เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 25 แผนกโลจิสติกส์

ตอนที่ 25 แผนกโลจิสติกส์

ตอนที่ 25 แผนกโลจิสติกส์


ตอนที่ 25 แผนกโลจิสติกส์

เพราะว่าโต๊ะทำงานของซ่งลุ่ยก็ยังปกติ เก้าอี้ที่อยู่หลังโต๊ะก็เหมือนกัน เพียงแต่เห็นประธานจางนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่เขาเคยนั่ง เธอสวมชุดทำงาน ท่อนล่างสวมกระโปรงทรงกระบอก ปากกาและนั่งบนเก้าอี้ แต่เขาสามารถมองเห็นสิ่งที่อยู่ใต้กระโปรงของเธอจากด้านล่างสุดของเก้าอี้ ซ่งลุ่ยจึงหยุดอยู่ที่มุมมองที่เห็นชัดเจนที่สุดของการมองทะลุของเขา

ดูไปได้สักพัก ซ่งลุ่ยก็ดึงสติกลับมาเพราะว่าประธานจางอยู่ในห้องทำงานของเขา แสดงว่ากำลังรอการมาของเขาอยู่ แล้วตัวเขายังมัวมาทำอะไรอยู่อีก ? มองกำแพง ? ไม่ได้ ไม่ได้ ต้องรีบเข้าไป เมื่อซ่งลุ่ยคิดได้ถึงตรงนี้ก็รีบเดินไปที่ประตูห้องทำงานของเขา กำลังจะผลักประตูห้องเข้าไป เขากลับยั้งมือและแอบไตร่ตรองในใจของเขาอย่างลับ ๆ

ตอนนี้ถ้าเขาบุ่มบ่ามเข้าไปอย่างไม่คิดหน้าคิดหลัง แน่นอนว่าคงพูดอะไรไม่ออกแน่นอน เมื่อมองไปที่ประธานจางก็ดูเหมือนเธอรอเขามาเป็นเวลานานแล้ว ในใจจะต้องเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองแน่นอน ตอนนี้ถ้าหากเขาเข้าห้องไป ประธานจางจะต้องเอาความขุ่นเคืองนั่นมาลงที่เขาโครมใหญ่แน่นอน ดังนั้นเขาจะต้องหาข้อแก้ตัวที่ดีพอ เอ๊ะ จริงสิ ! ซ่งลุ่ยจำได้ว่าเขาเพิ่งเห็นตู้กดน้ำที่มุมห้องทำงานของเขาควรจะเปลี่ยนถังน้ำ เขาจึงต้องแบกถังน้ำเข้าไป ! เมื่อพูดแล้วก็ทำเลย ! เพราะว่าซ่งลุ่ยไม่ได้มีเวลาในการคิดนาน ! เมื่อคิดได้ เขาจึงรีบวิ่งไปที่แผนกโลจิสติกส์

หลังจากวิ่งไปซักพัก ซ่งลุ่ยก็รู้สึกว่าตัวเองนั่นโง่เง่า เนื่องจากแผนกโลจิสติกส์อยู่ไกลจากห้องทำงานของเขา  แผนกโลจิสติกส์เป็นแผนกที่ก่อตั้งขึ้นอย่างอิสระ แตกต่างจากแผนกอื่น ๆ ของบริษัทเหวินฮว่า แผนกโลจิสติกส์รับผิดชอบงานเบ็ดเตล็ด  เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ วัสดุอะไรก็ตามที่ต้องการรวมไปถึงตำราวิชาการ ? จัดซื้อสิ่งของต่าง ๆ อะไรเสียหรือขาดเหลืออะไร  เมื่อแจ้งแผนกโลจิสติกส์แล้วล่ะก็ แผนกโลจิสติกส์ก็สามารถจัดหาให้ได้

แผนกโลจิสติกส์เป็นเสมือนพี่เลี้ยง และกลายเป็นแผนกที่จัดหาสิ่งต่าง ๆ ได้สมบูรณ์แบบที่สุดในบริษัทเหวินฮว่า แต่เป็นเพราะว่าแผนกนี้เป็นแผนกที่มีงานจิปาถะเล็ก ๆ น้อย ๆ เยอะ เนื่องจากความสะดวกสบาย พวกเขาจึงสามารถมาหาสิ่งของที่ต้องการได้ที่แผนกนี้ เป็นเพราะแบบนี้เลยทำให้ดีขึ้นสะดวกสบายขึ้นในการตามหาสิ่งของที่ต้องการ ดังนั้นคลังที่ใช้เก็บสิ่งของต่าง ๆ ก็ต้องมีขนาดใหญ่เช่นเดียวกัน แผนกนี้จึงจำเป็นที่จะต้องอยู่แบบโดดเดี่ยวที่ด้านข้าง การที่เป็นแบบนี้ก็เพราะว่าพวกเขาจะได้มีพื้นที่สำหรับการขยายมากขึ้น

ว่ากันว่าแผนกโลจิสติกส์นี้อยู่ไกล แต่ความจริงแล้วก็ไม่ไกล แต่ว่ามันคือบททดสอบสำหรับคนที่นั่งทำงานนาน ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับซ่งลุ่ย ซึ่งในตอนนี้มันเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่อย่างไม่ต้องสงสัย เขาเพิ่งได้สัมผัสกับประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นในห้องทำงานของฮงเหมย และประสบกับความทรมานที่ไม่มีเสียงของประธานจางในห้องทำงานของเขาอีก ตอนนี้มันเป็นการเคลื่อนไหวที่ท้าทายความสามารถขีดสุด ในเช้าวันนี้ของซ่งลุ่ยช่างมีความหมายจริง ๆ !

แผนกโลจิสติกส์ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นแผนกหนึ่ง แต่ก็กล่าวได้ว่าเสมือนหนึ่งเป็นบริษัทเล็ก ๆ  มียามรักษาความปลอดภัย, ยาม, เจ้านายของตัวเองและมีไปทำธุระแทนคนอื่น วันนี้แผนกโลจิสติกส์เป็นเวรของเหลาหลี่ เขากำลังนอนอยู่ในห้องทำงาน มองไปที่ประตูใหญ่อย่างน่าเบื่อ และได้ยินมาว่ามีชายหนุ่มชื่อซ่งลุ่ยมาทำงานตำแหน่งผู้ช่วย อีกทั้งยังเป็นผู้ช่วยของประธานจาง ดูเหมือนว่าเจ้าเด็กหนุ่มนั้นไม่เลวเลยทีเดียว

ซ่งลุ่ยวิ่งไปยังเขตพื้นที่ของแผนกโลจิสติกส์อย่างกระหืดกระหอบ แต่ว่าเขาก็ยังวิ่งไปถึงเพียงแค่ส่วนในของเขตแผนกโลจิสติกส์ ยังคงวิ่งไปไม่ถึงประตูแผนก ดูไปดูมาแล้วยังเหลืออีกไกลกว่าเขาจะวิ่งไปถึงประตูแผนก เมื่อเขาหันไปมองทางด้านหลังที่วิ่งมาก็กัดฟันแล้ววิ่งไปข้างหน้าต่อไป !

เหลาหลี่ในแผนกโลจิสติกส์เห็นใครบางคนวิ่งเข้ามา ในใจเต็มไปด้วยความสงสัยในใจ ถ้าหากมีคนต้องการให้ไปส่งน้ำหรือเครื่องจักรขัดข้องที่ไหน เพียงแค่โทรศัพท์มาก็พอแล้ว เขาเป็นใคร แถมยังวิ่งมาที่แผนกของเขาอีก ช่างโง่เสียจริง !

หลังจากนั้นไม่นาน เหลาหลี่ก็เห็นภาพชัดเจนขึ้น เขาขยี้ตาและมองไปที่ชายคนนั้นอย่างละเอียด เขาหยิบรูปภาพข้าง ๆ ขึ้นมาแล้วเปรียบเทียบกับคนที่กำลังวิ่งมาอย่างละเอียด ทันใดนั้นเขาก็ตบต้นขาของเขาอย่างรวดเร็ว เขาเพิ่งจะนึกถึงคนคนนี้ในใจไปเอง นี่ไม่ใช่ผู้ช่วยซ่งคนใหม่เหรอ ! อะไรดลใจให้เขาวิ่งมาที่นี่ ? คิดไม่ออก คิดไม่ออกเลย ไม่แปลกใจเลยที่สามารถไปเป็นผู้ช่วยได้ เขาเองก็เป็นเพียงแค่คนที่เฝ้าประตูของแผนกโลจิสติกส์

ในที่สุดซ่งลุ่ยก็วิ่งไปที่ประตูของแผนกโลจิสติกส์ เขาหอบหายใจแฮก ๆ ก่อน หลังจากนั้นก็มองไปที่ผู้ชายที่อยู่หลังประตูที่กำลังมองมาที่เขาเช่นกัน ในใจก็อดที่จะประหลาดใจได้ เขาเหมือนเห็นผู้ชายคนนี้มาก่อน !

ในเวลานี้ ผู้ชายคนนั้นเหมือนจะคิดอะไรบางอย่างออกและพูดอย่างรีบร้อนกับซ่งลุ่ย

“ผู้ช่วยซ่ง ฉันเป็นคนเฝ้าประตูของแผนก เรียกฉันว่าเหลาหลี่ก็พอแล้ว !” พูดจบ เหลาหลี่ก็ยิ้มออกมาอย่างไม่มีเล่ห์เหลี่ยม

ซ่งุล่ยรู้สึกพูดอะไรไม่ออกเลย จากนั้นเขาก็ตรงไปที่หัวข้อหลักและถามเหลาหลี่ว่า “เหลาหลี่ ขอถามหน่อยว่าจะที่ไหนสามารถเปลี่ยนถังน้ำได้ ? ในห้องทำงานของฉันไม่มีน้ำแล้ว ฉันอยากจะเอาถังไปเปลี่ยนสักหน่อย”

หลังจากที่เหลาหลี่ได้ยิน สีหน้าเขาก็เปลี่ยนเป็นงงงวยมากและถามซ่งลุ่ยด้วยความสงสัยว่า “ผู้ช่วยซ่ง คุณแค่โทรมาบอกจากห้องของคุณก็ได้ เดี๋ยวเราก็จะส่งน้ำไปให้คุณ ทำไมต้องลำบากมาที่นี่เองด้วย”

ซ่งลุ่ยได้ยินเหลาหลี่เรียกชื่อของเขา เขาไม่อยากจะเชื่อในตอนแรก แต่จากนั้นเขาก็นึกถึงที่ฮงเหมยพูดกับเขาในห้องทำงานขึ้นมาได้ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงบุคลากรใหม่ในแผนกที่สำคัญ รายชื่อบุคลากรที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่จะมีรูปถ่ายแนบมาด้วยและจะส่งให้ทั้งคนบริษัทรับรู้โดยทั่วกัน

เมื่อซ่งลุ่ยคิดถึงตรงนี้ ก็ดูเหมือนว่าข้อสงสัยของเขาก็ชัดเจน แต่เมื่อเขาได้ยินเหลาหลี่ถามตัวเขาเอง  ความเขินอายก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา แต่ในไม่ช้ามันก็หายไปจนเหมือนเก่า ซ่งลุ่ยรีบตอบคำถามของเหลาหลี่ในนาทีต่อมา

“คืองี้นะ ฉันนั่งอยู่ในออฟฟิศนาน ๆ ก็เลยอยากจะออกมาขยับแข้งขยับขาบ้าง” พูดจบ เขาก็ชูแขนขึ้นและโบกไปมาสองสามครั้ง

เหลาหลี่ได้ยินซ่งลุ่ยพูดแบบนั้น ก็อดใจไม่ได้ที่จะยกนิ้วให้ซ่งลุ่ย ในเวลาเดียวกันปากของเขาก็พูดว่า

“ดูสิ สุดท้ายแล้วคนที่จะเป็นผู้ช่วยได้มันก็ต้องมีความสามารถเช่นนี้ ถ้าไม่อย่างนั้นจะเป็นผู้ช่วยได้อย่างไรกัน ? แต่ฉันกลับเป็นได้แค่คือคนเฝ้าประตูแผนก นี่แหละความจริง คุณดูสิ !”

ซ่งลุ่ยไม่เคยมีประสบการณ์เรื่องแบบนี้มาก่อน ทันใดนั้นเขาก็โบกมือให้เหลาหลี่ และในเวลาเดียวกันเขาก็พูดกับเหลาหลี่อย่างอาย ๆ ว่า “ฉันไม่ได้เก่งขนาดนั้น ฉันเพียงแค่โชคดี”

ทันทีที่พูดออกไปหลังจากผ่านไปไม่กี่นาที เขาก็ถามเหลาหลี่ว่า “เหลาหลี่ นายบอกฉันได้ไหมว่าน้ำอยู่ที่ไหน ฉันจะเอาไปเอง !”

เหลาหลี่ที่ได้ยินซ่งลุ่ยพูดแบบนั้น ในเวลานั้นเหลาหลี่ก็ไม่ยินยอมและพูดกับซ่งลุ่ยว่า

“ทุกอย่างอยู่ที่นี่ จะให้คุณเอาน้ำกลับไปด้วยตัวเองได้ยังไงกัน ? แบบนั้นมันเป็นการปฏิบัติหน้าที่ที่บกพร่องของพวกเราจริง ๆ” จากนั้นเขาก็รีบเรียกคนรอบ ๆ ให้เข้าไปที่โกดังเพื่อขนย้ายน้ำแล้วเอาไปส่งที่ห้องทำงานของซ่งลุ่ย

จบบทที่ ตอนที่ 25 แผนกโลจิสติกส์

คัดลอกลิงก์แล้ว