เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1 เกิดมาเป็นฮีโร่

บทที่ 1 เกิดมาเป็นฮีโร่

บทที่ 1 เกิดมาเป็นฮีโร่


บทที่ 1 เกิดมาเป็นฮีโร่

ต้าเซี่ย เมืองจินเฉิง

ภาพมุมสูงของเมืองจินเฉิง

รถลำเลียงพลหุ้มเกราะของหน่วยซือเหยา(หน่วยรุ่งโรจน์) กำลังคำรามลั่นด้วยเสียงเครื่องยนต์ พุ่งทะยานด้วยความเร็วสูงมุ่งหน้าสู่พื้นที่เกิดภัยพิบัติปีศาจ

ภายในตู้โดยสาร เหรินเจี๋ยสวมชุดป้องกันไฟสีส้ม แบกอุปกรณ์น้ำหนักกว่า 20 กิโลกรัม นั่งอยู่ที่ท้ายรถ

ใบหน้าละอ่อนของเหล่าเจ้าหน้าที่ซือเหยาฝึกหัดภายในรถ ทั้งหมดเต็มไปด้วยความตึงเครียดและหนักอึ้ง!

"ที่รักทำไรอยู่~ ม๊วฟ~ อยู่ไหมจ๊ะ~ หลับหรือยัง~ ที่รักทำไรอยู่~ ทำไมไม่ตอบแชตเค้า~"

เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ที่ดังขึ้นกะทันหัน ทำลายบรรยากาศอันหนักอึ้งภายในรถจนหมดสิ้น

เห็นเพียงเหรินเจี๋ยที่ดวงตาเป็นประกาย รีบควักโทรศัพท์ที่หน้าจอแตกละเอียดเป็นลายใยแมงมุมออกมา

( ‾́ ◡ ‾́ ) "เหวย? มีเรื่องเดือดร้อนเรียกหาเหรินเจี๋ย รับรองแก้ปัญหาได้ชัวร์ มีอะไรให้รับใช้ครับคุณลูกค้า?"

สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่เหรินเจี๋ยเป็นตาเดียว หางตาของพวกเขากระตุกยิกๆ...

เสียงเรียกเข้าบ้าบออะไรของมันวะนั่น?

"ให้ไปเป็นติวเตอร์ให้ลูกเหรอ? ได้สิครับ ทำไมจะไม่ได้ ผลสอบเข้ามหาวิทยาลัยของผมเพิ่งออก คะแนนเต็ม 750 ผมได้ 745 ปีนี้ที่หนึ่งของเมืองจินเฉิงก็คือผมเอง ไม่เชื่อคุณไปเช็กดูได้เลย!"

คราวนี้คนในรถเริ่มนั่งไม่ติดที่กันแล้ว!

ล้อกันเล่นหรือไงฟะ?

สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้คะแนนรวม 745 แต่แกดันไม่ไปเรียนต่อมหาวิทยาลัย กลับมาเสี่ยงตายในทีมเยาวชนของกรมซือเหยาเนี่ยนะ?

บ้าไปแล้วเรอะ?

หลินไหวเหรินเบะปาก (¬︵¬) "ขี้โม้หรือเปล่า?"

เถียนอวี่มุมปากกระตุกพลางก้มดูข้อมูลในแอปฯ สารานุกรมโต่วเหนียง:

"บัดซบ! แม่งเป็นพี่น้องเจี๋ยจริงๆ ด้วย... ซู้ดดด~"

หลินไหวเหรินทำหน้าไม่สบอารมณ์: "ในเขต 69 ใครบ้างจะไม่รู้จักชื่อเสียงเรียงนามของเหรินเจี๋ย? เจ้าชายแห่งพาร์ตไทม์ที่แกร่งที่สุด ขอแค่จ่ายเงิน จ้างให้ทำอะไรแม่งก็ทำหมด ยกเว้นเรื่องผิดกฎหมาย!"

"สถิติสูงสุดคือทำงานพาร์ตไทม์พร้อมกัน 27 งาน ฉันเคยเจอเขาในทีมหนุ่มบาร์โฮสต์ที่เรดโรแมนติกเคทีวีด้วยซ้ำ แถมไอ้หมอนนี่ยังเป็นตัวท็อปนำเต้นอีกต่างหาก!"

ทุกคนที่ได้ฟังต่างมุมปากกระตุกไปตามๆ กัน สวรรค์ช่วย! นี่มันตัวอะไรวะเนี่ย ทำงานพร้อมกัน 27 งานในวันเดียว?

เขาเอาเวลามาจากไหนเยอะแยะ?

ยอดนักบริหารเวลาหรือไง?

ทว่าเหรินเจี๋ยไม่สนใจสายตาของทุกคนที่จ้องมองมา พอวางสายนี้ อีกสายก็โทรเข้ามาทันที

เหรินเจี๋ยดูมีความสุขยิ่งกว่าเดิม รีบกดรับสาย!

( ✧ ∀ ✧) "เจ๊จาง? อะไรนะครับ? ลูกคนที่สองไม่มีนมกินอีกแล้วเหรอ? ได้ครับได้ครับ คืนนี้ผมว่าง เดี๋ยวจะรีบเข้าไปหาเลยครับ!"

คราวนี้ทุกคนฟังแล้วถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก!

เถียนอวี่ทำหน้าไม่เข้าใจสุดขีด:

(・_・ヾ "เด็กไม่มีนมกิน แล้วนายไปมันจะมีประโยชน์อะไรฟะ?"

เหรินเจี๋ยผายมือ "ฉันเป็นนักกระตุ้นน้ำนมไง? สอบใบประกอบวิชาชีพผ่านแล้วด้วย การนวดด้วยเทคนิคพิเศษ มันช่วยให้เด็กมีข้าวกินได้เลยนะ"

สิ้นเสียงนี้ เถียนอวี่ก็ทรุดฮวบลงไปคุกเข่าดังตุ้บ จับมือใหญ่ของเหรินเจี๋ยไว้ด้วยสีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง

▄█▀█● "ท่านเทพโปรดชี้แนะด้วย! ฉันไม่ได้สนใจเรื่องเงินหรอกนะ หลักๆ คืออยากเรียนรู้วิชาชีพนี้!"

"ฉันจะปล่อยให้ใครหิวก็ได้ แต่จะปล่อยให้เด็กหิวไม่ได้เด็ดขาด!"

"ตุ้บ ตุ้บ~"

ชั่วพริบตาเดียว คนในรถก็พากันลงไปคุกเข่ากันเกลื่อนพื้น

เว่ยผิงเซิงที่นั่งอยู่ตำแหน่งหัวหน้าชุดทนดูต่อไปไม่ไหว กระแอมไอเบาๆ สองที เหล่าลูกทีมในรถจึงรีบกลับมานั่งตัวตรงแหน่ว!

สายตาที่เว่ยผิงเซิงมองไปทางเหรินเจี๋ย เต็มไปด้วยความระอาใจ!

สถานการณ์ทางบ้านของหมอนี่ เว่ยผิงเซิงพอจะรู้อยู่บ้าง... ชีวิตลำบากน่าดูสำหรับเด็กคนนี้

"เอาล่ะ! ใกล้ถึงพื้นที่เกิดภัยพิบัติปีศาจแล้ว จัดแถว ตรวจสอบอุปกรณ์!"

ดวงตาจักรกลข้างซ้ายของเว่ยผิงเซิงเปล่งแสงสีแดงกวาดมองไปรอบๆ!

"ทบทวนภารกิจ!"

"ปิดล้อมพื้นที่ อพยพประชาชน ช่วยเหลือและเคลื่อนย้ายผู้ที่ติดอยู่ และประสานงานกับหน่วยปราบปีศาจเพื่อสะกดข่มปีศาจ ลดความสูญเสียให้เหลือน้อยที่สุด!" ทุกคนตอบอย่างพร้อมเพรียง!

เว่ยผิงเซิงหรี่ตาลง "ดีมาก! ทุกคนเป็นแค่เจ้าหน้าที่ฝึกหัด ฉันรู้ดีว่าส่วนใหญ่ที่มาสมัครก็เพื่อหวังว่าถ้าได้บรรจุเป็นตัวจริง จะได้รับโอกาสฉีด 'ยาพันธุกรรมปลุกพลัง' กันทั้งนั้น!"

"ผลงานในภารกิจภาคสนามจะถูกบันทึกไว้ในคะแนนการประเมิน ยิ่งช่วยคนออกมาได้มากเท่าไหร่ โอกาสได้บรรจุก็ยิ่งมากเท่านั้น!"

"แต่จำใส่สมองเอาไว้ด้วย! เงื่อนไขของการช่วยคน คือต้องรักษาชีวิตตัวเองให้ได้ก่อน คนที่แม้แต่ตัวเองยังปกป้องไม่ได้ ย่อมไม่มีปัญญาไปปกป้องใครทั้งนั้น!"

"อีกอย่าง! อย่าไปปะทะกับปีศาจตรงๆ ยกเว้นว่าอยากตาย การล่าสังหารปีศาจเป็นหน้าที่ของหน่วยปราบปีศาจ อย่าแส่หาเรื่อง!"

"จำสิ่งที่ฉันสอนพวกนายไว้ให้ดี!"

เสียงขานรับดังกึกก้องไปทั่วรถ!

"รับทราบครับ! ครูฝึก!"

รถลำเลียงพลเบรกกะทันหันจนตัวรถไถลเข้าจอด เหล่าลูกทีมพากันกระโจนลงจากรถ!

แต่ทว่าทันทีที่ลงจากรถ พวกเขาก็ต้องตะลึงงันกับภาพตรงหน้า!

หมู่บ้านฮั่นไห่หลงเฉิงทั้งโครงการกำลังลุกท่วมไปด้วยเปลวเพลิง เจ้าหน้าที่ซือเหยาในชุดสีส้มจำนวนนับไม่ถ้วนวิ่งวุ่นกันขวักไขว่ ขึงเส้นกั้นเขตปิดล้อมพื้นที่และช่วยเหลือประชาชน

ผู้คนถูกหามออกมาจากพื้นที่ภัยพิบัติอย่างต่อเนื่อง บางคนถูกไฟคลอกสาหัส แขนขาขาด เลือดท่วมตัว...

แว่วเสียงคำรามของปีศาจและเสียงปะทะของอาวุธดังสนั่นหวั่นไหว!

ท้องฟ้ายามค่ำคืนถูกย้อมด้วยแสงไฟ พระจันทร์กลมโตลอยเด่นอยู่เหนือหัว แต่กลับไร้ซึ่งแสงจันทร์!

ดาวเคราะห์สีน้ำเงินมีการฟื้นตัวของพลังวิญญาณมาสองร้อยปีแล้ว ผ่านพ้นมหันตภัย การสงครามเผ่าพันธุ์ อารยธรรมมนุษย์เคยถูกทำลายย่อยยับ แต่ก็เคยลุกขึ้นยืนหยัดได้ใหม่จากซากปรักหักพัง!

แต่มนุษยชาติกลับต้องสูญเสียมหาสมุทร ท้องนภา... หรือแม้กระทั่งดวงจันทร์ไป!

จนถึงปัจจุบัน ภัยพิบัติปีศาจยังคงเป็นหายนะอันดับหนึ่งที่คุกคามความปลอดภัยของประชาชน!

เว่ยผิงเซิงเห็นภาพนี้แล้วถึงกับตาถลน!

"หน่วยปราบปีศาจมัวทำซากอะไรอยู่วะ? แค่ปีศาจยักษ์ลาวาระดับสามตัวเดียว แม่งยังจัดการไม่ได้อีกรึไง?"

การที่เขาพาพวกเด็กฝึกหัดกลุ่มนี้มา เจตนาเดิมคือแค่จะมาเก็บกวาดงาน ใครจะไปรู้ว่าภัยพิบัติปีศาจจะลุกลามจนรับมือยากขนาดนี้

ทันใดนั้นมีคนรายงานว่า "หัวหน้าเว่ย กำลังคนของหน่วยปราบปีศาจไม่พอครับ ส่วนใหญ่ออกไปทำภารกิจกวาดล้างปีศาจนอกเมืองจนหมด เวลารี้ผมขอกำลังเสริมไปแล้วต้องรอสักพักถึงจะมาถึงครับ"

"ชิ~ ทำไมต้องมาเป็นเอาเวลานี้ด้วยวะ? แล้วนั่นใครกำลังสู้กับปีศาจอยู่?"

"ดูเหมือนจะเป็นเด็กผู้หญิงจากสถาบันล่าปีศาจครับ เธอเป็นผู้ได้รับพรจากเทพ!"

เว่ยผิงเซิงกัดฟัน หวังว่าเธอจะยื้อไว้ได้ จากนั้นหันกลับไปมองเหล่าเจ้าหน้าที่ฝึกหัด

"ยืนบื้ออะไรกันอยู่? ตามฉันเข้าไปช่วยคนในกองเพลิงสิวะ!"

ทว่าเหล่าเด็กฝึกหัดในตอนนี้ขาอ่อนกันหมดแล้ว พวกเขาอายุแค่อายุสิบกว่ายี่สิบปี เคยเจอเรื่องแบบนี้ที่ไหนกัน?

แค่ยืนอยู่นอกเส้นกั้นเขต คลื่นความร้อนที่ปะทะเข้ามาก็ลวกผิวหน้าจนแสบไปหมดแล้ว!

ต้องบุกเข้าไปจริงๆ เหรอ?

ถ้าตายขึ้นมาจะทำยังไง?

ทันใดนั้น เจ้าหน้าที่ซือเหยาคนหนึ่งที่ตัวดำเมี่ยมจากการถูกควันรม ก็แบกผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งพุ่งออกมาจากตึกที่กำลังลุกไหม้!

ผู้หญิงคนนั้นเลือดท่วมตัว แต่กลับไม่สนใจบาดแผลของตัวเอง พยายามดิ้นรนขัดขืนไม่หยุด!

"ขอร้องล่ะ! ช่วยลูกของฉันด้วย ลูกฉันยังอยู่ในตึก ยังไม่ออกมา เขายังเด็กอยู่เลยนะ!"

ทว่าใบหน้าของเจ้าหน้าที่ซือเหยาที่ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อกลับเต็มไปด้วยความลำบากใจ

"ขอโทษครับคุณแม่ ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณดี แต่ไฟที่ตึก 27 มันควบคุมไม่ได้แล้ว โครงสร้างอาคารไม่มั่นคง ไม่สามารถเข้าไปกู้ภัยได้แล้วครับ!"

ผู้เป็นแม่ร้องไห้คร่ำครวญอย่างสิ้นหวัง จ้องมองตึกที่กำลังลุกไหม้เขม็ง พยายามจะวิ่งฝ่ากลับเข้าไป

"ปล่อยฉัน! ขอร้องล่ะ ปล่อยฉันนะ ฉันจะกลับไปช่วยลูก! นั่นลูกของฉันนะ!"

แต่สิ่งที่เจ้าหน้าที่ซือเหยาทำได้ ก็มีเพียงแค่ดึงรั้งคุณแม่ท่านนั้นไว้อย่างสุดชีวิต...

ฉากเหตุการณ์เช่นนี้ มีให้เห็นอยู่ทั่วไปในสถานที่เกิดภัยพิบัติปีศาจ!

เหรินเจี๋ยละสายตาจากคุณแม่คนนี้ แล้วสวมหน้ากากช่วยหายใจอย่างเงียบๆ ดึงขวานดับเพลิงและชะแลงออกมาถือไว้ในมือ!

ก่อนจะก้าวยาวๆ มุ่งหน้าไปยังตึกหมายเลข 27 ที่กำลังลุกไหม้!

เถียนอวี่เบิกตากว้าง "พี่น้องเจี๋ย? นายจะไปไหนน่ะ? ไม่กลัวตายรึไง? พวกเราเป็นแค่เด็กฝึกงานนะเว้ย!"

เหรินเจี๋ยไม่หันหลังกลับมา ชูขวานดับเพลิงในมือขึ้น จากนั้นกล่าวอย่างหึกเหิม:

"ฉันรู้ว่ามันอันตราย แต่บางเรื่อง มันต้องมีคนทำ พวกเราเป็นเจ้าหน้าที่ซือเหยา คือผู้แบกรับภาระและก้าวเดินไปข้างหน้า!"

"เกิดมาเป็นเหรินเจี๋ย ตายไปก็ยังเป็นวีรชน!"

"โลกใบนี้... ต้องการฮีโร่!"

เมื่อมองแผ่นหลังของเหรินเจี๋ยที่มุ่งหน้าเข้าสู่ทะเลเพลิง เถียนอวี่และคนอื่นๆ ต่างรู้สึกแสบจมูกขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ซาบซึ้งใจจนแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่!

หลินไหวเหรินถึงกับรู้สึกละอายใจจนแทบอยากจะมุดดินหนี!

แต่ทว่าเดินไปได้แค่สองก้าว เหรินเจี๋ยพลันชะงักกึก หันกลับมามองเว่ยผิงเซิง!

"ลุงเว่ย เพื่อความชัวร์ผมขอถามหน่อย ตามระเบียบการกรมซือเหยา หมวดที่ 2 ข้อที่ 13 การช่วยเหลือประชาชนจากภัยพิบัติปีศาจสำเร็จ ช่วยหนึ่งคน ได้รางวัลสองร้อย เงินรางวัลสะสมได้ และไม่มีเพดานจำกัด ข้อนี้บังคับใช้กับเจ้าหน้าที่ฝึกหัดด้วยใช่ไหมครับ?"

เว่ยผิงเซิงชะงักไปครู่หนึ่ง "มันก็ใช่อยู่นะ..."

เหรินเจี๋ยดวงตาเป็นประกายวูบ หันกลับไปวิ่งพุ่งตรงไปยังตึก 27 พร้อมคำรามลั่น

"ฉันมาแล้ว~"

"ฮีโร่คนนี้ ฉันจองเว้ย!"

ว่าแล้วก็พุ่งหัวมุดเข้ากองไฟไปทันที!

เถียนอวี่และพรรคพวกหน้าดำคร่ำเครียดขึ้นมาทันที!

ฮีโร่บ้าบออะไรกันวะ? นี่เอ็งแค่อยากได้เงินสองร้อยนั่นใช่ไหม? ต้องแสดงออกชัดเจนขนาดนี้เลยเหรอ?

ช่วยคนหนึ่งคนได้สองร้อย? ถึงกับต้องเอาชีวิตไปแลกเนี่ยนะ?

จบบทที่ บทที่ 1 เกิดมาเป็นฮีโร่

คัดลอกลิงก์แล้ว