เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

SM:บทที่ 17 ความประหลาดใจ

SM:บทที่ 17 ความประหลาดใจ

SM:บทที่ 17 ความประหลาดใจ


SM:บทที่ 17 ความประหลาดใจ

ตูม...คิ้วของเซี่ยเย่ขมวดเข้าหากัน ท่าเก้าดารากำลังดำเนินอยู่และร่างกายของเขาก็เปร่งแสงออกมาอย่ารวดเร็วเพื่อเลี่ยงการโจมตีอันบ้าคลั่งของผีดิบยักษ์

“ตั่วตั๋ว มีวิธีทำลายเกล็ดของผีดิบยักษ์ไหม” เซี่ยเย่ถามจินตั๋วในใจ

“นายท่าน ท่านไม่สามารถทำลายเกร็ดของผีดิบยักษ์ได้เพราะว่าดาบของท่านคมไม่พอ แต่ดาบใหญ่นี้เป็นดาบที่คมที่สุดเท่าที่ท่านสามารถหาได้แล้ว” จินตั๋วกล่าว

“คมหรอ มีวิธีอื่นไหมที่ทำให้ดาบคมมากขึ้นสำหรับการโจมตี”

“มีอยู่วิธีหนึ่งที่เป็นไปได้และไม่แพง ซึ่งใช้เงินเพียงแค่ 2 ล้านหยวนเท่านั้น ท่านแน่ใจหรือไม่ที่จะซื้อมัน”

“ตั่วตั๋ว อย่าพูดอะไรไร้สาระในตอนคับขันแบบนี้จะได้ไหม” เซี่ยเย่กล่าว ดาบโล่ของเขาเปิดออกเพื่อป้องกันเล็บของผีดิบยักษ์

“ข้าทราบแล้ว”

ทันใดนั้น มีการเคลื่อนไหวมากมายในหัวของเขา และเงินในบัตรของเขาก็ได้ลดลงไปจำนวน 2 ล้านหยวนเช่นกัน

ขณะที่จ้องมองไปยังผีดิบยักษ์ เซี่ยเย่ใช้ท่าเก้าดารา ทำให้เกิดประกายแสงสว่างไปไกล

ขณะที่เผชิญหน้ากับผีดิบยักษ์ตนนี้ เซี่ยเย่ไม่ได้เคลื่อนไหวร่างกายแต่อย่างใด ทำให้ร่างกายเขาเต็มไปด้วยลมปราณและพลังงาน ดาบใหญ่ลอยอยู่ด้านหน้าเซี่ยเย่ พลังของเซี่ยเย่หลั่งไหลออกมาและส่งไปยังดาบ โดยดาบนั้นหมุนรอบตัวเขาและเปลี่ยนเป็นลำแสงเข้าโจมตีผีดิบยักษ์

“ดาบแห่งพระเจ้า”

จะเห็นได้ว่าดาบรอบตัวเซี่ยเย่หมุนเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นดาบใหญ่ที่มีความแหลมคมในที่สุด

ทันทีที่ร่างของเซี่ยเย่กลายเป็นลำแสง ทะลุผ่านร่างของผีดิบยักษ์โดยไม่มีแม้แต่เสียงหรือแสงใดๆ ตอนนี้ ร่างของเซี่ยเย่ปรากฏขึ้นอีกครั้งพร้อมสีหน้าขาวซีดเล็กน้อย โดยการโจมตีนั้นทำให้เขาใช้พลังงานค่อนข้างมาก

ร่างของผีดิบยักษ์ยืนนิ่ง แต่ทันใดนั้น มีรอยแยกปรากฏขึ้นที่หน้าผากของมัน และรอยแยกก็ค่อยๆขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ หัวของผีดิบยักษ์ถูกตัดแบ่งออกเป็นสองส่วนอย่างชัดเจนและเลือดในร่างของผีดิบกระจายบนพื้นไปทั่ว

ในกองเลือดของซากศพผีดิบ คริสตัลขนาดเท่าลูกฟุตบอลลอยเข้ามาที่ฝ่ามือของเซี่ยเย่

“ขนาดใหญ่มาก” เซี่ยเย่ถอนหายใจกับขนาดนิวเคลียสที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็น อีกทั้งยังมีพลังงานที่ไหลเวียนในนั้นซึ่งดูน่ากลัวด้วยเช่นกัน

“ตั่วตั๋ว ฉันจะใช้นิวเคลียสนี้ได้อย่างไร” เซี่ยเย่ถามออกไปตรงๆ

“ง่ายมาก นิวเคลียสมีมูลค่า 100,000 หยวน” คำตอบของจินตั๋วนั้นก็ตรงไปตรงมาเช่นกัน

เซี่ยเย่ยิ้มยกมุมปากขึ้น “เรื่องเงินเป็นเรื่องเล็ก เข้าเรื่องหน่อยสิ ตอนนี้บอกวิธีใช้เจ้านี่มาได้ไหม”

“นายท่านช่างเป็นคนมีน้ำใจเสียจริง วิธีใช้นิวเคลียสง่ายมาก เพียงแค่ท่านกรีดแผลบนมือและทำให้เลือดไหลออกมาใส่นิวเคลียส จากนั้นพลังงานจากนิวเคลียสจะถูกดูดซับเข้าไปผ่านทางแผลของท่าน”

เพื่อที่จะทำตามวิธีที่บอก เซี่ยเย่ไม่ได้พูดอะไรอีก เขาใช้ปลายดาบกรีดที่แขนขวา ทำให้เกิดบาดแผลที่มือเขาและเลือดหยดลงมาที่นิวเคลียสนั้นทันที

ทันใดนั้น แสงสีม่วงส่องประกายออกมาจากแกนกลางนิวเคลียสและลอยออกมาและเข้าไปที่บาดแผลที่มือของเขา

“อ่า...”

เพียงชั่วขณะ เซี่ยเย่รู้สึกถึงลมปราณที่ทรงพลังขึ้นเรื่อยๆในร่างกายของเขา ซึ่งเกือบทำให้ร่างกายเขาระเบิดออกมา

“ตั่วตั๋ว ทำไมการดูดซับพลังนิวเคลียสถึงเจ็บขนาดนี้ล่ะ” เซี่ยเย่กัดฟัน

“นายท่าน จริงๆแล้ว หลักการที่จอมยุทธท่านอื่นๆมักจะใช้ในการเพิ่มความแข็งแกร่งคือการอาศัยพลังจากนิวเคลียสในการเพิ่มค่าพลังของพวกเขาหรือเพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดด้านความสามารถ แต่ขั้นตอนเหล่านั้นยากมาก เพียงแค่คนที่มีสภาพร่างกายที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเท่านั้นที่สามารถทำได้ ไม่เช่นนั้นเขาก็จะตายจากการระเบิด”

“แต่สมรรถภาพทางกายของเจ้าของร่างก็ต้องผ่านคุณสมบัติของการดูดซับแหล่งพลังงานนิวเคลียสนี้เช่นกัน แม้ว่าจะมีอาการปวดบ้าง แต่ก็ไม่มีอันตรายใด ท่านวางใจได้”

หลังจากฟังคำอธิบายของจินตั๋ว เซี่ยเย่ก็ไม่ได้คิดเรื่องดังกล่าวอีก เขานั่งขัดสมาธิและดูดซับพลังจากแกนกลางนิวเคลียสต่อไป

ครึ่งชั่วโมงต่อมา เซี่ยเย่ดูดซับพลังงานทั้งหมดจากแกนกลางขนาดใหญ่เสร็จและแกนกลางที่ไม่มีพลังเหลือแล้วก็แตกเป็นเศษแก้วและสลายกลายเป็นฝุ่น

“ตั่วตั๋ว ความแข็งแกร่งของฉันเป็นอย่างไรบ้างตอนนี้”

“นายท่าน ค่าพลังท่านอยู่ระดับ 9 และค่าพลังชีวิตอยู่ที่ระดับ 9”

หลังจากได้ยินคำตอบของจินตั๋ว เซี่ยเย่ขมวดคิ้วและถามว่า “ฉันรู้สึกชัดเจนว่าความแข็งแกร่งฉันเพิ่มขึ้น 50 เปอร์เซ็นต์จากเมื่อก่อน ทำไมค่าพลังถึงเพิ่มขึ้นเพียงแค่ 1.1เท่านั้น”

“นายท่าน การดูดซับพลังของท่านคือการทำเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง แต่การประเมินค่าพลังนั้นวัดจากความแข็งแกร่งโดยรวม ดังนั้น แม้ว่าตอนนี้ความแข็งแกร่งของท่านจะเพิ่มขึ้น 50 เปอร์เซ็นต์ แต่ความเร็ว, ปฏิกิริยา, พลัง, สติในการต่อสู้และในแง่อื่นๆ ไม่ได้เปลี่ยนแปลง นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการประเมินค่าพลังโดยภาพรวมจึงเพิ่มเพียงแค่ 1.1 เท่านั้น”

“อย่างที่เธอบอก ถ้าจอมยุทธคนอื่นดูดซับพลังจากนิวเคลียสของศัตรูเพื่อทำให้ตนเองแข็งแกร่งขึ้น พวกเขาก็คงไม่แบ่งเป็นฝักเป็นฝ่ายแบบนี้หรอกใช่ไหม” เซี่ยเย่หรี่ตาลงเล็กน้อย ราวกับว่าเขาค้นพบวิธีที่จะทำให้เขาอยู่เหนือกว่าจอมยุทธคนอื่นแล้ว

“ด้วยวิธีนี้เอง ทำให้ระบบเงินตราสามารถพัฒนาความแข็งแกร่งของนายท่านได้ทั้งหมด ซึ่งได้ผลดีกว่าวรยุทธแขนงอื่นๆ อีกทั้ง นายท่านก็จะไม่มีจุดอ่อนให้เห็นอย่างชัดเจนอีกด้วย ดังนั้น ข้าจึงไม่แนะนำให้นายท่านดูดซับพลังจากนิวเคลียสโดยตรงเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง ซึ่งจะเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาความแข็งแกร่งที่แท้จริงของนายท่านในอนาคตได้ ควรใช้พื้นฐานความแข็งแกร่งในระบบเงินตราของท่านให้มีความมั่นคงยิ่งขึ้น” จินตั๋วตอบอย่างภาคภูมิใจ

หลังจากเรียนรู้ถึงข้อเสียจากการดูดซับพลังจากนิวเคลียสเพื่อเพิ่มค่าพลังแล้ว เซี่ยเย่ระมัดระวังมากขึ้นในการใช้วิธีนี้ในการเพิ่มค่าพลัง นอกจากนี้ หากเขาขายนิวเคลียส เงินที่ได้รับนั้นสามารถนำไปใช้ในการเพิ่มความแข็งแกร่งและยังคุ้มค่าอีกด้วย ตัวอย่างเช่น นิวเคลียสขนาดใหญ่ที่เซี่ยเย่ได้รับมานั้นสามารถขายได้ราคาราวๆ 20 ล้านหยวน ซึ่งเพียงพอสำหรับเซี่ยเย่ในการเพิ่มค่าพลังตนเองเกินกว่าระดับ 10 แต่ตอนนี้ ภายหลังจากการดูดซับพลัง เขาสามารถเพิ่มค่าพลังได้ถึงเพียงระดับ 9 เท่านั้น อีกทั้งยังส่งผลต่อการฝึกซ้อมที่ไม่ต่อเนื่อง ซึ่งไม่คุ้มค่าอย่างยิ่ง

ทืด ทืด สัญญาณเตือนส่งเสียงดังไปทั่วเมืองหนานยาง เซี่ยเย่ก็รีบลุกออกจากห้องไป จากนั้น มีลำแสงมากมายพุ่งตรงมายังยอดตึกสูง

“นี่เป็นเสียงสัญญาณจากฝ่ายเรียกกำลังพลแห่งกองทัพ วันนี้เป็นเพียงวันที่ 2 ของการประเมินระดับวรยุทธเท่านั้น ซึ่งยังเหลือเวลาอีกนานกว่าการประเมินจะสิ้นสุด” ตาของเซี่ยเย่เป็นประกาย เขาคิดในใจว่า “ต้องมีอะไรเกิดขึ้นแน่ กองทัพถึงหยุดการประเมินระดับของกองทัพนี้”

เซี่ยเย่อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหนาวสั่นไปทั้งร่าง เขาไม่ได้ต้องการคิดไปเอง เขาใช้ท่าเก้าดาราเคลื่อนไปไกลและเคลื่อนไปยังขบวนรถทหาร

“ไม่ว่าจะเกิดอุบัติเหตุอะไร นี่จะเป็นการดีที่จะหยุดการประเมินระดับของกองทัพ ถ้าไม่มีสมาธิ เราอาจจะตายได้” เซี่ยเย่คิดในหัวและวิ่งไปพร้อมกัน เขาพบว่ากลุ่มผู้ฝ้าดูปรากฏตัวขึ้นในเมือง และพวกเขากำลังวิ่งไปยังขบวนรถทหารด้วยความตื่นกลัว ราวกับว่าไม่ใช่เขาคนเดียวที่คิดจะทำเช่นนี้

โฮก​ โฮก

ทันใดนั้น มีเสียงคำรามน่ากลัวมาจากท้องฟ้าที่กว้างสุดสายตา มันไม่ใช่อสูร แต่เป็นผีดิบ พวกมันกลับมาอีกครั้ง ดูเหมือนว่าพวกมันจะมีจำนวนมากด้วย

“คลื่นผีดิบ!”

คำที่น่าสะพรึ่งกลัวผุดขึ้นในหัวของเซี่ยเย่ ตั้งแต่ยุคใหม่เป็นต้นมา มีอันตรายที่น่ากลัวที่สุดอยู่ 2 ประเภท สิ่งแรกคืออสูรทะเล ที่มีระดับความแข็งแกร่งขั้นสูงสุด และอีกสิ่ง คือจำนวนผีดิบที่ไม่หมดไม่สิ้น

ช่วงก่อนยุคใหม่ สิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่นับไม่ถ้วนอาศัยที่ก้นทะเล แต่หลังจากยุคใหม่นั้น สัตว์ทะเลเหล่านี้ได้เก็บรักษาพันธุกรรมโบราณดั้งเดิมเก่าแก่ที่สุดไว้และสืบทอดต่อๆกันมา

ความแข็งแกร่งของพวกมันนั้นถูกพัฒนาไปไกลเกินกว่าที่จะเทียบกับอสูรที่อาศัยบนพื้นดินบางตัว เมื่ออสูรร้ายปรากฏตัวขึ้น ทำให้มนุษย์ต้องสูญเสียชีวิตเหล่าจอมยุทธมากมายนับไม่ถ้วน เพื่อเอาชนะเหล่าอสูร แม้ความถี่ที่เหล่าจอมยุทธสามารถฆ่าอสูรได้นั้นจะมีน้อยก็ตาม

ผีดิบเหล่านี้มีอันตรายมากกว่าอสูรมาก แม้ว่าความแข็งแกร่งของผีดิบแต่ละตัวโดยทั่วไปนั้นจะไม่เท่าเหล่าอสูร ด้วยการเปลี่ยนแปลงและวิวัฒนาการ ทำให้มีผีดิบเพียงไม่กี่ตัวเท่านั้นจะได้รับเลือกเป็นราชาในบรรดาผีดิบ ซึ่งราชาผีดิบนั้นฉลาดมากและสามารถควบคุมผีดิบตัวอื่น ๆได้ เช่นเดียวกับราชาในยุคโบราณ

มีราชาผีดิบที่แข็งแกร่งอีกหลายตัว ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของราชาผีดิบอีกที แม้ว่าพวกมันจะไม่ฉลาดเท่าราชาผีดิบ แต่พวกมันก็มีอำนาจปกครองเหนือพวกผีดิบด้วยเช่นกัน ซึ่งสามารถสั่งการเหล่าผีดิบให้โจมตีได้ในระยะหนึ่งด้วยการสร้างคลื่นผีดิบขึ้นมา

ภายใต้คลื่นผีดิบ ความแข็งแกร่งของผีดิบแต่ละตัวนั้นมีมากเกินคำว่าพอดี ไม่ว่าจุดแข็งของคุณจะแข็งแกร่งแค่ไหน คุณก็จะถูกเหล่าผีดิบเอาชนะคุณจนได้ เมื่อใดก็ตามที่คุณพบกับคลื่นผีดิบ นั้นหมายถึงความหายนะ

วันนี้ การประเมินระดับจอมยุทธของกองทัพได้สร้างคลื่นผีดิบขึ้น ซึ่งนับว่าเป็นโชคร้ายสำหรับเหล่าผู้เข้าร่วมการประเมินยิ่งนัก ท้ายสุดแล้ว จำนวนผู้รอดชีวิตจะมีจำนวนเท่าไรนั้นขึ้นอยู่กับโชคชะตาเท่านั้น

เซี่ยเย่ไม่ได้สนใจคนอื่น และเพิ่มความเร็วของตนเองจนถึงขั้นสุดเพื่อเอาชีวิตรอด เงินที่เหลือของเขาทั้งหมดถูกใช้ไปกับการฟื้นฟูความแข็งแกร่งของร่างกายและลมปราณ

โฮก..ทันใดนั้น มีผีดิบตัวหนึ่งกระโดดขึ้นมาจากพื้นและวิ่งไล่ตามเซี่ยเย่กลางอากาศ เขาเห็นว่าผีดิบตัวนั้นบ้าคลั่งเกินกว่าปกติ ดวงตาสีขาวซีดตอนนี้กลายเป็นสีเลือด ผีดิบทุกตัวอยู่ในอาการคลุ้มคลั่ง ด้วยอิทธิพลของราชาผีดิบ

เซี่ยเย่ไม่ต้องการที่จะเข้าไปพัวพันกับพวกผีดิบ จึงได้หมุนร่างตนเองไปรอบๆ โดยเริ่มจากการที่เขาแกว่งดาบใหญ่ จนทำให้ดาบสีขาวปรากฏออกมาอย่างง่ายดาย

ทันทีที่ดาบพาดผ่านหน้าผากของผีดิบไป เขาไม่คิดที่จะหยุดและหยิบแกนพลังของผีดิบแต่อย่างใด ดาบใหญ่ของเซี่ยเย่ วกกลับมาอยู่บนหลังเขาอีกครั้งหนึ่งและร่างของเขาก็หายไปในเวลาเดียวกัน

ในขณะเดียวกันนี้ ทั้งผู้ประเมินหรืออสูรทั่วทั้งเมืองหนานยางถูกคลื่นผีดิบเข้าโจมตี ซึ่งมาจากคำสั่งฆ่าของราชาผีดิบ

ปัง...เสียงดังเกิดขึ้น กำแพงหินพังทลายลงมา เห็นเพียงแค่ผีดิบหัวขาดอยู่ในซากปรักหักพังนั้น

"ฉันไม่กลัวอะไร นี่เป็นโอกาศดี"

ผู้เข้ารับการประเมินจอมอวดดีคนหนึ่งเดินเข้าไปหาผีดิบ ขณะที่เขากำลังขุดแกนพลังของผีดิบอยู่นั้น ผีดิบหลายตัววิ่งออกมาจากซากปรักหักพังและโจมตีเขาทันที

ผู้เข้ารับการประเมินตื่นตระหนกและต้องการที่จะหลบหนี แต่เขาไม่สามารถหลุดออกมาได้ ทำให้เขาจมในคลื่นในเวลาไม่นานด้วยฝีมือเหล่าผีดิบจำนวนนับไม่ถ้วน ซึ่งนับเป็นการจ่ายค่าความอวดดีของตนเอง

จบบทที่ SM:บทที่ 17 ความประหลาดใจ

คัดลอกลิงก์แล้ว