- หน้าแรก
- อย่าเรียกฉันว่าปีศาจ
- บทที่ 66 คำสารภาพรักที่ไม่ถูกกาละเทศะ
บทที่ 66 คำสารภาพรักที่ไม่ถูกกาละเทศะ
บทที่ 66 คำสารภาพรักที่ไม่ถูกกาละเทศะ
บทที่ 66 คำสารภาพรักที่ไม่ถูกกาละเทศะ
เส้นผมสีขาวนับไม่ถ้วนพุ่งเข้าพันธนาการสองปีศาจร่างมนุษย์ และเชือดเฉือนอย่างบ้าคลั่ง
แต่ถึงจะโจมตีหนักแค่ไหน มันก็ถูกไอปีศาจที่แผ่ออกมาจากตัวพวกมันป้องกันไว้ ไม่สามารถสร้างบาดแผลให้นั่วเหยียนได้แม้แต่น้อย
วินาทีถัดมา เส้นผมสีขาวเหล่านั้นก็รัดแน่นขึ้น หมายจะหั่นปีศาจร่างมนุษย์ทั้งสองให้เป็นชิ้นๆ
ทว่าฉากที่น่าเหลือเชื่อก็เกิดขึ้น เส้นผมที่สัมผัสโดนตัวปีศาจร่างมนุษย์ต่างเน่าเปื่อยอย่างรวดเร็ว แห้งกรอบไร้ประกาย และขาดสะบั้นทันที
ปีศาจตัวแม่คำรามลั่น ยกมือขึ้นคว้าเส้นผมเป็นกำๆ แล้วกระชากอย่างแรง
ฮว่านซากรีดร้อง ร่างกายถลาเข้าไปหานั่วเหยียนอย่างควบคุมไม่ได้
ดวงตาของปีศาจตัวพ่อส่องแสงสีแดงวาบ ลุกพรวดขึ้น ง้างหมัดยักษ์ทุบเข้าที่หน้าของฮว่านซาเต็มแรง อัดร่างของเธอจมลงไปในดินจนพื้นสะเทือน
นั่วเหยียนยืนล้วงกระเป๋าอยู่ที่เดิมด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ แววตาเย็นเยียบ:
"ต่อให้ตัวใหญ่แค่ไหน... พ่อแม่ก็ยังห่วงลูกอยู่ดีไม่ใช่เหรอ?"
พ่อแม่ปีศาจคลั่งขึ้นมาทันทีในจังหวะนี้ พวกมันพุ่งเข้าไปพร้อมกัน ระดมหมัดทุบฮว่านซาไม่ยั้ง
เหรินเจี๋ยมองปีศาจร่างมนุษย์ทั้งสองด้วยความตกตะลึง สายตาที่มองนั่วเหยียนเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น...
เป็นอย่างที่เขาเดาไว้หรือเปล่า?
ปีศาจร่างมนุษย์สองตัวนี้ หรือว่าจะเป็น...
ภายใต้การโจมตีอันบ้าคลั่ง ฮว่านซาทำได้เพียงใช้เส้นผมพันห่อหุ้มตัวเองเพื่อป้องกันสุดชีวิต แต่สายตาที่มองนั่วเหยียนกลับเต็มไปด้วยความเวทนา เธอหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง:
"ฉันนึกว่าฉันบ้าพอแล้วนะ ไม่นึกเลยว่าแกจะบ้ากว่าฉันอีก แม้แต่พ่อแม่แท้ๆ ของตัวเองก็ยังลงมือได้ แกถึงกับเปลี่ยนพวกเขาให้เป็นปีศาจด้วยมือตัวเอง แล้วเอามาทำเป็นหุ่นเชิด!"
"ฮ่าๆๆๆ อย่างน้อยฉันก็ยังมีความเป็นคน แต่แกมันไม่เหลือความเป็นคนแล้ว ผู้ทำสัญญาปีศาจนี่มันเป็นพวกที่น่าสมเพชและน่ารังเกียจจริงๆ..."
เหรินเจี๋ยมองปีศาจร่างมนุษย์คู่นั้นด้วยความสยดสยอง นี่เรื่องจริงเหรอ?
แต่สีหน้าของนั่วเหยียนกลับเย็นชาถึงขีดสุด:
"ดูท่า... เธอคงอยากตายจริงๆ สินะ..."
"แม่คะ!"
สิ้นเสียงเรียกของนั่วเหยียน ปีศาจตัวแม่ก็คลั่งสุดขีด ใช้มือใหญ่กดฮว่านซาแนบติดกับพื้น
เส้นรอยปีศาจลามจากแขนของมัน ลุกลามไปสู่ร่างกายของฮว่านซา ราวกับงูปีศาจที่กำลังเลื้อยพัน...
"กรี๊ดดดด!"
ฮว่านซาส่งเสียงกรีดร้องโหยหวน เจ็บปวดจนน้ำตาไหลพราก
"สังเวยเส้นผม!"
ร่างของเธอหายวับไปจากหลุม ทิ้งไว้เพียงหุ่นฟางเส้นผม ส่วนร่างจริงของฮว่านซาไปโผล่อยู่นอกหลุม ผมยาวสลวยเมื่อครู่กลายเป็นผมสั้นกุด
เธอมองแขนตัวเองด้วยความหวาดกลัว ถูแขนไม่หยุด:
"ไม่... ไม่! ทำไมถึงมีรอยปีศาจ ฉันจ่ายค่าตอบแทนไปแล้วนี่นา! โรครอยปีศาจ... ไม่เอา! ไม่!"
"แกทำอะไรกับฉัน? เปลี่ยนกลับเดี๋ยวนี้! เปลี่ยนฉันกลับมาเดี๋ยวนี้นะ!"
ฮว่านซาเสียสติไปแล้ว ในฐานะผู้ทำสัญญาปีศาจ ไม่มีใครไม่รู้ถึงความน่ากลัวของโรครอยปีศาจ...
เธอกำลังจะขยับตัว แต่ทันใดนั้น ประกายมีดอันรุนแรงก็กรีดผ่านท้องฟ้า ผ่ากลางสมรภูมิ
หัวของฮว่านซาหลุดออกจากบ่าทันที โดยที่เจ้าตัวยังไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำ...
กลางสนามรบปรากฏร่างชายหนุ่มผมสั้นสีดำ รูปร่างกำยำ สวมเครื่องแบบทหารสีดำ ด้านหลังเสื้อปักลายมังกรแดงตัวใหญ่กางกรงเล็บ ดูโดดเด่นสะดุดตา
ในมือของเขา กำมีดสั้นที่ส่องประกายเย็นเยียบ...
ฉากที่เกิดขึ้นกะทันหันนี้ ทำให้ทั้งสนามรบตกอยู่ในความเงียบงัน
นั่วเหยียนรีบยกมือทำท่ายอมแพ้ทันที ยิ้มแห้งๆ:
?(??? ? ???)? "พี่ทหารจากหน่วยมังกรเหรอคะ? พวกเดียวกัน... พวกเดียวกันค่ะ ไม่เชื่อถามเขาดูสิ? อะฮะ... อะฮะฮะ..."
แม้แต่ปีศาจร่างมนุษย์สองตัวนั้นก็นถูกนั่วเหยียนเก็บไปแล้ว นั่วเหยียนในตอนนี้ เหมือนเด็กดีว่านอนสอนง่ายไม่มีผิด
เพราะเธอกลัวจริงๆ ว่าวินาทีถัดไป หัวจะไม่อยู่บนบ่า
ชายผมดำเพียงแค่ปรายตามองนั่วเหยียนแวบหนึ่ง ร่างก็หายวับไปอีกครั้ง กลางอากาศเต็มไปด้วยประกายมีดที่ปลิวว่อน
พวกยักษ์กินคนยังไม่ทันตั้งตัว ก็ถูกแสงมีดหั่นเป็นชิ้นๆ จนหมด
ความเร็วของชายผมดำคนนี้เข้าขั้นเหลือเชื่อ ขนาดเหรินเจี๋ยเปิดเนตรพริบตา ยังมองตามแทบไม่ทัน
นี่คือยอดฝีมือ! ยอดฝีมือที่แท้จริง...
เพียงแค่ไม่กี่อึดใจ ปีศาจในสนามก็ถูกกวาดล้างจนเกลี้ยง
จากนั้นกองกำลังจำนวนมากเริ่มหลั่งไหลเข้ามา ทุกคนมีอาวุธครบมือ กลิ่นอายแข็งแกร่ง ดูจากหมายเลขหน่วยก็รู้ได้ทันทีว่า พวกเขาคือกองกำลังป้องกันต้าเซี่ยสังกัดเขตทหารเทียนเสวียน
กำลังเสริมมาถึงสักที
ชายผมดำยืนนิ่งอยู่กับที่ เท้าเหยียบอยู่ท่ามกลางซากศพปีศาจที่นอนเกลื่อนกลาด ใบมีดไร้รอยเลือด เขาค่อยๆ เก็บมีดเข้าฝัก
"ฟังคำสั่ง เคลียร์ปีศาจและกองกำลังศัตรูในเขต 60 ถึง 70 ให้หมด รับประกันความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ป้องกันเมือง กู้ภัยและอพยพประชาชนที่ติดอยู่!"
"อีกครึ่งชั่วโมง ฉันไม่อยากเห็นปีศาจที่มีลมหายใจแม้แต่ตัวเดียวใน 10 เขตนี้!"
กองกำลังป้องกันต้าเซี่ยตะโกนรับคำสั่งพร้อมเพรียง:
"รับทราบ! ท่านผู้การ!"
สิ้นคำสั่งของชายผมดำ กองกำลังป้องกันต้าเซี่ยก็เริ่มปฏิบัติการทันที
เมื่อไม่มีภัยคุกคามแล้ว เหรินเจี๋ยถึงปิดโหมดแปลงร่างปีศาจ ความเหนื่อยล้าถาโถมเข้ามาทันที เขารีบเข้าไปหานั่วเหยียนที่ยังยืนยกมือยอมแพ้อยู่:
"เจ๊เหล่าซือจี พวกเขาเป็นใคร? ไอ้พี่ชายผมดำนั่นโหดชะมัด..."
นั่วเหยียนขยิบตาให้รัวๆ:
(?≥3??)? "พูดเบาๆ หน่อย คนของหน่วยมังกร จะไม่โหดได้ไง? ปกติหาตัวจับยากจะตาย แต่ละคนผ่านนรกแตกมาทั้งนั้น อำนาจสั่งการสูงลิบ"
"แล้วก็กองกำลังป้องกันต้าเซี่ยพวกนี้ เป็นกองทัพเหล็กที่ผ่านสมรภูมิเผ่าพันธุ์มาแล้ว ไม่มีใครเป็นหมูในอวยหรอกนะ"
"กำลังเสริมมาแล้ว พวกอาณาเขตปีศาจตั่งเทียนจบเห่แน่ คนของหน่วยมังกรออกมาเองแบบนี้ แสดงว่าเบื้องบนโกรธจัด ของจริงกำลังจะเริ่มแล้ว"
ชายผมดำหันมามองทั้งสองคน:
"มาช้าไปหน่อย... ขอโทษที พวกเธอสองคนไม่บาดเจ็บใช่ไหม?"
นั่วเหยียนส่ายหน้าดิกเป็นกลองป๋องแป๋ง ไม่กล้าพูดแทรกแม้แต่คำเดียว
แต่สีหน้าของเหรินเจี๋ยกลับเคร่งขรึมขึ้นมาทันที เขาคว้ามือนั่วเหยียน ดึงร่างเธอเข้ามาหา จ้องตานั่วเหยียนเขม็ง
นั่วเหยียนชะงัก ถูกเหรินเจี๋ยจ้องจนทำตัวไม่ถูก หลบสายตาเลิ่กลั่ก:
(??~??) "นะ... นายจะทำอะไร?"
เหรินเจี๋ยพูดด้วยน้ำเสียงซึ้งกินใจ:
"หลังจากผ่านความเป็นความตายมาด้วยกัน ผมยิ่งรู้สึกว่าคุณสำคัญกับผมมากแค่ไหน และยิ่งรู้สึกว่าผมขาดคุณไม่ได้..."
"เหมือนปลาที่ขาดน้ำก็หายใจไม่ออก ผมอยากให้คุณช่วยผมเก๊กหล่อ ช่วยผมเก๊กหล่อไปตลอดชีวิต!"
"พี่สาวนั่วเหยียนครับ คุณยินดีจะเป็นนางเอกในนิยายชีวิตของผมไหม? เป็นแฟนกับผมนะครับ! ตกลงไหม?"
ไม่มีใครคาดคิดว่า เหรินเจี๋ยจะสารภาพรักกับนั่วเหยียนในสถานการณ์แบบนี้
แถมยังพูดจริงจังและซึ้งขนาดนี้
แม้แต่ชายผมดำยังหน้าแดง รีบหันหน้าหนีไปทางอื่นอย่างรู้กาลเทศะ
ให้ตายสิ! ไม่นึกว่าจะได้มาเป็นสักขีพยานฉากสารภาพรัก แถมยังเป็นรักต่างวัยอีก?
แต่ก็ปกติแหละ ชายหญิงที่ผ่านความเป็นความตายมาด้วยกัน มักจะเกิดประกายไฟแห่งความรักขึ้นได้ง่าย เขาเห็นมาเยอะแล้ว
นั่วเหยียนเองก็ลนลาน หัวใจเต้นรัว นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่มีคนมาสารภาพรัก!
แถมยังต่อหน้าคนเยอะแยะขนาดนี้?
เหรินเจี๋ย... ทะ ทะ ที่แท้เขาแอบชอบฉันมาตลอดเหรอเนี่ย?
(///??﹏??) "ตะ... ตกลง? พอดีฉันยังไม่เคยมีแฟน ลองคบกับนายดูก็ได้~ นะ... นายน่ะ ดูๆ ไปก็เป็นคนดีใช้ได้..."
"แต่บอกไว้ก่อนนะ ฉันไม่ได้ตกลงเพราะชอบนายหรืออะไรหรอกนะ คือ... คือเพราะนายมีความสามารถพิเศษหรอกนะถึงตกลง ใช่ แบบนั้นแหละ!"
"งั้น... รูปโปรไฟล์เฟยซิ่นเปลี่ยนเป็นรูปคู่แบบไหนดี? ถ่ายใหม่ตอนนี้เลยไหม?"
แต่พอมองหน้านั่วเหยียนที่แดงระเรื่อ เหรินเจี๋ยกลับยืนเอ๋อแดกอยู่ตรงนั้น ไม่มีความดีใจของการสารภาพรักสำเร็จเลยสักนิด
บัดซบ! ฉันขอเป็นแฟน แล้วเธอดันตกลงจริงๆ เนี่ยนะ?
แบบนี้ฉันก็จ่ายค่าตอบแทนไม่ได้สิ?
พระเจ้าช่วยกล้วยทอด ทำไมค่าตอบแทนการแปลงร่างของปีศาจหิมะต้องเป็นการสารภาพรักอย่างซึ้งกินใจ แล้วต้องถูกปฏิเสธด้วยฟะ?
ปีศาจหิมะมีรสนิยมวิปริตอะไรเนี่ย?
หัวใจที่ถูกทำร้ายถึงจะเย็นชาได้งั้นเหรอ?
ถุยเถอะ!
เหรินเจี๋ยสะบัดมือน้อยๆ ของนั่วเหยียนทิ้งอย่างไร้เยื่อใย:
(¬益¬?) "หึๆ~ ไม่นึกเลยว่าเธอจะตอบตกลงจริงๆ? คนเลวๆ อย่างฉันเธอก็ยังชอบลง? เธอนี่ไม่เคยปักลงบนกองขี้วัวดีๆ มาก่อนสินะ?"
"ตอบตกลงง่ายขนาดนี้ ไม่มีความรู้สึกท้าทายเลยสักนิด ช่างเถอะ เลิกกัน เลิกกัน!"
นั่วเหยียน: (°ー°〃) ???
อะ... อะไรวะ?
แม่เพิ่งมีแฟนได้แป๊บเดียวก็โดนเทแล้ว?
อะไรคือไม่เคยปักลงบนกองขี้วัวดีๆ ยะ!
ล้อฉันเล่นเหรอ?
อุตส่าห์หลงเชื่อไปแล้วนะเว้ย!
นั่วเหยียนโกรธจนกระทืบเท้าเร่าๆ:
(???皿??)??3?? "เหรินเจี๋ย! ไอ้เด็กเวรตะไลเอ๊ย? แม่จะ~%?…;# *’☆&℃$︿★!"
นั่วเหยียนไม่ห่วงภาพพจน์อีกต่อไป! ยืนด่ากราดพ่นไฟแลบเป็นรหัสมอร์สอยู่ข้างๆ
แต่เหรินเจี๋ยไม่สน ก็แค่แฟนเก่าคนนึง!
แม้แต่ชายผมดำยังงง เกิดอะไรขึ้น? เพิ่งคบกันเมื่อกี้ เลิกกันแล้ว?
เอาจริงดิ?
ขณะที่เขากำลังสับสน เหรินเจี๋ยก็เดินอาดๆ เข้ามาหาเขา
เหรินเจี๋ยเอียงคอถาม:
(??ˇ_ˇ?) "พี่ชาย? พี่ชื่ออะไร?"
"เฉินซี มีอะไร?"
เหรินเจี๋ยทำหน้าซึ้งกินใจ:
(??ˇ??ˇ?) "พี่เฉินซี! ผมว่าพี่โคตรเจ๋ง โคตรเท่เลย เป็นแฟนกับผมได้ไหม? หากรักแท้มีอยู่จริง จะตัวผู้หรือตัวเมียก็ไม่สำคัญหรอก จริงไหม?"
วินาทีนี้ ทั้งสนามรบเงียบกริบราวกับป่าช้า...