เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 2 วีรบุรุษผู้ช่วยสาวงาม

ตอนที่ 2 วีรบุรุษผู้ช่วยสาวงาม

ตอนที่ 2 วีรบุรุษผู้ช่วยสาวงาม


ตอนที่ 2 วีรบุรุษผู้ช่วยสาวงาม

เมื่อเรื่องราวมันเป็นเช่นนี้ไปแล้ว ซ่งลุ่ยเองก็ไม่มีทางเลือก เขานั้นเป็นชายหนุ่มยากจนที่มาจากชนบทและตัดใจไม่ได้ที่จะสูญเสียงานตำแหน่งงานนี้ ถึงอย่างไรก็ตามเงินเดือนและสวัสดิการของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของบริษัทเหวินฮว่านั้นก็สูงที่สุดในเมืองแล้ว !

ดังนั้น เขาก็จึงทำได้แค่เพียงจำใจทำด้วยความกล้ำกลืนฝืนทนเล่นพนันกับซุนเย่ต่อไป ถึงแม้ว่าภายในใจก็ยังแอบหวังว่าจะมีโอกาสดวงดีที่จะชนะพนัน   อย่างไรก็ตามเมื่อเวลาผ่านไปนานเข้า เขากลับยิ่งเล่นยิ่งถลำลึกลงไปจนยากที่จะถอนตัวออกจากความโลภนี้

จนกระทั่งเมื่อสองวันที่แล้ว ครอบครัวได้โทรมาหาเขาเพื่อที่จะบอกว่าน้องสาวของเขาต้องเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยและจำเป็นต้องใช้เงิน ซ่งลุ่ยก็ยิ่งกระวนกระวายเข้าไปอีก   เขาลูบกระเป๋าที่มีเงินอยู่แค่เพียงไม่กี่ร้อยหยวนเพราะเขาได้ทุ่มเทจนหมดหน้าตักเพื่อสั่งซื้อคอนแทคเลนส์มองทะลุปรุโปร่งจากเว็บเถาเป่า

ตัวเขานั้นคิดว่าจะต้องสูญเสียเงินไปเปล่า ๆ เป็นแน่  เพราะคิดว่าโดนหลอกลวงจากเว็บเถาเป่าที่เชื่อถือไม่ได้   ใครจะไปคาดคิดเล่าว่าทางบ้านแม่ของเขาก็มีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงินจริง ๆ  ชีวิตของเขานี่มันช่างบัดซบจริง ๆ เลย ! !

หางคิ้วของเขาปรากฏความปลื้มปิติและภายในใจก็ตื่นเต้นจนหาอะไรมาเปรียบไม่ได้ อยากจะกดโหวตคะแนนห้าดาวให้ร้านค้าที่เขาซื้อคอนแทคเลนส์มา ดังนั้นเขาจึงรีบหยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วกดเข้าเว็ปไซต์เถาเป่าทันที   แต่เมื่อเขาค้นหาไปที่หน้าเว็บเพจของเถาเป่า ตัวเลขสามตัวที่บนหน้าจอก็ทำให้ภายในหัวของเขานั้นเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามปรากฏขึ้น !

“404!”

“error 404 not found !”

อะไรวะ ? หน้าเว็บเพจหายไปแล้ว !

ซ่งลุ่ยไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร  เขารู้สึกว่าวันนี้ที่เกิดเรื่องขึ้นทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องที่มหัศจรรย์พันลึกมาก   และเกรงว่าจะไม่ได้สิ้นสุดแค่เป็นเพียงนิยายบนอินเตอร์เน็ตแล้วสิ

แต่ในตอนนี้มันกลับเกิดขึ้นกับตัวเองจริง ๆ ...

เมื่อเวลากลางคืนมาถึงจึงไม่น่าประหลาดใจ   หลังจากเลิกงาน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทุกคนทานอาหารเสร็จแล้ว พวกเขาทั้งหมดก็มารวมตัวกันที่ในหอพักเพื่อที่จะเล่นการพนันของซุนเย่  เมื่อซ่งลุ่ยมองเห็นโอกาส เขาเดินเข้ามาและนั่งลง ถูฝ่ามือไปมาด้วยใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มแล้วพูดกับว่า

“วันนี้ฉันต้องเอาเงินกลับคืนมาให้ได้ !”

ซุนเย่ก็ชะงักงันไป ว่ากันตามเหตุผลถ้าเป็นเมื่อก่อนล้วนจะต้องบังคับขู่เข็ญให้ซ่งลุ่ยมา เขาถึงจะยอมเล่น แต่วันนี้เขากลับมาเล่นเองโดยความสมัครใจ ท่าทางเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาและมั่นอกมั่นใจเหมือนไปกินอะไรผิดสำแดงมาอย่างไรอย่างนั้น  ซุนเย่ผู้ซึ่งขี้เหนียวมองไปทางเขาพร้อมทั้งขมวดคิ้ว

“เฮ้ เจ้าหนุ่ม นายมีเงินอยู่ในกระเป๋าไหม ถ้าไม่มีก็ลุกออกไปซะ !” ซุนเย่เป็นคนเริ่มต้น และคนอื่นในสมาชิกของทีมก็ค่อย ๆ สนับสนุนส่งเสียงเอะอะโวยวายออกมา

“นั่นสิ พวกเราทุกคนเล่นโดยใช้เงินจริง นายไม่มีเงินก็วางเดิมพันด้วยนิ้วของนายละกัน !”

“อีกอย่างหนึ่ง เมื่อครั้งที่แล้วนายเล่นเสีย นายยังไม่ได้จ่ายเงินเลย”

"น้องซ่ง เวลาพี่ชายแนะนำนายก็ฟัง ๆ ไว้บ้าง สองวันมานี้นายยิ่งเล่นยิ่งแพ้ น่าจะยิ่งโชคไม่ดีมากขึ้นเรื่อย ๆ ได้นะ ! ”

เแม่ม ! เอ๊ย... วันนี้ซ่งลุ่ยคิดว่าได้เห็นท่าทางสีหน้าที่ชัดเจนของผู้ช่วยเหล่านี้และเมื่อลองล้วงคลำหาเงินที่เหลืออยู่ในกระเป๋าจริง ๆ ก็ไม่พอเล่นอยู่ดี ถึงอย่างไรก็ตามการจับเสือมือเปล่าก็เหมือนจะดูดี แต่ว่าคนฟังมันย่อมฟังดูขัดหูแปลก ๆ  เมื่อซ่งลุ่ยคิดถึงตรงนี้ก็เริ่มจะร้อนใจขึ้นมาและพูดกับซุนเย่

“ถ้าอย่างนั้นฉันต้องการยืมเงิน จะให้ฉันเล่นไหม ?”

ซุนเย่หัวเราะเยาะเย้ยแล้วพูดว่า

“นาย ? นายเป็นใครกัน  คนอื่นถึงกล้าที่จะให้นายยืมเงิน นายลองถามพวกเขาดูว่าใครจะให้นายยืมเงินได้บ้าง ?”

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหลายคนมองไปที่หน้าของซุนเย่แล้วต่างส่ายหน้าไปมา แสดงสีหน้าแบบที่ว่าใครก็ตามที่ให้ซ่งลุ่ยยืมเงินก็โคตรโง่แล้ว !   แต่ที่ทำให้โกรธมากขึ้นก็คือหนึ่งในเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเก่าแก่ที่เรียกตัวเองว่าเป็นพี่ชายแถมยังตบไปที่ไหล่ของซ่งลุ่ยอย่างจอมปลอมและพูดว่า

“ทุกอย่างล้วนแต่จะต้องเป็นกฎ หากนายยืมแล้วคืนตรงเวลา การยืมครั้งต่อไปมันจะไม่ยากเลย”

เขาทำได้แค่เพียงมองไปที่ผู้ช่วยที่มีท่าทางน่ารังเกียจนั่น ซ่งลุ่ยกำหมัดของเขาแน่นแล้วพูดประโยคต่อไปว่า

“รอก่อนนะ เดี๋ยวฉันจะไปยืมเงิน”

จากนั้นเขาก็หันหลังกลับไปที่ประตูและถอนหายใจด้วยความโกรธแล้วจึงเดินออกจากประตูหอพักไป   ดังคำโบราณที่กล่าวเอาไว้ ในสังคมก็จะมีคนที่จริงใจกันและเพื่อนที่จอมปลอม ยิ่งไปกว่านั้นเขาคือซ่งลุ่ย เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าชื่อเสียงของเขามันแย่มากจนไม่มีใครให้เขายืมเงินเลย !

ดังนั้นเขาจึงเตรียมตัวที่จะไปยืมเงินช่างซ่อมบำรุงจากคนบ้านเดียวกันมาใช้สักสองสามร้อยหยวนก่อน ถึงแม้ว่าภายในใจเขาจะไม่มีความมั่นใจใด ๆ เลยก็ตาม แต่เมื่อถึงเวลาอย่างนี้แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโอกาสที่จะชนะแบบนี้และก็ไม่สามารถที่จะยอมแพ้ได้อีก !

แต่เมื่อเขากำลังจะไปถึงหอพักของคนบ้านเกิดเดียวกันนั้นเอง   ระหว่างทางเขาก็ได้ยินเสียงกรีดร้องแว่วเข้ามาในหูของเขา   เขารู้สึกตัวจึงเอียงหูฟัง เหมือนว่าเสียงนี้จะดังออกมาจากห้องพักของหลินหลิน  ซ่งลุ่ยมองอย่างละเอียดและในทันใดนั้นประสาทของเขาก็ตึงเครียดขึ้นมา  เพราะว่าที่เขาได้มองเห็นผ่านประตูไม้อันหนาทึบเข้าไปนั้น  ก็เห็นเป็นหลินหลินที่สั่นไปทั้งตัวกำลังนอนอยู่ที่ปลายเตียง และมีชายคนหนึ่งนอนคร่อมทับหลินหลินอยู่ เขาพยายามจะถอดเข็มขัดกางเกงของหลินหลินออก !

“ไม่ ... ไม่ .... แบบนี้ไม่ได้นะ” เมื่อเผชิญหน้ากับเฉินอันซึ่งเป็นหัวหน้าแผนกต้อนรับ ทำให้เธอไม่สามารถต้านทานได้ หลินลินจึงร้องไห้ขอความอ้อนวอนขอความช่วยเหลือออกมา

เฉินอันที่เมามายไม่ได้สติยิ่งฟังก็ยิ่งอยากเข้าใกล้เธอ หลินหลินก็ยิ่งส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือออกมา ยิ่งทำให้เขาพึงพอใจจากการกระทำนั้นมากขึ้นไปอีก กิริยาท่าทางก็แสดงออกถึงการใช้อำนาจบาตรใหญ่ และยังคงนอนทับหลินหลินต่อไป

“หลินหลิน วันนี้เธอยอมมาเป็นของฉันซะเถอะนะ ในบริษัทเหวินฮว่านี้ไม่มีใครเหมาะสมกับเธอไปมากกว่าฉันแล้ว เธอผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมามากแล้ว ฉันทนไม่ได้ที่จะเห็นเธอลำบาก ...”

มือของเฉินอันเริ่มที่จะออกแรงมากกว่าเดิม ไม่ว่าหลินหลินจะดิ้นรนแค่ไหนก็ไม่ช่วยอะไร เมื่อเห็นว่าหลินหลินไม่สามารถต่อต้านได้แล้ว ทำให้อารมณ์ของซ่งลุ่ยที่มองดูจากด้านนอกนั้นก็เดือดปุด ๆ เป็นหม้อไฟ

แม้ว่าเฉินอันจะเป็นหัวหน้าแผนกต้อนรับ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับแผนกของเขา แต่เฉินอันและซุนเย่ที่เป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยล้วนแต่มีสันดานที่ไม่ดีทั้งคู่ ถ้าเกิดไปยุ่งกับเรื่องของคนไม่ดีเหล่านั้น ก็เหมือนกับสร้างปัญหาให้ตัวเองนั่นแหละ

แต่หลินหลินก็เป็นเทพธิดาในดวงใจของเขา ....

โธ่เว้ย เ-ยไรวะเนี่ย ! ความคิดในหัวของซ่งลุ่ยระเบิดออกมา แต่ในทันใดเขาก็เห็นโอกาสอย่างหนึ่ง  เขาถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกและเคาะไปที่ประตูทันที

“หลินหลิน เธออยู่มั้ย พวกเราเล่นโป๊กเกอร์กันอยู่   ผมอยากยืมเงินจากเธอไปเล่นสักหน่อย”

การกระทำของซ่งลุ่ยค่อนข้างเสียงดังเพราะเกรงว่าด้านในจะไม่ได้ยิน   เฉินอันที่อยู่ในห้องได้ยินการเคลื่อนไหวที่อยู่หน้าประตู เขาแทบจะไม่แสดงความกลัวออกมาและรีบลุกขึ้นจากเตียงอย่างรวดเร็ว   ในที่สุดหลินหลินก็โล่งใจ เพื่อที่กำจัดเฉินอันที่เมาแล้วทำตัวเยี่ยงสัตว์เดรัจฉานนี้ให้หลุดพ้นไป เธอจึงตะโกนที่ประตู

“ได้ ๆ นายรอฉันแปปนึง ฉันมีเงินอยู่พอดี”

เธอพูดไปพลางสวมรองเท้าไปพลาง จนเกือบจะเดินไปถึงประตูเพื่อเปิดประตูให้ซ่งลุ่ย เมื่อใบหน้าของซ่งลุ่ยปรากฏออกมา เฉินอันก็จึงรีบเดินไปหาหลินหลินทันทีและพูดว่า

“นั่นคือการฝึกอบรมในวันนี้ จำไว้ด้วยนะว่าการทำธุรกิจจะต้องละเอียดรอบคอบ บริษัทเหวินฮว่าของเรานั้นมีแต่ลูกค้าที่ร่ำรวย ต้องมีความกระตือรือร้นและเต็มใจในการแก้ปัญหาของลูกค้า”

เมื่อเห็นฉากนี้ ในใจของซ่งลุ่ยก็นึกด่าพ่อล่อแม่เฉินอันขึ้นมา คำพูดและสีหน้าท่าทางของเขาช่างเปลี่ยนไปได้เร็วจริง ๆ !

“โอ้ ฉันเข้าใจแล้วค่ะหัวหน้าเฉิน ต่อไปฉันจะทำงานให้หนักกว่าเดิม” ในขณะที่หลินหลินพูดเสียงก็ยังสั่นเครือเล็กน้อย   เฉินอันไม่ได้พูดอะไรเลย เขายืนยิ้มให้ซ่งลุ่ยตรงกลางระหว่างคนทั้งสอง หลังจากนั้นก็แฉลบตัวหลบออกจากที่ว่างระหว่างเขาทั้งคู่ออกไป

แทบทันทีที่เท้าของเฉินอันก้าวพ้นจากห้องออกไป หลินหลินก็นั่งยอง ๆ ลงไปข้างหน้าและร้องไห้ออกมา

ซ่งลุ่ยจึงรีบปิดประตูก่อน หลังจากนั้นก็พาหลินหลินไปที่เตียงด้วยความเจ็บปวดใจ

“อย่าร้องไห้เลย หลินหลิน การกระที่ต่ำช้าแบบสัตว์เดรัจฉานของเฉินอันจะต้องได้รับผลกรรมตอบสนองคืนเขาในไม่ช้านี้แน่ !”

ซ่งลุ่ยลูบไปที่ศีรษะของหลินหลินเป็นครั้งคราวและลูบหลังของเธอเพื่อแสดงถึงการปลอบโยน แต่หลินหลินยิ่งร้องไห้ดังขึ้นและโผตัวเองเข้าไปกอดที่อ้อมอกของซ่งลุ่ย ทั้งสองมือของเธอโอบเอวเขาไว้แน่น

“ทำไมเขาถึงทำกับฉันแบบนี้ .... ทำไม ....... ฮื้อๆๆๆ .......”

ซ่งลุ่ยไม่รู้จริง ๆ ว่าจะพูดปลอบโยนอะไรในเวลานี้ เขาจึงทำได้เพียงแค่กอดหลินหลินอย่างแน่นเหมือนในวัยเด็กที่เขาที่เคยปลอบโยนน้องสาวของเขา  หลังจากนั้นก็เสยผมที่คางของหลินหลินออก

อาจกล่าวได้ว่าเป็นความบังเอิญ ในขณะที่ซ่งลุ่ยกำลังกลุ้มอกกลุ้มใจกับเพื่อนร่วมงานของเขาอยู่  หลินหลินก็เงยหน้าของเธอขึ้นและเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง

ทันใดนั้นเสียงทั้งหมดก็ขาดหายไปอย่างฉับพลัน   เนื่องจากริมฝีปากของคนสองคนชนกันโดยไม่ตั้งใจ และที่มากกว่านั้นเพราะหลินหลินกำลังจะเอ่ยปากพูดอยู่ ริมฝีปากบาง ๆ ของทั้งสองคนเผยอตอบรับริมฝีปากกันอย่างลึกซึ้ง ทำให้ซ่งลุ่ยถึงกับนิ่งอึ้งไป.......

จบบทที่ ตอนที่ 2 วีรบุรุษผู้ช่วยสาวงาม

คัดลอกลิงก์แล้ว