เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13-14

บทที่ 13-14

บทที่ 13-14


บทที่ 13

เอากับข้าวมาให้

 

ในขณะนี้ มีการตอบกลับมากมายบนโพสต์ของกลุ่มข่าวหลักในมหาวิทยาลัย โดยมีรายละเอียดอยู่ว่า “ประเด็นร้อนในวันนี้! พันหม่าลี่จากคลาส E และเฉินเมิ่งอวี่จากคลาส A เชือดเฉือนกัน! บทสรุปจะออกมาเป็น...”

“ฉันเพิ่งเห็นนังคางคกถูกอาจารย์หยานเจ๋อพาตัวไปห้องพักอาจารย์ด้วย หรือความจริงจะเป็นแบบนั้น…”

“ฉันมั่นใจในการคาดเดาของตัวเองเลยนะ คือต้องแบบว่า อีคางคกมันต้องโกงข้อสอบแน่ ๆ”

หลังจากนั้นมีผู้ใช้งานโซเชียลคนหนึ่งชื่อว่า “ความทะเยอทะยานของคนยากจน” ตอบกลับโพสต์เมื่อไม่นานมานี้ “เฉินเมิ่งอวี่จะแพ้เดิมพันครั้งนี้! จากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้บอกฉันว่าเธอมีปัญหากับแฟนหนักมาก เลยทำให้เธอโกรธจนอยากจะแก้แค้นพันหม่าลี่ ดังนั้นเธอจึงถือโอกาสร่วมมือกับนังคางคกเพื่อทำให้พันหม่าลี่ต้องอับอายต่อหน้าคนทั้งแผนก สรุปแล้วนังคางคกนั่นน่าไว้ใจรึเปล่า?” บ่งบอกได้เลยว่าผู้ใช้งานคนนี้ต้องการสร้างแนวร่วมไปในทางที่ไม่ดี

ทันทีที่ข้อความนี้ตอบกลับบนโพสต์ ก็มีการตอบกลับว่าเห็นด้วยกับสิ่งนี้

“ไว้ใจไม่ได้”

“ไว้ใจไม่ได้+1”

“ไว้ใจไม่ได้+2”

“ไว้ใจไม่ได้+3”

...

ถังซือซือหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา แล้วเปิดดูโพสต์กลุ่มข่าวของมหาวิทยาลัย ก่อนจะอ่านทุกความคิดเห็น

ภูเขาหนานซาน

ถังซือซือย่อขาของเธอแล้วนั่งยอง ๆ อยู่บนสนามกีฬาตรงทางขึ้นภูเขา หลังจากเริ่มวิ่งจ็อกกิ้งไปได้ห้ารอบ

หลังจากพักเหนื่อย ร่างกายของเธอมีเหงื่อออกเป็นจำนวนมากรวมถึงมีอาการหอบด้วยเช่นกัน

ร่างกายนี้อ่อนแอเกินไป ในอีกโลกเดิม เธอสามารถวิ่งได้ยี่สิบรอบโดยไม่มีปัญหา แต่ตอนนี้หลังจากวิ่งไปได้เพียงห้ารอบเท่านั้น ก็ทำให้เธอเหนื่อยมากแล้ว จนรู้สึกเป็นกังวลกับสภาพร่างกายในโลกปัจจุบัน

“ฉันคงต้องใช้เวลาปรับตัวอีกนานสินะ”

เธอเหลือบมองไปทิศที่หอพักตั้งอยู่

ช่วงสามปีที่ผ่านมา ก่อนเข้าเรียนถังซือซือจะต้องซื้ออาหารเช้าเป็นประจำให้กับพันหม่าลี่และเริ่นเฉียง แล้วนำกลับไปเตรียมไว้บนหอพัก

“ถังซือซือคนเดิมขี้ขลาดเกินไป ถึงฉันจะไม่อยากเสียเวลากับสองคนนั้นก็เหอะ แต่ดูเหมือนจะต้องปล่อยเลยตามเลย”

เมื่อเช้านี้พันหม่าลี่พบว่าไม่มีอาหารเช้าเตรียมไว้บนโต๊ะให้เธอ ถ้าถังซือซือกลับไปที่หอพักตอนนี้คงเกิดปัญหาแน่นอน

ส่วนตัวถังซือซือเองไม่ได้มีความต้องการจะผูกมิตรกับ    รูมเมทสองคนนี้อยู่แล้ว เธอจึงเลือกกลับไปหาแม่ก่อน...

หลังจากตัดสินใจได้แล้ว เธอรีบเดินทางไปที่ทำงานของแม่ตัวเองทันที...

แสงไฟสลัวในยามพลบค่ำ

สโมสรสำหรับผู้ใหญ่ซุ่ยอวิ๋นเทียน เป็นแหล่งท่องเที่ยวของผู้ใหญ่ที่มีความหรูหราและแพงที่สุดในเมืองหลวง

ถังซือซือเดินเข้ามาพร้อมกับอาหารที่ซื้อมาจากโรงอาหารของมหาวิทยาลัย หลังจากแจ้งเจ้าหน้าที่ว่ามาหาแม่ของตัวเอง เขาจึงพาเธอมานั่งรอมู่ซูเสียนในห้องรับรองแขก

ระหว่างทาง เธอสังเกตเห็นร่างของผู้หญิงที่คุ้นเคยอยู่ตรงหน้าห้องน้ำ

มู่ซูเสียนกำลังโน้มตัวพร้อมกับไม้ถูพื้น กำลังทำความสะอาดโถงทางเดิน

เธอก้ม ๆ เงย ๆ อยู่หลายจังหวะ เพื่อใช้มือทุบหลังของตัวเองเพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้า

เพื่อความอยู่รอดของสองแม่ลูก เธอจำเป็นต้องอดทน แล้วยอมทิ้งชีวิตสุขสบายมาใช้ชีวิตแบบนี้

จมูกของถังซือซือเปลี่ยนเป็นสีแดงอ่อน มีน้ำตาไหลออกมา

เธอพยายามกลั้นน้ำตา ก่อนพูดขึ้นว่า “แม่คะ”

มู่ซูเสียนหันหน้ามาตามเสียงเรียก ก่อนจะเห็นถังซือซือยืนอยู่ เธอรีบวางเครื่องมือทำความสะอาดลงทันทีแล้วเดินเข้าไปหา

“ทำไมหนูถึงมาอยู่นี่ได้? หนูไม่ควรมาที่นี่เลย... ควรพักผ่อนอยู่บ้านนะสาวน้อยของแม่”

“หนูเอากับข้าวมาให้แม่ไง แล้วแม่กินอะไรบ้างรึยัง?”

ดวงตาของมู่ซูเสียนมีน้ำตาไหลออกมา ดูเหมือนลูกสาวคนนี้... คงเป็นห่วงแม่มากสินะ

มู่ซูเสียนกำลังเปิดดูกล่องอาหารเพื่อจะกินรองท้อง ทันใดนั้นก็มีเสียงดังมาจากด้านหลัง

“แม่บ้าน! แขกห้องวีไอพีอ้วก รีบไปจัดการให้เรียบร้อยซะ!”

เมื่อมู่ซูเสียนฟังจบ เธอต้องรีบวางกล่องอาหารลงทันที แต่ถังซือซือรีบดึงมือเธอเอาไว้

“แม่! อย่าเพิ่งไปเลย! ก็แค่ทำความสะอาด แม่รีบไปกินข้าวก่อนเถอะ!”

หลังจากพูดเสร็จ มู่ซูเสียนกำลังจะเอ่ยปากคัดค้าน แต่ถังซือซือก็รีบหยิบเครื่องมือทำความสะอาดขึ้นมาแล้วเดินไปที่ห้องวีไอพีทันที

“อย่าไปนะลูก...”

มู่ซูเสียนยืนดูถังซือซือเดินจากไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะผลักประตูแล้วเดินเข้าไป

บทที่ 14

นายไม่เห็นเหรอ

 

บรรยากาศแปลก ๆ กับกลิ่นเหม็นคาวลอยคละคลุ้งไปทั่วห้อง ทำให้ถังซือซือเกือบสำลักออกมา

“นี่... คือบรรยากาศห้องวีไอพีจริง ๆ เหรอ?”

“ทำไมพวกคนรวยถึงใช้เงินกันแบบนี้? ใช้เงินซื้อความสุขในทางที่ผิดเนี่ยนะ”

ถังซือซือรู้สึกไม่เข้าใจนิสัยของคนพวกนี้เอาซะเลย

ไฟภายในห้องมีความสลัวและไม่สว่างมากนัก ด้านในมีโซฟาขนาดใหญ่ พร้อมกับกลุ่มคนนั่งอยู่ในเงามืด

ถังซือซือไม่สามารถเห็นสิ่งต่าง ๆ ภายในห้องได้ชัด เธอจึงรีบเดินตรงไปที่กองสิ่งสกปรกตรงกลางห้องแล้วเริ่มทำความสะอาดทันที

ชายหนุ่มดูมีภูมิฐานร่ำรวยหลายคนแสดงสีหน้าเบื่อหน่าย แล้วเริ่มพูดคุยกันต่อหน้าถังซือซือ

“หึ! เจ้าหนุ่มคนนี้มันไม่ได้เจ้าชู้อย่างที่คิดไว้ ฉันดูเหมือนเป็นคนเลวเลยว่ะถ้าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบ”

หลินอี้ปินเป็นชายหนึ่งในกลุ่มเริ่มพูดขึ้นมา

“ช่างมันสิ นายรู้อยู่แล้วว่าอะไรจะเกิดก็เกิดขึ้นได้ อย่าเพิ่งยอมแพ้สิ”

เล่ยเจ๋อเหยียนตอบเขาเสร็จ ก็หันกลับมาก้มหน้าก้มตาแชทกับผู้หญิง

“ฉันรู้สึกอนาถตัวเองชะมัด? ในที่สุดพ่อก็ยอมปล่อยให้ฉันเที่ยวได้สักที และแล้วฉันก็มานั่งเมาอยู่ที่นี่”

เจียงเชิ้งหนานเมาละเมอพูดออกมา ก่อนทรุดตัวลงบนโซฟา แล้วมองดูบนผลงานชิ้นเอกของเขาบนพื้น

“เอาจริงนะ... เจ้าหนุ่มคนนั้นไม่เคยเข้าใกล้ใครหรือถูกใครเข้าใกล้มาก่อนเลยตั้งแต่ยังเด็ก แล้วดูเหมือนจะไม่สนใจผู้หญิงคนไหนเลยด้วย ฉันคิดว่าเขาน่าจะเป็นคนแบบ อี๋! อย่ามาถูกเนื้อต้องตัวฉันนะไอ้พวกสกปรก!”

หลินอี้ปินอดไม่ได้ที่จะพูดเสริมต่อว่า

“นาน ๆ ทีจะมีผู้หญิงสวย ๆ แล้วจะไม่ให้ฉันอดใจได้ยังไงล่ะ? ให้ตายเถอะ น่าหงุดหงิดชะมัด! สุดท้ายแล้ว... ฉันก็ไม่ได้ดีลผู้หญิงเลย ขนาดเส้นผมยังไม่ได้ดม เพราะฉันกลัวสายตาที่มันมองมา”

หลินอี้ปินยังคงรู้สึกหงุดหงิด และสีหน้าที่ไม่พอใจ

“ฉันต้องการผู้หญิง… เฮ้ วันนี้คนนั้นอยู่รึเปล่า?” ดวงตาของเจียงเชิ้งหนานพร่ามัวมาก เมื่อเขาชำเลืองมองถังซือซือ เขากลับเห็นว่าเธอดูเป็นเด็กสาวที่ต้องการมาบริการเขา

อีกสองคนมองมาที่ถังซือซือ “จัดเลยเพื่อน” พูดออกมาพร้อมกัน

“แล้วแต่นายละกัน! ไม่สวยแบบนั้นยังเรียกเด็กบริการได้ด้วยเหรอ?”

ผู้หญิงในอุดมคติของพวกเขาคือผู้หญิงที่น่าเย้ายวนกับเส้นผมพลิ้วไหว มีรูปร่างดีมีเสน่ห์

“แต่นายไม่เห็นเหรอ? ใบหน้าเธอมีสิว ฝ้า กระ เต็มไปหมด แล้วก็มีร่างกายผอมแห้ง ไม่เห็นจะน่าดูเลย”

“มันอาจจะเบื่อแล้วก็ได้มั้งอี้ปิน ทำไมไม่ลองใช้โอกาสนี้ลองของแปลกดูล่ะเชิ้งหนาน?”

หลินอี้ปินถามถังซือซือว่า

“นี่คุณผู้หญิง ไม่ทราบว่ามีแฟนแล้วรึยังจ๊ะ?”

ถังซือซือทำเป็นไม่สนใจคนพวกนี้ แต่เมื่อเธอเงยหน้าขึ้น เธอเห็นว่ามีผู้ชายสองคนกำลังจ้องมองมาที่เธอด้วยความหื่นกระหาย เธอจึงตอบไปว่า “ไม่” แต่มันดูคลุมเครือสำหรับพวกเขาเมื่อได้ยิน

หลินอี้ปินเข้าใจว่าไม่มีแฟน จึงชี้ไปที่เจียงเชิ้งหนานแล้วพูดขึ้นว่า

“นี่ไง ผู้ชายหล่อเหลาคนนี้ล่ะ ทรัพย์สินส่วนตัวของเขาเป็นพันล้านเลยนะ! แค่เป็นแฟนของเขาก็สบายไปทั้งชาติแล้ว ไม่สนใจเหรอ?”

ถังซือซือส่ายหัว ก่อนเมินหน้าหนีไป

หลินอี้ปินชี้ไปที่เล่ยเจ๋อเหยียนแล้วพูดต่อว่า “แล้วนี่ล่ะ! เขาดูน่าสนใจดีกว่าคนเมื่อกี้อีก! คุณเคยได้ยินเกี่ยวกับบริษัทเล่ยถิงไหม? ครอบครัวของเขาเป็นหุ้นส่วนกับบริษัทนี้เชียวนะ!”

ถังซือซือเริ่มรู้สึกไม่พอใจมาก ๆ ‘พวกนี้มันนิสัยเสียมาจากไหนกัน?’

“คุณผู้หญิงเงินเดือนน้อยที่น่าสงสาร ไม่มีเวลาให้ความสุขกับพวกเราเลยเหรอ?”

เธอตอบกลับเสียงดัง “ฉันไม่สนใจ!”

ชายหนุ่มสามคนแสดงสีหน้าไม่พอใจขึ้นมาทันที

เป็นเรื่องน่าประหลาดใจสำหรับพวกเขา ผู้หญิงส่วนใหญ่มักจะยอมแพ้ต่อเงินมหาศาลที่ตัวเองไม่มีวันหาได้ แต่ทำไมครั้งนี้กลับไม่ใช่อย่างนั้น? เพราะผู้หญิงคนนี้แทบจะไม่สนใจอะไรพวกเขาเลย

“เฮ้ ลองบอกฉันมาสิสาวน้อย อยากได้เท่าไหร่ก็ว่ามา?”

ในเวลานี้ กลุ่มชายหนุ่มร่างผอมบางลุกออกมาจากที่นั่งในมุมมืด

ถังซือซือรู้สึกคุ้นเคยถึงบรรยากาศจากใครบางคนในกลุ่มนั้น เธอจึงเงยหน้าขึ้นดู

ทันใดนั้น ดวงตาของเธอก็เบิกกว้างขึ้น

ชายคนหนึ่งในกลุ่มนั้นสวมชุดลำลองที่มีการตัดเย็บอย่างประณีต เส้นผมสีดำเข้ม ใบหน้าอันหล่อเหลาจนน่าเหลือเชื่อ จมูกโด่งตามฉบับนายแบบ ริมฝีปากสีเชอร์รี่อ่อน ๆ ด้วยภาพลักษณ์แบบนี้ เป็นเรื่องยากมาก ๆ ที่จะต้านทาน

‘เซียวเฉินเยวียน ไม่จริงน่า ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่?’

จบบทที่ บทที่ 13-14

คัดลอกลิงก์แล้ว