เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 23 การโอ้อวดของฮงเหมย

ตอนที่ 23 การโอ้อวดของฮงเหมย

ตอนที่ 23 การโอ้อวดของฮงเหมย


ตอนที่ 23 การโอ้อวดของฮงเหมย

ซ่งลุ่ยยิ้มอย่างเขินอายและตอบกลับอย่างรวดเร็ว

“จริงเหรอ ถ้างั้นฉันมาทุกวันเลยนะ แค่เธอไม่คิดว่าฉันรบกวนเธอก็ดีแล้ว !”

“มาทำไม ฉันกลัวว่านายจะเบื่ออาหารที่ฉันทำซะก่อน”

เมื่อซ่งลุ่ยได้ฟัง เขาก็รีบตอบด้วยความซื่อสัตย์จากใจ

“ฉันแน่ใจว่าจะไม่เบื่ออย่างแน่นอน ให้กินไปจนชั่วชีวิตก็ไม่เบื่อ กินไปหลาย ๆ ชาติก็ยังไม่เบื่อเลย !”

หลินหลินค่อย ๆ ยิ้มออกมาและมองไปที่ซ่งลุ่ยแวบหนึ่งก่อนจะพูดว่า “นายนี่ปากหวานจริง ๆ !”

พูดจบ เธอก็ลุกขึ้นและเก็บจานบนโต๊ะกินข้าว เมื่อซ่งลุ่ยเห็น เขาก็รีบลุกขึ้นเพื่อดึงหลินหลินให้หยุดและนั่งบนเก้าอี้แล้วพูดกับหลินหลิน “เธอนั่งให้สบายเถอะ เธอเป็นคนทำแล้ว ฉันจะเป็นคนเก็บจานไปล้างเอง !”

หลินหลินได้ยินซ่งลุ่ยพูดแบบนั้น เธอก็ไม่ยอมและต้องการที่จะแย่งซ่งลุ่ยทำ แต่ก็ถูกซ่งลุ่ยบังคับให้หลินหลินนั่งที่เก้าอี้แล้วพูดกับเธอว่า “เธอไม่เชื่อฟังฉันอีกแล้วใช่มั้ย ! เธอคงไม่อยากให้ฉันลงโทษเธอด้วยวิธีแบบนั้นหรอก !” พูดจบเขาก็ยกมือขึ้นมาเป็นครึ่งวงกลมคล้ายจะจับหน้าอกของเธอและมองดูหลินหลินด้วยรอยยิ้มชั่วร้ายบนใบหน้าของเขา

หลินหลินเห็นซ่งลุ่ยทำมือแบบนั้น เธอก็รีบเอามือมาปิดหน้าอกของเธอและมองไปที่ซ่งลุ่ยด้วยสีหน้าหวาดกลัว

“ไม่ ไม่ ไม่เอาแล้ว ไม่ดื้อแล้ว นายจะทำอะไรแบบไหนแล้วแต่นายเลย !”

เมื่อซ่งลุ่ยเห็นหลินหลินทำท่าทางนี้ ซ่งลุ่ยก็ยิ้มอย่างภาคภูมิใจ เขาจึงย้ายสิ่งของบนโต๊ะไปในครัวและเริ่มล้าง ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาก็ล้างเสร็จและเดินออกมาจากในครัว เขามองหลินหลินที่นั่งอยู่ในห้องรับแขกทำให้เขามีความสุขมาก เขาเตรียมที่จะกำลังจะพูด แต่สายตาก็เหลือบไปเห็นเวลาอย่างไม่ตั้งใจ เขากำลังจะเข้างานช้าแล้ว ! เขาจึงพูดกับหลินหลินอย่างรวดเร็ว

“ไว้คุยกันนะ ฉันสายแล้ว ขอตัวไปก่อนนะ” พูดจบก็ไม่รอให้หลินหลินตอบกลับ รีบเดินออกไปที่ประตูห้องทันที

หลินหลินมองไปที่ซ่งลุ่ยซึ่งกำลังรีบออกไป เธอลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วและตะโกนไปในทิศทางที่ซ่งลุ่ยกำลังไป “ตอนเที่ยง นายจะมาทานข้าวด้วยไหม ฉันจะได้ทำข้าวให้นายกิน !”

ผ่านไปพักใหญ่ถึงจะได้ยินเสียงของซ่งลุ่ยที่ตอบกลับมาช้างไม่ชัดเจน “โอเค รู้แล้ว ! ฉันจะมา !”

หลังจากหลินหลินได้ยิน เธอก็ยิ้มหวานและหมุนตัวหันกลับเข้าไปในห้อง ซ่งลุ่ยรีบวิ่งไปที่ประตูห้องทำงาน เปิดประตูสำนักงานอย่างลนลานและปิดประตูอย่างรวดเร็วอีกครั้ง หายใจหอบแฮก ๆ พักจนผ่อนคลายสักครู่หนึ่งก็เงยหน้าขึ้นมามองในห้องทำงาน โชคดีที่เขายังมาไม่สาย !

ซ่งลุ่ยเดินไปที่โต๊ะและนั่งลงบนเก้าอี้ด้านหลังโต๊ะทำงาน เขาเริ่มคิดอย่างละเอียดเกี่ยวกับแผนการของวันนี้ เขารู้สึกว่าเขาควรไปที่นั่นก่อนและดูสถานการณ์ของอีกฝ่าย เพื่อดูพื้นฐานและนิสัยใจคอของคนหนีหนี้เหล่านี้ว่าเป็นอย่างไร

ซ่งลุ่ยคิดอย่างรอบคอบและรู้สึกว่าวิธีนี้ใช้ได้เลยทีเดียว ก่อนอื่นให้ไปที่บ้านเช่าด้วยตัวเองแล้วดูว่าสถานการณ์เป็นยังไง หลังจากนั้นก็ค่อยมาตัดสินว่าจะใช้วิธีไหนต่อ แต่ว่าซ่งลุ่ยยังคงรู้สึกว่าควรหาใครสักคนมาให้คำแนะนำ ถ้าไม่อย่างนั้นเขาค่อนข้างจะไม่มั่นใจเท่าไหร่ ถึงอย่างไรก็ตามถ้าใช้คำแนะนำจากคนอื่นมาตัดสินใจก็ยังหลีกเลี่ยงความเลินเล่อและช่องโหว่ได้ แต่ว่าคนที่เขาเลือกก็มีอยู่แล้วในใจ ตอนนี้ไม่ไปหาเธอก็คงจะไม่ได้แล้ว ! สุดท้ายแล้วก็ต้องใช้ประโยชน์จากเธอให้ช่วยเหลือในเรื่องสำคัญ !

ซ่งลุ่ยที่คิดเรื่องนี้ซ้ำไปซ้ำมา ก่อนจะกดโทรศัพท์ไปหาฮงเหมย รอสายไม่นานก็มีคนรับ เสียงที่มีเสน่ห์ดังออกมาจากอีกด้านหนึ่งของโทรศัพท์

“ฮัลโหล ใครน่ะ ?”

ซ่งลุ่ยตกใจจนสะดุ้งโหยง ทันใดนั้นเหงื่อเม็ดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นบนหน้าผากของเขาจากนั้นก็ได้สติกลับมา

รอยยิ้มอันขมขื่นปรากฏขึ้นบนใบหน้าของซ่งลุ่ย เขาพูดด้วยเสียงสั่นเครือกับปลายสายอีกด้านว่า “ฮงเหมย ฉันเอง ฉันซ่งลุ่ย !”

ฮงเหมยที่อยู่ปลายสายพอได้ยินเสียงของซ่งลุ่ย ทันใดนั้นเธอก็ตอบกลับซ่งลุ่ยด้วยเสียงที่มีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น “ที่แท้ก็ซ่งลุ่ยนี่เอง ว่ายังไงล่ะ ? มีเรื่องอะไรเหรอ !”

“เอ่อ เนื่องจากที่ประธานจางให้ฉันไปเก็บค่าเช่า ฉันมีความคิดใหม่คืออยากจะให้เธอช่วยให้คำแนะนำฉันหน่อย เธอว่างตอนไหนบ้างเหรอ ฉันจะไปหาเธอ”

ฮงเหมยที่อยู่อีกด้านของโทรศัพท์หยุดคิดอะไรบางอย่าง หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง เธอก็พูดกับซ่งลุ่ยว่า “นายมาที่นี่ตอนนี้เลย ฉันเพิ่งเข้างานพอดียังไม่มีงานอะไร ตอนนี้ฉันอยู่ที่ห้องทำงาน นายมาหาฉันได้เลย !”

สีหน้าของซ่งลุ่ยแสดงสีหน้าเหมือนว่าการคาดการณ์ออกมานั้นถูกต้อง กลัดกลุ้มอยู่ภายในใจ แต่เขากลับตอบกลับฮงเหมยด้วยน้ำเสียงเบิกบานใจ “เยี่ยมไปเลย ฉันจะไปเดี๋ยวนี้แหละ” พูดจบก็ไม่รอให้ฮงเหมยตอบกลับ เขาแกล้งทำเป็นรีบร้อนแล้ววางสายไป !

หลังจากนั้นซ่งลุ่ยที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ คิดอยู่ภายในใจว่าความสัมพันธ์ระหว่างตัวเขากับฮงเหมยจะต้องชัดเจนและมีหลักการณ์ ไม่สามารถที่จะทำเป็นก้อร่อก้อติกอีกต่อไปได้ หลังจากคิดอยู่ภายในใจ เขาก็ตัดสินใจและลุกขึ้นยืน จากนั้นก็เดินไปที่ห้องทำงานของฮงเหมย !

ซ่งลุ่ยเดินไปที่ประตูห้องทำงานของฮงเหมย เขาจัดระเบียบเสื้อผ้าของเขาและถอนหายใจยาว ๆ ออกมา ตบหน้าของเขาทำให้ใบหน้าของเขาดูไม่แข็งทื่อ เขามองดูท่าทางของตัวเองอีกครั้ง แล้วเคาะประตูห้องทำงานของฮงเหมย ไม่นานก็มีเสียงลอดออกมาจากในห้อง “เข้ามา !” ซ่งลุ่ยกัดฟันของเข้าและผลักประตูเข้าไป !

ซ่งลุ่ยผลักประตูเข้าไปและมองไปรอบ ๆ ก็รู้สึกประหลาดใจเพราะมีคนบอกให้เขาเข้ามา แต่ตอนนี้เขาเข้ามาแล้ว แต่พบว่าไม่มีใครอยู่ในห้องเลย ในใจของซ่งลุ่ยก็เกิดความสงสัยขึ้นมา มันเกิดอะไรขึ้น ?  ทันใดนั้นซ่งลุ่ยก็เกิดความสับสน แต่ทว่าเท้าของเขากลับไม่หยุดเดิน ยังคงเดินเข้าไปที่ห้องทำงานต่อ

ทันทีที่เขาเดินออกจากบริเวณประตูห้อง เขาได้ยินเสียงดัง “ปัง” ที่ประตู ซ่งลุ่ยตกใจและหันหลังกลับไปมอง ก็เห็นว่าเป็นฮงเหมยออกมาปิดประตูและล็อคจากด้านในอย่างรวดเร็ว การเคลื่อนไหวนี้ทำเสร็จในเวลาไม่ถึงสองนาที หลังจากนั้นเธอก็หันมามองที่ซ่งลุ่ยด้วยใบหน้าที่ยั่วยวนใจ

เมื่อเห็นฮงเหมยทำท่าทางแบบนี้ ในใจของซ่งลุ่ยก็อดไม่ได้ที่จะกลัว แต่ว่าเขากลับไม่แสดงออกมาทางสีหน้า ยังคงยิ้มแย้มออกมาเหมือนเก่าและค่อย ๆ อ้าแขนออก เมื่อฮงเหมยเห็นท่าทางของซ่งลุ่ยแบบนี้ ในใจของเธอก็ดีใจ รีบวิ่งเข้าไปโผกอดซ่งลุ่ย !

ซ่งลุ่ยโอบกอดฮงเหมยและกระซิบที่หูของฮงเหมยว่า “เธอทำฉันตกใจหมดเลย เมื่อวานออกไปจัดการธุระกับประธานจางเป็นอย่างไรบ้าง ? คิดถึงฉันไหม”

ฮงเหมยแสร้งทำเป็นเขินอาย หน้าแดงอยู่ในอ้อมแขนของซ่งลุ่ยและพูดว่า "แน่นอน ! เมื่อวานนี้ฉันคิดถึงนาย ! "

เมื่อซ่งลุ่ยเห็นท่าทางแบบนี้ เขาก็แสร้งทำเป็นโกรธและตอบว่า “เธอคิดยังไงกับฉัน และเธอคิดถึงฉันมากแค่ไหน ?” หลังจากนั้นเขาก็ยิ้มแบบมีเลศนัยให้ฮงเหมย

หลังจากที่ฮงเหมยได้ยิน ในใจก็สั่นไหวและไม่ได้ตอบกลับ เธอคิดว่าเป็นสัญญาณบอกรักจากซ่งลุ่ย เธอจึงหันไปทางริมฝีปากของซ่งลุ่ยแล้วจูบปากของเขา ในใจของซ่งลุ่ยมีร่องรอยของความเศร้า แต่การเคลื่อนไหวบนปากของเขากลับดำเนินต่อไปและตอบสนองอย่างกระตือรือร้นต่อฮงเหมย ทั้งสองคนต่างฝ่ายต่างก็กอดและจูบกัน

จบบทที่ ตอนที่ 23 การโอ้อวดของฮงเหมย

คัดลอกลิงก์แล้ว