- หน้าแรก
- อย่าเรียกฉันว่าปีศาจ
- บทที่ 39 กระแสธารเหล็กไหลสีส้มแดง
บทที่ 39 กระแสธารเหล็กไหลสีส้มแดง
บทที่ 39 กระแสธารเหล็กไหลสีส้มแดง
บทที่ 39 กระแสธารเหล็กไหลสีส้มแดง
ในรถลำเลียงพลที่พลิกคว่ำ ประตูรถพลันเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ก่อนจะระเบิด "ตูม" กระเด็นออกไป
เหรินเจี๋ยที่กำปั้นลุกเป็นไฟพุ่งออกมาจากรถเป็นคนแรก เลือดไหลอาบขมับ แววตาเต็มไปด้วยความเซ็ง
กลิ่นดินปืนคละคลุ้งไปทั่วอากาศ คนขับรถเจ้าหน้าที่ซือเหยาถูกเว่ยผิงเซิงลากออกมาจากห้องคนขับ ขาหักไปแล้ว
“ใครก็ได้พาเขาไปส่งเขตพยาบาลด่วน เร็ว!”
“ครับ! หัวหน้าเว่ย!”
วินาทีนี้ เหล่าลูกทีมสัมผัสได้ถึงความโหดร้ายของภัยพิบัติปีศาจอย่างแท้จริง เมื่อครู่นี้ตึกถล่มลงมา ก้อนคอนกรีตยักษ์กระเด็นมาไกลกว่าร้อยเมตร มาตกใส่รถพวกเขาพอดี
มองดูสภาพพื้นที่ภัยพิบัติเบื้องหน้า ภัยพิบัติระดับซิน(8) ก่อนหน้านี้กลายเป็นเด็กเล่นขายของไปเลย
จุดเกิดเหตุเป็นย่านการค้าที่รุ่งเรือง ห้างสรรพสินค้าหลายแห่ง อาคารสำนักงานนับสิบตึกได้รับผลกระทบ
ตึกหลายหลังเสียหายหนัก บางตึกไฟลุกท่วม ควันดำพวยพุ่ง
ประชาชนที่ตื่นตระหนกวิ่งหนีตายออกมาจากพื้นที่ภัยพิบัติไม่ขาดสาย
ใจกลางพื้นที่ภัยพิบัติ คนของหน่วยปราบปีศาจมาถึงแล้ว และกำลังปะทะกับสุนัขอมตะอย่างดุเดือด
เจ้าสุนัขอมตะตัวสูงกว่าสิบเมตร ตัวดำเมี่ยม ทั้งตัวปกคลุมด้วยหมอกปีศาจสีดำราวกับควัน มีสามหัว ตาสีแดงเลือดหกดวง
ส่งเสียงคำรามกึกก้องจนแก้วหูแทบแตก ขยับตัวทีแผ่นดินก็สะเทือน
เหรินเจี๋ยเห็นเยี่ยเยว่ อู๋หยุนชิง และคนอื่นๆ กำลังสู้กับสุนัขอมตะ เยี่ยเยว่เปิดใช้งานร่างเทพแล้ว การต่อสู้เข้าสู่ช่วงวิกฤต
หน่วยที่สามมาแล้ว แต่ไม่ได้มาแค่หน่วยที่สามเท่านั้น เจ้าหน้าที่ปราบปีศาจในที่เกิดเหตุมีเกินสิบคน และกำลังเสริมยังทยอยมาเรื่อยๆ
มีผู้สร้างอาคมกางม่านพลังขนาดใหญ่ขังสุนัขอมตะไว้ บางคนใช้โซ่ทองคำเส้นมหึมาและเถาวัลย์พันธนาการขาทั้งสี่ของมัน แล้วให้ผู้ได้รับพรจากเทพเข้าไปสังหาร!
แต่ถึงอย่างนั้น สุนัขอมตะก็ยังแบ่งตัวออกมาเป็นสิบๆ ตัว และยังคงเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ
ผู้สร้างอาคมแทบจะรับมือไม่ไหว ถ้าปล่อยให้ไอ้พวกหมาเวรพวกนี้หลุดออกไป ผลที่ตามมาคงเกินจินตนาการ
พวกเหรินเจี๋ยถือว่ามาเร็วแล้ว มีเจ้าหน้าที่ซือเหยากำลังขึงเส้นกั้นเขตแดน
ตอนนี้ หัวหน้ากองร้อยต่างๆ เริ่มแจกแจงภารกิจ:
“แต่ละทีมประจำตำแหน่ง ใช้เครื่องตรวจจับสัญญาณชีพค้นหาผู้รอดชีวิต ช่วยคนกลุ่มใหญ่ก่อนค่อยช่วยกลุ่มเล็ก ระบายคนก่อนขนย้ายผู้บาดเจ็บ!”
“ทีมห้า ไปอพยพประชาชนที่ชั้นใต้ดินห้างฝั่งซ้ายด่วน ทางนั้นจะต้านไม่ไหวแล้ว!”
“เปิดเครื่องส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือไว้ทุกคน รู้วิธีใช้ใช่ไหม อย่าให้พลาดเด็ดขาด! ตามมาๆ!”
หัวหน้าทีมตะโกนสั่งการ พลางพาลูกทีมบุกเข้าไป เครื่องส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือเป็นอุปกรณ์ติดตัวเจ้าหน้าที่ซือเหยาทุกคน ถ้าเปิดแล้วผู้สวมใส่ไม่เคลื่อนไหวเป็นเวลาหนึ่งนาที จะถือว่าเกิดเหตุร้าย สัญญาณเตือนจะดังขึ้นทันที
พวกเหรินเจี๋ยก็จะตามเข้าไปด้วย แต่โดนเจ้าหน้าที่รุ่นเก๋าขวางไว้
“พวกแกเด็กใหม่จะตามเข้าไปทำซากอะไร? เรื่องเสี่ยงตายปล่อยให้พวกเราพวกแก่ๆ จัดการเอง เด็กใหม่ไปรับผิดชอบโซน C อ่อ แล้วอย่าฉี่ราดกางเกงล่ะ!”
หัวหน้าทีมพาลูกน้องบุกเข้าสู่ใจกลางพื้นที่ภัยพิบัติ
หลังเกิดภัยพิบัติ โดยยึดจุดศูนย์กลางเป็นหลัก โซนการต่อสู้ห้ามเจ้าหน้าที่ซือเหยาเข้า ถัดออกมาแบ่งเป็นโซน A B C ตามระดับความอันตราย
โซน C อยู่รอบนอกสุด อันตรายน้อยสุด การกู้ภัยทำได้ง่ายที่สุด
เหนือโซน C เฮลิคอปเตอร์สองลำบินวนถ่ายภาพ เสียงใบพัดดังสนั่น นำเสนอภาพมุมสูงของพื้นที่ภัยพิบัติ
ในขณะที่ทุกคนกำลังหนีตายออกมา มีเจ้าหน้าที่ซือเหยาจำนวนมหาศาลกำลังวิ่งสวนเข้าไป
ชุดกันไฟสีส้มแดงเด่นสะดุดตา ราวกับกระแสธารเหล็กไหลสีส้มแดงที่ไหลทวนกระแส!
โม่จี้ห้อยตัวอยู่นอกห้องโดยสารเฮลิคอปเตอร์ โดนลมตีหน้าจนเบี้ยว ตะโกนรายงานข่าวสุดเสียง
“เราจะเห็นได้ว่า หน่วยปราบปีศาจกำลังปราบปรามปีศาจสุนัขอมตะ เจ้าหน้าที่ซือเหยาก็มาถึงที่เกิดเหตุและกำลังช่วยเหลือประชาชนที่ติดอยู่!”
“กระแสธารเหล็กไหลสีส้มแดงที่ไหลทวนกระแสนั้น จะเป็นเส้นชีวิตให้กับผู้ที่ติดอยู่ ขอให้พวกเราสวดภาวนาให้พวกเขา!”
“ความมืดมิดย่อมผ่านพ้น รุ่งอรุณจะต้องมาถึง!”
ภาพเหตุการณ์ภัยพิบัติถูกถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์และออนไลน์ บีบหัวใจผู้ชมจำนวนมาก
คอมเมนต์เต็มไปด้วยรูปเทียนและมือพนม
“ช่วงนี้ภัยพิบัติปีศาจเกิดบ่อยไปไหมเนี่ย? มาอีกแล้ว แถมระดับเกิงอีก? ขอให้ทุกคนปลอดภัย!”
“ทำไมต้องเป็นตึกเทียนเหิง? พี่สาวฉันทำงานอยู่ที่นั่น ติดต่อไม่ได้เลย บ้าเอ๊ย!”
“เมียฉันพาลูกไปเรียนเต้นที่นั่น โทรติดแล้ว พวกเขาติดอยู่ข้างบน ฉันมาถึงที่เกิดเหตุแล้ว แต่โดนกั้นไม่ให้เข้า จะเข้าไปได้ยังไง? ถ้าสองคนนั้นเป็นอะไรไป ฉันก็ไม่อยากมีชีวิตอยู่!”
“ใจเย็นๆ พี่ชาย ตึกเทียนเหิงอยู่โซน C เจ้าหน้าที่ซือเหยาต้องหาทางช่วยแน่ แต่ตึกสูงร้อยชั้นแบบนั้น น่าจะช่วยยากนะ? ซี้ด~ ดูตรงนั้นสิ! คนเพียบเลย?”
กล้องเฮลิคอปเตอร์ซูมเข้าไป เห็นตึกเทียนเหิงสูงหลายร้อยเมตร ชั้น 20 ถึง 50 ไฟลุกท่วม ไฟกำลังลามขึ้นข้างบน
คนชั้นล่างหนีออกมาได้ก็หนีแล้ว ที่หนีไม่ได้ก็โดนไฟไล่ต้อนขึ้นไปข้างบน
ตัวตึกโดนระเบิดสุนัขแดงและกระสุนพิษของสุนัขอมตะถล่มจนเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่หลายจุด ตึกเทียนเหิงทั้งตึกสั่นคลอน เหมือนจะถล่มลงมาได้ทุกเมื่อ
ตอนนี้ที่หน้าต่างกระจกชั้น 80 มีคนยืนอัดกันแน่น หน้าซีดเผือก เดินวนไปวนมาด้วยความร้อนรน บางคนเปิดหน้าต่างโยนสายดับเพลิงลงมา หวังจะหนีตาย
แต่เปล่าประโยชน์ ตึกสูงหลายร้อยเมตร จะไต่ลงมายังไง?
เห็นภาพนี้ หัวใจของโม่จี้ยิ่งบีบรัด!
“เราจะเห็นได้ว่า มีประชาชนติดอยู่ในตึกเทียนเหิงจำนวนมาก ตัวตึกเริ่มเอียงแล้ว เจ้าหน้าที่ซือเหยากำลังพยายามช่วยเหลือเต็มที่ หวังว่า... ทุกอย่างจะราบรื่น!”
ข้างล่างตึกเทียนเหิง เจ้าหน้าที่ซือเหยาวุ่นวายกันไปหมด!
เว่ยผิงเซิงขมวดคิ้วแน่น: “ใครก็ได้เข้าไปดูในตึกหน่อย คนชั้นล่างอพยพหมดหรือยัง มีทางขึ้นจากข้างในไหม คนข้างบนเยอะขนาดนั้น เดี๋ยวตึกถล่มตายเกลี้ยงแน่!”
“กางบันไดลิง ฉีดน้ำลดอุณหภูมิชั้นที่ไฟไหม้ ถ้าไม่ถึงก็ใช้โดรนฉีด!”
การกู้ภัยตึกสูงยากที่สุด เว่ยผิงเซิงก็คิดไม่ถึงว่าเพิ่งมาถึงก็ต้องพาเด็กใหม่มารับงานหินขนาดนี้
เหรินเจี๋ยยกมือทันที: “ผมเข้าไปดูเอง ผมไม่กลัวไฟ ขึ้นไปดูสถานการณ์ที่ชั้นไฟไหม้ได้”
พูดจบก็พุ่งตัวไปที่ตึก แต่โดนเว่ยผิงเซิงคว้าคอเสื้อไว้
สายตาจริงจังถึงขีดสุด: “ครั้งนี้ ห้ามทำบ้าๆ เด็ดขาด เอาชีวิตตัวเองเป็นหลัก ฉันไม่อยากส่งนายเข้าเตาเผาศพอีกรอบ!”
เหรินเจี๋ยหดคอ ยิ้มแห้งๆ: “ลุงเว่ยวางใจเถอะ ผมยังไม่อยากตายหรอก”
พูดจบก็วิ่งปรู๊ดไปที่ตึก
เว่ยผิงเซิงมองไปที่ยอดตึกด้วยความกังวล:
“เฮลิคอปเตอร์ล่ะ? เรียกมา ขนคนลงมาจากดาดฟ้า”
“เรียกแล้วครับ แต่คนเยอะเกินไป เฮลิคอปเตอร์ขนไม่ทันหรอก แถมกระแสลมแปรปรวนทำให้เฮลิคอปเตอร์บินนิ่งๆ เพื่อรับคนยากมาก สุนัขอมตะก็มีโอกาสโจมตีวัตถุบินได้ด้วย”
เว่ยผิงเซิงกัดฟัน:
“ยังไงก็ต้องเรียก! เป้พ่นไฟล่ะ? หน่วยบินไปไหนหมด? ที่สำคัญคือต้องส่งคนของเราขึ้นไปก่อน!”
คนเยอะขนาดนั้น ถ้าไม่มีเจ้าหน้าที่ซือเหยามืออาชีพจัดระเบียบ ประสิทธิภาพจะต่ำมาก ข้างบนสถานการณ์เป็นไงบ้างก็ยังไม่รู้
“รถขนเป้บินโดนหินทับพังระหว่างทาง... อุปกรณ์ชุดใหม่กำลังเดินทางมา...”
เว่ยผิงเซิงกัดฟันกรอด: “กรอด~ ใช้เฮลิคอปเตอร์ลองโรยตัว หลบสายตาสุนัขอมตะ ส่งคนของเราขึ้นไปสักชุดก่อน แล้วลองใช้ปืนฉมวกจรวด ดูว่าจะยิงสลิงข้ามชั้นที่ไฟไหม้ขึ้นไปได้ไหม!”
“ปฏิบัติการ!”
เจ้าหน้าที่ซือเหยาเริ่มทำงานทันที เว่ยผิงเซิงแววตาเต็มไปด้วยความกังวล ตึกนี้อยู่ได้อีกไม่นาน ต้องรีบแล้ว
ถ้าทางในตึกใช้ได้ ก็จะสะดวกขึ้นเยอะ ตอนนี้รอแค่ข่าวจากเหรินเจี๋ย!