- หน้าแรก
- อย่าเรียกฉันว่าปีศาจ
- บทที่ 17 เขาเป็นคนดี... แต่ดีไม่สุด!
บทที่ 17 เขาเป็นคนดี... แต่ดีไม่สุด!
บทที่ 17 เขาเป็นคนดี... แต่ดีไม่สุด!
บทที่ 17 เขาเป็นคนดี... แต่ดีไม่สุด!
พอเดินมาถึงหัวมุมถนน เหรินเจี๋ยก็เห็นคุณยายคนหนึ่งถือไม้เท้าเดินตัวสั่นงันงกกำลังจะข้ามถนน
ในฐานะเยาวชนผู้ดีงามของชาติ เหรินเจี๋ยจะทนเห็นเหตุการณ์แบบนี้ต่อหน้าต่อตาโดยไม่ทำอะไรได้ยังไง?
เขาจึงพุ่งเข้าไปทันที คว้าแขนคุณยายแล้วพาข้ามไปฝั่งตรงข้าม
คุณยายตาค้าง มองเหรินเจี๋ยด้วยความงุนงง!
(??口?)? “เอ๊ะ... พ่อหนุ่ม...”
เหรินเจี๋ยยิ้มจนแก้มปริ:
(??? ? ??)? “ไม่เป็นไรครับคุณยาย นี่คือสิ่งที่ผมควรทำ ไม่ต้องขอบคุณหรอกครับ~”
พูดจบเขาก็พายายข้ามถนนไปเรียบร้อย แล้วก็สะบัดตูดเดินจากไปทิ้งไว้เพียงรัศมีแห่งความดีงามที่ส่องสว่าง!
คุณยายคนนั้นยืนงงเป็นไก่ตาแตกอยู่ที่ริมถนน มองตามหลังเหรินเจี๋ยไปพลางกระทืบไม้เท้าด้วยความโมโห
ฉันเพิ่งข้ามมาจากฝั่งนู้น ใช้เวลาตั้งสามนาทีกว่าจะข้ามมาถึงนี่ นี่มันจุดเริ่มต้นของฉันนะโว้ย!
ไอ้หลานเวร แกดันพาฉันข้ามกลับมาที่เดิมทำไมวะเนี่ย!
อู๋หยุนชิงกับหยุนเสี่ยวที่แอบสะกดรอยตามเหรินเจี๋ยเห็นเหตุการณ์นี้แล้ว ถึงกับมุมปากกระตุก...
เหรินเจี๋ยเดินต่อมาได้ไม่กี่ก้าว ก็เห็นคุณลุงคนหนึ่งยืนอยู่ข้างถังขยะ ในอ้อมกอดมีขวดพลาสติกสามขวด ในมือถือขวดน้ำที่เหลือน้ำอยู่ครึ่งหนึ่ง แกเปิดฝาแล้วเทน้ำทิ้ง...
เรื่องนี้ทนไม่ได้! เหรินเจี๋ยพุ่งเข้าไปคว้าขวดเปล่าในมือลุงมาทันที แล้วคว้าอีกสามขวดในอ้อมกอดลุงมาใส่กระเป๋าเป้ตัวเอง
“ไม่เอาแล้วให้ผมนะ ขายได้เงินนะครับ ขอบคุณครับลุง! การรักษาสิ่งแวดล้อมของเมือง ต้องพึ่งคนอย่างผมนี่แหละครับ~”
พูดจบเขาก็เปิดฝาถังขยะรีไซเคิล เอื้อมมือเข้าไปคุ้ยหาขวดพลาสติกและกระป๋องอลูมิเนียมมายัดใส่กระเป๋าอย่างบ้าคลั่ง
ลุงอึ้งไปเลย: (???д??)? “เฮ้ย! พ่อหนุ่ม! คือลุง...”
?(??? ? ??) “ไม่ต้องขอบคุณครับ ไม่ต้องจริงๆ ลุงครับ ถุงใบนี้เอาไหม? ถ้าไม่เอาผมขอเอามาใส่ขวดนะ?”
แต่พอหันไป เหรินเจี๋ยก็ตาโตทันที เห็นเด็กหญิงตัวเล็กๆ ทำลูกโป่งหลุดมือลอยไปติดบนกิ่งไม้
เด็กน้อยยืนร้องไห้อยู่ใต้ต้นไม้ด้วยความเสียใจ เพราะเอื้อมไม่ถึง
(??ˇ??ˇ?) “ลุงครับ! ผมไปช่วยน้องก่อน น้องเขากำลังร้องไห้ ประเทศชาติต้องการผม!”
หลังจากคุ้ยถังขยะจนเกลี้ยง เหรินเจี๋ยก็พุ่งตัวไปที่ใต้ต้นไม้ทันที
คุณลุงเริ่มเดือด:
(????益??)? “ไอ้เด็กเวร! กลับมา! เอาขวดฉันคืนมา แกเป็นนักเลงแถวไหนวะ? ไอ้...”
ฉันโลดแล่นในวงการเก็บของเก่ามาตั้งหลายปี เพิ่งเคยเจอคนมาแย่งอาชีพต่อหน้าต่อตาก็วันนี้แหละ
อู๋หยุนชิง: (?_? ? )…
หยุนเสี่ยว: (????)…
ไอ้หมอนี่... แม้แต่ขวดของคุณลุงเก็บของเก่าก็ยังแย่งงั้นเหรอ?
ในขณะที่เหรินเจี๋ยวิ่งไปถึงใต้ต้นไม้ ท่ามกลางสายตาที่เอ่อล้นไปด้วยน้ำตาของเด็กหญิง เขาก็ปีนต้นไม้อย่างคล่องแคล่วราวกับลิง แล้วคว้าลูกโป่งลงมาส่งให้ถึงมือเด็กน้อย
เขายิ้มอย่างอ่อนโยนพลางลูบหัวเด็กหญิง
เด็กหญิงพยักหน้าหงึกๆ แล้วยิ้มออกมาอย่างดีใจ:
?(? ????? ? ??)? “ขอบคุณค่ะพี่ชาย~”
อู๋หยุนชิงกับหยุนเสี่ยวเห็นภาพนี้แล้วก็อดจะยิ้มตามไม่ได้
เด็กหนุ่มคนนี้ก็มีมุมที่อบอุ่นเหมือนกันนะเนี่ย?
ทว่าในวินาทีถัดมา เหรินเจี๋ยก็ดีดใบมีดจากนิ้วออกมา แล้วจิ้มไปที่ลูกโป่งตรงๆ
“ปัง!” ลูกโป่งระเบิดคามือทันที
เด็กหญิงตาค้าง ก่อนจะแผดเสียงร้องไห้ออกมาดังกว่าเดิมหลายเท่า
รอยยิ้มบนหน้าอู๋หยุนชิงและหยุนเสี่ยวค้างเติ่งไปพร้อมกัน!
ไอ้หมอนี่... มันป่วยเป็นโรคจิตหรือไงวะ?
อุตส่าห์ปีนไปเก็บลงมา เพื่อที่จะมาเจาะให้แตกต่อหน้าเด็กเนี่ยนะ?
มันเป็นปีศาจหรือไง?
เมื่อเห็นเด็กน้อยร้องไห้หนักขึ้นเรื่อยๆ จนเริ่มดึงดูดสายตาคนรอบข้าง เหรินเจี๋ยก็รีบควักอมยิ้มที่ได้มาเมื่อกี้ออกมายัดใส่มือเด็กหญิง
“เด็กดี~ ไม่ร้องนะ ลูกโป่งมันไม่สนุกหรอก กินขนมดีกว่า อันนี้หวานนะ~”
เด็กหญิงขยี้ตา มองอมยิ้มในมืออย่างเหม่อลอยพลางสะอื้น:
?( ? ?????~??)? “พี่ชาย... ขอบคุณมากเลยนะ!” (ประชด)
เหรินเจี๋ยถึงกับมุมปากกระตุก ให้ตายสิ! เดี๋ยวนี้เด็กสมัยนี้ขอบคุณคนกันแบบนี้เหรอ?
หลังจากปลอบเด็กเสร็จ เหรินเจี๋ยก็รีบชิ่งหนีทันที เพราะกลัวพ่อเด็กจะมาซัดเอา
พริบตาเดียว เหรินเจี๋ยก็ไปโผล่ที่ริมทะเลสาบและเห็นชายคนหนึ่ง
ชายคนนั้นเพิ่งออกกำลังกายตอนเช้าเสร็จ เขาสะพายจักรยานไว้ริมน้ำ ตอนนี้เขากำลังใช้สองมือกดแฮนด์จักรยานไว้แล้วก้าวเท้าถอยหลังยืดเส้นยืดสายจนเหงื่อท่วมตัว
เหรินเจี๋ยเห็นแล้วทนไม่ได้จริงๆ เดินเข้าไปหาพี่ชายคนนั้นทันที แล้ววางมือลงบนจักรยานทำท่าทางเหมือนกันเป๊ะ
พี่ชายคนนั้นปรายตามองเหรินเจี๋ยอย่างแปลกใจ ที่ว่างตั้งเยอะแยะ ทำไมต้องมาเบียดตรงนี้วะ?
ไม่ผิดกฎหมายหรอก แต่มันดูเหมือนคนป่วยน่ะสิ?
ทว่าในวินาทีถัดมา เหรินเจี๋ยก็รวบรวมพละกำลังถีบตัวส่งจากพื้น ออกแรงผลักจักรยานพรวดเดียวตกลงไปในทะเลสาบทันที
เสียง “ตูม!” ดังสนั่น!
พี่ชายคนนั้นถลาไปข้างหน้าจนเกือบจะหัวทิ่มลงน้ำตามไป
เขามองเหรินเจี๋ยด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ
(|||??口??) “แกทำอะไรวะ?”
เหรินเจี๋ยลุกขึ้นปัดมือ:
“พี่ครับ ไม่ใช่ว่าผมอยากจะว่านะ แต่พี่นี่ก็ล้างผลาญเหมือนกันนะ จักรยานดีๆ แบบนี้ นึกจะไม่เอาก็ไม่เอาซะเฉยๆ จะผลักลงน้ำงั้นเหรอ?”
“แถมร่างกายพี่ก็ดูอ่อนแอเกินไป ควรจะออกกำลังกายจริงๆ นั่นแหละ ผมเห็นพี่ผลักอยู่นานก็ไม่ยอมลงสักที ผมเลยมาช่วยนี่ไง”
พี่ชาย: !!!
ช่วยพ่อแกสิ!
ใครเขาจะผลักจักรยานลงน้ำกันวะ?
นั่นมันท่าสเตรทชิ่งยืดเส้นยืดสายโว้ย!
“ไอ้หนู! อย่าหนีนะ! แกกลับมานี่เลย ลงไปงมจักรยานขึ้นมาให้ฉันเดี๋ยวนี้!”
เหรินเจี๋ยวิ่งหนีไปโดยไม่หันกลับมามอง: “พี่ครับ ไม่ต้องขอบคุณผมหรอก เพราะการช่วยเหลือคนอื่นโดยไม่หวังผลตอบแทนคือคติประจำใจของผมอยู่แล้ว”
ในตอนนี้ อู๋หยุนชิงกับหยุนเสี่ยวถึงกับอึ้งกิมกี่
เขาเป็นคนดีจริงๆ นั่นแหละ แต่ดีไม่สุด ถ้าวิ่งไม่เร็วกว่านี้ ป่านนี้คงอยู่ไม่รอดจนโตขนาดนี้หรอกมั้ง?
พวกเธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่า “พ่อคนดี” คนนี้กลายมาเป็นเป้าหมายของแม่มดพันโฉมได้ยังไง
เหรินเจี๋ยรู้ดีว่าถ้าขืนเป็นแบบนี้ต่อไป เขาไม่มีทางเก็บรวบรวมหมอกอารมณ์ได้มากพอให้วิญญาณปีศาจกลืนกินแน่ๆ
เพราะมันไม่ได้มีเรื่องดีๆ ให้เขาทำได้บ่อยขนาดนั้น
ในเมื่อเป็นอย่างนั้น ก็ต้องจัดชุดใหญ่ไฟกะพริบซะหน่อยแล้ว
ภายใต้การสะกดรอยตามของอู๋หยุนชิงและหยุนเสี่ยว พวกเธอเห็นเหรินเจี๋ยไปที่ร้านรับจำนำเพื่อจำนำนาฬิกาทองกับสร้อยคอทองคำ
จากนั้นก็ไปที่ร้านขายยาสัตว์ และร้านขายข้าวสารอาหารแห้ง เขาเดินออกมาพร้อมกับแบกกระสอบข้าวสารไว้บนหลัง จากนั้นก็ไปซื้อร่มที่ซูเปอร์มาร์เก็ตมาใส่กระเป๋าเป้ไว้
......
ที่ลานอิสรภาพ วันนี้ตรงกับวันหยุดสุดสัปดาห์พอดี ผู้คนจึงพลุกพล่าน มีทั้งคนมาตั้งแผงลอย เดินเล่น ปล่อยว่าว คู่รักมาเดทกัน และยังมีเด็กๆ มาเล่นแถวน้ำพุกลางลานอีกด้วย
อู๋หยุนชิงกับหยุนเสี่ยวแกล้งทำตัวเป็นคู่รัก นั่งอยู่ริมน้ำพุกลางลานเพื่อลอบสังเกตการณ์เหรินเจี๋ย
ส่วนเหรินเจี๋ยนั้นนั่งอยู่คนเดียวริมน้ำพุ เขาเปิดกระสอบข้าวสารออกมา
เขาคว้ามิลเล็ต (ข้าวฟ่าง) ออกมาหนึ่งกำมือแล้วโปรยลงบนลาน
พอมิลเล็ตถูกโปรยลงไป ฝูงนกพิราบจำนวนมหาศาลก็พากันบินลงมาจิกกิน มีนับร้อยตัวเลยทีเดียว
เด็กๆ เห็นภาพนี้ก็ดีใจกันใหญ่
พากันเดินเข้ามาถามว่า: “พี่ชายครับ~ ขอโปรยให้นกกินบ้างได้ไหมครับ?”
เหรินเจี๋ยยิ้มตอบ: “ได้แน่นอนจ๊ะ มาๆ มารับที่พี่นี่นะ มีให้ทุกคนเลย~”
เด็กๆ รับมิลเล็ตไปอย่างดีใจแล้ววิ่งไปให้อาหารนกพิราบกันหมด
อู๋หยุนชิงกับหยุนเสี่ยวพากันยิ้ม คนคนนี้ก็มีน้ำใจเหมือนกันนะเนี่ย อุตส่าห์ซื้อข้าวมาเลี้ยงนกพิราบเองกับมือเลย
แต่ที่สงสัยคือ วันที่แดดจ้าแบบนี้ เขาจะซื้อร่มมาทำไม?
และในตอนนั้นเอง หญิงสาวสวยในชุดโยคะและเสื้อกีฬาที่เพิ่งวิ่งจ็อกกิ้งเสร็จก็ปรากฏตัวขึ้นที่ลาน เธอมีเหงื่อซึมตามตัวดูเซ็กซี่ไม่เบา
เธอชำเลืองมองเหรินเจี๋ยแวบหนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ เดินตรงมาทางนี้
ในหูฟังของหยุนเสี่ยว เสียงของเยี่ยเยว่ดังขึ้นทันที
“เป้าหมายปรากฏตัวแล้ว เป้าหมายของยัยนั่นคือเด็กหนุ่มคนนี้จริงๆ ด้วย!”