ตาเป็นสีเดียวกับน้ำทะเล ยิ่งมองยิ่งเหมือนจะจมดิ่งลึกลงไปใต้ทะเลที่อยู่ภายใต้ท้องฟ้าสีครามกว้างใหญ่ ไม่ว่าใครที่เผลอสบตาต่างก็รู้สึกเหมือนถูกกักขังไว้จนไม่สามารถหลุดออกมาได้ เขายืนอย่าง     สง่างามด้วยท่าทางสบาย ๆ อยู่ใต้เสาไฟริมถนน ออร่าที่เปล่งออกมาจากเขาดึงดูดสายตาทุกคนโดยไม่ตั้งใจ...

บทที่ 20

ขนมปังฝีมือฉันยังรสชาติดีกว่านี้อีก

 

ชายหนุ่มคนนั้นเหมือนสังเกตเห็นว่าตัวเองกำลังถูกจ้องมอง เขาได้แต่เบือนหน้าหนี ก่อนถอนหายใจ แล้วแสดงสีหน้าเบื่อหน่าย

ขณะนั้นเอง ถังซือซือแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าเรียบง่ายไม่เป็นทางการ เธออดไม่ได้ที่จะหยุดนิ่งทันทีเมื่อเห็นความหล่อเหลาของเซียวเฉินเยวียน ทำให้รู้สึกเคลิ้มฝัน

‘โอ๊ย! หล่อชะมัด! หล่อขนาดนี้ใครจะไปทนไหว!’

‘พระเจ้าประทานความหล่อให้เขาเยอะเกินไปแล้ว!’

‘แต่ที่แย่ไปกว่านั้น ผู้หญิงไม่สวยแบบฉัน ต่อให้พยายามแต่งหน้าให้ตายยังไงก็คงเทียบเขาไม่ได้ กรี๊ดๆๆ!’

‘ไม่มีโอกาสได้จีบหรอกมั้งเรา น่าเสียดายจัง...’

ถังซือซือรู้ตัวดีทันทีว่าตัวเองคงไม่มีโอกาสนั้น ก่อนจะถอนหายใจ แล้วเดินตรงไปทางเซียวเฉินเยวียน

ระหว่างเดินนั้นเธอรู้สึกสงสัยอีกครั้งว่าคนที่เธอเห็นอยู่ตอนนี้เป็นเขาจริง ๆ หรือเปล่า...

เพราะเธอไม่คิดเลยว่าจะมีโอกาสได้เจอเขาอีกในเร็ว ๆ นี้...

การได้พบเขาอีกครั้งเป็นอะไรที่น่าเหลือเชื่อมากสำหรับเธอ

ภายในรถ

“ไม่ขึ้นมาล่ะ?” ถังซือซือก้าวขึ้นรถพร้อมกับกวาดสายตาสำรวจภายในตัวรถเก๋ง ภายในมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย แถมยังกว้างขวาง มีการตกแต่งด้วยวัสดุหรูหราหลายชิ้น ก่อนที่เธอจะก้าวขึ้นไปนั่งแล้วแกล้งทำสีหน้าเหมือนไม่อยากทำตามเท่าไหร่นัก

เซียวเฉินเยวียนเปิดแล็บท็อปของเขา มีเสียงเปิดของระบบดังขึ้นมา ซึ่งเป็นเสียงที่เธอไม่ค่อยชินหู

‘ให้ตายเถอะ ขนาดมองด้านข้างยังหล่อเลย!’

‘เท่จัง...’

‘กรี๊ด!’

จู่ ๆ เธอนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงเผลอหลุดปากออกไปว่าตัวเองยังไม่ได้กินข้าวเย็น

ท่ามกลางความเงียบภายในรถ ดวงตาของ                   เซียวเฉินเยวียนขยับขึ้นลงเล็กน้อย ก่อนยื่นถุงกระดาษลายการ์ตูนให้เธอ

ถังซือซือรับไว้ด้วยความสงสัย พอเปิดออกก็พบว่าเป็นขนมปังอบใหม่ที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วรถ

ด้วยความสงสัยเธอจึงลองกัดเข้าไปคำหนึ่ง

ถังซือซือเคี้ยวขนมปังอย่างระมัดระวัง ด้วยความละเอียดอ่อนของจิตวิญญาณความเป็นเชฟในโลกเดิมของเธอ เธอคิดว่าขนมปังนี้รสชาติดีทีเดียว แต่ยังเหมือนมีบางอย่างขาดหายไป

ทุกวันที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ในโลกใหม่ เธอพบว่ามีช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างอาหารในโลกใหม่กับอาหารการกินบนดาวเคปเลอร์ เธอสามารถบอกได้เต็มปากว่าอาหารหลายอย่างที่นี่ค่อนข้างจะไม่ถูกปากเธอเท่าไหร่

กู่ชวนนั่งอยู่ตรงที่นั่งคนขับ เห็นถังซือซือกำลังกินขนมปัง เขาจึงพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจนิด ๆ ว่า

“คุณหนูถังครับ ขนมปังชิ้นนี้อร่อยไหม?”

“ก็ดีนะ” ถังซือซือตอบอย่างคลุมเครือ

กู่ชวนได้ยินก็ถึงกับแอบสะดุ้งในใจ

“ก็ดีที่ว่านี่คือยังไงเหรอครับ?”

เธอคิดในใจว่าควรตอบไปตามความจริงดีรึเปล่า?

“คุณหนู... คุณหนูจะบอกว่ารสชาติไม่แย่ใช่ไหมครับ?”

ขนมปังนี้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ยอดนิยมจากร้าน ‘ขนมปังสื่อรัก’ มีราคาที่สุด มีความเป็นซิกเนเจอร์ที่สุด แล้วยังเป็นที่นิยมมากที่สุดมาจนถึงปัจจุบันของเมืองหลวง สมัยก่อนที่ร้านเพิ่งเปิดตัวได้ไม่นาน ร้านนี้ได้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่งในวงการขนมหวาน ถูกจัดอันดับในเว็บไซต์อาหารรายใหญ่เป็นอันดับหนึ่ง ลูกค้าผู้ชายต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าพวกเขาใช้มันเป็นอาวุธจีบสาวได้ดีที่สุดตลอดกาล

สำหรับขนมปังร้านนี้ ไม่มีการพูดโฆษณาเกินจริงแน่นอน

ขนมปังร้านนี้ มีหนุ่ม ๆ หลายคนยอมต่อแถวกันตั้งแต่เช้าถึงมืดค่ำ ที่ยอมทำแบบนั้นก็เพื่อซื้อขนมปังชิ้นนี้ไปเอาอกเอาใจแฟนตัวเองกันทั้งนั้น

จากคำบอกเล่า หญิงสาวส่วนใหญ่ถึงกับยอมตอบรับรักชายหนุ่มที่พยายามตามจีบมานานทันที เมื่อเธอได้รับขนมปังชิ้นนี้!

“อืม” ถังซือซือพยักหน้าโดยไม่ลังเล

กู่ชวนแสดงท่าทีเหมือนโดนหักอกขึ้นมาทันที

เพียงเพื่อขนมปังชิ้นนี้ เขาถึงกับยอมสละเวลายืนเข้าแถวตั้งสามชั่วโมงเพื่อซื้อมาเชียวนะ...

‘ฉันคิดว่าคุณหนูถังควรจะดีใจมากกว่านี้ซะอีก...’

กู่ชวนอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองกระจกมองหลัง เพื่อสังเกตสีหน้าเจ้านายของเขาอย่างเงียบ ๆ... เพราะขนมปังคุณภาพดีที่สุดในเมืองหลวงที่ว่า ก็เป็นเจ้านายของเขาอีกนั่นแหละที่สั่งให้เขาตระเตรียมไว้ ตอนนี้เขาได้แต่คิดในใจ ว่าเจ้านายจะรู้สึกน้อยใจกับการแสดงออกของถังซือซือหรือเปล่า?

เฟยอวี่นั่งอยู่ตรงที่นั่งผู้โดยสารข้างคนขับ ส่งเสียงพูดหยอกเย้าว่า

“คุณหนูเคยกินขนมปังที่ดีกว่าร้านนี้งั้นเหรอครับ?”

ถังซือซือพยักหน้า “เคยสิ”

เฟยอวี่กำลังจะหัวเราะออกมาเสียงดัง แต่ต้องหยุดชะงักทันทีเมื่อได้ยินเธอพูดต่อ

“ขนมปังฝีมือฉันยังรสชาติดีกว่านี้อีก” ถังซือซือพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นด้วยความมั่นใจ

กู่ชวนและเฟยอวี่ต่างตกใจจนหน้าตาบิดเบี้ยว ก่อนห้ามใจตัวเองไม่ไหว รีบหันหน้ากลับไปยังที่นั่งตรงเบาะหลังพร้อมกัน ดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจ

ไม่มีใครไม่รู้ว่าขนมปังจากร้าน ‘ขนมปังสื่อรัก’ เป็นหนึ่งในร้านขนมปังชั้นนำของประเทศ แต่คำพูดของถังซือซือกลับให้ความรู้สึกแทงใจดำคนซื้อซะเหลือเกิน

ทั้งคู่ห้ามใจไม่ไหวที่จะเห็นอกเห็นใจเจ้านายของตัวเองเมื่อได้ฟังคำพูดของเธอ...

ถังซือซือเหลือบไปเห็นปฏิกิริยาของทั้งสอง เธอรู้ทันทีว่าไม่ควรพูดมากไปกว่านี้ จึงยอมงับริมฝีปากทันที

เซียวเฉินเยวียนเงยหน้าขึ้นแล้วหันไปมองถังซือซือ สายตาของเขายากจะคาดเดา

จบบทที่ บทที่ 19-20

คัดลอกลิงก์แล้ว