เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9-10

บทที่ 9-10

บทที่ 9-10


บทที่ 9

ข่าวใหญ่

“อย่าไปว่าอะไรเธอเลย ถึงเธอจะทำให้มาตรฐานหน้าตาเด็กแผนกวรรณกรรมต่ำลงก็เถอะ! ฉันชื่นชมเธอนะ!”

ถังซือซือไม่สนใจคำพูดของทุกคนที่ด่าทอเธอ ก่อนจะลากเก้าอี้ออกมาแล้วนั่งลง โดยอันดับที่นั่งของเธอคือคนแรกของแถวที่สาม ซึ่งอยู่ตรงกับโต๊ะของอาจารย์คุมสอบ

ในสายตาของคนอื่น พวกเขายังคงเห็นว่าถังซือซือเป็นคนขี้ขลาดและไม่กล้ามีปากมีเสียง ดังนั้นด่าทอหรือพูดจาเยาะเย้ยจึงรุนแรงแบบนี้มาตลอดสามปี

ช่วงเช้า อาคารที่ 17 ห้อง 307

“นังคางคกนั่นไม่ได้เตรียมอาหารเช้าไว้ให้เราด้วยล่ะ!?”

พันหม่าลี่สะดุ้งตื่นตามเสียงโวยวาย เธอค่อย ๆ ลุกจากเตียงตอนเกือบแปดโมงแล้วพบว่าไม่มีอาหารเช้าวางอยู่บนโต๊ะซึ่งทำให้เธอรู้สึกโกรธจัดขึ้นมาทันที

“เดี๋ยวก่อน! แล้วเช้านี้พวกเราจะกินอะไรกันดี?” เริ่นเฉียงถามอย่างเร่งรีบ

“ถามให้ได้อะไรล่ะ! นี่เริ่นเฉียง! รีบไปเข้าแถวซื้ออาหารก่อนค่อยว่ากัน! นังคางคก! ดูเหมือนมันชักจะลืมหน้าที่ของตัวเองควรทำอะไร!”

สีหน้าของพันหม่าลี่เปลี่ยนไปทันที ถึงแม้จะรู้สึกโกรธจนเลือดขึ้นหน้าแต่ก็ไม่ลืมที่จะพกเครื่องสำอางติดไปด้วย

“โอเค! เอาตามที่เธอว่า!” เริ่นเฉียงเป็นผู้ติดตาม            พันหม่าลี่และรู้ดีว่าไม่ควรสร้างปัญหาให้ตัวเองกับกลุ่มนี้ ดังนั้นเธอจึงรีบแต่งตัวแล้ววิ่งไปโรงอาหารทันที พร้อมกับด่าทอถังซือซือหลายพันครั้งในใจ

ห้องเรียน 201

นักศึกษาคลาส E ของภาควิชาวรรณคดีทยอยเข้าห้องเรียนมาทีละคน เพื่อเตรียมตัวสอบ

ผ่านไปไม่นานพันหม่าลี่และเริ่นเฉียงมาถึงห้องเรียน เมื่อพวกเขาเห็นถังซือซือนั่งอยู่ พวกเขาขยิบตาให้กันแล้วส่งสายตากับคนอื่น ๆ ภายในห้อง หลังจากนั้นเริ่นเฉียงก็พูดขึ้นเสียงดังว่า

“ข่าวใหญ่ ข่าวใหญ่ ฟังฉันนะทุกคน! อยากรู้ไหมว่าฉันมีข่าวใหญ่อะไรจะเล่า?”

เมื่อเพื่อนร่วมชั้นในห้องเรียนได้ยิน จิตวิญญาณแห่งการนินทาของทุกคนก็ลุกเป็นไฟขึ้นมา จนมีแต่เสียงฮือฮาดังไปทั่วห้อง

ถังซือซือพยายามทำเป็นไม่ได้ยินแล้วนั่งยืดตัวตรงอย่างเย้ยหยันใส่ทุกเสียงนินทา

“เรื่องมีอยู่ว่าเมื่อคืนนี้ มีคนบางคนจากห้อง 307 ของเราที่หายหน้าหายตาไปนาน เพิ่งจะเสนอหน้ากลับมาเมื่อตอนเที่ยงคืน! แต่ไม่จบเพียงเท่านี้นะจ๊ะ ทันทีที่นางกลับมา จู่ ๆ ก็ขยันอ่านหนังสือขึ้นมาซะงั้น!”

พันหม่าลี่มองดูสถานการณ์ด้วยความสะใจ

ทุกคนภายในห้อง ตอนนี้ทุกสายตานั้นต่างพร้อมใจกันมองไปที่ถังซือซืออย่างไม่ได้นัดหมาย

“ฉันคิดแค่ว่าอยากปรับปรุงตัวเองใหม่ ก็เท่านั้นแหละ”

ถังซือซือยิ้มมุมปากหลังพูดเสร็จ

หลังจากทุกคนได้ฟังข่าวของเริ่นเฉียง ทุกคนต่างรู้ดีว่าคะแนนของถังซือซือต่ำสุดในคลาสเสมอ ยิ่งไปกว่านั้น ในการสอบชิงทุนครั้งนี้ ผู้ที่มีวินัยและมีความขยันอย่างหนักทั้งวันทั้งคืนเท่านั้นที่มีโอกาสได้ทุน แต่ส่วนคนที่ไม่มีวินัยและความขยันรวมถึงไม่มีการเตรียมตัวนั้นแทบไม่มีสิทธิ์อยู่แล้ว ดังนั้น ความสำเร็จของถังซือซือที่จะสอบชิงทุนได้ในครั้งนี้หมายความว่า เธอต้องสอบให้ได้คะแนนสูงสุด ซึ่งทำให้ทุกคนต่างหัวเราะออกมาเพราะรู้ว่าไม่มีทางแน่นอน

“จะสอบได้จริงเหรอ? นางคางคกถูกอะไรกระตุ้นมาวะ?”

“ใช่ไหมล่ะ! มีพนันกันด้วยนะ เทพธิดาหม่าลี่ของเราบอกว่าถ้ายัยคางคกสอบได้ทุนในครั้งนี้ เธอจะไปที่บอร์ดประชาสัมพันธ์ของมหาลัยเพื่อไลฟ์สดการกินเครื่องในล่ะ! ฮ่าๆๆๆ!”

“นังบ้าเฉียง! เบา ๆ ปากหน่อย! บอกเรื่องที่ฉันพนันแบบนี้มันน่าอายจะตาย!”

เมื่อทุกคนเริ่มรุมล้อมด่าทอและเยาะเย้ยถังซือซือมากขึ้น เธอหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองออกมาจากกระเป๋าแล้วแอบส่งข้อความอย่างเงียบ ๆ ไปว่า “ถ้าเธอต้องการแก้แค้น ให้มาที่ห้อง 201 ตอนนี้เลย”

หลังจากส่งข้อความได้สำเร็จ ถังซือซือเริ่มนับถอยหลังในใจ ‘สิบ เก้า แปด เจ็ด หก ห้า...’

“พันหม่าลี่ นี่เธอพูดจริงเหรอ?” เสียงที่ดูจะไม่ลงรอยกับพันหม่าลี่นี้ดังแทรกขึ้นมา

ถังซือซือกำลังรอการมาของเธอคนนี้ เฉินเมิ่งอวี่จากคลาส A

วงจรชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยนั้นค่อนข้างแคบอยู่บ้าง ซึ่งไม่แปลกที่จะมีการรู้ข่าวข้ามคลาสกัน

ดังนั้นทุกคนในแผนกวรรณกรรมจึงรู้ดีกันว่าเฉินเมิ่งอวี่มีแฟนที่คบกันมาตั้งแต่สมัยมัธยม ทั้งสองถูกทาบทามจากหนานซานให้เข้ามาเรียนที่นี่ด้วยกัน พวกเขาเป็นคู่รักที่ทุกคนต่างชื่นชม แต่เพราะพันหม่าลี่ได้เข้าไปยุ่งเรื่องของคู่รักจนเฉินเมิ่งอวี่มีปัญหากับแฟนหนุ่ม หลังจากนั้นทั้งสองจึงกลายมาเป็นศัตรูระหว่างกันตั้งแต่นั้นมา

บทที่ 10

ฉันจะคุกเข่าต่อหน้าเธอ

 

“อะ อ้าว ก็นึกว่าใคร ดูสวยไม่สร่างเลยนะ บิวตี้เฉิน แต่แปลกใจนะเนี่ย วันนี้ลมอะไรหอบเธอมาถึงนี่?”

“พันหม่าลี่ เธอนี่เป็นคนอารมณ์ดีจังเลยนะกับการทำตัวเป็นเจ้าหญิงในรั้วมหาลัย”

“อีกอย่างหนึ่ง ที่เธอเพิ่งพูดไปว่าจะไลฟ์สดกินเครื่องในน่ะ เธอ พูด จริง ใช่ไหม เทพธิดาหม่าลี่?”

เฉินเมิ่งอวี่ไม่ใช่คนที่จะยอมจบเรื่องได้ง่าย ๆ หากเป็นศัตรูกันแล้ว

“ฮ่าๆๆ แน่นอนว่าฉันพูดจริง แต่เธอต้องฟังเงื่อนไขให้ชัดซะก่อน เงื่อนไขคือถ้าถังซือซือสามารถสอบชิงทุนในครั้งนี้ได้ ฉันถึงจะทำ ว่าแต่เธอมองโลกในแง่ดีด้วยเหรอ ถึงคิดว่านังคางคกจะสอบได้?” น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง

“มันไม่เกี่ยวอะไรกับถังซือซือหรอก และไม่ว่าฉันจะชอบเธอหรือไม่ เธอควรจำคำพูดในวันนี้ให้ดี”

ทุกคนต่างรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา ว่าวันนี้มันเป็นวันอะไรกัน? เพราะมีการเชือดเฉือนกันมากที่สุดระหว่างเจ้าแม่ทั้งสองในแผนกอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน!

ตอนนี้ไม่มีใครที่สามารถจะหยุดความตื่นเต้นนี้ลงได้ นักศึกษาหลายคนรีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อโพสต์กระจายข่าวของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในทันที “บ้าไปแล้ว! พันหม่าลี่จากคลาส E และเฉินเมิ่งอวี่จากคลาส A ท้าทายกัน! ผลจะออกมาเป็นยังไงเนี่ย...”

บางคนพยายามหาเหตุผลและคาดเดาถึงตอนจบของเรื่องนี้อย่างสนุกสนาน โดยทุกคนต่างสนใจในประโยคสุดท้ายของพันหม่าลี่ที่ว่า ถ้าถังซือซือสอบชิงทุนในครั้งนี้ได้ พันหม่าลี่จะไลฟ์สดกินเครื่องใน! ส่วนทางด้านเฉินเมิ่งอวี่มั่นใจว่าถังซือซือจะสอบได้ แล้วเธอจะได้ตบหน้าพันหม่าลี่ด้วยคำท้าทายของตัวเอง! แต่ถึงอย่างนั้น ทุกคนก็มีแต่คำถามในใจว่ามันจะเป็นไปได้รึเปล่า?

หลังจากการกระหน่ำโพสต์ออกไป ก็กลายเป็นข่าวที่ดึงดูดทุกสายตาให้คอยจับจ้องดูผลสรุปคำท้าทายนี้

“จริงเหรอเนี่ย! จู่ ๆ ก็มีการเชือดเฉือนครั้งใหญ่ในศตวรรษกำลังจะเกิดขึ้น?”

“ให้ตาย! ถังซือซือจากคลาส E ฉันพูดชื่อถูกใช่ไหม?   ถังซือซือเรียนก็ไม่เก่ง หน้าตายังน่าเกลียดอีก คนแบบนั้นจะสอบชิงทุนได้เหรอ? ฉันว่าพันหม่าลี่ชนะเดิมพันแน่ ๆ ไม่ต้องรอดูการไลฟ์สดเลย!”

“ดูเหมือนนังนั่นก็สนับสนุนเฉินเมิ่งอวี่อยู่นะ เพราะนางก็เคยโดนพันหม่าลี่กระทำก่อนเหมือนกัน แต่พูดตามความจริงแล้ว เรื่องที่ถังซือซือจะสอบทุนได้คงเป็นไปไม่ได้”

“น่าเศร้าจริง ๆ  เฉินเมิ่งอวี่คาดหวังในตัวคางคก! คงได้กลายเป็นฝ่ายแพ้ซะเองแน่!”

“ทุกคนใจเย็น ๆ กันก่อนน่า อย่าเพิ่งสนใจคำท้าทายของพันหม่าลี่ เพราะเรายังไม่รู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเฉินเมิ่งอวี่ถ้าถังซือซือสอบชิงทุนไม่สำเร็จ!”

“ใช่ ใช่ นางก็อยู่ที่ห้องนี่! ต้องถามเธอ!”

“ถามเธอ +10086!*”

*+10086 = เหมือนเป็นการตอบสนองในความคิดเห็นเดียวกันในโซเชียลของประเทศจีน เช่น มีคนโพสต์ว่าร้อน อีกคนที่มาตอบก็จะแสดงความคิดเห็นว่า ร้อน +1 และบวกไปเรื่อย ๆ ตามจำนวนคนที่คิดเหมือนกัน

ในเวลานี้ ห้องเรียน 201 ไม่ได้มีเพียงแค่นักศึกษาจากคลาส E แต่ยังเต็มไปด้วยนักศึกษาจากคลาสอื่น ๆ แห่กันเข้ามาชมเหตุการณ์ในครั้งนี้

“นี่ เฉินเมิ่งอวี่และเพื่อนร่วมคลาสหลายคนอยู่ที่นี่แล้ว พวกเราอยากรู้การเดิมพันอย่างจริงจังนี้ว่า ถ้านังคางคกถังซือซือสามารถสอบชิงทุนได้ พันหม่าลี่จะต้องไลฟ์สดกินเครื่องใน และห้ามหนีเด็ดขาด!”

พันหม่าลี่เงยหน้าขึ้นแล้วจ้องมองไปที่เฉินเมิ่งอวี่และ  ถังซือซือด้วยความอายเล็กน้อย

ตอนนี้ทั่วทั้งห้องเต็มไปด้วยเสียงเชียร์และเสียงปรบมือมากมาย

พันหม่าลี่พยายามเปลี่ยนเรื่องแล้วพูดขึ้นว่า “ถึงตาเธอแล้ว เฉินเมิ่งอวี่ ถ้านังคางคกนี่ไม่ได้ทุน เธอจะเดิมพันอะไรกับฉัน?”

น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความยั่วยุ

เฉินเมิ่งอวี่ยิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนตอบกลับว่า “ฉันคิดเรื่องนี้มาแล้ว ถ้าถังซือซือไม่ได้ทุน ฉันจะคุกเข่าต่อหน้าเธอ แล้วยกผู้ชายของฉันให้!”

หลังจากเฉินเมิ่งอวี่พูดจบ ทุกคนทั่วห้องต่างก็ตกอยู่ในความเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วก็มีเสียงพูดคุยเบา ๆ หลายคนนินทากัน

บรรดาผู้ที่สนับสนุนเฉินเมิ่งอวี่เริ่มมีความกังวล ซึ่งทำให้เธอแอบกังวลใจเล็กน้อยด้วยเช่นกัน

เฉินเมิ่งอวี่เป็นเหยื่อในการต่อสู้เพื่อแย่งชิงตัวผู้ชายในครั้งก่อน และตอนนี้เธอกำลังจะคุกเข่าต่อหน้าผู้หญิงไร้ยางอายคนนี้อีก นี่มันเหตุการณ์บ้าบออะไรกัน?

จากคำพูดของทุกคน ในแผนกวรรณกรรมทั้งหมดทุกคนมีโอกาสคว้าทุนได้ แต่ถังซือซือแทบจะไม่มีวันทำได้แน่นอน

ทำให้ไม่มีใครสงสัยมากนักเกี่ยวกับเรื่องนี้

หลังจากเหตุการณ์ท้าทายระหว่างกันจบลง เฉินเมิ่งอวี่กับพันหม่าลี่ก็ต่างแยกย้ายกลับไปยังที่นั่งของตัวเองด้วยท่าทางเหมือนแม่ทัพที่ได้รับชัยชนะ

“ได้ทุนเหรอ? ถังซือซือเนี่ยนะ? ไม่มีวันซะหรอกนังเฉิน”

จบบทที่ บทที่ 9-10

คัดลอกลิงก์แล้ว